Microsoft ออกเเพตช์แก้ไขช่องโหว่จำนวน 83 รายการใน Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2021

Microsoft ประกาศออกแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนมกราคม 2021 หรือ Microsoft Patch Tuesday January 2021 โดยในเดือนมกราคม 2021นี้ Microsoft ได้ทำการแก้ไขช่องโหว่จำนวน 83 รายการ ซึ่งมีช่องโหว่จำนวน 10 รายการที่จัดว่าเป็นช่องโหว่ระดับ Critical และช่องโหว่จำนวน 73 รายการเป็นช่องโหว่ระดับ Important

สำหรับช่องโหว่ที่มีความสำคัญและได้รับแก้ไขในเดือนนี้คือ CVE-2021-1647 เป็นช่องโหว่ Zero-day ใน Microsoft Defender โดยช่องโหว่จะทำให้ผู้โจตีสามารถเรียกใช้โค้ดได้จากระยะไกล ซึ่งช่องโหว่ Zero-day นี้ได้รับการแก้ไขแล้วใน Microsoft Malware Protection Engine เวอร์ชัน 1.1.17700.4

ช่องโหว่ที่น่าสนใจอีกช่องโหว่คือ CVE-2021-1648 เป็นช่องโหว่การยกระดับสิทธ์ใน (Elevation of Privilege) ใน splwow64 ซึ่งได้เผยแพร่ต่อสาธารณะแล้วเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยโปรเจกต์ Zero-Day Initiative ของ Trend Micro

ทั้งนี้ผู้ใช้ควรทำการอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันการตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของผุ้ประสงค์ร้าย สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมของช่องโหว่ที่ได้รับการแก้ไขสามารถดูรายละเอียดได้จากแหล่งที่มา

ที่มา: zdnet | bleepingcomputer

 

CISA ออก Alert ใหม่กรณี SolarWinds ให้รายละเอียดการตรวจจับการโจมตีใน Microsoft Cloud Environment

CISA ออก Alert ใหม่ในกรณี SolarWinds รหัส AA21-008A โดยในรอบนี้นั้น รายละเอียดของการแจ้งเตือนพุ่งเป้าไปที่การอธิบาย TTP ใหม่ของผู้โจมตีในระบบคลาวด์ของ Microsoft ที่ถูกระบุและให้รายละเอียดไปแล้วจากทาง Microsoft เอง และแนวทางในการตรวจจับ ป้องกันและตอบสนอง

ในส่วนของข้อมูลใหม่เกี่ยวกับ TTP ทีม Intelligent Response ขอสรุปประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติมตามรายการดังนี้

TTP ที่น่าสนใจหลังที่ผู้โจมตีประสบความสำเร็จในการเข้าถึงระบบได้แล้ว (Post-compromise) ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลักด้วยกัน คือการโจมตีระบบสำหรับยืนยันตัวตนแบบ Federation service, การสร้างข้อมูลสำหรับยืนยันตัวตนใหม่เพื่อใช้ในการทำ Lateral movement และการฝังตัวในระบบคลาวด์ผ่านการเข้าถึง API ด้วยข้อมูลสำหรับยืนยันตัวตนที่ได้จากขั้นตอนก่อนหน้า

กระบวนการ Privilege escalation ของผู้โจมตีจะมีการใช้ฟีเจอร์ WMI กับเซอร์วิส Microsoft Active Directory Federated Services เพื่อสร้างโทเคนสำหรับการยืนยันตัวตนและทำการรับรอง โทเคนสำหรับการยืนยันตัวตนดังกล่าวจะถูกใช้เพื่อเข้าถึงระบบบนคลาวด์ของไมโครซอฟต์ที่เป้าหมายใช้งาน

CISA ยังพบพฤติกรรมของผู้โจมตีที่ไม่ได้ทำการเข้าถึงระบบเป้าหมายผ่านทาง SUNBURST แต่มีการใช้เทคนิคในการคาดเดารหัสทั้งแบบ Bruteforcing, แบบ Spraying และการโจมตีระบบสำหรับจัดการระบบที่ไม่ปลอดภัยด้วย

ในส่วนของคำแนะนำเพื่อตรวจจับและระบุหาพฤติกรรมตามที่ CISA ได้แจ้งเตือนนั้น เราขอสรุปประเด็นสำคัญตามคำแนะนำให้ดังนี้

การระบุหาความผิดปกติในระบบ Microsoft 365 สามารถใช้เครื่องมือซึ่ง Sparrow (https://github.

