Security Vulnerability in Android allows any app to make phone calls

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก CureSec ค้นพบข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยบนระบบปฏิบัติการ Android 4.1.1 Jelly bean และเวอร์ชั่น 4.4.2 Kitkat ทีอนุญาตให้โปรแกรมทีเป็นอันตรายสามารถโทรออกโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยช่องโหว่ดังกล่าวจะอนุญาตให้แอพพลิเคชั่นที่เป็นอันตรายสามารถโทรออกไปยังหมายเลขราคาแพงๆ และยกเลิกการโทรออกต่างๆ ได้

นอกจากนี้ยังสามารถที่จะส่ง Unstructured Supplementary Service Data (USSD) ซึ่งเป็นรหัสที่ใช้ในการโอนสาย, การบล็อกซิมการ์ดและอื่นๆ

Curesec ยังปล่อยซอร์ตโค้ดและโปรแกรม proof-of-concept เพื่อแสดงให้เห็นว่าช่องโหว่ดังกล่าวมีอยู่จริง

ที่มา : ehackingnews

Serious Android crypto key theft vulnerability affects 86% of devices

ทีมนักวิจัยความปลอดภัยจาก IBM ค้นพบช่องโหว่ของ Android ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บคีย์ (Android KeyStore service)

Android KeyStore เป็นเซอร์วิสของระบบปฏิบัติการ Android ให้แอพสามารถเก็บข้อมูลสำคัญ (เช่น คีย์ที่ใช้ถอดรหัสข้อมูล) ไว้ในพื้นที่ปลอดภัยของระบบ อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยพบบั๊กในโค้ดของ KeyStore ที่อาจถูกจู่โจมด้วยวิธี buffer overflow ได้

กูเกิลรับทราบปัญหานี้มานานแล้ว แต่กลับแพตช์แก้บั๊กนี้ให้เฉพาะ Android 4.4 KitKat เท่านั้น ในขณะที่ Android 4.3 ลงไปยังมีความเสี่ยงจากบั๊กนี้อยู่

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติแล้ว การโจมตีด้วยบั๊กนี้อาจทำได้ยากพอสมควร เพราะ Android มีมาตรการความปลอดภัยอื่นๆ มาช่วยกรอง เช่น Data Execution Prevention (จำกัดพื้นที่ของโค้ดที่สามารถรันได้) และตัว KeyStore ถูกออกแบบมาให้ตายแล้วเกิดใหม่ (respawn) ทุกครั้งที่ใช้งาน เมื่อบวกกับฟีเจอร์การสุ่มพื้นที่หน่วยความจำในการรัน (Address Space Layout Randomization - ASLR) ผลคือผู้โจมตีต้องสุ่มหาตำแหน่งของ KeyStore ก่อนเสมอ

ที่มา : ars technica

Serious Android crypto key theft vulnerability affects 86% of devices

ทีมนักวิจัยความปลอดภัยจาก IBM ค้นพบช่องโหว่ของ Android ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บคีย์ (Android KeyStore service)

Android KeyStore เป็นเซอร์วิสของระบบปฏิบัติการ Android ให้แอพสามารถเก็บข้อมูลสำคัญ (เช่น คีย์ที่ใช้ถอดรหัสข้อมูล) ไว้ในพื้นที่ปลอดภัยของระบบ อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยพบบั๊กในโค้ดของ KeyStore ที่อาจถูกจู่โจมด้วยวิธี buffer overflow ได้

กูเกิลรับทราบปัญหานี้มานานแล้ว แต่กลับแพตช์แก้บั๊กนี้ให้เฉพาะ Android 4.4 KitKat เท่านั้น ในขณะที่ Android 4.3 ลงไปยังมีความเสี่ยงจากบั๊กนี้อยู่

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติแล้ว การโจมตีด้วยบั๊กนี้อาจทำได้ยากพอสมควร เพราะ Android มีมาตรการความปลอดภัยอื่นๆ มาช่วยกรอง เช่น Data Execution Prevention (จำกัดพื้นที่ของโค้ดที่สามารถรันได้) และตัว KeyStore ถูกออกแบบมาให้ตายแล้วเกิดใหม่ (respawn) ทุกครั้งที่ใช้งาน เมื่อบวกกับฟีเจอร์การสุ่มพื้นที่หน่วยความจำในการรัน (Address Space Layout Randomization - ASLR) ผลคือผู้โจมตีต้องสุ่มหาตำแหน่งของ KeyStore ก่อนเสมอ

ที่มา : ars technica

Android Smartphone shipped with spyware

บริษัทด้านความปลอดภัย G DATA จากเยอรมนี รายงานว่าค้นพบมือถือ Android จากจีนยี่ห้อ Star รุ่น N9500 ซึ่งขายผ่านร้านค้าปลีกในยุโรปในราคา 130-165 ยูโร (5,800-6,300 บาท) ฝังมัลแวร์ที่ปลอมตัวเป็นแอพ Google Play Store มาตั้งแต่แรก
มัลแวร์ตัวนี้ชื่อว่า "Android.

