Remote Code Execution Vulnerability Disclosed in Windows JScript Component

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Dmitri Kaslov จาก Telspace Systems ได้ประกาศการค้นพบช่องโหว่ล่าสุดในส่วน Jscript ซึ่งอยู่ในระบบปฏิบัติการ Windows โดยอาจส่งผลให้เกิดการรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้จากระยะไกล

ช่องโหว่ดังกล่าวเกิดขึ้นจากปัญหาในลักษณะ dangling pointer ซึ่งในช่องโหว่นี้นั้นคือการที่ pointer ของโปรแกรมยังคงชี้ไปยังจุดใดจุดหนึ่งในหน่วยความจำเคยถูกใช้งานแต่ถูกคืนพื้นที่กลับไปแล้ว อาจส่งผลให้ pointer ชี้ไปยังหน่วยความจำที่มีการใช้งานอยู่แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานและเกิดเป็นพฤติกรรมของโปรแกรมที่ไม่สามารถคาดเดาได้ (undefined behavior)

ในการโจมตีช่องโหว่นี้นั้น ผู้โจมตีจำเป็นต้องหลอกล่อให้ผู้ใช้งานทำการเปิดไฟล์หรือเปิดหน้าเว็บเพจเพื่อรันโค้ดสำหรับโจมตี ซึ่งถึงแม้จะโจมตีสำเร็จ โค้ดอันตรายที่ถูกรันก็ยังคงถูกรันอยู่สภาพแวดล้อมควบคุม (sandbox) ทำให้ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นนั้นค่อนข้างน้อย

ไมโครซอฟต์รับทราบถึงการมีอยู่ของช่องโหว่แล้ว และจะดำเนินการแก้ไขพร้อมกับปล่อยแพตช์ออกมาในเร็วๆ นี้

ที่มา : bleepingcomputer

Announcing the May 2018 Git Security Vulnerability

แจ้งเตือนช่องโหว่ใน Git เสี่ยงโดนรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้
ซอฟต์แวร์ทำ version control “Git” ถูกระบุถึงการมีอยู่ของสองช่องโหว่ร้ายแรงเมื่อวานนี้ โดยผลจากการโจมตีช่องโหว่ดังกล่าวนั้นส่งผลให้เมื่อผู้ใช้งานทำการเรียกใช้ฟังก์ชัน clone จาก git ในรุ่นที่มีช่องโหว่แล้วไปยัง repository ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อโจมตีช่องโหว่แล้ว อาจถูกรันโค้ดที่เป็นอันตรายในระบบของผู้ใช้งานได้

ช่องโหว่แรกคือช่องโหว่ CVE-2018-11233 เป็นช่องโหว่ที่เกิดจากการอ่านข้อมูลที่เกินขอบเขตของหน่วยความจำเมื่อทำการตรวจสอบพาธในระบบไฟล์แบบ NTFS ส่วนช่องโหว่ที่สองคือช่องโหว่ CVE-2018-11235 นั้นเป็นช่องโหว่ remote code execution ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีผู้ประสงค์ร้ายทำการสร้างไฟล์ .gitmodules ซึ่งเมื่อถูกโคลนด้วยคำสั่ง git clone –recurse-submodules แล้ว อาจส่งผลให้เกิดการทำ directory traversal และการรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้

CVE-2018-11233 และ CVE-2018-11235 ส่งผลกระทบ Git ก่อนรุ่น 2.13.7, 2.14.x ก่อนรุ่น 2.14.4, 2.15.x ก่อนรุ่น 2.15.2, 2.16.x ก่อนรุ่น 2.16.4, และ 2.17.x ก่อนรุ่น 2.17.1
สองช่องโหว่ที่ถูกค้นพบนั้นได้ถูกแก้ไขแล้วใน Git รุ่น 2.17.1 ผู้ใช้งานสามารถทำการอัปเดตโปรแกรมเพื่อรับแพชต์สำหรับช่องโหว่ได้ทันที ในขณะเดียวกันในฝั่งของผู้ให้บริการอย่าง GitHub และ Microsoft ก็ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ในการตรวจสอบหาโค้ดสำหรับโจมตีที่อยู่ใน repository เพื่อช่วยป้องกันแล้ว

Recommendation
สองช่องโหว่ที่ถูกค้นพบนั้นได้ถูกแก้ไขแล้วใน Git รุ่น 2.17.1 ผู้ใช้งานสามารถทำการอัปเดตโปรแกรมเพื่อรับแพชต์สำหรับช่องโหว่ได้ทันที ในขณะเดียวกันในฝั่งของผู้ให้บริการอย่าง GitHub และ Microsoft ก็ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ในการตรวจสอบหาโค้ดสำหรับโจมตีที่อยู่ใน repository เพื่อช่วยป้องกันแล้ว

