Transaction Reversal Fraud – Global

Diebold ประกาศแจ้งเตือนการโจมตี Jackpotting และมัลแวร์ในเอทีเอ็ม พร้อม Fraud แบบใหม่จาก NCR

Diebold และ NCR บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายระบบเอทีเอ็มและ POS รายใหญ่ออกประกาศด้านความปลอดภัยในระยะเวลาไล่เลี่ยกันเมื่อวานที่ผ่านมา โดยในประกาศของ Diebold นั้นโฟกัสไปที่การโจมตีด้วยวิธีการ Jackpotting และการค้นพบมัลแวร์ในเอทีเอ็ม สว่นประกาศจาก NCR นั้นเน้นไปที่เรื่องของเทคนิคการ Fraud "Transaction Reversal Fraud (TRF)" และวิธีการป้องกัน

Diebold ประกาศหลังจากตรวจพบเพิ่มขึ้นของการโจมตีในรูปแบบ Jackpotting กับระบบเอทีเอ็มซึ่งอยู่ในยุโรปและละตินอเมริกาโดยพุ่งเป้าไปที่ตู้รุ่น Opteva ที่มีการใช้งานตัวจ่ายเงินรุ่น Advacned Function Dispenser (AFD) 1.x ผู้โจมตีอาศัยทั้งการเข้าถึงทางกายภาพและทางซอฟต์แวร์เพื่อข้ามผ่านการตรวจสอบและยืนยันอุปกรณ์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้เกิดการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกที่สามารถใช้เพื่อควบคุมระบบของเอทีเอ็มให้สามารถสั่งจ่ายเงินได้ อย่างไรก็ตามการโจมตีส่วนมากที่ตรวจพบนั้นไม่ประสบความสำเร็จด้วยเหตุผลทางด้านเทคนิค Diebold แนะนำให้ผู้ใช้งานทำการอัปเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นรุ่นล่าสุดเพื่อป้องกันการโจมตีนี้

ในขณะเดียวกัน Diebold ได้ประกาศการค้นพบมัลแวร์ที่พุ่งเป้าโจมตีระบบเอทีเอ็มภายใต้ชื่อ "Peralta" โดยมัลแวร์ชนิดดังกล่าวนั้นถูกออกแบบมาเพื่อสร้างการโจมตีแบบ Jackpotting โดยใช้ซอฟต์แวร์แทนที่จะเป็นการโจมตีทางกายภาพกับระบบเอทีเอ็ม ในการโจมตีนั้น ผู้โจมตีใช้วิธีการถอดฮาร์ดดิสก์ของเอทีเอ็มที่อยู่บริเวณด้านบนของตู้ออกก่อนจะทำการแก้ไขข้อมูลในฮาร์ดดิสก์เพื่อสอดแทรกมัลแวร์ โดยมัลแวร์จะทำการโจมตีช่องโหว่รหัส MS16-032 ซึ่งมีการแพตช์ไปแล้วเพื่อยกระดับสิทธิ์ด้วยสคริปต์ PowerShell หลังจากนั้นจึงทำการเริ่มการทำงานของส่วนหลักของมัลแวร์ที่จะเริ่มการทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อระบบของเอทีเอ็มถูกเปิด และคอยรอรับคำสั่งที่เป็นชุดของการกดแป้นพิมพ์ต่อ

สำหรับประกาศจากทาง NCR นั้น ได้มีการแจ้งเตือนความถีที่เพิ่มขึ้นของรูปแบบการโจมตีที่มีชื่อเรียกว่า Transaction Reversal Fraud (TRF) ซึ่งเป็นการโจมตีเพื่อขโมยเงินจากเอทีเอ็มออกโดยอาศัยการทำให้เกิด "ข้อผิดพลาด" ในกระบวนการถอนเงินที่เกือบสำเร็จ ซึ่งส่งผลให้บริเวณของส่วนจ่ายเงินยังเปิดอยู่และชิงเอาเงินออกมาก่อนที่เงินจะถูกส่งคืนกลับเซฟได้

