iOS Trustjacking Attack Exposes iPhones to Remote Hacking

แจ้งเตือนช่องโหว่ iOS Trustjacking ยึดอุปกรณ์ได้จากระยะไกล

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Symantec ได้มีการเปิดเผยช่องโหว่สำหรับอุปกรณ์ iOS ล่าสุดภายใต้ชื่อ "Trustjacking" ซึ่งส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมและยึดครองอุปกรณ์ได้จากระยะไกลโดยอาศัยการเชื่อมต่อที่มีอยู่ก่อนแล้วของอุปกรณ์กับอุปกรณ์อื่นๆ

ที่มาที่แท้จริงของปัญหานี้มาจากฟีเจอร์ iTunes Wi-Fi Sync ซึ่งอนุญาตให้คอมพิวเตอร์สามารถควบคุมอุปกรณ์ iOS ได้ผ่านทั้งทางสายและทาง Wi-Fi ผู้โจมตีจะอาศัยข้อเท็จจริงที่อุปกรณ์ iOS จะ "เชื่อถือ" คอมพิวเตอร์ในการสั่งผ่าน iTunes API เพื่อแอบถ่ายภาพหน้าจอ ลงแอป หรือบังคับให้ทำ remote backup เพื่อขโมยข้อมูลได้ และแม้ว่าผู้ใช้งานจะไม่เคยเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ที่น่าสงสัยเลย ผู้โจมตีก็สามารถหลอกให้ผู้ใช้งานทำการเชื่อมต่อเอาไว้ด้วยวิธีการวิศวกรรมทางสังคมและใช้การเชื่อมต่อดังกล่าวเพื่อควบคุมได้เช่นเดียวกันตราบเท่าที่ยังอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน

แอปเปิลได้ให้คำแนะนำในการป้องกันเบื้องต้นคือ ผู้ใช้ควรมีการตั้งค่า Passcode ซึ่งจะบังคับให้ต้องกรอกทุกครั้งเมื่อมีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใดๆ รวมไปถึงล้างการตั้งค่าคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่อุปกรณ์ iOS เคยเชื่อถือผ่านทาง Settings > General > Reset > Reset Location & Privacy

ที่มา:bleepingcomputer

Drupal core – Moderately critical – Cross Site Scripting – SA-CORE-2018-003

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ให้ทำการตรวจสอบการดำเนินการเพื่อป้องกันการโจมตีดังนี้
- ในกรณีที่ผู้ใช้งานมีการใช้ Drupal 8 ให้ทำการดาวโหลดไปเป็น Drupal 8.5.2 ถึง 8.4.7
- สำหรับ Drupal 7.x ที่ใช้งาน CKEditor ในเวอร์ชัน 7.x-1.18 จาก CDN โดยตรงจะไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้ อย่างไรก็ตามหากมีการติดตั้งไลบรารีจากช่องทางอื่น และ CKEditor ที่ติดตั้งเองนั้นอยู่ในช่องรุ่น 4.5.11 - 4.9.1 ให้ทำการอัปเดตไปเป็น CKEdit 4.9.2 โดยทันที
Recommendation Drupal ออกประกาศเตือนช่องโหว่ XSS ความรุนแรงระดับ "เกือบ" วิกฤติ

Drupal ได้มีการประกาศแพตช์ด้านความปลอดภัยรหัส SA-CORE-2018-003 ซึ่งเป็นช่องโหว่ XSS ในไลบรารี CKEditor ที่ความรุนแรงระดับสูง (moderately critical) ช่องโหว่ XSS สามารถช่วยให้ผู้โจมตีเข้าถึงข้อมูลในการยืนยันตัวตนและปลอมแปลงเป็นผู้ใช้งานอื่นได้

ที่มา:drupal

Data firm leaks 48 million user profiles it scraped from Facebook, LinkedIn, others

บริการ LocalBox ทำข้อมูลรั่ว กระทบผู้ใช้งาน Facebook, LinkedIn และ Twitter กว่า 48 ล้านคน

บริการ LocalBox ซึ่งเป็นบริการจัดเก็บข้อมูลตามที่สาธารณะเพื่อทำการวิเคราะห์และวิจัยเฉพาะทางนั้นได้มีการเปิดการเข้าถึงบริการจัดเก็บข้อมูล S3 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในเครือ AWS เอาไว้ โดยภายในมีการจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานกว่า 48 ล้านคน ซึ่งโดยมากนั้นมีที่มาจาก Facebook, LinkedIn และ Twitter

จากการเปิดเผยของนักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก UpGuard ข้อมูลใน bucket ดังกล่าวนั้นมีขนาด (ที่ถูกบีบอัดแล้ว) ทั้งหมด 151.3 GB หรือ 1.2 TB เมื่อคลายการบีบอัดมาแล้ว ประกอบด้วยข้อมูล อาทิ ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่จริง, วันเกิด, หมายเลขไอพีแอดเดรสและอีเมล โดยที่มาของข้อมูลทั้งหมดนั้นมาจากการดึงโดยข้อมูลโดยตรงจากโปรไฟล์ที่สามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะ

หลังจากการเปิดเผยดังกล่าว LocalBox กล่าวหา UpGuard ว่าตั้งใจ "แฮก" เข้าไปดูข้อมูล และกล่าวว่าข้อมูลดังกล่าวถูกใช้เพื่อการทดสอบเท่านั้น ก่อนจะทำการปิดการเข้าถึงไป

ที่มา:bleepingcomputer

Flash! Ah-ahhh! WebEx pwned for all of us!

Cisco ประกาศแพตช์ช่องโหว่ครั้งใหญ่ ปิดช่อง WebEx รันโค้ดได้จากระยะไกล

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Alexandros Zacharis จาก ENISA ได้แจ้งเตือนและประกาศการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤติในซอฟต์แวร์ Cisco WebEx หลังจากค้นพบช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์แฟลชที่เป็นอันตรายซึ่งจะทำให้เกิดการรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้

แม้ว่าช่องโหว่นี้จะยังไม่มีรายงานถึงการใช้งานในการโจมตีจริง แต่ก็เป็นช่องโหว่ที่ผู้ใช้งานควรทำการแพตช์เป็นอย่างสูงเนื่องจากความรุนแรงของช่องโหว่นี้นั้นสูงถึง 9 เต็ม 10 ะแนนจากมาตรฐาน CVSS ซึ่งวิธีการลดผลกระทบนี้นั้นไม่สามารถดำเนินการด้วยวิธีการอื่นได้นอกจากการแพตช์ โดยเวอร์ชันที่มีการแพตช์แล้วจะอยู่ในรุ่น T32.10

นอกเหนือจากแพตช์ของ WebEx แล้ว Cisco ยังได้มีการประกาศแพตช์ให้กับอีกหลายซอฟต์แวร์ในเครือ เช่น ช่องโหว่ใน Unified Computing System (UCS) แนะนำให้ตรวจสอบกับ Cisco Security Advisory และทำการอัปเดตโดยด่วน

ที่มา:theregister

Critical Unpatched RCE Flaw Disclosed in LG Network Storage Devices

แจ้งเตือนช่องโหว่ระดับวิกฤติใน LG NAS รันโค้ดได้จากระยะไกล

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก VPN mentor ได้ประกาศการค้นพบช่องโหว่อันตรายในอุปกรณ์ LG NAS โดยช่องโหว่ดังกล่าวนั้นทำให้ผู้โจมตีสามารถรันคำสั่งที่เป็นอันตรายใดๆ ก็ได้จากระยะไกลโดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวตนกับอุปกรณ์

ที่มาของช่องโหว่ดังกล่าวนั้นมาจากปัญหาของการตรวจสอบพารามิเตอร์ "password" เมื่อผู้ใช้งานทำการเข้าถึงระบบอย่างไม่ปลอดภัย ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถสอดแทรกคำสั่งของระบบลงในฟิลด์สำหรับกรอกรหัสผ่านได้ทันที

ในตอนนี้ยังไม่มีการแก้ไขหรือการประกาศการรับผิดชอบใดๆ จาก LG สิ่งที่ผู้ใช้งานควรดำเนินการในเบื้องต้นเพื่อป้องกันการโจมตีในลักษณะนี้คือควรมีการตั้งค่าไม่ให้มีการเข้าถึงอุปกรณ์โดยตรงจากอินเตอร์เน็ตรวมไปถึงควรมีการเฝ้าระวังและตรวจหาความผิดปกติของอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ

คลิปวีดิโอการสาธิตโจมตีช่องโหว่ https://www.