Affected Platform
Git ก่อนรุ่น 2.13.7, 2.14.x ก่อนรุ่น 2.14.4, 2.15.x ก่อนรุ่น 2.15.2, 2.16.x ก่อนรุ่น 2.16.4, และ 2.17.x ก่อนรุ่น 2.17.1

ที่มา : Microsoft

Honda India Left Details of 50,000 Customers Exposed on an AWS S3 Server

Bob Diachenko จาก Kromtech เปิดเผยการค้นพบสอง S3 bucket ของ Honda Car India ซึ่งไม่ได้มีตั้งค่าการเข้าถึงอย่างปลอดภัย ส่งผลให้ข้อมูลลูกค้ากว่า 50,000 รายการรั่วไหล

ภายใต้ทั้งสอง S3 bucket นั้น ประกอบไปด้วยข้อมูลของชื่อลูกค้า, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล, บัญชีของลูกค้ารวมไปถึงรหัสผ่านด้วย

Diachenko ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบทั้งสอง bucket เบื้องต้น เขาค้นพบหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่าทั้งสอง bucket นั้นเคยถูกค้นพบแล้วโดยแฮกเกอร์ Robbie Wiggins ซึ่งเขาได้ทิ้งหลักฐานเอาไว้ในทั้งสอง bucket เพื่อเป็นหลักฐานในการพิสูจน์ว่าการตั้งค่าการใช้งานนั้นมีปัญหาด้านความปลอดภัย โดยข้อความนั้นบ่งชี้ว่าทั้งสอง bucket ถูกแจ้งว่ามีความเสี่ยงแล้วเป็นเวลามากว่า 3 เดือน

ในขณะนี้ Honda Car India ได้ทำการแก้ไขการตั้งค่าใหม่ให้เป็นการตั้งค่าที่ปลอดภัยแล้ว

ที่มา : bleepingcomputer

Flaws in IBM QRadar Allow Remote Command Execution

แจ้งเตือนช่องโหว่ระดับวิกฤติใน SIEM จาก IBM "QRadar"

นักวิจัยด้านความปลอดภัยอิสระ Pedro Ribeiro ได้ประกาศการค้นช่องโหว่ 3 ช่องโหว่ซึ่งเมื่อนำมาใช้งานร่วมกันแล้ว สามารถทำให้ผู้โจมตีทำการโจมตี IBM QRadar จากระยะไกลแล้วยังได้สิทธิ์สูงสุดในระบบได้

ช่องโหว่ทั้ง 3 ช่องโหว่นั้นถูกระบุรวมกันในรหัส CVE-2018-1418 โดยช่องโหว่แรกทำให้ผู้โจมตีสามารถข้ามผ่านการพิสูจน์ตัวตนของระบบได้ จากนั้นช่องโหว่ที่สองจะสามารถถูกใช้เพื่อทำการรันโค้ดที่เป็นอันตราย และสุดท้ายช่องโหว่ที่สามจะถูกใช้เพื่อยกระดับสิทธิ์

NIST ให้ความรุนแรงของ CVE-2018-1418 ที่คะแนน 9.8/10 โดยช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบผลิตภัณฑ์ในรุ่น 7.3.0-7.3.1 Patch 2 และ 7.2.0-7.2.8 Patch 11 ผู้ใช้งานสามารถทำการอัปเกรดเป็นรุ่น 7.3.1 Patch 3 และ 7.2.8 Patch 12 เพื่อรับแพตช์ช่องโหว่ได้

ที่มา : securityweek

Alert (TA18-149A) HIDDEN COBRA – Joanap Backdoor Trojan and Brambul Server Message Block Worm

US-CERT แจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของกลุ่มแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือ "Hidden Cobra" ล่าสุด พบ IOC ใหม่จากมัลแวร์เก่า

US-CERT ประกาศแจ้งเตือนล่าสุดรหัส TA18-149A หลังจากมีการตรวจพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มแฮกเกอร์สัญชาติเกาหลีเหนือ "Hidden Cobra" ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับมัลแวร์ที่เคยมีการแพร่กระจายมาแล้วคือ "Joanap" และ "Brambul" ด้วย
มัลแวร์ Joanap ถูกระบุว่าเป็นมัลแวร์ที่จะถูกติดตั้งเมื่อผู้โจมตียึดครองระบบได้แล้ว โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างการเชื่อมต่อแบบ peer-to-peer กับเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ออกคำสั่งและควบคุมซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้างกองทัพของบ็อตเน็ตจากเซิร์ฟเวอร์ที่เคยยึดครองแล้วได้ ส่วนมัลแวร์ "Brambul" นั้นเป็นมัลแวร์ที่แพร่กระจายผ่านทางโปรโตคอล SMB (TCP/139, TCP/445) ด้วยวิธีการเดารหัสผ่าน เพื่อให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมระบบจากระยะไกลได้

ไอ-ซีเคียวแนะนำให้ผู้ดูแลระบบทำการตรวจสอบตัวบ่งชี้ภัยคุกคามจากแหล่งที่มากับระบบภายในเพื่อค้นหาการมีอยู่ของมัลแวร์ดังกล่าว รวมถึงตั้งค่าระบบให้ปลอดภัยเพื่อป้องกันการโจมตที่จะเกิดขึ้นควบคู่กันไปด้วย

ที่มา : us-cert

Two Canadian Banks Announce Hacks Over the Weekend

สองธนาคารใหญ่ในแคนาดาถูกโจมตีทางไซเบอร์ ข้อมูลรั่วไหล/ถูกขู่เผยแพร่ข้อมูล

ธนาคาร Simplii Financial ซึ่งภายใต้เครือ CIBC และ Bank of Montrel สองธนาคารยักษ์ใหญ่ในแคนาดาได้ประกาศแจ้งเตือนหลังจากตรวจพบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่กระทบกับลูกค้าในระยะเวลาไล่เลี่ยกันเมื่อวานที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้
สำหรับกรณีของธนาคาร Simplii Financial นั้น ทางธนาคารได้มีการตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลทางช่องทาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งข้อมูลดังกล่าวนั้นเป็นที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าและบัญชีของธนาคารประมาณ 40,000 รายการ โดยในการตอบสนองเบื้องต้นนั้น ทางธนาคารได้ทำการเพิ่มการตรวจสอบการใช้งานข้อมูลในชุดข้อมูลที่ต้องสงสัยว่าจะถูกเข้าถึงดังกล่าวแล้วควบคู่ไปกับการตรวจสอบหาสาเหตุของการรั่วไหล อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานว่าข้อมูล CIBC นั้นรั่วไหลด้วยหรือไม่

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง Bank of Montreal ได้ประกาศการตรวจพบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยในลักษณะคล้ายคลึงกัน หลังจากที่ธนาคารได้รับการติดต่อจากผู้ประสงค์ร้ายซึ่งอ้างว่าได้เข้าถึงข้อมูลของลูกค้าประมาณ 50,000 รายการ และมีการขู่ว่าจะเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวออกสู่สาธาณะ (ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมของเงื่อนไขในการต่อรองการข่มขู่นี้) โดยในเบื้องต้นทางธนาคารเชื่อว่าที่มาของการโจมตีน่าจะมาจากต่างประเทศ และจะดำเนินการค้นหาสาเหตุและที่มาของการโจมตีโดยละเอียดต่อไป

ที่มา : bleepingcomputer

Talos finds new VPNFilter malware hitting 500K IoT devices, mostly in Ukraine

ทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัย Talos จากบริษัท Cisco ได้มีการเปิดเผยปฏิบัติการการแพร่กระจายมัลแวร์ซึ่งมุ่งโจมตีอุปกรณ์เครือข่ายตามบ้าน (Small Office/Home Office) โดยใช้มัลแวร์ชนิดใหม่ชื่อ VPNFilter ซึ่งในขณะนี้น่าจะมีอุปกรณ์ที่ติดมัลแวร์แล้วอย่างน้อย 500,000 เครื่องทั่วโลก

มัลแวร์ VPNFilter นั้นเมื่อถูกติดตั้งลงในอุปกรณ์แล้ว มันสามารถที่จะดักจับข้อมูลที่ส่งผ่านอุปกรณ์, ขโมยข้อมูลหรือแม้กระทั่งตัดอินเตอร์เน็ตและทำลายอุปกรณ์ให้ไม่สามารถใช้งานต่อได้ ด้วยความซับซ้อนของมัลแวร์ VPNFilter และความเหมือนกับมัลแวร์อีกชนิดหนึ่ง ทีม Talos จึงลงความเห็นว่าปฏิบัติการการโจมตีที่เกิดขึ้นนั้นน่าจะมีประเทศใดประเทศหนึ่งอยู่เบื้องหลังการโจมตี หรือกลุ่มผู้โจมตีอาจได้รับการสนับสนุนทรัพยากรแหล่งทรัพยากรระดับประเทศ (nation-state)

ในขณะนี้ทีม Talos ได้ประสานงานกับหน่วยงานจากหลายประเทศเพื่อดำเนินการปิดเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ในการติดต่อและควบคุมอุปกรณ์ที่ติดมัลแวร์แล้ว และแนะนำให้ผู้ใช้งานดำเนินการตามคำแนะนำซึ่งจากปรากฎในหัวข้อ "การตรวจจับและจัดการมัลแวร์ในอุปกรณ์" โดยด่วนที่สุดเพื่อจัดการภัยคุกคาม

อ่านข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามเพิ่มเติมที่: https://www.