ที่มา : response

Transaction Reversal Fraud – Global

Diebold ประกาศแจ้งเตือนการโจมตี Jackpotting และมัลแวร์ในเอทีเอ็ม พร้อม Fraud แบบใหม่จาก NCR

Diebold และ NCR บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายระบบเอทีเอ็มและ POS รายใหญ่ออกประกาศด้านความปลอดภัยในระยะเวลาไล่เลี่ยกันเมื่อวานที่ผ่านมา โดยในประกาศของ Diebold นั้นโฟกัสไปที่การโจมตีด้วยวิธีการ Jackpotting และการค้นพบมัลแวร์ในเอทีเอ็ม สว่นประกาศจาก NCR นั้นเน้นไปที่เรื่องของเทคนิคการ Fraud "Transaction Reversal Fraud (TRF)" และวิธีการป้องกัน

Diebold ประกาศหลังจากตรวจพบเพิ่มขึ้นของการโจมตีในรูปแบบ Jackpotting กับระบบเอทีเอ็มซึ่งอยู่ในยุโรปและละตินอเมริกาโดยพุ่งเป้าไปที่ตู้รุ่น Opteva ที่มีการใช้งานตัวจ่ายเงินรุ่น Advacned Function Dispenser (AFD) 1.x ผู้โจมตีอาศัยทั้งการเข้าถึงทางกายภาพและทางซอฟต์แวร์เพื่อข้ามผ่านการตรวจสอบและยืนยันอุปกรณ์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้เกิดการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกที่สามารถใช้เพื่อควบคุมระบบของเอทีเอ็มให้สามารถสั่งจ่ายเงินได้ อย่างไรก็ตามการโจมตีส่วนมากที่ตรวจพบนั้นไม่ประสบความสำเร็จด้วยเหตุผลทางด้านเทคนิค Diebold แนะนำให้ผู้ใช้งานทำการอัปเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นรุ่นล่าสุดเพื่อป้องกันการโจมตีนี้

ในขณะเดียวกัน Diebold ได้ประกาศการค้นพบมัลแวร์ที่พุ่งเป้าโจมตีระบบเอทีเอ็มภายใต้ชื่อ "Peralta" โดยมัลแวร์ชนิดดังกล่าวนั้นถูกออกแบบมาเพื่อสร้างการโจมตีแบบ Jackpotting โดยใช้ซอฟต์แวร์แทนที่จะเป็นการโจมตีทางกายภาพกับระบบเอทีเอ็ม ในการโจมตีนั้น ผู้โจมตีใช้วิธีการถอดฮาร์ดดิสก์ของเอทีเอ็มที่อยู่บริเวณด้านบนของตู้ออกก่อนจะทำการแก้ไขข้อมูลในฮาร์ดดิสก์เพื่อสอดแทรกมัลแวร์ โดยมัลแวร์จะทำการโจมตีช่องโหว่รหัส MS16-032 ซึ่งมีการแพตช์ไปแล้วเพื่อยกระดับสิทธิ์ด้วยสคริปต์ PowerShell หลังจากนั้นจึงทำการเริ่มการทำงานของส่วนหลักของมัลแวร์ที่จะเริ่มการทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อระบบของเอทีเอ็มถูกเปิด และคอยรอรับคำสั่งที่เป็นชุดของการกดแป้นพิมพ์ต่อ

สำหรับประกาศจากทาง NCR นั้น ได้มีการแจ้งเตือนความถีที่เพิ่มขึ้นของรูปแบบการโจมตีที่มีชื่อเรียกว่า Transaction Reversal Fraud (TRF) ซึ่งเป็นการโจมตีเพื่อขโมยเงินจากเอทีเอ็มออกโดยอาศัยการทำให้เกิด "ข้อผิดพลาด" ในกระบวนการถอนเงินที่เกือบสำเร็จ ซึ่งส่งผลให้บริเวณของส่วนจ่ายเงินยังเปิดอยู่และชิงเอาเงินออกมาก่อนที่เงินจะถูกส่งคืนกลับเซฟได้