Android Smartphone shipped with spyware

บริษัทด้านความปลอดภัย G DATA จากเยอรมนี รายงานว่าค้นพบมือถือ Android จากจีนยี่ห้อ Star รุ่น N9500 ซึ่งขายผ่านร้านค้าปลีกในยุโรปในราคา 130-165 ยูโร (5,800-6,300 บาท) ฝังมัลแวร์ที่ปลอมตัวเป็นแอพ Google Play Store มาตั้งแต่แรก
มัลแวร์ตัวนี้ชื่อว่า "Android.

Android Simplelocker ransomware encrypts SD card files

บริษัทด้านความปลอดภัย Eset รายงานข่าวโทรจันตัวใหม่ชื่อว่า “Simplelocker” มันพุ่งเป้าไปที่ข้อมูลที่ถูกเก็บไว้บนการ์ด SD ของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต โดยเข้ารหัสไฟล์เพื่อเรียกเงินเป็นค่าไถ่ในการปลดล็อค โดยข้อความที่ปรากฎขึ้นบนหน้าจอนั้นเป็นภาษารัสเซียและให้จ่ายเงินเป็นสกุลของยูเครน

ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำว่า "เหล่าแฮกเกอร์จะเริ่มปล่อยมัลแวร์เข้ารหัสไฟล์ของเป้าหมาย โดยมีอุปกรณ์แอนดรอยด์เป็นเป้าหมายใหม่ ซึ่งผู้ใช้จะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก หากติดตั้งแอพฯ ผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ Play Store รวมถึงต้องกดดันให้ผู้ผลิตเครื่องหมั่นอัพเดทความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันช่องโหว่ต่างๆ"

Eset บอกว่าอุปกรณ์ที่ติดโทรจันเหล่านี้จะถูกล็อค สาเหตุเกิดขึ้นเพราะเจ้าของเครื่องเข้าไปดูคลิปอนาจาร เมื่อเครื่องถูกล็อคคุณจะต้องจ่ายเงินประมาณ 760 บาทเพื่อปลดล็อค โดยจะต้องโอนเงินผ่านระบบ MoneXy cash transfer ของยูเครน ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจ่ายเงินเครื่องถึงจะใช้งานได้ตามปกติ แต่ถ้าไม่จ่ายข้อมูลที่เข้ารหัสไว้จะถูกลบ ไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสก็จะมีตั้งแต่ไฟล์รูปภาพ jpeg และ gif, ไฟล์เอกสาร dox และ txt, ไฟล์วิดีโอ mkv, avi และ mp4

ที่มา : bbc

Android SMS malware hosted on Google Play infects 1.2 Million users

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Panda Labs พบว่ามีมัลแวร์แอบแฝงอยู่ในแอพลิเคชั่นบน Google play ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ผู้ใช้จากประเทศสเปน

โดยมีแอพพลิเคชั่นดังนี้

Peinados Fáciles (Easy Hairdos)
Dietas para Reducir el Abdomen (Abs Diets)
Rutinas Ejercicios para el Gym (Workout Routines)
Cupcakes Recetas (Cupcake Recipes)

เมื่อเครื่องติดมัลแวร์ดังกล่าว แฮกเกอร์จะเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ในระดับ premium ได้ จากเบอร์โทรศัพท์บนแอพลิเคชั่น WhatsApp

จากรายงานกล่าวว่า แอพลิเคชั่นดังกล่าวถูกดาวน์โหลดไปแล้วประมาน 1.2 ล้านคน

ที่มา : ehackingnews

Android SMS malware hosted on Google Play infects 1.2 Million users

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Panda Labs พบว่ามีมัลแวร์แอบแฝงอยู่ในแอพลิเคชั่นบน Google play ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ผู้ใช้จากประเทศสเปน

โดยมีแอพพลิเคชั่นดังนี้

Peinados Fáciles (Easy Hairdos)
Dietas para Reducir el Abdomen (Abs Diets)
Rutinas Ejercicios para el Gym (Workout Routines)
Cupcakes Recetas (Cupcake Recipes)

เมื่อเครื่องติดมัลแวร์ดังกล่าว แฮกเกอร์จะเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ในระดับ premium ได้ จากเบอร์โทรศัพท์บนแอพลิเคชั่น WhatsApp

จากรายงานกล่าวว่า แอพลิเคชั่นดังกล่าวถูกดาวน์โหลดไปแล้วประมาน 1.2 ล้านคน

ที่มา : ehackingnews

ระวังแอนดรอยด์โดนแฮก ?!?

