Android Security Bulletin—January 2018

Android ออกประกาศด้านความปลอดภัยมีรายละเอียดเกี่ยวกับช่องโหว่ที่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ของ Android เวอร์ชันของแพทช์ตั้งแต่ 2018-01-05 เป็นต้นมามีการระบุถึงประเด็นเหล่านี้ทั้งหมด ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดได้รับการแจ้งเตือนอย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนการประกาศ โค้ดสำหรับการแพทช์ช่องโหว่ดังกล่าวได้ถูกปล่อยที่ Android Open Source Project (AOSP) ช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดคือ ช่องโหว่ในโครงสร้างมีเดียซึ่งทำให้ผู้ที่โจมตีสามารถรีโมทเข้ามาเพื่อสั่งรันโค้ดอันตรายได้

แนะนำให้ตรวจสอบแพตช์จากผู้ผลิตและทำการอัปเดตโดยด่วน

ที่มา : Source.

A popular virtual keyboard app leaks 31 million users’ personal data

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Kromtech Security Center รายงานว่า ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานมากกว่า 31 ล้านคน รวมปริมาณข้อมูลมากกว่า 577 GB ได้ถูกเผยแพร่ สาเหตุเกิดจากฐานข้อมูล MongoDB ที่ถูกตั้งค่าความปลอดภัยไว้ไม่ดี ซึ่งเป็นของ Ai.Type บริษัทที่ได้รับความนิยมในการพัฒนา Virtual Keyboard แอพพลิเคชั่นที่สามารถปรับแต่งได้ตามต้องการสำหรับ Android และ iOS

จากข่าวรายงานว่าแอพพลิเคชั่นของ Ai.Type เป็น Virtual Keyboard ที่มีการร้องขอใช้งานระดับสิทธิ์แบบ Full Access ส่งผลให้สามารถรวบรวมข้อมูลอื่น ที่อยู่ในมือถือนอกเหนือจากข้อมูลของแอพพลิเคชั่นเองได้ด้วย โดยข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วย

• ชื่อ, หมายเลขโทรศัพท์, และที่อยู่อีเมล
• ชื่ออุปกรณ์, ความละเอียดหน้าจอ, และรายละเอียดของรุ่น
• เวอร์ชัน Android, หมายเลข IMSI, และหมายเลข IMEI
• ชื่อเครือข่ายมือถือ, ประเทศที่อาศัยอยู่, และภาษาที่ผู้ใช้เปิดใช้งาน
• IP Address (ถ้ามี) พร้อมกับตำแหน่ง GPS (ลองจิจูด / ละติจูด)
• ข้อมูลที่เชื่อมโยงกับโปรไฟล์โซเชียลมีเดีย ประกอบด้วย วันเกิด, อีเมลล์ และภาพถ่าย

ที่มา : zdnet

Google collects Android users’ locations even when location services are disabled

กูเกิลเก็บข้อมูลที่อยู่ปัจจุบันของผู้ใช้งานแอนดรอยด์แม้ฟีเจอร์เก็บข้อมูลจะถูกปิด

Quartz ได้มีการเปิดเผยรายงานสำคัญซึ่งระบุว่ากูเกิลมีการเก็บข้อมูลที่เป็นที่อยู่ปัจจุบันของผู้ใช้งานแอนดรอยด์ (location) ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งกลับไปยังกูเกิลทันทีเมื่ออุปกรณ์มีการต่ออินเตอร์เน็ตแม้ว่าอุปกรณ์ที่ใช้งานดังกล่าวจะถูกปิดฟีเจอร์ Location Service ไม่มีการใช้งานแอปใดๆ หรือแม้กระทั่งไม่มีการใส่ซิมการ์ด

Quartz ระบุว่าข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ปัจจุบันของผู้ใช้งานมีการเริ่มต้นเก็บและส่งกลับไปให้ทางกูเกิลตั้งแต่ต้นปี 2017 โดยวิธีการหนึ่งที่กูเกิลใช้ในการหาที่อยู่ปัจจุบันของผู้ใช้งานแม้ว่าผู้ใช้งานจะปิดฟีเจอร์ Location Service ไปแล้วนั้นคือการอาศัยการเก็บข้อมูลจากเสาส่งสัญญาณที่อยู่บริเวณนั้นจนระบุพิกัดของผู้ใช้งานได้

ทางกูเกิลได้ออกมายืนยันกับ Quartz ว่าการเก็บข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยยืนยันว่าการเก็บข้อมูลดังกล่าวนั้นถูกนำไปใช้เพื่อช่วยพัฒนาประสิทธิภาพของผลิตภัรฑ์ ไม่มีการนำข้อมูลออกจากเครือข่ายหรือใช้ร่วมกับบริการอื่นโดยที่ไม่แจ้งผู้ใช้ล่วงหน้า กูเกิลยังระบุว่าการเก็บข้อมูลดังกล่าวจะถูกหยุดและจะไม่มีการส่งข้อมูลใดๆ มาอีกหลังจากปลายเดือนนี้