กระบวนการป้องกันการโจมตีและภัยคุกคามทั้งหมดสามารถตรวจสอบเพิ่มเติมได้จากลิงค์แหล่งที่มาส่วนท้ายบทความ

ที่มา : response

Multiple Vulnerabilities in PHP Could Allow for Arbitrary Code Execution

PHP ประกาศแพตช์ช่องโหว่ด้านความปลอดภัย 7 รายการในรุ่น 7.1.19 และ 7.2.7 วันนี้โดยช่องโหว่ที่ร้ายแรงสูงสุดใน 7 รายการนั้นสามารถทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดที่เป็นอันตรายเพื่อโจมตีระบบที่มีช่องโหว่ได้จากระยะไกล ยังไม่พบการใช้ช่องโหว่ดังกล่าวในการโจมตีจริงในตอนนี้
ผู้ใช้งานสามารถทำการอัปเดต PHP เพื่อรับแพตช์ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยดังกล่าวได้โดยสำหรับรุ่น 7.2 นั้นให้ผู้ใช้งานอัปเดตไปยังรุ่น 7.2.7 ส่วนในรุ่น 7.1 นั้นให้ผู้ใช้งานอัปเดตไปยังรุ่น 7.1.19 PHP รุ่น 7.2 ก่อนหน้ารุ่น 7.2.7 และ PHP รุ่น 7.1. ก่อนหน้ารุ่น 7.1.19

ที่มา : Center for Internet Security

Every Android Device Since 2012 Impacted by RAMpage Vulnerability

ทีมนักวิจัยนานาชาติได้เปิดเผยว่าอุปกรณ์ Android ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2012 เกือบทุกเครื่อง เสี่ยงต่อช่องโหว่ในหน่วยความจำตัวใหม่ชื่อว่า "RAMpage"

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ได้มีการค้นพบช่องโหว่ CVE-2018-9442 เป็นรูปแบบของการโจมตีที่เรียกว่า "Rowhammer" ซึ่งเป็นช่องโหว่ของฮาร์ดแวร์ในการ์ดหน่วยความจำรุ่นใหม่ เมื่อมีคนส่งคำสั่ง write/read เข้าไปยัง memory cell เดียวกันซ้ำๆ จะทำให้เกิดสนามไฟฟ้าที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เก็บอยู่ในหน่วยความจำใกล้เคียง และพบว่าสามารถโจมตีโดยใช้ Rowhammer ผ่านทาง JavaScript, GPU card และ network packet ได้

RAMpage เป็นช่องโหว่จำพวกเดียวกับ Rowhammer โดยช่องโหว่นี้สามารถทำลายขอบเขตการป้องกันความปลอดภัยระหว่างแอพพลิเคชั่น และระบบปฏิบัติการที่ได้ออกแบบมาบนอุปกรณ์มือถือ ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้แอพพลิเคชั่นใดๆที่ลงบนอุปกรณ์สามารถอ่านข้อมูลจากแอพพลิเคชั่นอื่นๆที่ลงบนเครื่องได้ แต่แอพพลิเคชั่นที่ถูกดัดแปลงให้ใช้ช่องโหว่นี้ จะสามารถโจมตีเพื่อเพิ่มสิทธิ์ตนเองให้สามารถควบคุมเครื่อง และทำการอ่านข้อมูลสำคัญๆที่ถูกเก็บอยู่บนเครื่องได้ เช่น พาสเวิร์ดที่อยู่ใน password manager หรือบน browser, รูปถ่าย, email, chat และเอกสารสำคัญทางธุรกิจต่างๆที่อยู่บนเครื่อง