ฟอร์ติเนตโชว์คลิปการแฮกมือถือระบบแอนดรอยด์ผ่าน 3 ขั้นตอน เตือนผู้ใช้ระวังการดาวน์โหลดแบบไม่ผ่านการตรวจสอบอาจจะ ติดมัลแวร์ ทำให้ข้อมูลเครื่องอาจไม่ปลอดภัย ซ้ำร้ายยังกลายเป็นเครื่องมือให้ผู้ไม่หวังดีโดยไม่รู้ตัว โดยมีขั้นตอน

ใส่มัลแวร์เข้าไปในแอพลิเคชั่นหรือเกมส์ เพื่อรอเหยื่อมาดาวน์โหลด
เมื่อเหยื่อดาวน์โหลดและติดตั้งเกมส์ มัลแวร์จะได้รับการติดตั้งพร้อมกันทันที
มัลแวร์จะทำการเชื่อมต่อไปยังแฮกเกอร์ เพื่อควบคุมเครื่องของเหยื่อ โดยสามารถเข้าตรวจสอบฟังก์ชันของเครื่อง, สั่งให้เครื่องโทรหา, การเปิดอ่านข้อความ (SMS), การตรวจสอบพิกัดการตั้งเครื่อง หรือแม้กระทั่งการสั่งให้เครื่องถ่ายภาพเพื่อส่งกลับมาที่แฮกเกอร์ โดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้ตัว เนื่องจากไม่มีหน้าจอแสดงให้เห็นความผิดปกติ ความสามารถดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การใช้งาน OTA (One Time Password) หรือระบบรหัสผ่านครั้งเดียวผ่านสมาร์ทโฟน ไม่สามารถป้องการโจรกรรมข้อมูลทางการเงินได้อีกต่อไป ควรติดตั้งแอพจากแหล่งที่น่าไว้ใจ เช่น Play store เท่านั้น เนื่องจากมีการตรวจสอบโปรแกรมมาในระดับหนึ่งนั่นเอง นอกจากนี้ ผู้ใช้งานควรติดตั้งแอนตี้ไวรัสบนสมาร์ทโฟนของตนเอง

AndroRat นี้จัดว่าเป็นมัลแวร์ที่ทำความเสียหายให้สมาร์ทโฟนได้ ดังนั้นในด้านเครือข่ายที่องค์กรเป็นผู้รับผิดชอบด้านการเข้าเชื่อมใช้งาน (Internet Access) นั้น และควรติดตั้งอุปกรณ์แอนตี้ไวรัสเกทเวย์ (UTM Anti-Virus Gateway)

ที่มา : manager

ระวังแอนดรอยด์โดนแฮก ?!?

ฟอร์ติเนตโชว์คลิปการแฮกมือถือระบบแอนดรอยด์ผ่าน 3 ขั้นตอน เตือนผู้ใช้ระวังการดาวน์โหลดแบบไม่ผ่านการตรวจสอบอาจจะ ติดมัลแวร์ ทำให้ข้อมูลเครื่องอาจไม่ปลอดภัย ซ้ำร้ายยังกลายเป็นเครื่องมือให้ผู้ไม่หวังดีโดยไม่รู้ตัว โดยมีขั้นตอน

ใส่มัลแวร์เข้าไปในแอพลิเคชั่นหรือเกมส์ เพื่อรอเหยื่อมาดาวน์โหลด
เมื่อเหยื่อดาวน์โหลดและติดตั้งเกมส์ มัลแวร์จะได้รับการติดตั้งพร้อมกันทันที
มัลแวร์จะทำการเชื่อมต่อไปยังแฮกเกอร์ เพื่อควบคุมเครื่องของเหยื่อ โดยสามารถเข้าตรวจสอบฟังก์ชันของเครื่อง, สั่งให้เครื่องโทรหา, การเปิดอ่านข้อความ (SMS), การตรวจสอบพิกัดการตั้งเครื่อง หรือแม้กระทั่งการสั่งให้เครื่องถ่ายภาพเพื่อส่งกลับมาที่แฮกเกอร์ โดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้ตัว เนื่องจากไม่มีหน้าจอแสดงให้เห็นความผิดปกติ ความสามารถดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การใช้งาน OTA (One Time Password) หรือระบบรหัสผ่านครั้งเดียวผ่านสมาร์ทโฟน ไม่สามารถป้องการโจรกรรมข้อมูลทางการเงินได้อีกต่อไป ควรติดตั้งแอพจากแหล่งที่น่าไว้ใจ เช่น Play store เท่านั้น เนื่องจากมีการตรวจสอบโปรแกรมมาในระดับหนึ่งนั่นเอง นอกจากนี้ ผู้ใช้งานควรติดตั้งแอนตี้ไวรัสบนสมาร์ทโฟนของตนเอง

AndroRat นี้จัดว่าเป็นมัลแวร์ที่ทำความเสียหายให้สมาร์ทโฟนได้ ดังนั้นในด้านเครือข่ายที่องค์กรเป็นผู้รับผิดชอบด้านการเข้าเชื่อมใช้งาน (Internet Access) นั้น และควรติดตั้งอุปกรณ์แอนตี้ไวรัสเกทเวย์ (UTM Anti-Virus Gateway)

ที่มา : manager