New side-channel attack can recover encryption keys from Google Titan security keys

นักวิจัยจาก NinjaLab ได้เปิดเผยถึงเทคนิคการ Bypass อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ยืนยันความปลอดภัยแบบ 2FA จาก Google Titan

Victor Lomne และ Thomas Roche นักวิจัยของ NinjaLab ได้เปิดเผยรายงานการทดสอบเทคนิคการ Bypass คีย์จากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่จะช่วยยืนยันความปลอดภัยแบบ Two-factor authentication (2FA) จาก Google Titan และ Yubico ด้วยการโคลนคีย์ความปลอดภัยโดยใช้ช่องสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าที่ฝังอยู่ภายในชิป

ช่องโหว่ถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2021-3011โดยช่องโหว่จะทำให้ผู้ประสงค์ร้ายสามารถดึงคีย์การเข้ารหัสหรือคีย์ส่วนตัวในรูปแบบ Elliptic Curve Digital Signature Algorithm (ECDSA) ที่เชื่อมโยงกับบัญชีของเหยื่อจากอุปกรณ์ FIDO Universal 2nd Factor (U2F) เช่น Google Titan Key หรือ YubiKey ได้

สำหรับรายการผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบได้แก่คีย์ความปลอดภัย Google Titan ทุกเวอร์ชัน (ทุกเวอร์ชัน), Yubico Yubikey Neo, Feitian FIDO NFC USB-A/K9, Feitian MultiPass FIDO/ K13, Feitian ePass FIDO USB-C/K21, และ Feitian FIDO NFC USB-C/K40 นอกจากคีย์ความปลอดภัยแล้วการเทคนิคดังกล่าวยังสามารถทำได้บนชิป NXP JavaCard ซึ่งรวมถึง NXP J3D081_M59_DF, NXP J3A081, NXP J2E081_M64, NXP J3D145_M59, NXP J3D081_M59, NXP J3E145_M64 และ NXP J3D145_M59 ตามลำดับ

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่: https://ninjalab.

JetBrains denies being involved in SolarWinds hack

JetBrains แถลงปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวกับเหตุการณ์ Supply-chain attack ของ SolarWinds

บริษัทด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ชื่อดัง JetBrains ได้มีการแถลงออกมาวันนี้เพื่อปฏิเสธรายงานและข้อมูลจาก New York Times และ Wall Street Journal ซึ่งอ้างว่า JetBrains กำลังถูกสอบสวนภายใต้ข้อกล่าวหาว่า JetBrains อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีการโจมตีระบบของ SolarWinds

รายงานของสองสำนักข่าวอ้างว่าข้อมูลดังกล่าวมีที่มาจากบุคคลภายในของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่าทางการสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบความเป็นไปได้ว่าแฮกเกอร์ซึ่งโจมตีระบบ SolarWinds อาจทำการโจมตีระบบของ JetBrains ในลักษณะเดียวกัน โดยผลิตภัณฑ์ของ JetBrains ซึ่งอ้างว่าได้รับผลกระทบนั้นคือ TeamCity ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มแพลตฟอร์มสำหรับ CI/CD

อ้างอิงจากแถลงการณ์ของ JetBrains "Maxi Shafirov" CEO ของ JetBrains ระบุว่าทางบริษัทไม่ทราบเรื่องของการตรวจสอบดังกล่าวมาก่อน และยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ และมีการระบุอย่างชัดเจนว่า JetBrians ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในลักษณะใดๆ กับการโจมตีในครั้งนี้

ที่มา: blog.