โดยความแตกต่างระหว่างช่องโหว่ก่อนหน้านี้(Drammer Rowhammer) และ RAMpage Rowhammer เวอร์ชันใหม่คือ RAMpage มุ่งเป้าหมายไปที่ระบบหน่วยความจำ Android ที่เรียกว่า ION ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Android ที่ใช้จัดการหน่วยความจำระหว่างแอพพลิเคชั่นและระบบปฏิบัติการ ทั้งนี้ Google ได้มีการเปิดตัว ION ใน Android 4.0 (Ice Cream Sandwich) ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2554

ที่มา : BLEEPINGCOMPUTER

‘Tick’ espionage group is likely trying to hop air gaps, researchers say

กลุ่มแฮกเกอร์ที่เรียกตัวเองว่า "Tick" ได้มุ่งเป้าหมายไปที่การโจมตีผ่าน USB drive เพื่อเข้าสู่ระบบที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่แยกตัวจากเครือข่ายที่มีความเสี่ยง หรือที่เรียกว่า Air-Gapped system และสามารถทำงานบนระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows XP หรือ Windows Server 2003 ได้

นักวิจัยจาก Palo Alto Networks ค้นพบว่า Malware ที่ถูกใช้ในการโจมตีครั้งนี้ไม่ต้องใช้การเชื่อมต่อเพื่อเข้าถึง Command-and-Control Server ของแฮกเกอร์เพื่อรับคำสั่งเหมือนอย่าง Malware ทั่วๆไปที่เคยถูกใช้โดยแฮกเกอร์กลุ่มนี้มาก่อน แต่กลับใช้วิธีการรันตัวเองจาก USB drive ที่เสียบบนเครื่อง ซึ่งเป็นเทคนิคที่ไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนัก อย่างไรก็ตามนักวิจัยเองก็ไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลใดๆเพิ่มเติมมากกว่านี้ได้ หากไม่ได้ทำการวิเคราะห์ USB drive ที่ถูกใช้ และ ไฟล์ต้องสงสัยที่ถูกวางบนเครื่องเหยื่อ

ที่มา : cyberscoop

Malware in South Korean Cyberattacks Linked to Bithumb Heist

กลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ Lazarus Group อาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีตลาดแลกเปลี่ยน Cryptocurrency สัญชาติเกาหลีใต้ "Bithumb"

บริษัทด้านความปลอดภัย AlienVault เปิดเผยรายงานการวิเคราะห์ไฟล์เอกสารซึ่งเชื่อกันว่าเป็นไฟล์เอกสารที่ถูกใช้ในการโจมตีเว็บไซต์ตลาดแลกเปลี่ยน Cryptocurrency สัญชาติเกาหลีใต้ "Bithumb" ส่งผลให้มีเงินสูญหายกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ไฟล์เอกสารนี้เป็นไฟล์เอกสารที่ถูกจัดทำโดยโปรแกรม Hangul Word Processor ซึ่งเป็นโปรแกรมแก้ไขเอกสารจากเกาหลีใต้ ไฟล์เอกสารถูกระบุชื่อแตกต่างกันออกไป อาทิ "국제금융체제 실무그룹 회의결과.hwp หรือ Results of the international financial system working group meeting, "금융안정 컨퍼런스 개최결과.hwp หรือ 금융안정 컨퍼런스 개최결과.hwp" เมื่อไฟล์เอกสารถูกเปิดออก มัลแวร์ Manuscrypt จะถูกดาวโหลดมาติดตั้งในระบบ

อ้างอิงจากรายงานข่าวของสำนักข่าว KBS ซึ่งรายงานรายละเอียดตรงกันว่าการโจมตี Bithumb นั้นมีจุดเริ่มต้นในลักษณะที่คล้ายกันคือการได้รับไฟล์เอกสาร HWP ก่อนที่การโจมตีจะเกิดขึ้นและพบตัวอย่างมัลแวร์ที่ลักษณะคล้ายคลึงกันอีกด้วย