EFAIL

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยซึ่งประกอบด้วยนักวิจัยจาก Münster University of Applied Sciences, Ruhr University Bochum และ KU Leuven ได้ร่วมกันเปิดเผยช่องโหว่ใหม่ภายใต้ชื่อช่องโหว่ว่า EFAIL โดยช่องโหว่ดังกล่างนั้นเป็นช่องโหว่ที่อาจทำให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลเมื่ออีเมลถูกเข้ารหัสด้วยเทคโนโลยีอย่าง OpenPGP และ S/MIME ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการดักจับและแก้ไขข้อมูลรวมไปถึงปัญหาในโปรแกรมอ่านอีเมลด้วยได้

เมื่อถูกโจมตีโดยช่องโหว่นี้นั้น ทันทีที่ผู้ใช้งานทำการเปิดอีเมลและถอดรหัสอีเมลที่ทำการเข้ารหัสด้วยวิธีการตามที่ระบุพร้อมทั้งมีปัจจัยที่จะทำให้ถูกโจมตีครบถ้วน ผู้โจมตีจะสามารถเข้าถึงข้อมูลซึ่งถูกเข้ารหัสได้ทันทีจากระยะไกล

ช่องโหว่ EFAIL นั้นเกิดขึ้นจากปัญหาด้านความปลอดภัยหลายปัจจัย โดยในบล็อกนี้นั้นทีมตอบสนองการโจมตีและภัยคุกคามจะมาอธิบายปัญหาดังกล่าวซึ่งนำไปสู่การเกิดขึ้นของช่องโหว่ ข้อเท็จจริงของช่องโหว่ พร้อมทั้งวิธีการลดผลกระทบจากช่องโหว่นี้

ดูเพิ่มเติม: http://www.

Google Releases Security Update for Chrome

Google เปิดตัว Chrome เวอร์ชัน 66.0.3359.170 สำหรับ Windows, Mac และ Linux โดยเวอร์ชั่นนี้มีการแก้ไขช่องโหว่ที่ผู้โจมตีสามารถโจมตีได้จากระยะไกลเพื่อเข้าควบคุมเครื่อง ช่องโหว่ที่แก้ไขอยู่ในระดับ Critical,High

Critical: Chain leading to sandbox escape.

Phishing Attack Bypasses Two-Factor Authentication

Two-Factor Authentication(2FA) เป็นมาตรฐานความปลอดภัยในการเข้าสู่ระบบที่กำลังถูกใช้อย่างแพร่หลายไปทั่วโลก แต่ผู้โจมตีกำลังหาวิธีหลีกเลี่ยง เพื่อเข้าถึงบัญชีเป้าหมายด้วยการใช้ Phishing และมีเครื่องมือชื่อว่า "Evilginx" ถูกพัฒนาขึ้นมาโดย white hacker ที่มีชื่อว่า Kuba Gretzky

เริ่มต้นด้วยการที่ผู้โจมตีสร้าง URL ที่เป็นอันตราย ซึ่งออกแบบมาให้ดูคล้ายกับเว็บไซต์ที่ผู้คนส่วนใหญ่รู้จัก โดยการสาธิตเริ่มจากเปิดอีเมลปลอมที่คล้ายๆว่ามาจาก LinkedIn แต่ที่จริงมันคือ "llnked[dot]com" เมื่อเหยื่อคลิกลิงก์ดังกล่าวจะถูก redirect ไปยังหน้าเข้าสู่ระบบเพื่อหลอกให้ป้อนชื่อผู้ใช้, รหัสผ่าน และรหัสการตรวจสอบสิทธิ์ที่จะถูกส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของเจ้าของบัญชี ในขณะเดียวกันผู้โจมตีจะมีการเก็บชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และรหัส 6-Digit ที่กรอก รวมถึง Session Cookie ที่เกิดขึ้น

แม้ว่ารหัส 2FA ที่เหยื่อกรอก จะไม่สามารถถูกนำมาใช้ซ้ำได้ แต่สิ่งที่ผู้โจมตีต้องการคือ Session Cookie โดย Cookie ดังกล่าวจะถูกป้อนผ่าน Developer Tools บนเว็บไซต์จริง แล้วกด Refresh แค่นั้นเอง ก็สามารถเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ของเหยื่อได้แล้ว

รายละเอียดเครื่องมือ: https://breakdev.