Babuk Locker is the first new enterprise ransomware of 2021

แจ้งมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Babuk Locker ตระกูลมัลแวร์เรียกค่าไถ่ชนิดใหม่ต้อนรับปี 2021

Chuong Dong นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้เปิดเผยถึงแรนซัมแวร์ชนิดใหม่ที่มีนามว่า Babuk Locker ที่มีรูปแบบโจมตีแบบ Human-operated attack ซึ่งแรนซัมแวร์ชนิดใหม่นี้ได้กำหนดเป้าหมายไปยังองค์กรและบริษัทต่างๆ ทั่วโลก

จากการวิเคราะห์ของนักวิจัยพบว่าแรนซัมแวร์ Babuk Locker มีรูปแบบการเข้ารหัสแบบ Elliptic-curve Diffie–Hellman algorithm (ECDH) เมื่อเข้ารหัสไฟล์แรนซัมแวร์ Babuk Locker จะใช้นามสกุลในรูปแบบฮาร์ดโค้ดและต่อท้ายไฟล์ที่เข้ารหัสตัวอย่างเช่น .__ NIST_K571__ จากนั้นภายในแต่ละโฟลเดอร์จะสร้างโน้ตบันทึกเรียกค่าไถ่ที่มีชื่อว่า How To Restore Your Files.

Class Action Lawsuit Filed Against SolarWinds Over Hack

กลุ่มผู้ลงทุนใน SolarWinds ยื่นฟ้องดำเนินคดีกับ SolarWinds เชื่อทางบริษัทรับรู้ความเสี่ยงแต่ไม่ดำเนินการอย่างเหมาะสม

กลุ่มผู้ลงทุนในหุ้นของ SolarWinds ในช่วงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ถึง 15 ธันวาคม 2020 นำโดย Timothy Bremer ได้มีการยื่นฟ้องเพื่อดำเนินคดีแบบกลุ่มกับ SolarWinds จากกรณีการโจมตีระบบซึ่งส่งผลให้หุ้นของ SolarWinds นั้นร่วงจาก 24 ดอลลาร์สหรัฐฯ ลงไปอยู่ที่ 18 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่รายละเอียดการโจมตีปรากฎขึ้นมา

คำฟ้องมีการอ้างเหตุการณ์ตามที่ไอ-ซีเคียวเคยรายงานออกไปตั้งแต่การโจมตีในลักษณะของ Supply-chain attack, กรณีการตั้งพาสเวิร์ดที่คาดเดาง่ายของเซิร์ฟเวอร์อัปเดตของ SolarWinds และผลกระทบที่เกิดขึ้น คำฟ้องยังมีการอ้างถึงรายงานซึ่งระบุว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและช่องโหว่นั้นได้เคยถูกรายงานไปให้แก่ SolarWinds แล้ว แต่ SolarWinds เพิกเฉยที่จะดำเนินการอย่างเหมาะสม

ผู้ลงทุนใน SolarWinds สามารถเข้าร่วมการดำเนินคดีแบบกลุ่มได้จนวันที่ 5 มีนาคม 2021 นี้

ที่มา: securityweek

Ryuk ransomware is the top threat for the healthcare sector

Ryuk ransomware เป็นภัยคุกคามอันดับต้นๆ สำหรับโรงพยาบาลและผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ

สำนักงานความปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency - CISA), สำนักงานสอบสวนกลาง (Federal Bureau of Investigation - FBI) และกระทรวงสาธารณสุข (Department of Health and Human Services - HHS) ได้ออกเตือนถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ใช้ประโยชน์จากการระบาดจากโรค COVID-19 พุ่งเป้าหมายโจมตีไปยังโรงพยาบาลและผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ โดยคำแนะนำดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมองค์กรสำหรับการโจมตีด้วย Ryuk และ Conti แรนซัมแวร์ ซึ่งมีกลยุทธ์เทคนิคและขั้นตอน (Tactics, techniques, and procedures - TTP) เฉพาะสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับมัลแวร์สายพันธุ์เหล่านี้

สอดคล้องกับรายงานจาก Check Point บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่พบว่ามีการโจมตีเพิ่มขึ้น 45% ในองค์กรด้านการดูแลสุขภาพทั่วโลกและมีการพุ่งสูงขึ้นมากกว่าสองเท่าของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั้งหมดในช่วงเวลาเดียวกัน โดยภัยคุกคามหลักการโจมตีหน่วยงานด้านการดูแลสุขภาพคือ Ryuk ตามด้วย REvil (Sodinokibi) แรนซัมแวร์