ที่มา: darkreading

Thanatos Ransomware Decryptor Released by the Cisco Talos Group

ทีม Cisco Talos ได้มีการประกาศถึงโปรเจคล่าสุดวันนี้โดยโปรเจคดังกล่าวนั้นเป็นโปรแกรมสำหรับถอดรหัสไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสโดยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Thanatos ซึ่งเคยแพร่กระจายอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากที่มีการค้นพบว่ามัลแวร์เรียกค่าไถ่ Thanatos มีบั๊กในโปรแกรมทำให้ไม่สามารถถอดรหัสไฟล์ได้แม้จะถูกถอดรหัสไฟล์โดยผู้พัฒนามัลแวร์เอง

เมื่อเข้ารหัสไฟล์ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ Thanatos จะทำการแก้ไขนามสกุลโดยต่อท้ายคำว่า ".THANATOS" ไปด้วย เป้าหมายของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Thanatos นั้นได้แก่ไฟล์หลายประเภททั้งไฟล์เอกสารทั่วไปไปจนถึงไฟล์ .VMDK หรือไฟล์ .LNK

ผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Thanatos สามารถดาวโหลดโปรแกรมถอดรหัสได้ที่ลิงค์ด้านล่าง โดยจะต้องติดตั้ง Microsoft Visual C++ Redistributable for Visual Studio 2017 ก่อนจึงจะสามารถรันในเครื่องที่ถูกเข้ารหัสเพื่อถอดรหัสไฟล์ได้

Thanatos Decryptor: https://github.

India Tells Banks to Migrate ATMs From Windows XP by June 2019

แบงค์ชาติอินเดียประกาศ ทุกธนาคารต้องเลิกใช้ Windows XP ภายในเดือนมิถุนายน 2019

หน่วยงานกับการดูแลธนาคารของอินเดีย Reserve Bank of India (RBI) ออกประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ธนาคารภายในประเทศทุกธนาคารนั้นทำการอัปเกรดระบบ ATM ที่ยังมีการใช้งาน Windows XP ไปยังระบบรุ่นใหม่กว่าภายในเดือนมิถุนายน 2019 มิฉะนั้นอาจมีบทลงโทษแก่ผู้ฝ่าฝืน

นอกเหนือจากประเด็นในเรื่องของการอัปเดตระบบปฏิบัติการแล้ว RBI ยังประกาศให้ทุกธนาคารภายในประเทศเริ่มทำการตั้งค่าระบบ ATM เกี่ยวกับความปลอดภัยภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยการตั้งค่าดังกล่าวนั้นรวมไปถึงการตั้งรหัสผ่านให้กับ BIOS, ปิดการใช้งานพอร์ต USB และฟีเจอร์ autorun รวมไปถึงการอัปเดตแพตช์ด้านความปลอดภัยด้วย

ธนาคารในอินเดียเคยตกเป็นเหยื่อในการแฮกข้อมูลบัตรเดบิตครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งซึ่งเกิดจากการโจมตีแพลต์ฟอร์ม Hitachi Payment Services ทำให้ผู้โจมตีได้ข้อมูลของบัตรเดบิตไปกว่า 3.2 ล้านรายการ

ที่มา: bleepingcomputer

Flight tracking service Flightradar24 hacked; 230,000 accounts affected

Flighradar 24 ถูกแฮก ข้อมูลผู้ใช้งานรั่วไหลกว่า 230,000 ราย

บริการตรวจสอบและติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 ได้มีการแจ้งผู้ใช้งานให้ดำเนินการเปลี่ยนรหัสผ่านโดยด่วนหลังจากมีตรวจพบว่าระบบถูกแฮกและมีอาจมีข้อมูลของผู้ใช้งานรั่วไหลออกไปซึ่งกระทบกับผู้ใช้งานกว่า 230,000 ราย ซึ่งมีการสมัครตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2016

