Hackers Scanning for Vulnerable Microsoft Exchange Servers, Patch Now!

แฮกเกอร์สแกนหาเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft Exchange ที่มีช่องโหว่,แก้ไขเดี๋ยวนี้เลย !
ผู้โจมตีกำลังสแกนอินเทอร์เน็ตเพื่อหา Microsoft Exchange เซิร์ฟเวอร์ที่เสี่ยงต่อช่องโหว่รันคำสั่งอันตรายจากระยะไกล CVE-2020-0688 ซึ่งได้รับการแก้ไขโดย Microsoft เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน
Exchange Server ทุกเวอร์ชันจนถึงแพทช์ล่าสุดที่ออกมานั้นมีความเสี่ยงที่จะโดนโจมตีจากการสแกนที่ดำเนินการอยู่ ซึ่งจะรวมไปถึงรุ่นที่หมดระยะการสนับสนุนแล้ว ซึ่งในคำแนะนำด้านความปลอดภัยของ Microsoft จะไม่แสดงรุ่นที่หมดระยะแล้ว
ข้อบกพร่องมีอยู่ในส่วนประกอบ Exchange Control Panel (ECP) และเกิดจากการที่ Exchange ไม่สามารถสร้างคีย์การเข้ารหัสลับเฉพาะเมื่อติดตั้ง
เมื่อโจมตีสำเร็จ ผู้โจมตีที่สามารถเข้าสู่ระบบได้จะสามารถรันคำสั่งอันตรายจากระยะไกลด้วยสิทธิ์ System ได้และสามารถยึดเครื่องได้
Simon Zuckerbraun นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Zero Zero Initiative เผยแพร่การสาธิตเกี่ยวกับวิธีการใช้ประโยชน์จากข้อบกพร่องของ Microsoft Exchange CVE-2020-0688 และวิธีการใช้คีย์การเข้ารหัสลับแบบคงที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ตรงกัน
Zuckerbraun อธิบายว่าผู้โจมตีจะต้องยึดเครื่องหรือบัญชีผู้ใช้ของคนในองค์กรก่อน แล้วจากนั้นเมื่อใช้ช่องโหว่ก็จะสามารถยึดเซิร์ฟเวอร์ได้ เนื่องจาก Microsoft Exchange ใช้สำหรับส่งอีเมล ผู้โจมตีก็จะสามารถเปิดเผยหรือปลอมแปลงการสื่อสารทางอีเมลขององค์กรได้
ดังนั้นหากคุณเป็นผู้ดูแลระบบ Exchange Server คุณควรถือว่านี่เป็นแพตช์ที่มีความสำคัญมากและควรอัปเดตทันทีหลังจากทดสอบแพตช์แล้ว

ที่มา :bleepingcomputer.

ObliqueRAT linked to threat group launching attacks against government targets

ObliqueRAT เชื่อมโยงกับกลุ่มภัยคุกคามที่เริ่มโจมตีโดยมีรัฐบาลเป็นเป้าหมาย เน้นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นักวิจัยเปิดเผย Remote Access Trojan (RAT) ตัวใหม่ที่ดูเหมือนจะเป็นงานฝีมือของกลุ่มภัยคุกคามที่เชี่ยวชาญในการโจมตีรัฐบาล นักวิจัยของ Cisco Talos กล่าวว่ามัลแวร์ที่ถูกเรียกว่า ObliqueRAT กำลังถูกปล่อยในแคมเปญใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคมเปญล่าสุดเริ่มขึ้นในเดือนมกราคม 2563 และกำลังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง
อาชญากรไซเบอร์ที่อยู่เบื้องหลังโครงการนี้ใช้ฟิชชิ่งอีเมลเป็นจุดเริ่มต้นในการโจมตี อีเมลดังกล่าวแนบเอกสาร Microsoft Office ที่เป็นอันตราย ซึ่งจะทำการแพร่ RAT ตามมา
เอกสารแนบจะมีชื่อที่ไม่น่าสงสัย เช่น Company-Terms.

Hackers Scanning for Vulnerable Microsoft Exchange Servers, Patch Now!