Microsoft makes Windows Defender anti-phishing plugin available for Chrome

Microsoft ได้เผยแพร่ใน ปลั๊กอินที่ป้องการฟิชชิ่ง ของ Windows Defender ใน Chrome ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 18 เมษายน 2018 เป้าหมายหลักของ บริษัท คือการปกป้องผู้ใช้จากรายการลิงก์ที่เป็นอันตรายที่เป็นที่รู้จัก
สามารดาวน์โหลดได้ใน Chrome ไม่ขัดแย้งกับมาตรการรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ ที่อาจมีการตั้งค่าไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์และจะไม่เป็นการรบกวนการป้องกันในตัวของ Chrome
ฟิชชิ่งถือว่าเป็นภัยคุกคามความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในปัจจุบัน ผู้ไม่หวังดีมักจะส่งอีเมลปลอมอ้างว่าเป็นธนาคารของเหยื่อหรือบริการด้านภาษีและเพิ่มลิงก์เรียกผู้กระทำความผิดเพื่อทำหน้าที่ เมื่อเหยื่อคลิกที่ลิงค์มีความเป็นไปได้ที่เขา / เธอจะดาวน์โหลดรูปแบบของมัลแวร์

ที่มา: zdnet

Intel SPI Flash Flaw Lets Attackers Alter or Delete BIOS/UEFI Firmware

Intel มีการประกาศช่องโหว่ใหม่ CVE-2017-5703 ใน SPI Flash Memory เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาโดยช่องโหว่นี้นั้นอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถแก้ไขพฤติกรรมการทำงานหน่วยความจำในส่วนดังกล่าวที่มีหน้าที่สำคัญเมื่อมีการเปิดใช้งานระบบได้

อ้างอิงจาก Lenovo ซึ่งมีการปล่อยแพตช์ด้านความปลอดภัยออกมาแล้ว Lenovo ได้มีการพูดถึงผลกระทบของช่องโหว่นี้ว่า "ปัญหาดังกล่าวอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถขัดขวางการอัปเดต BIOS/UEFI, เลือกลบข้อมูลบางส่วนในเฟิร์มแวร์ซึ่งจะส่งผลให้ระบบไม่สามารถใช้งานได้ และมีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่จะทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้"

Recommendation ช่องโห่วดังกล่าวได้รับคะแนนความร้ายแรง 7.9/10 และได้มีแพตช์สำหรับป้องกันการโจมตีช่องโหว่นี้ออกมาแล้ว แนะนำให้ผู้ใช้งานตรวจสอบกับผู้ผลิตและทำการอัปเดตโดยด่ว
Affected Platform - 8th generation Intel® Core™ Processors
- 7th generation Intel® Core™ Processors
- 6th generation Intel® Core™ Processors
- 5th generation Intel® Core™ Processors
- Intel® Pentium® and Celeron® Processor N3520, N2920, and N28XX
- Intel® Atom™ Processor x7-Z8XXX, x5-8XXX Processor Family
- Intel® Pentium™ Processor J3710 and N37XX
- Intel® Celeron™ Processor J3XXX
- Intel® Atom™ x5-E8000 Processor
- Intel® Pentium® Processor J4205 and N4200
- Intel® Celeron® Processor J3455, J3355, N3350, and N3450
- Intel® Atom™ Processor x7-E39XX Processor
- Intel® Xeon® Scalable Processors
- Intel® Xeon® Processor E3 v6 Family
- Intel® Xeon® Processor E3 v5 Family
- Intel® Xeon® Processor E7 v4 Family
- Intel® Xeon® Processor E7 v3 Family
- Intel® Xeon® Processor E7 v2 Family
- Intel® Xeon® Phi™ Processor x200
- Intel® Xeon® Processor D Family
- Intel® Atom™ Processor C Series

ที่มา : bleepingcomputer

Popular Android Phone Manufacturers Caught Lying About Security Updates

Karsten Nohl และ Jakob Lell นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Security Research Labs (SRL) ได้ออกมาเปิดเผยงานวิจัยว่า ผู้ผลิตแอนดรอยด์พร้อมซอฟต์แวร์ (OEM) หลายเจ้าซึ่งรวมไปถึง Samsung, Xiaomi, OnePlus, Sony, HTC, LG และ Huawei นั้นไม่ได้มีการปล่อยแพตช์ด้านความปลอดภัยให้ผู้ใช้งานแม้ว่าจะมีการออกแพตช์อย่างเป็นทางการมาจาก Google ในทุกๆ เดือนแล้วก็ตาม

งานวิจัยของ SRL เปิดเผยจากการทดสอบอุปกรณ์กว่า 1200 เครื่องและพบว่าผู้ผลิตบางเจ้านอกจากจะไม่ได้ปล่อยแพตช์ด้านความปลอดภัยออกมาให้กับผู้ใช้งานแล้ว ยังมีการเปลี่ยนแปลงวันที่อัปเดตของแพตช์ด้านความปลอดภัยเป็นวันที่ล่าสุดเพื่อตบตาผู้ใช้งานว่าได้ทำการอัปเดตแล้วด้วย โดยเมื่อแยกแพตช์ด้านความปลอดภัยในระดับวิกฤติและในระดับสูง ผู้ผลิตหลายรายไม่ได้ปล่อยแพตช์แยกได้ดังนี้