ตามข้อมูลที่ Check Point รวบรวมไว้พบว่าการโจมตีทางอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาได้โจมตีองค์กรด้านการดูแลสุขภาพในยุโรปกลางโดยอัตราการการโจมตีพุ่งขึ้นถึงเกือบ 150% ในเดือนพฤศจิกายน สำหรับในเอเชียและตะวันออกพบการโจมตีเพิ่มขึ้น 137% ในโซนละตินอเมริกามีการเติบโต 112% สำหรับยุโรปและอเมริกาเหนือมีตัวเลขเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดคือ 67% และ 37% ตามลำดับ

ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตจึงมีแนวโน้มที่จะโจมตีองค์กรด้านการแพทย์ การอัปเดตระบบความปลอดภัยด้วยการแพตช์ซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ล่าสุด การตรวจสอบเครือข่ายสำหรับการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตและการให้ความรู้แก่พนักงานในองค์กร การระบุความพยายามของฟิชชิงเป็นวิธีที่ดีในการป้องกันการโจมตีจากผู้คุกคาม

ที่มา: bleepingcomputer

Nvidia เปิดตัวแพตช์แก้ไขความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ที่มีความรุนแรงสูงในไดรเวอร์การแสดงผล Nvidia GPU

Nvidia ได้เปิดตัวแพตช์ความปลอดภัยเพื่อแก้ไขปัญหาที่มีความรุนแรงสูงในไดรเวอร์การแสดงผล Nvidia GPU และซอฟต์แวร์ vGPU โดยช่องโหว่ที่ได้รับการแก้ไขนี้มีจำนวน 16 ช่องโหว่ ซึ่งช่องโหว่มีความเชื่อมโยงกับไดรเวอร์การแสดงผลของ Nvidia GPU ที่ใช้เพื่อรองรับหน่วยการประมวลผลกราฟิกรวมถึงซอฟต์แวร์ vGPU สำหรับเวิร์กสเตชัน, เซิร์ฟเวอร์เสมือน (VM), แอปพลิเคและพีซี

ช่องโหว่ที่มีรุนเเรงที่ได้รับการแก้ไขคือ CVE‑2021‑1051 (CVSSv3: 8.4/10) เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลกระทบต่อเลเยอร์ในโหมดเคอร์เนลสำหรับไดรเวอร์การแสดงผล Windows GPU ซึ่งช่องโหว่อาจนำไปสู่การปฏิเสธการให้บริการ (Denial of Service - DoS) หรือการยกระดับสิทธิ์ (Privilege Escalation)

ช่องโหว่ที่มีความรุนแรงสูงสุดเป็นอันดับสองคือ CVE‑2021‑1052 (CVSSv3: 7.8/10) เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลกระทบต่อเลเยอร์ในโหมดเคอร์เนลและจะอนุญาตให้ไคลเอ็นต์ในโหมดผู้ใช้เข้าถึง API แบบเดิมที่มีสิทธิพิเศษ ซึ่งอาจนำไปสู่การปฏิเสธการให้บริการ, การเพิ่มสิทธิพิเศษและการรั่วไหลของข้อมูลที่อยู่ภายในระบบ โดยช่องโหว่นี้จะส่งผลกระทบต่อไดรเวอร์การแสดงผลทั้ง Windows และ Linux

นอกจากช่องโหว่ที่สำคัญที่กล่าวมายังมีช่องโหว่ที่ได้รับการแก้ไขอีกคือ CVE‑2021-1053, CVE‑2021‑1054, CVE‑2021‑1055, CVE‑2021‑1056, CVE‑2021‑1066, CVE-2021‑1058 และ CVE‑2021‑1060

ผู้ใช้งานควรทำการอัปเดตเเพตช์ความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทำการโจมตี ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถอัปเดตความปลอดภัยได้ผ่านระบบการอัปเดตอัตโนมัติหรือดาวน์โหลดโดยตรงที่ได้นี่: https://www.

