
Meta เปิดตัวเครื่องมือใหม่บน WhatsApp และ Messenger เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถป้องกันตัวจากมิจฉาชีพ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีของตน
ในส่วนของ Messenger บริษัทได้เริ่มทดสอบระบบตรวจจับการหลอกลวงขั้นสูงสำหรับแชตที่มีความน่าสงสัย โดยระบบจะแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อได้รับข้อความจากผู้ติดต่อรายใหม่ที่มีแนวโน้มว่าเป็นการหลอกลวง พร้อมตัวเลือกให้ส่งข้อความล่าสุดไปให้ AI วิเคราะห์เพิ่มเติม
หากตรวจพบความเสี่ยงว่าเป็นการหลอกลวง ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือน พร้อมคำแนะนำวิธีการรับมือ เช่น การบล็อก หรือรายงานผู้ส่งข้อความ
Meta ระบุว่า “หากระบบตรวจพบความเสี่ยงว่าอาจเป็นการหลอกลวง ผู้ใช้จะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกลโกงรูปแบบต่าง ๆ ที่พบได้บ่อย พร้อมคำแนะนำ เช่น การบล็อก หรือรายงานบัญชีที่น่าสงสัย”
ฟีเจอร์นี้ถูกตั้งค่าให้เปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ แต่หากไม่ต้องการใช้งาน ผู้ใช้สามารถปิดได้โดยเข้าไปที่เมนู "การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัย" แล้วสลับปิดตัวเลือก "การตรวจจับการหลอกลวง"
Meta ได้เพิ่มระบบแจ้งเตือนใหม่ใน WhatsApp เพื่อแนะนำให้ผู้ใช้แชร์หน้าจอเฉพาะกับบุคคลที่ไว้วางใจเท่านั้น เมื่อต้องเริ่มวิดีโอคอลกับผู้ติดต่อที่ไม่รู้จัก
เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้วิธีหลอกล่อ หรือกดดันเหยื่อให้แชร์หน้าจอ เพื่อเข้าถึงข้อมูลสำคัญ เช่น รายละเอียดบัญชีธนาคาร หรือรหัสยืนยัน ระบบใหม่นี้จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ตระหนักถึงความเสี่ยง และหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงได้ง่ายขึ้น

ในเดือนสิงหาคม WhatsApp ได้เปิดตัวฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ที่ช่วยผู้ใช้ตระหนักถึงการหลอกลวงเมื่อต้องถูกเพิ่มเข้ากลุ่มแชตจากผู้ติดต่อที่ไม่รู้จัก
ฟีเจอร์นี้จะแสดง “ภาพรวมความปลอดภัย” ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับวันที่สร้างกลุ่ม, จำนวนสมาชิก, ความเสี่ยงจากกลโกง และคำแนะนำวิธีควบคุมว่าใครสามารถเพิ่มคุณเข้ากลุ่ม WhatsApp ได้อย่างละเอียด
เพื่อปกป้องผู้ใช้จากมิจฉาชีพที่พยายามติดต่อโดยตรง WhatsApp ยังแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อมีคนที่ไม่อยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อส่งข้อความมา พร้อมแสดงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลนั้นเพื่อให้ผู้ใช้รับรู้บริบทมากขึ้น
Meta ยังเปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่าบริษัทได้ระงับบัญชีไปเกือบ 8 ล้านบัญชีตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเชื่อมโยงกับศูนย์หลอกลวงในลาว, กัมพูชา, เมียนมา, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฟิลิปปินส์
นอกจากนี้ยังลบเพจ และบัญชีปลอมกว่า 21,000 รายการ ที่แอบอ้างเป็นฝ่ายบริการลูกค้า และพยายามหลอกเหยื่อให้เปิดเผยข้อมูลสำคัญ
เมื่อต้นปีนี้ บริษัทได้ร่วมมือกับ OpenAI ในการปิดศูนย์หลอกลวงอาชญากรรมในกัมพูชา ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลโกงหลากหลายประเภท ตั้งแต่การจ่ายเงินเพื่อแลกกับการกด Like ปลอม การชักชวนเหยื่อเข้าร่วมแชร์ลูกโซ่การเช่ารถสกูตเตอร์ ไปจนถึงการล่อลวงให้ลงทุนในสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซี
ที่มา : bleepingcomputer

You must be logged in to post a comment.