การประกาศของ Flightradar24 นั้นสร้างความไม่พอใจแก่ผู้ใช้งานเป็นอย่างมากเนื่องจากประกาศที่ไม่ชัดเจน และสำหรับผู้ใช้งานบางคน อีเมลที่ถูกส่งโดย Flightradar24 เพื่อให้เปลี่ยนรหัสผ่านนั้นยังถูกเข้าใจว่าเป็นอีเมลฟิชชิ่งอีกด้วย

ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมว่า Flightradar24 มีมาตรการในการป้องกันข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตามผู้ใช้งานควรทำการตรวจสอบบัญชีอื่นๆ ที่ใช้งานรหัสผ่านเดียวกันกับ Flightradar24 รวมไปถึงเปลี่ยนรหัสผ่านที่มีการใช้งานเหมือนกันเพื่อลดความเสี่ยงหากได้รับผลกระทบจากการโจมตี

ที่มา: hackread

According to the experts, North Korea is behind the SWIFT attacks in Latin America

จากเหตุการณ์ที่ธนาคาร Bamcomext และธนาคาร Bank of Chile ถูกโจมตีทั้งในรูปแบบของการใช้มัลแวร์ KillDisk เพื่อแพร่ระบาดในเครือข่ายของธนาคารและรูปแบบของการเข้ายึดและสั่งการระบบ SWIFT ของธนาคารให้มีการโอนเงินออกมา อ้างอิงจากแหล่งข่าวของ Cyberscoop คนในสามคนที่เข้าตรวจสอบเหตุการณ์นี้ได้ออกมายืนยันแล้วว่าเป็นการโจมตีที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มแฮกเกอร์ของเกาหลีเหนือ

กลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการโจมตีระบบของธนาคารเพื่อขโมยเงินหลายครั้ง โดยหนึ่งในกลุ่มแฮกเกอร์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่ามีแรงจูงใจในการโจมตีเพื่อการแสวงหาเงินนั้นคือกลุ่ม Lazarus Group (ชื่ออื่น HIDDEN COBRA, Unit 121)

แม้ว่ากลุ่มผู้โจมตีจะมีการใช้มัลแวร์ KillDisk หรือ MBR Killer ในการสร้างความเสียหายและดึงความสนใจ การปรากฎตัวของมัลแวร์ดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นหลักฐานในการยืนยันที่ดีมากนักแม้ว่ามัลแวร์ในลักษณะเดียวกันจะเคยปรากฎในครั้งที้ธนาคารสัญชาติไต้หวันถูกโจมตีมาแล้ว เนื่องจากซอร์สโค้ดของมัลแวร์ทั้งสองประเภทนี้นั้นถูกปล่อยขายอยู่ในตลาดมืดออนไลน์โดยทั่วไป

อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากการปรากฎตัวของมัลแวร์ KillDisk หรือ MBR Killer และความคลุมเครือของมัน อ้างอิงจากรายงานการวิเคราะห์ของ Flashpoint (TLP: Amber) Flashpoint ยังคงยืนยันว่าโมดูลของ MBR Killer, RAT และ TTP ของผู้โจมตีนั้นมีความเกี่ยวข้องกับกรณีการโจมตีสถาบันทางการเงินอื่นๆ และยังสามาถเชื่อมโยงกลับไปยังเกาหลีเหนือได้

Lazarus Group หรือ HIDDEN Cobra มักใช้เทคนิค Spear Phishing เพื่อให้สามารถเข้าถึงเครือข่ายภายในของธนาคารได้ ก่อนจะทำการติดตั้งและดาวโหลดมัลแวร์ต่างๆ ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมระบบภายได้ ท้ายที่สุดผู้โจมตีจะมีการทำ Lateral Movement เพื่อค้นหาระบบที่เกี่ยวข้องกับระบบ SWIFT ก่อนที่จะดำเนินสั่งโอนเงินออกมา

ที่มา : Security Affairs