GOOGLE REMINDING ADMINS HTTP PAGES WILL BE MARKED ‘NOT SECURE’ IN OCTOBER

Google เริ่มมีการส่งการแจ้งเตือนไปยัง Web Admin ของ Website ต่างๆ เพื่อให้ทำการเปลี่ยนการใช้งานจาก HTTP ไปเป็น HTTPS เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น จดหมายเตือนถูกส่งไปยังเจ้าของเว็บไซต์โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีการใช้ฟอร์ม or บนเว็บ ข้อความในการแจ้งเตือนบอกว่า Google มีแผนที่จะทำให้เวอร์ชันต่อไปของ Chrome ที่ถูกปล่อยออกมามีความเสถียรมากขึ้น เพราะฉะนั้น Google จึงระบุว่าเว็บไซต์ต่างๆ จำเป็นจะต้องมี SSL certificate หากไม่ต้องการให้มีข้อความแจ้งเตือน “NOT SECURE” เด้งขึ้นมา

การแจ้งเตือนครั้งนี้ไม่เป็นที่ประหลาดใจมากเท่าไร เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้อยู่เป็นระยะๆ การเข้า Incognito mode หรือโหมดไม่ระบุตัวตน ก็จะมีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาเช่นเดียวกันกับโหมดปกติ ในอีเมลยังมีข้อแนะนำต่างๆ สำหรับ Web Admin ในการย้ายจาก HTTP ไปยัง HTTPS การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถูกกำหนดไว้ในช่วงเดือนตุลาคม 2017

ที่มา: threatpost

Google Chrome is making it much easier to inspect security certificates

Google Chrome รุ่น 60 ช่วยให้คุณสามารถใบรับรองของ HTTPS ของเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น

ในเวอร์ชันใหม่ของ Google Chrome รุ่นที่ 60 ผู้ใช้สามารถเข้าถึงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับใบรับรองความปลอดภัยได้โดยคลิกที่ “รูปกุญแจ” ที่ด้านซ้ายของแถบ Address ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถดูผู้ออกใบรับรองและวันที่หมดอายุได้

ฟีเจอร์นี้กลับมาอีกครั้งหลังจากที่ Google Chrome ในเวอร์ชันย้อนหลังกลับไปหลายเวอร์ชันย้ายการแสดงรายละเอียดใบรับรองความปลอดภัยไปอยู่ที่แท็บ Security ใน Developer Tools ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปดูรายละเอียดของใบรับรองได้ยากขึ้น

รายละเอียดภายในปุ่ม ‘‘Details’’ จะแสดงข้อมูลความปลอดภัยเพิ่มเติม อาทิ อายุของใบรับรองหรือรายการของอัลกอริธึมที่ใช้ในการเข้ารหัส ข้อมูลนี้อาจใช้ได้เฉพาะกับเว็บไซต์บางแห่งเท่านั้น โดยผู้ใช้สามารถเข้าไปที่ “chrome://flags/#show-cert-link” เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชัน 'Show SSL link' โดยจะเริ่มแสดงรายละเอียดใบรับรองทันทีที่ผู้ใช้เปิดใช้ฟังก์ชันนี้

ที่มา : thenextweb

Google Releases Security Updates for Chrome

Google ได้มีการปล่อยอัพเดทของ Chrome เวอร์ชัน 60.0.3112.78 สำหรับทั้งสามแพลตฟอร์ม Windows, Mac, และ Linux โดยเวอร์ชันนี้จะอุดช่องโหว่ ที่ผู้โจมตี (attacker) สามารถใช้เข้ามาควบคุมระบบได้
US-CERT แนะนำให้ผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบติดตามประกาศต่างๆ จาก Google และทำการอัพเดทอยู่เสมอ

ที่มา : us-cert

Tricky new malware replaces your entire browser with a dangerous Chrome lookalike

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2558 ทีมวิจัยด้านระบบรักษาความปลอดภัยของ pcworld.com ได้ค้นพบโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์มัลแวร์ที่เลียนแบบอินเทอร์เฟซของ Chrome โดยชื่อของมันก็คือ “eFast Browser” ซึ่งมันจะติดตั้งและทำงานแทนที่ Chrome อย่างแนบเนียน นอกจากนี้มันยังทำให้ตัวเองเป็นโปรแกรมหลักสำหรับเปิดไฟล์ต่างๆ เช่น HTML, JPG, PDF และ GIF รวมทั้งขโมยข้อมูลต่างๆ แม้ขณะเปิด URL ที่เป็น HTTP, HTTPS และ MAILTO
eFast Browser จะแอบติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยการแฝงตัวมากับไฟล์ติดตั้งของโปรแกรมอื่นๆ ซึ่งผู้ใช้มักจะติดตั้งมันไปด้วยโดยไม่รู้ตัว สำหรับวิธีการเช็กว่าเว็บเบราว์เซอร์ที่ใช้งานอยู่เป็น Chrome หรือ eFast Browser นั้นสามารถเข้าไปเช็กได้ที่ Settings > About โดยจะมีชื่อโปรแกรมที่แท้จริงระบุเอาไว้ชัดเจน ส่วนวิธีการลบโปรแกรม eFast Browser นั้นสามารถถอนการติดตั้งได้เช่นเดียวกับโปรแกรมอื่นๆ ทั่วไป