แฮกเกอร์สแกนหาเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft Exchange ที่มีช่องโหว่,แก้ไขเดี๋ยวนี้เลย !
ผู้โจมตีกำลังสแกนอินเทอร์เน็ตเพื่อหา Microsoft Exchange เซิร์ฟเวอร์ที่เสี่ยงต่อช่องโหว่รันคำสั่งอันตรายจากระยะไกล CVE-2020-0688 ซึ่งได้รับการแก้ไขโดย Microsoft เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน
Exchange Server ทุกเวอร์ชันจนถึงแพตช์ล่าสุดที่ออกมานั้นมีความเสี่ยงที่จะโดนโจมตีจากการสแกนที่ดำเนินการอยู่ ซึ่งจะรวมไปถึงรุ่นที่หมดระยะการสนับสนุนแล้ว ซึ่งในคำแนะนำด้านความปลอดภัยของ Microsoft จะไม่แสดงรุ่นที่หมดระยะแล้ว
ข้อบกพร่องมีอยู่ในส่วนประกอบ Exchange Control Panel (ECP) และเกิดจากการที่ Exchange ไม่สามารถสร้างคีย์การเข้ารหัสลับเฉพาะเมื่อติดตั้ง
เมื่อโจมตีสำเร็จ ผู้โจมตีที่สามารถเข้าสู่ระบบได้จะสามารถรันคำสั่งอันตรายจากระยะไกลด้วยสิทธิ์ System ได้และสามารถยึดเครื่องได้
Simon Zuckerbraun นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Zero Zero Initiative เผยแพร่การสาธิตเกี่ยวกับวิธีการใช้ประโยชน์จากข้อบกพร่องของ Microsoft Exchange CVE-2020-0688 และวิธีการใช้คีย์การเข้ารหัสลับแบบคงที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ตรงกัน
Zuckerbraun อธิบายว่าผู้โจมตีจะต้องยึดเครื่องหรือบัญชีผู้ใช้ของคนในองค์กรก่อน แล้วจากนั้นเมื่อใช้ช่องโหว่ก็จะสามารถยึดเซิร์ฟเวอร์ได้ เนื่องจาก Microsoft Exchange ใช้สำหรับส่งอีเมล ผู้โจมตีก็จะสามารถเปิดเผยหรือปลอมแปลงการสื่อสารทางอีเมลขององค์กรได้
ดังนั้นหากคุณเป็นผู้ดูแลระบบ Exchange Server คุณควรถือว่านี่เป็นแพตช์ที่มีความสำคัญมากและควร Update ทันทีหลังจากทดสอบแพตช์แล้ว

ที่มา : bleepingcomputer

Google Patches Chrome Browser Zero-Day Bug, Under Attack

Chrome ออกแพตช์อุตช่องโหว่ 0 Day

หลังจากออก Chrome รุ่น 80 ไม่นาน ก็มีการออกรุ่น 80.0.3987.122 ตามมาทันที โดยเป็นการแก้ไขช่องโหว่ทั้งหมด 3 ช่องโหว่ เป็นความรุนแรง High ทั้งหมด โดยช่องโหว่ที่สำคัญคือ CVE-2020-6418 เป็นช่องโหว่ type of confusion bug กระทบทุกรุ่นจนกระทั่งรุ่น 80.0.3987.122 เป็นช่องโหว่ใน JavaScript และ Web Assembly engine ที่ชื่อว่า V8

ในปัจจุบันมีการโจมตีช่องโหว่นี้เกิดขึ้นแล้ว ผู้ใช้งานควรทำการ Update Chrome เป็นรุ่น 80.0.3987.122

ที่มา : threatpost

Sodinokibi Ransomware May Tip NASDAQ on Attacks to Hurt Stock Prices

มัลแวร์เรียกค่าไถ่ Sodinokibi วางแผนแจ้งตลาดหุ้นหลังจากทำการโจมตี

มัลแวร์เรียกค่าไถ่ Sodinokibi หรือ REvil เป็นมัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ดำเนินการในลักษณะของการให้เช่ามัลแวร์เพื่อโจมตี (Ransomware-as-a-Service) โดยเงินที่ได้จากการเรียกค่าไถ่จะถูกแบ่งกันระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่ามัลแวร์ โดยเน้นโจมตีองค์กรและยังไม่มีตัวถอดรหัสที่สามารถถอดรหัสได้ฟรีโดยไม่เสียเงินค่าไถ่

ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มเบื้องหลัง Sodinokibi มีการพัฒนาไปอีกขั้นด้วยการสนับสนุนให้ผู้เช่ามัลแวร์ขโมยข้อมูลออกมาก่อนจะทำการปล่อยมัลแวร์ให้เข้ารหัส เพื่อในกรณีที่องค์กรตัดสินใจไม่ยอมจ่ายค่าไถ่กู้คืนไฟล์จะข่มขู่เพื่อปล่อยข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้กลายเป็นเหตุการณ์ข้อมูลหลุดซึ่งอาจจะนำไปสู่การผิดกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่าง GDPR หรือกฏหมายในลักษณะเดียวกัน ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับเงินที่สูงกว่าค่าไถ่มาก กดดันให้องค์กรตัดสินใจจ่ายค่าไถ่แทน

จากข้อมูลล่าสุดที่ BleepingComputer รวบรวมมานี้พบว่ากลุ่มเบื้องหลัง Sodinokibi มีการวางแผนเพิ่มว่าจะทำการส่งอีเมลแจ้งไปยังตลาดหุ้นอย่างดัชนี NASDAQ เพื่อให้การเทขายหุ้นจนราคาตก ทั้งนี้ในปี 2017 บริษัท Centrify ได้ทำการสำรวจผลกระทบที่เกิดจากการโจมตีทางด้านไซเบอร์กับราคาหุ้นของบริษัทที่ถูกโจมตี พบว่าในวันที่มีการประกาศข่าวร้ายดังกล่าวจะเกิดการเทขายทำให้หุ้นตกเฉลี่ย 5% ของราคาเดิม

บริษัท Coveware สรุปสถิติของ Q4 ปี 2019 ไว้ว่าค่าเฉลี่ยของค่าไถ่จากมัลแวร์เรียกค่าไถ่อยู่ที่ 84,116 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2 ล้านหกแสนบาท) พบการโจมตีจาก Sodinokibi ถึง 29.4% จากการโจมตีทั้งหมด และการติดมัลแวร์เรียกค่าไถ่ส่วนใหญ่ (57.4%) เกิดจากการโจมตีผ่าน RDP

ที่มา: bleepingcomputer

US Govt Warns of Ransomware Attacks on Pipeline Operations

รัฐบาลสหรัฐประกาศเตือน Ransomware โจมตีท่อส่งปิโตรเลียม

สำนักงานด้านความมั่นคงปลอดภัยของสหรัฐ (CISA) ได้แจ้งเตือนให้องค์กรที่สำคัญต่างๆ ที่เป็นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศเกี่ยวการโจมตี Ransomware ล่าสุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อโรงงานอัดก๊าซธรรมชาติในส่วนของสินทรัพย์การควบคุมและการสื่อสารในเครือข่ายเทคโนโลยีปฎิบัติการ (OT)

ผู้โจมตีใช้ Spearphishing เพื่อเข้าถึงเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ของโรงงานอัดก๊าซธรรมชาติ ตามด้วยการเข้าถึงยังเครือข่าย OT จากนั้นใช้ Ransomware เพื่อเข้ารหัสเครือข่าย IT และ OT การโจมตีดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อตัว programmable logic controllers (PLCs) บนเครือข่ายเนื่องจาก Ransomware กระทบแต่อุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows แต่การ Reset ระบบกลับมาใช้เวลาประมาณ 2 วัน ส่งผลกระทบให้ต้องปิดการทำงานของท่อส่งปิโตรเลียม สูญเสียผลผลิตและรายได้

ในประกาศเตือนดังกล่าว CISA ได้เสนอมาตรการบรรเทาผลการปฎิบัติการรวมถึงการบรรเทาผลกระทบด้านเทคนิคและสถาปัตยกรรมให้กับองค์กรในอุตสาหกรรมทุกประเภทเพื่อลดความเสี่ยงที่ต้องรับมือกับการโจมตี Ransomware โดยนำเสนอบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าวว่าโรงงานอัดก๊าซธรรมชาติแห่งนั้นสามารถหาอุปกรณ์มาทดแทนรวมถึงสามารถกู้คืนระบบจาก backup ได้

สามารถอ่านรายละเอียดของประกาศดังกล่าวได้จาก www.