ที่มา : QUARTZY

ToastAmigo malware uses new twist to attack Toast overlay vulnerability

พบมัลแวร์ตัวใหม่ที่ใช้ช่องโหว่ของการทับซ้อนหน้าจอบน Android ที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้สามารถติดตั้งมัลแวร์เพิ่มเติมและใช้สิทธิ์ต่างๆ ในการเข้าถึงโทรศัพท์ได้

มัลแวร์นี้มีชื่อว่า ToastAmigo ถูกตรวจพบโดย Trend Micro ว่าเป็น ANDROIDOS_TOASTAMIGO และใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ชื่อ Toast รหัส CVE-2017-0752

ToastAmigo ถูกซ่อนอยู่ภายในแอปสองแอปที่มีอยู่ใน Google Play Store ภายใต้ชื่อ Smart AppLocker โดยแอปทั้งสองจะให้ผู้ใช้ตั้งค่า PIN เพื่อเปิดแอปพลิเคชัน ซึ่งแตกต่างจากระบบล็อคแบบเดิมของอุปกรณ์ แอปพลิเคชันตัวหนึ่งได้รับการดาวโหลดมากกว่า 500,000 ครั้ง ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2017

เมื่อผู้ใช้เปิดแอป ToastAmigo จะเปิดการโจมตี Toast Overlay โดยแสดงการแจ้งเตือนของ Toast ที่ครอบคลุมทั้งหน้าจอและแสดงหน้าตาของแอปปลอม ในความเป็นจริงด้านหลังของการแจ้งเตือน Toast จะอาศัยการควบคุม User Interface ของแอปจริง ซึ่งจะหลอกลวงให้ผู้ใช้เข้าถึงแอปพลิเคชันที่เป็นอันตรายในบริการ Android Accessibility ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ทำให้แอปสามารถดำเนินการได้ในนามของผู้ใช้ ผู้ใช้งานที่ไม่สงสัยอาจคิดว่ากำลังโต้ตอบกับแอปจริงเอง

หลังจากที่ใช้การโจมตี Toast Overlay เพื่อเข้าถึงบริการ Android Accessibility ToastAmigo จะดำเนินการต่างๆ ตามลำดับอย่างรวดเร็วและติดตั้งแอปที่มีมัลแวร์ชื่อ AmigoClicker มัลแวร์ตัวที่สองนี้เป็น Adware ที่ติดตั้ง Proxy บนอุปกรณ์และโหลดโฆษณาเพื่อรับผลประโยชน์ทางการเงิน

ปัจจุบัน Google ได้ลบแอปพลิเคชันทั้งสองตัวออกจาก Play Store เรียบร้อยแล้ว วิธีการป้องกันตัวเองจาก ToastAmigo คือการตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการดาวโหลดแพชต์เดือนกันยายน ผู้ใช้ควรดาวโหลดแอปจาก Google Play เป็นหลัก

ที่มา : scmagazine

Android Security Bulletin—September 2017

แพตช์ช่องโหว่ Anroid ประจำเดือนกันยายน 2017 มาแล้ว

แพตช์ช่องโหว่ Android ประจำเดือนกันยายน 2017 มาแล้ว โดยในรอบนี้นั้นมีช่องโหว่ที่ถูกแพตช์ทั้งหมดประมาณ 80 รายการ โดยจากทั้งหมด 80 รายการ มีช่องโหว่ที่มีความร้ายแรงระดับสูงสุด (critical) ที่สามารถทำให้ผู้โจมตีข้ามผ่านฟีเจอร์ Secure Boot, รันโค้ดที่เป็นอันตรายด้วยสิทธิ์ระดับสูงได้จากระยะไกลหรือทำให้เครื่อง DoS จากระยะไกลได้แบบถาวร ทั้งหมด 15 รายการ

จากช่องโหว่ที่มีความร้ายแรงสูงสุด 15 รายการ จุดที่พบช่องโหว่ร้ายแรงสูงสุดมากที่สุดนั้นยังคงอยู่ใน Media Framework ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ในการอ่านค่าของไฟล์ประเภทสื่อ อาทิ วีดิโอหรือเพลง และยังกระทบแอนดรอยด์เกือบทุกรุ่น ผู้โจมตีเพียงแค่สร้างไฟล์ที่แบบพิเศษเพื่อโจมตีช่องโหว่ส่งให้ผู้ใช้งานก็สามารถรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้จากระยะไกลได้