ที่มา : PCWorld

The POODLE bites again

หลังจากได้เกิดการโจมตีโดยใช้ช่องโหว่ SSLv3 ที่ชื่อว่า “POODLE” ทาง Chrome ได้ถอดฟังก์ชั่นซัพพอรท์ของ SSLv3 ออกจาก Chrome 39 และ Chrome 40 ซึ่งนอกจาก Chrome แล้ว Firefox ก็ได้ถอดฟังก์ชั่นนี้ออกจาก Firefox 34 เช่นกัน

Adware vendors buy Chrome Extensions to send ad- and malware-filled updates

พบเทคนิคใหม่ในการกระจายมัลแวร์ โดยใช้วิธี "ซื้อ" ความเป็นเจ้าของ extension บางตัวของ Chrome ที่มีช่องโหว่ เมื่อความเป็นเจ้าของเปลี่ยนมือแล้ว เจ้าของใหม่ก็จะเริ่มฝังโค้ดโฆษณาและมัลแวร์ลงไปใน extension ตัวนั้นๆ
เว็บไซต์ Ars Technica พบว่า extension ที่มีปัญหานี้มีอยู่ 2 extension คือ Add to Feedly กับ Tweet This Page ซึ่งเดิมทีเป็น extension ปกติ แต่เมื่อเจ้าของเปลี่ยนมือ พฤติกรรมของ extension พวกนี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป โดยช่องโหว่ของการโจมตีลักษณะนี้เกิดจากเจ้าของ extension มีการอนุญาตให้สามารถอัพเดทอัตโนมัติตั่งแต่การติดตั้ง extension ในครั้งแรก ซึ่งตอนนี้กูเกิลได้ลบ extension ทั้งสองตัวออกจาก Chrome Web Store แล้ว แต่ยังไม่มีอะไรการันตีว่าปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับ extension ตัวอื่นๆอีกหรือไม่

ที่มา : ars technica

Adware vendors buy Chrome Extensions to send ad- and malware-filled updates

พบเทคนิคใหม่ในการกระจายมัลแวร์ โดยใช้วิธี "ซื้อ" ความเป็นเจ้าของ extension บางตัวของ Chrome ที่มีช่องโหว่ เมื่อความเป็นเจ้าของเปลี่ยนมือแล้ว เจ้าของใหม่ก็จะเริ่มฝังโค้ดโฆษณาและมัลแวร์ลงไปใน extension ตัวนั้นๆ
เว็บไซต์ Ars Technica พบว่า extension ที่มีปัญหานี้มีอยู่ 2 extension คือ Add to Feedly กับ Tweet This Page ซึ่งเดิมทีเป็น extension ปกติ แต่เมื่อเจ้าของเปลี่ยนมือ พฤติกรรมของ extension พวกนี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป โดยช่องโหว่ของการโจมตีลักษณะนี้เกิดจากเจ้าของ extension มีการอนุญาตให้สามารถอัพเดทอัตโนมัติตั่งแต่การติดตั้ง extension ในครั้งแรก ซึ่งตอนนี้กูเกิลได้ลบ extension ทั้งสองตัวออกจาก Chrome Web Store แล้ว แต่ยังไม่มีอะไรการันตีว่าปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับ extension ตัวอื่นๆอีกหรือไม่

ที่มา : ars technica

Researcher rewarded over $30,000 for nailing three Chrome OS security flaws

กูเกิลแพทช์ช่องโหว่บน Chrome OS ซึ่งจาก 3 ใน 4 มีความเสี่ยงระดับสูง พร้อมกับจ่ายเงินให้กับนักวิจัยผู้ค้นพบช่องโหว่ดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน 31,336 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 908,744 บาท

สำหรับช่องโหว่ที่พบเกิดขึ้นบน O3D plug in เป็น plug in ที่ใช้สร้าง 3D กราฟฟิคแอพลิเคชัน ทำงานบนเบราเซอร์ใน Windows หรือ XML User Interface

โดยแพทช์ดังกล่าวจะปล่อยออกมาใน Chrome เวอร์ชั่น 26 ต่อไป

ที่มา: naked.