World Health Organization Warns of Coronavirus Phishing Attacks

WHO เตือนการโจมตีฟิชชิงอ้างข้อมูลไวรัสโคโรน่า

อาชญากรปลอมตัวเป็นองค์กรอนามัยโลกเพื่อขโมยเงินหรือข้อมูลสำคัญด้วยการส่งเมลฟิชชิ่งเพื่อขอให้เป้าหมายส่งข้อมูลที่เป็นชื่อผู้ใช้งานหรือรหัสผ่านและอาจมีการขอให้เปิดไฟล์มัลแวร์ที่แนบมาเพื่อติดตั้ง payloads ยังอุปกรณ์ของเป้าหมาย
แนวทางป้องกันหากคุณได้รับเมลจากองค์กร WHO ควรตรวจสอบความถูกต้องก่อนตามขั้นตอนด้านล่าง
1 ตรวจสอบชื่อที่อยู่อีเมลที่ส่งว่าอยู่ในลักษณะ ชื่อบุคคล@who.

Iranian hackers have been hacking VPN servers to plant backdoors in companies around the world

แฮกเกอร์ชาวอิหร่านแฮกเซิร์ฟเวอร์ VPN เพื่อฝัง backdoors ในบริษัทต่างๆ ทั่วโลก
แฮกเกอร์ชาวอิหร่านมุ่งโจมตี VPN จาก Pulse Secure, Fortinet, Palo Alto Networks และ Citrix เพื่อแฮ็คเข้าสู่บริษัทขนาดใหญ่
ClearSky บริษัทรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ของอิสราเอลออกรายงานใหม่ที่เผยให้เห็นว่ากลุ่มแฮกเกอร์ที่มีรัฐบาลอิหร่านหนุนหลังในปีที่เเล้วได้มุ่งเน้นให้ความสำคัญสูงในการเจาะช่องโหว่ VPN ทันทีที่มีข่าวช่องโหว่สู่สาธารณะเพื่อแทรกซึมและฝัง backdoors ในบริษัทต่างๆ ทั่วโลก โดยมุ่งเป้าหมายเป็นองค์กรด้านไอที, โทรคมนาคม, น้ำมันและก๊าซ, การบิน, รัฐบาล, และ Security
โดยบางการโจมตีเกิดขึ้น 1 ชั่วโมงหลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลช่องโหว่ต่อสาธารณะ ซึ่งรายงานนี้ได้หักล้างแนวคิดที่ว่าแฮกเกอร์อิหร่านไม่ซับซ้อน และมีความสามารถน้อยกว่าประเทศคู่แข่งอย่างรัสเซีย จีน หรือเกาหลีเหนือ โดย ClearSky กล่าวว่ากลุ่ม APT ของอิหร่านได้พัฒนาขีดความสามารถด้านเทคนิคจนสามารถ exploit ช่องโหว่ 1-day (ช่องโหว่ที่ได้รับการแพตช์แล้วแต่องค์กรยังอัปเดตแพตช์ไม่ทั่วถึง) ในระยะเวลาอันสั้น ในบางกรณี ClearSky กล่าวว่าพบแฮกเกอร์อิหร่านทำการ exploit จากข้อบกพร่องของ VPN ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากข้อบกพร่องถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ
ตามรายงานของ ClearSky ระบุวัตถุประสงค์ของการโจมตีเหล่านี้คือการละเมิดเครือข่ายองค์กร จากนั้นกระจายไปทั่วทั้งระบบภายในขององค์กรเเละฝัง backdoors เพื่อ exploit ในเวลาต่อมา
ในขั้นตอนที่ย้ายจากเครื่องหนึ่งไปจากอีกเครื่องหนึ่งในองค์กร (lateral movement) มีการใช้เครื่องมือแฮก open-sourced เช่น Juicy Potato เเละ Invoke the Hash รวมไปถึงการใช้ซอฟต์แวร์ดูแลระบบที่เหมือนกับผู้ดูแลระบบใช้งานปกติอย่าง Putty, Plink, Ngrok, Serveo หรือ FRP
นอกจากนี้ในกรณีที่แฮกเกอร์ไม่พบเครื่องมือ open-sourced หรือ local utilities ที่ช่วยสนับสนุนการโจมตีของพวกเขา พวกเขายังมีความรู้ในการพัฒนามัลเเวร์เองด้วย
อีกหนึ่งการเปิดเผยจากรายงานของ ClearSky คือกลุ่มอิหร่านก็ดูเหมือนจะทำงานร่วมกันเเละทำหน้าที่เป็นหนึ่งเดียวกันที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งในรายงานก่อนหน้านี้เกี่ยวกับกลุ่มอิหร่านมักจะมีลักษณะการทำงานที่ไม่เหมือนกันและแต่ละครั้งที่มีการโจมตีจะเป็นการทำงานเพียงกลุ่มเดียว
แต่การโจมตีเซิร์ฟเวอร์ VPN ทั่วโลกนั้นดูเหมือนจะเป็นผลงานการร่วมมือของกลุ่มอิหร่านอย่างน้อยสามกลุ่ม ได้แก่ APT33 (Elfin, Shamoon), APT34 (Oilrig) และ APT39 (Chafer)
ปัจจุบันวัตถุประสงค์ของการโจมตีเหล่านี้ดูเหมือนจะทำการ reconnaissance เเละ ฝัง backdoors สำหรับสอดแนม อย่างไรก็ตาม ClearSky กลัวว่าในอนาคตอาจมีการใช้ backdoor เหล่านี้เพื่อวางมัลแวร์ทำลายข้อมูลที่สามารถก่อวินาศกรรมต่อบริษัทได้ ทำลายเครือข่ายและการดำเนินธุรกิจ โดยสถานการณ์ดังกล่าวมีความเป็นไปได้มากหลักจากที่มีการพบมัลแวร์ทำลายข้อมูล ZeroCleare เเละ Dustman ซึ่งเป็น 2 สายพันธุ์ใหม่ในเดือนกันยายน 2019 และเชื่อมโยงกลับไปยังแฮกเกอร์ชาวอิหร่าน นอกจากนี้ ClearSky ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าแฮกเกอร์อิหร่านอาจ Exploit การเข้าถึงบริษัทเหล่านี้เพื่อโจมตีของลูกค้าพวกเขา
ClearSky เตือนว่าถึงแม้บริษัทจะอัปเดตเเพตช์เเก้ไขช่องโหว่เซิร์ฟเวอร์ VPN ไปแล้ว ก็ควรสแกนเครือข่ายภายในของพวกเขาสำหรับตรวจเช็คสัญญาณอันตรายต่างๆ ที่อาจบ่งบอกว่าได้ถูกแฮกไปแล้วด้วย
โดยสามารถตรวจสอบ indicators of compromise (IOCs) ได้จากรายงานฉบับดังกล่าวที่ https://www.