ที่มา : android

Researchers Reveal New Toast Overlay Attack on Android Devices

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจาก Palo Alto Networks เปิดเผยรายละเอียดการโจมตีบนฟีเจอร์ของ Android ที่เรียกว่า Toast Notification ซึ่งทำให้มัลแวร์ หรือผู้โจมตีได้รับสิทธิ์ระดับ Admin
Toast Notification ถูกใช้ในการแสดงข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอ ซึ่ง Toast Notification จะแสดงอยู่ในตำแหน่งล่าง ๆ ของหน้าจอ เป็น pop-up แสดงข้อความสั้น ๆ ให้ผู้ใช้ทราบ เช่น เมื่อมีการเพิ่มข้อมูล และบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว หรือหน้าต่างสำหรับยืนยันการทำงานต่างๆ
เมื่อเหยื่อหลงกลติดตั้งแอพพลิเคชั่นแล้ว จะมี pop-up แจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานดำเนินการบางอย่าง โดยใช้ความสามารถของ Toast Notification ซึ่งจะทำให้ pop-up นั้นได้สิทธิ์ Admin เหนือแอพพลิเคชั่นอื่นๆโดยปริยาย หรือที่เรียกว่า "Draw on top"
Android ที่ได้รับผลกระทบคือ ทุกเวอร์ชันก่อน Android 8.0 Oreo (CVE-2017-0752) จึงแนะนำให้ผู้ใช้อุปกรณ์ Android อัพเกรดเป็นเวอร์ชันล่าสุด 8.0 Oreo หรือดาวน์โหลดแพตซ์ได้ที่ https://source.

Vulnerabilities Discovered in Mobile Bootloaders of Major Vendors

พบช่องโหว่ในตัว Android Bootloader จาก 5 ผู้ผลิต chipset ซึ่งทำให้เสีย CoT (Chain of Trust) ระหว่างที่กำลังทำการ boot-up ซึ่งทำให้ตัวเครื่องสามารถถูกโจมตีได้ CoT คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากการตรวจสอบทั้ง hardware และ software จากส่วนย่อย ซึ่งจุดประสงค์ก็เพื่อทำให้แน่ใจว่ามีเพียง software และ hardware ที่ไว้ใจได้เท่านั้นที่อนุญาติให้ใช้งานได้ โดยที่ภาพรวมยังคงประสิทธิภาพเดิมอยู่ ทีมนักวิจัยจึงเริ่มทำการวิจัยเกี่ยวกับช่องโหว่นี้ พบว่าเนื่องจากส่วนต่างๆ ในตัว Android bootloaders เป็น closed source และมักจะไม่มี typical metadata (program headers หรือ debugging symbols) ที่พบในโปรแกรมปกติทั่วไป จึงทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลทำได้ยาก ซึ่งข้อมูลเลห่านี้จะช่วยในเรื่องของการทำ reverse engineering และการทำ security audits
งานวิจัยส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การพัฒนาเครื่องมือใหม่ที่ชื่อว่า BootStomp ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการทำ test และวิเคราะห์ bootloaders ในกรณีนี้จากการใช้ BootStomp เข้ามาทดสอบพบว่ามีช่องโหว่ 7 จุดโดยที่เป็นช่องโหว่ใหม่ 6 ตัวและ ที่เคยพบมาแล้วอีก 1 ตัว(CVE-2014-9798) ช่องโหว่ดังกล่าวบางตัวอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถ execute arbitrary code หรือทำการโจมตีแบบ Dos ทีมนักวิจัยได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเครื่องมือ BootStomp ยังตรวจเจอช่องโหว่อีกสองตัวที่อาจช่วยให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์การเข้าใช้งานของตัวเองให้เป็นสิทธิ์ root บนระบบได้

ที่มา : bleepingcomputer

Chinese DIY App Allows Anyone to Create Android Ransomware

Dinesh Venkatesan ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของ Symantec พบแอพพลิเคชันสำหรับสร้าง Ransomware บน Android จากโฆษณาผ่าน Social Network Messaging และบนเว็บบอร์ดเกี่ยวกับการแฮ็คของจีน ที่ช่วยให้แฮ็คเกอร์สามารถดาวน์โหลดและใช้ Trojan Development Kits (TDKs) สร้าง Ransomware เป็นของตัวเองได้ ซึ่ง Ransomware ที่ถูกสร้างขึ้นมานี้จะมีพฤติกรรมคล้ายกับ Lockdroid Ransomware คือจะทำการล็อกอุปกรณ์ไม่ให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ และเปลี่ยนรหัส PIN

จุดเด่นของแอปพลิเคชันนี้ คือ การทำงานโดยใช้ GUI แบบง่ายๆ ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าได้โดยที่แทบไม่ต้องใช้ความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม เมื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชันมาติดตั้ง หลังเปิดใช้งานแอพพลิเคชันจะให้ใส่ข้อมูลสำหรับสร้าง Ransomware เป็นของตัวเอง ได้แก่
- ข้อความที่เรียกค่าไถ่บนหน้าจอ
- รหัสที่ใช้ปลดล็อคอุปกรณ์
- ไอคอนของ ransomware-laced app
- กระบวนการเชิงคณิตศาสต์สำหรับการปรับแต่งโค้ดแบบสุ่ม
- Animations ที่จะให้แสดงผลบนหน้าจอของเครื่องที่ติด Ransomware

