Microsoft ออกแพตซ์อัปเดตด้านความปลอดภัยฉุกเฉิน (Out-of-Band - OOB) เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ในส่วนของ Windows Server Update Services (WSUS) ซึ่งมี Proof-of-Concept (PoC) ที่ใช้สำหรับโจมตีถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะแล้ว (more…)
Microsoft ออกแพตช์ฉุกเฉินสำหรับ Windows Server เพื่อแก้ไขช่องโหว่ WSUS ที่มี PoC exploit ออกมาแล้ว
พบช่องโหว่บน Cursor และ Windsurf IDEs มากกว่า 94 รายการ ซึ่งมาจากช่องโหว่เก่าที่เกิดขึ้นใน Chromium
เวอร์ชันล่าสุดของ Cursor และ Windsurf ซึ่งเป็น integrated development environments (IDE) ถูกพบว่ามีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย และได้รับการแก้ไขแล้วมากกว่า 94 รายการ ทั้งใน Chromium browser และ V8 JavaScript engine
โดยคาดว่ามีนักพัฒนาประมาณ 1.8 ล้านคน เป็นผู้ใช้งานหลักของ IDE ทั้งสองรายการนี้ ซึ่งกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงจากช่องโหว่ดังกล่าว
(more…)
Hacker โจมตีช่องโหว่ Zero-Days 34 รายการในวันแรกของการแข่งขัน Pwn2Own Ireland 2025
ในวันแรกของการแข่งขัน Pwn2Own Ireland 2025 นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้โจมตีสำเร็จโดยใช้ช่องโหว่ Zero-Days จำนวน 34 รายการ และได้รับรางวัลเงินสดมูลค่า 522,500 ดอลลาร์สหรัฐ
(more…)
Meta เปิดตัวเครื่องมือป้องกันการหลอกลวง และเพิ่มความปลอดภัยใหม่บน WhatsApp และ Messenger
Meta เปิดตัวเครื่องมือใหม่บน WhatsApp และ Messenger เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถป้องกันตัวจากมิจฉาชีพ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีของตน
(more…)
WatchGuard devices กว่า 75,000 เครื่อง มีช่องโหว่ RCE ระดับ Critical
อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยเครือข่าย WatchGuard Firebox ประมาณ 76,000 เครื่องที่เปิดให้เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต มีช่องโหว่ระดับ Critical (CVE-2025-9242) ที่อาจทำให้ผู้โจมตีจากภายนอกสามารถเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายได้โดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน
อุปกรณ์ Firebox ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการป้องกันที่ควบคุม traffic ระหว่างเครือข่ายภายใน และภายนอก โดยให้การป้องกันผ่าน policy management, บริการด้านความปลอดภัย, VPN และการดูข้อมูลแบบ real-time ผ่าน WatchGuard Cloud
การสแกนจาก The Shadowserver Foundation ในปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่ามีอุปกรณ์ Firebox ที่มีช่องโหว่กว่า 75,835 เครื่องทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป และอเมริกาเหนือ
โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาอยู่อันดับสูงสุดด้วยจำนวน 24,500 รายการ ตามมาด้วยเยอรมนี (7,300), อิตาลี (6,800), สหราชอาณาจักร (5,400), แคนาดา (4,100) และฝรั่งเศส (2,000)
WatchGuard ได้เปิดเผยช่องโหว่ CVE-2025-9242 ในแถลงการณ์ด้านความปลอดภัยเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา และจัดอันดับช่องโหว่ดังกล่าวให้มีคะแนนความรุนแรงระดับ Critical ที่ 9.3 โดยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยดังกล่าวเป็นช่องโหว่ 'out-of-bounds write' ใน process ‘iked’ ของระบบปฏิบัติการ Fireware OS ซึ่งทำหน้าที่จัดการ IKEv2 VPN negotiations