พบช่องโหว่ Zero-day ในเครื่องมือ Windows PsExec ที่จะทำให้ผู้ประสงค์ร้ายสามารถเข้าควบคุมเครื่องที่ถูกบุกรุกได้

David Wells นักวิจัยมัลแวร์จาก Tenable ได้ค้นพบช่องโหว่ Zero-day ใน PsExec หรือเครื่องมือการจัดการสำหรับผู้ดูแลระบบโดยการสั่งการด้วยคำสั่งต่างๆ ผ่านระบบเน็ตเวิร์คจากระยะไกล ซึ่งช่องโหว่ที่ถูกค้นพบนั้นถูกเรียกว่า pipe hijacking โดยอาศัยการสร้าง pipe ที่ถูกใช้ในการติดต่อสารโดย PsExec เอาไว้ก่อนแล้วด้วยสิทธิ์ที่ต่ำกว่า เมื่อเซอร์วิสของ PsExec มาใช้งานจริงก็จะทำการใช้งาน pipe ที่มีอยู่และจะไม่มีการแก้ไขสิทธิ์เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างปลอดภัย ส่งผลให้ผู้โจมตีซึ่งสร้าง pipe ไว้รอจะสามารถใช้ pipe ดังกล่าวซึ่งจะได้สิทธิ์เป็น Local system และกลายเป็นช่องทางในการยกระดับสิทธิ์ขึ้นมาได้

Wells กล่าวอีกว่าช่องโหว่ Zero-day นี้ถูกพบใน PsExec หลายเวอร์ชันตั้งแต่ v1.72 ที่อยู่ใน Windows XP จนถึงเวอร์ชัน v2.2 ที่อยู่ภายใน Windows 10 ซึ่งหลังจากค้นพบช่องโหว่ Wells ได้รายงานต่อ Microsoft ถึงปัญหาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2020 หลังจากรายงานช่องโหว่ไปแล้ว 90 วัน Microsoft ไม่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องได้ Wells จึงได้ทำการเปิดเผยต่อสาธารณะ

Mitja Kolsek ซีอีโอจากบริษัท ACROS Security ได้ออกมากล่าวถึงการแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว ซึ่งทางบริษัทได้ออกไมโครแพทช์ฟรีเพื่อแก้ไขช่องโหว่การเพิ่มสิทธิพิเศษเฉพาะที่ (Local Privilege Escalation - LPE) ในเครื่องมือการจัดการ Windows PsExec ในเวอร์ชัน 32 บิตและ 64 บิตของ Microsoft ซึ่งพร้อมใช้งานแล้วผ่านแพลตฟอร์ม 0patch

ทั้งนี้ผู้ใช้ควรทำการติดตามการอัปเดตแพตช์การแก้ไขช่องโหว่จาก Microsoft เมื่อมีการแก้ไขช่องโหว่ควรรับทำการอัปเดตแพตช์อย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทำการโจมตีระบบ สำหรับผู้ที่ต้องอัปเดตแพตช์ผ่านแพลตฟอร์ม 0patch สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่: https://blog.

SolarWinds hackers had access to over 3,000 US DOJ email accounts

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เผย แฮกเกอร์ซึ่งโจมตี SolarWinds เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์อีเมล O365 เพื่อลักลอบอ่านอีเมล

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ออกมาแถลงการณ์วันนี้ว่าแฮกเกอร์ซึ่งอยู่เบื้องหลังการโจมตี SolarWinds ได้พุ่งเป้าโจมตีระบบของกระทรวงฯ และสามารถเข้าถึงอีเมลของบุคลากรภายในกระทรวงฯ เป็นจำนวน 3% ของจำนวนบุคลากรทั้งหมดได้

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ มีบุคลากรอยู่ทั้งสิ้น 100,000 ถึง 115,000 คน โดยหากนับจำนวน 3% ที่ได้รับผลกระทบนั้น ตัวเลขของผู้ที่ได้รับผลกระทบจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 ถึง 3,450 คน โฆษกของกระทรวงฯ แถลงว่ายังไม่มีข้อบ่งชี้ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบซี่งมีความละเอียดอ่อนและเป็นความลับนั้นได้รับผลกระทบจากการโจมตี

ที่มา: zdnet.