Recommendation
- Backups ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ
- ผู้ใช้งานไม่ควรติดตั้งแอปพลิเคชันที่มีแหล่งที่มาไม่ชัดเจน
- ไม่คลิกลิงก์หรือเปิดไฟล์ ที่มาพร้อมกับอีเมลที่น่าสงสัย
- ให้ความสำคัญกับสิทธิ์ที่ app ร้องขอทุกครั้ง

ที่มา : BLEEPINGCOMPUTER

Spyware targets Iranian Android users by abusing messaging app Telegram’s Bot API

Spyware ที่สั่งการผ่าน Telegram’s Bot API โดยมีเป้าหมายที่ผู้ใช้ Android ในประเทศอิหร่าน
Spyware จะหลอกว่าตัวมันเองนั้นปลอดภัยโดยการสวมรอยเป็นแอปพลิเคชัน Cleaner Pro หรือ Profile Checker นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันอันตรายสำหรับ Facebook เช่นกัน โดยจะมีคำบรรยายว่าจะช่วยให้ผู้ใช้ทราบว่าใคร “unfriended” ผู้ใช้ไปบ้าง เมื่อผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันก็จะขอข้อมูล Telegram ของผู้ใช้เพื่อเรียกดูจำนวนผู้ที่เคยดูโปรไฟล์ของผู้ใช้ หลังจากนั้นแอปพลิเคชันจะหายไปแต่ความจริงแล้วแอบทำงานอย่างลับๆ

เมื่ออุปกรณ์ของเหยื่อติดต่อสื่อสารกับผู้บุกรุกผ่านทาง Telegram Bot API ที่สามารถส่งและรับคำสั่งได้แล้วสิ่งแรกที่แอปนี้ทำคือบันทึกภาพของเหยื่อโดยใช้กล้องด้านหน้าของอุปกรณ์ จะมีการขโมยข้อความรวมถึงหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ส่งและผู้รับ , รายชื่อผู้ติดต่อ , Google email address , รูปถ่าย , ข้อมูลเกี่ยวกับแอปพลิเคชันที่ติดตั้ง โดยข้อมูลจะถูกจัดเก็บไว้อย่างผิดกฎหมายในไฟล์ใหม่ที่แยกต่างหากสำหรับการอัปโหลดภายหลังไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตี และยังสามารถลบหรือร้องขอไฟล์ส่วนตัวของเหยื่อได้ไม่ใช่เฉพาะไฟล์ที่แอปฯของผู้ไม่หวังดีสร้างขึ้นมาใหม่
Spyware ได้อัปโหลดไฟล์ทั้งหมดผ่านทางสคริปต์ PHP และบันทึกไว้ในไดเร็กทอรี / rat / uploads บนเซิร์ฟเวอร์ โดยไฟล์เหล่านี้ทุกคนที่รู้ URL สามารถเข้าถึงได้ สาเหตุอาจเพราะผู้ไม่หวังดีวางมาตรการรักษาความปลอดภัยไม่เพียงพอ

ผู้ใช้งานสามารถหลีกเลี่ยง Spyware และการโจมตีรูปแบบอื่นได้ โดยปฎิบัติตามนี้
- ติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น
- สังเกตแอปพลิเคชันอื่นๆผู้พัฒนา และควรอ่านรีวิวแต่ไม่ควรไว้ใจแอปฯที่มีคำรีวิวที่ไม่น่าใว้ใจ เช่น “แอปที่ดีที่สุดตลอดกาล” , “Thank you!” , “รักแอปฯนี้ที่สุดเลย”
- ควรอ่านรายละเอียดสิทธิ์การเข้าถึงที่แอปพลิเคชันร้องขอ

ที่มา : avast

พบ Banking Trojan ในแอนดรอยด์ ขโมยข้อมูลลับลูกค้า

พบ Banking Trojan ใหม่ชื่อว่า Android.BankBot.211.origin ซึ่งมีฟังก์ชันการทำงานคือ การควบคุมศูนย์กลางการทำงานของ Mobile Devices และขโมยข้อมูลลับของลูกค้าด้วยฟังก์ชันบริการของเครื่องเหยื่อที่สามารถใช้เข้าถึงได้ เมื่อ Trojan ดังกล่าวสามารถฝังตัวเองเข้าไปได้โดยสมบูรณ์แบบ และสั่งรันตัวเองอีกครั้งแล้ว ตัว Trojan จะพยายามทำให้ตัวเองได้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลผ่านบริการการเข้าถึงต่างๆ Android.