ช่องโหว่ดังกล่าวสามารถถูกโจมตีได้โดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน ด้วยการส่งแพ็กเก็ต IKEv2 ที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษไปยัง Firebox endpoints ที่มีช่องโหว่ เพื่อบังคับให้เขียนข้อมูลไปยังพื้นที่หน่วยความจำ unintended
โดยจะส่งผลกระทบเฉพาะอุปกรณ์ Firebox ที่ใช้ IKEv2 VPNs กับ dynamic gateway peers ในเวอร์ชัน 11.10.2 ถึง 11.12.4_Update1, 12.0 ถึง 12.11.3 และ 2025.1
ผู้ผลิตแนะนำให้อัปเกรดเป็นหนึ่งในเวอร์ชันใดก็ได้ ดังต่อไปนี้ :
2025.1.1
12.11.4
12.5.13
12.3.1_Update3 (B722811)
โดยปัจจุบันเวอร์ชัน 11.x ได้สิ้นสุดการ support ไปแล้ว และจะไม่ได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัยอีกต่อไป โดยบริษัทแนะนำให้ย้ายไปใช้เวอร์ชันที่ยังคงมีการ support อยู่
สำหรับอุปกรณ์ที่ตั้งค่าไว้เฉพาะ Branch Office VPNs ที่เชื่อมต่อกับ static gateway peers เท่านั้น บริษัทแนะนำให้ตรวจสอบเอกสารประกอบสำหรับการรักษาความปลอดภัยการเชื่อมต่อโดยใช้โปรโตคอล IPSec และ IKEv2 เพื่อเป็นวิธีแก้ไขปัญหาชั่วคราว
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม The Shadowserver Foundation ตรวจพบ Firebox firewalls ที่มีช่องโหว่ 75,955 เครื่อง ซึ่งทาง WatchGuard ได้แจ้งกับ BleepingComputer ว่า การสแกนในปัจจุบันถือว่าเชื่อถือได้ และตัวเลขนี้สะท้อนถึงการใช้งานจริง และไม่ใช่ honeypots
แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีรายงานการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นกับช่องโหว่ CVE-2025-9242 แต่แนะนำให้ผู้ดูแลระบบที่ยังไม่ได้ติดตั้งการอัปเดตความปลอดภัยให้รีบดำเนินการติดตั้งแพตช์อัปเดตโดยเร็วที่สุด
ที่มา : bleepingcomputer.
CISA แจ้งเตือนช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูงของ Windows SMB กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริงแล้ว
CISA ระบุว่า ขณะนี้ผู้ไม่หวังดีกำลังใช้การโจมตีจากช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ (privilege escalation) ความรุนแรงสูงของ Windows SMB ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงสิทธิ์ระดับ SYSTEM บนระบบที่ยังไม่ได้ทำการอัปเดตแพตช์ได้
ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยนี้มีหมายเลข CVE-2025-33073 ซึ่งส่งผลกระทบต่อ Windows Server และ Windows 10 ทุกเวอร์ชัน รวมถึงระบบ Windows 11 จนถึงเวอร์ชัน 24H2
Microsoft ได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวไปแล้วในรอบการอัปเดต Patch Tuesday ประจำเดือนมิถุนายน 2025 พร้อมเปิดเผยว่า ช่องโหว่ดังกล่าวมีสาเหตุมาจาก improper access control ที่ไม่เหมาะสม ทำให้ผู้โจมตีที่ได้รับ authorized แล้ว สามารถยกระดับสิทธิ์ของตนเองผ่านทางเครือข่ายได้
Microsoft ระบุว่า "ผู้โจมตีสามารถโน้มน้าวให้เหยื่อเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์แอปพลิเคชันที่เป็นอันตราย (เช่น เซิร์ฟเวอร์ SMB) ที่ผู้โจมตีควบคุมอยู่ เมื่อทำการเชื่อมต่อ เซิร์ฟเวอร์ที่เป็นอันตรายดังกล่าวก็จะสามารถโจมตีตัวโปรโตคอลได้"
"เพื่อใช้การโจมตีจากช่องโหว่ดังกล่าว ผู้โจมตีสามารถรันสคริปต์อันตรายที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อบังคับให้เครื่องของเหยื่อเชื่อมต่อกลับมายังระบบของผู้โจมตีโดยใช้ SMB และการยืนยันตัวตน ซึ่งอาจนำไปสู่การยกระดับสิทธิ์ได้"
