Fortinet แจ้งเตือนช่องโหว่ระดับ Critical ใน cw_acd daemon ที่ส่งผลกระทบต่อ FortiOS และ FortiSwitchManager

Fortinet ออกมาเปิดเผยช่องโหว่ CVE-2025-25249 ซึ่งเป็นช่องโหว่ Heap-based buffer overflow ใน cw_acd daemon โดยมีคะแนน CVSS 9.8/10 ความรุนแรงระดับ Critical

CVE-2025-25249 เป็นช่องโหว่ประเภท Heap-based buffer overflow ในโปรเซส cw_acd (เกี่ยวข้องกับโปรโตคอล CAPWAP/Wireless Control) ที่ทำให้ Hacker จากภายนอกที่ไม่ได้ผ่านการยืนยันตัวตน สามารถส่งแพ็กเกจที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อรันคำสั่งที่เป็นอันตราย (Remote Code Execution) หรือควบคุมอุปกรณ์ได้ ส่งผลกระทบต่อ FortiOS,FortiSASE และ FortiSwitchManager

Version ที่ได้รับผลกระทบ

FortiOS 7.6.0-7.6.3

FortiOS 7.4.0-7.4.8

FortiOS 7.2.0-7.2.11

FortiOS 7.0.0-7.0.17

FortiOS 6.4.0-6.4.16

FortiSwitchManager 7.2.0-7.2.6

FortiSwitchManager 7.0.0-7.0.5

คำแนะนำ

ตรวจสอบ Firmware ของอุปกรณ์ที่ใช้งาน หากเป็นเวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบแนะนำให้รีบดำเนินการอัปเดตให้เร็วที่สุด

หากยังอัปเกรดไม่ได้ ให้ปิดการเข้าถึง "Fabric" บน Interface ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตไปก่อน

จำกัดการเชื่อมต่อจากภายนอก ให้สามารถเชื่อมต่อได้เฉพาะเครือข่ายที่เชื่อถือได้ ในกรณีที่ยังไม่สามารถอัปเดตได้ทันที

ที่มา : fortiguard

เกาหลีเหนือใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ VPN เพื่อแฮกสถาบันวิจัยนิวเคลียร์ของเกาหลีใต้

สถาบันวิจัยพลังงานปรมาณูเกาหลี (KAERI) ของรัฐบาลเกาหลีใต้เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่าเครือข่ายภายในของบริษัทถูกบุกรุกโดยผู้ต้องสงสัยที่คาดว่ามาจากเกาหลีเหนือ

การบุกรุกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ผ่านช่องโหว่ของ VPN (โดยยังไม่มีการระบุว่าเป็นของผู้ให้บริการรายใด) และมี IP Address ของผู้โจมตีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ทั้งหมด 13 IP โดยหนึ่งในนั้นคือ IP "27.102.114[.]89" ซึ่งมีประวัติการเชื่อมโยงกับกลุ่มแฮกเกอร์ที่คาดว่าได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลเกาหลีเหนือชื่อว่า Kimsuky

KAERI ก่อตั้งขึ้นในปี 2502 ในเมืองแดจอน เป็นสถาบันวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลซึ่งออกแบบ และพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องปฏิกรณ์ แท่งเชื้อเพลิง การหลอมรวมของรังสี และความปลอดภัยของนิวเคลียร์

หลังจากการบุกรุก KAERI กล่าวว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อบล็อก IP Address ของผู้โจมตี และอัพเดทแพตซ์ของ VPN ที่มีช่องโหว่เรียบร้อยแล้ว โดยสถาบันฯกำลังสืบสวนรายละเอียดผลกระทบจากการบุกรุก และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น

จากรายงานของสำนักข่าว SISA ของเกาหลีใต้ซึ่งเปิดเผยถึงเหตุการณ์การบุกรุกในครั้งนี้ โดยสำนักข่าวอ้างว่า KAERI พยายามปกปิดการโจมตี โดยพยายามปฏิเสธการโจมตีที่เกิดขึ้น ซึ่ง KAERI อ้างว่าเป็นเพียงความผิดพลาดจากพนักงานระดับปฏิบัติการเท่านั้น

ตั้งแต่ปี 2012 Kimsuky (หรือที่รู้จักในชื่อ Velvet Chollima, Black Banshee หรือ Thallium) เป็นกลุ่มแฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือที่รู้จักในแคมเปญจารกรรมทางอินเทอร์เน็ตที่กำหนดเป้าหมายไปยังสถาบันวิจัย และปฏิบัติการพลังงานนิวเคลียร์ในเกาหลีใต้

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัทผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Cyber Security อย่าง Malwarebytes ได้เปิดเผยถึงการโจมตีไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยใช้วิธีการติดตั้ง Backdoor บนระบบปฏิบัติการ Android และ Windows ที่ชื่อว่า AppleSeed โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลที่มีความสำคัญ

โดยมีเป้าหมายคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงทางนิวเคลียร์ของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และรองกงสุลใหญ่ประจำสถานกงสุลเกาหลีใต้ในฮ่องกง โดยมี IP Address ของ command-and-control (C2) ที่ตรงกัน

ยังไม่มีข้อมูลว่าช่องโหว่ VPN ที่ถูกใช้ในการโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นของผู้ให้บริการรายใด แต่ที่ผ่านมามีหลายองค์กรที่ถูกโจมตีด้วยช่องโหว่ของ VPN จากผู้ให้บริการต่างๆเช่น Pulse Secure, SonicWall, Fortinet FortiOS และ Citrix หลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ที่มา : thehackernews