- Google, Sony, Samsung และ Wiko Mobile มีกรณีที่ไม่ได้ปล่อยแพตช์น้อยที่สุดเพียงครั้งเดียว
- Xiaomi, OnePlus และ Nokia มีกรณีที่ไม่ได้ปล่อยแพตช์ 1-3 ครั้ง
- HTC, Hauwei, LG และ Motorola มีกรณีที่ไม่ได้ปล่อยแพตช์ 3-4 ครั้ง
- TCL และ ZTE มีกรณีที่ไม่ได้ปลอดภัยแพตช์มากกว่า 4 ครั้ง

SRL ได้แนะนำให้ผู้ใช้งานตรวจสอบระดับความปลอดภัยของแอนดรอยด์ที่้ใช้งานอยู่ด้วยผ่านทางแอปซึ่งทาง SRL ออกแบบชื่อ SnoopSnitch ซึ่งจะช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคำกล่าวอ้างของผู้ผลิตได้ด้วย

ที่มา : thehackernews

April 2018 security update release

ไมโครซอฟต์ปล่อยแพตช์ด้านความปลอดภัยประจำเดือนเกือบ 70 รายการ

ไมโครซอฟต์ประกาศแพตช์ด้านความปลอดภัยประจำเดือนเมษายนแล้วเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาโดยในรอบนี้ในครอบคลุมช่องโหว่ทั้งหมด 66 รายการ โดยมีช่องโหว่ระดับความร้ายแรงสูงกว่า 22 รายการ

แนะนำให้อัปเดตแพตช์ผ่านทาง Windows Update หรือในช่องทางอื่นๆ โดยด่วนเพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีโดยช่องโหว่ดังกล่าว

ที่มา : Microsoft

Alert (TA18-106A) Russian State-Sponsored Cyber Actors Targeting Network Infrastructure Devices

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ร่วมกับ FBI และหน่วยงานความมั่นคงทางไซเบอร์ของอังกฤษได้ร่วมกันออกประกาศแจ้งเตือนแคมเปญซึ่งเชื่อกันว่าผู้โจมตีได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย โดยแคมเปญการโจมตีดังกล่าวนั้นพุ่งเป้าไปที่อุปกรณ์เครือข่ายประเทศต่างๆ ซึ่งมีเป้าหมายทั้งในกลุ่มผู้ให้บริการสาธารณูปโภค ผู้ให้บริการเครือข่ายและในภาคส่วนอื่นๆ เพื่อทำการตั้งค่าอุปกรณ์ใหม่ให้มีการส่งข้อมูลกลับมายังรัสเซีย

สำหรับรายละเอียดในการโจมตีนั้น แฮกเกอร์จะพุ่งเป้าไปที่อุปกรณ์ที่มีการตั้งค่าที่ไม่ปลอดภัยอยู่ก่อนแล้ว หรือหมดอายุการซัพพอร์ตทางด้านความปลอดภัยโดยเป็นการโจมตีที่ไม่ต้องอาศัยช่องโหว่ 0day หรือช่องโหว่ในรูปแบบพิเศษใดๆ โดยแฮกเกอร์จะทำการสแกนพอร์ตมาที่พอร์ต 3, 80, 8080, 161, 162 และ 4768 เพื่อทำการเก็บข้อมูลก่อนที่จะพยายามเข้าถึงระบบตามลักษณะของโปรโตคอลที่ไม่ปลอดภัยต่างๆ หลังจากการโจมตีเสร็จเรียบร้อยแล้วแฮกเกอร์มักจะสร้างแอคเคาท์ลับ (backdoor) เอาไว้รวมไปถึงตั้งค่าการเชื่อมต่อใหม่เพื่อให้อุปกรณ์แอบส่งข้อมูลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของแฮกเกอร์ได้

ทาง US-CERT ได้ประกาศขั้นตอนในการตรวจสอบว่าถูกโจมตีหรือไม่และการตั้งค่าด้านความปลอดภัยที่ควรปฏิบัติเอาไว้แล้ว แนะนำให้ตรวจสอบวิธีการรับมือพร้อมทั้ง IOC เพิ่มเติมได้จากแหล่งที่มา

ที่มา : us-cert