แพตช์ด่วน มีการปล่อย POC สำหรับช่องโหว่ RCE ใน Microsoft SQL Server Reporting Services แล้ว

แพตช์ด่วน มีการปล่อย POC สำหรับช่องโหว่ RCE ใน Microsoft SQL Server Reporting Services แล้ว

ช่องโหว่ CVE-2020-0618 เป็นช่องโหว่ใน Microsoft SQL Server Reporting Services ซึ่งเป็นส่วนสำหรับการออกรายงานใน Microsoft SQL Server ช่องโหว่ดังกล่าวทำให้ผู้โจมตีที่สามารถเข้าสู่ระบบสามารถโจมตีด้วยการรันคำสั่งอันตรายจากระยะไกลได้ (Remote Code Execution หรือ RCE) ช่องโหว่นี้กระทบ Microsoft SQL Server รุ่น 2012, 2014 และ 2016 โดยได้รับการแก้ไขไปในแพตช์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมา

ซึ่งในขณะนี้มีการเผยแพร่โค้ด Proof of Concept (POC) สำหรับใช้โจมตีช่องโหว่ดังกล่าวสู่สาธารณะแล้วรวมถึงพบการแสกนเพื่อหาเครื่อง Microsoft SQL Server ที่มีช่องโหว่ดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้ Kevin Beaumont (@GossiTheDog) นักวิจัยด้านความปลอดภัยให้ความเห็นว่าช่องโหว่ดังกล่าวอาจกระทบไปจนถึง Microsoft SQL Server 2008 ซึ่งหมดระยะการสนับสนุนจึงไม่ได้แพตช์อีกด้วย

ที่มา : mdsec

Emotet Now Spreads via Wi-Fi

พบ Emotet สายพันธุ์ใหม่แพร่กระจายผ่าน WiFi

Emotet ตัวใหม่ถูกพบว่าสามารถกระจายผ่านการเชื่อมต่อ WiFi นอกเหนือจากการแพร่ผ่านอีเมลอย่างที่เคยทำในอดีต นักวิจัยจาก Binary Defense ระบุ Emotet ใช้ประโยชน์จาก wlanAPI interface ในการแพร่กระจายไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย WiFi ที่ไม่ปลอดภัย

Emotet ถูกค้นพบ Trend Micro ในชื่อ TrojanSpy.