ในขณะนั้น คำแนะนำด้านความปลอดภัยระบุว่า ข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะแล้วก่อนที่การอัปเดตความปลอดภัยจะถูกปล่อยออกมา อย่างไรก็ตาม Microsoft ยังไม่ได้ออกมายอมรับต่อสาธารณะถึงคำกล่าวอ้างของ CISA ที่ว่าช่องโหว่ CVE-2025-33073 กำลังถูกใช้ในการโจมตีจริงอยู่ในขณะนี้
Microsoft ได้ให้เครดิตการค้นพบช่องโหว่ดังกล่าวแก่นักวิจัยด้านความปลอดภัยหลายคน ได้แก่ Keisuke Hirata จาก CrowdStrike, Wilfried Bécard จาก Synacktiv, Stefan Walter จาก SySS GmbH, James Forshaw จาก Google Project Zero และ RedTeam Pentesting GmbH
CISA ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโจมตี CVE-2025-33073 ที่กำลังเกิดขึ้น แต่ได้เพิ่มช่องโหว่ดังกล่าวเข้าไปใน Known Exploited Vulnerabilities Catalog โดยให้เวลาหน่วยงานฝ่ายบริหารพลเรือนของรัฐบาลกลาง (FCEB) เป็นเวลาสามสัปดาห์ในการอัปเกรดระบบรักษาความปลอดภัยของตนภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน ตามที่ข้อกำหนดโดยคำสั่ง Binding Operational Directive (BOD) 22-01
แม้ว่าคำสั่ง BOD 22-01 จะมุ่งเป้าไปที่หน่วยงานของรัฐบาลกลางเท่านั้น แต่หน่วยงานความมั่นคงทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ (CISA) ยังคงสนับสนุนให้ทุกองค์กร รวมถึงองค์กรในภาคเอกชน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ทำการแพตช์แก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่กำลังถูกใช้ในการโจมตีจริงนี้โดยเร็วที่สุด
CISA แจ้งเตือนเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม โดยระบุว่า "ช่องโหว่ประเภทนี้เป็นช่องโหว่การโจมตีที่พบบ่อยสำหรับผู้ไม่หวังดีทางไซเบอร์ และก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อองค์กรของรัฐบาลกลาง"
ที่มา : bleepingcomputer.
ConnectWise แก้ไข bug ใน Automate ที่อาจทำให้เกิดการโจมตีแบบ AiTM update attacks
ConnectWise ออกแพตซ์อัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ในผลิตภัณฑ์ Automate ซึ่งหนึ่งในนั้นมีความรุนแรงระดับ Critical โดยช่องโหว่นี้อาจทำให้การเชื่อมต่อที่สำคัญถูก intercept และแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ (more…)
Envoy บริษัทในเครือของ American Airlines ยืนยันว่าถูกโจมตี และขโมยข้อมูลจากระบบ Oracle ไปจริง
Envoy Air เป็นสายการบินระดับภูมิภาคในเครือของ American Airlines ยืนยันว่าข้อมูลจากแอปพลิเคชัน Oracle E-Business Suite ของบริษัทถูกโจมตี หลังจากที่กลุ่มเรียกค่าไถ่ Clop ได้ระบุชื่อ American Airlines ไว้ในเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลรั่วไหลของตน (more…)
Hacker ใช้ช่องโหว่ SNMP ใน Cisco เพื่อติดตั้ง rootkit บน switches
ผู้ไม่หวังดีได้ใช้การโจมตีจากช่องโหว่ CVE-2025-20352 ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ทำให้สามารถเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้ (Remote Code Execution) และช่องโหว่ดังกล่าวเพิ่งได้รับการแก้ไขไปเมื่อไม่นานมานี้ในอุปกรณ์เครือข่ายของ Cisco เพื่อทำการติดตั้ง rootkit และมุ่งเป้า (more…)
Microsoft ขัดขวางการโจมตีของ ransomware ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้งาน Microsoft Teams
Microsoft ได้ขัดขวางการโจมตีระลอกใหม่ของ Rhysida ransomware ในช่วงต้นเดือนตุลาคม ด้วยการเพิกถอน certificates กว่า 200 รายการ ที่ถูกใช้เพื่อรับรองตัวติดตั้ง Teams ที่เป็นอันตราย (more…)
