LINE อนุญาตให้บริษัทสัญชาติจีนเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ออกแถลงการณ์ขอโทษแล้ว

งานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา หน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศการเข้าตรวจสอบ Z Holdings ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ LINE หลังจากที่สื่อญี่ปุ่นรายงานว่าบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติจีนที่ทำธุรกิจร่วมกันนั้นสามารถเข้าถึงข้อความและข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน LINE ได้

สำนักข่าว The Asashi Shimbun ซึ่งเป็นผู้รายงานข่าวต้นเรื่องได้ออกรายงานว่า วิศวกรชาวจีนจำนวน 4 คนได้มีการเข้าถึงระบบของ LINE เพื่ออ่านข้อความและข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ได้แก่ ชื่อ, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมลแอดเดรสและชื่อ LINE ID โดยวิศวกรทั้ง 4 คนทำงานให้กับบริษัทซอฟต์แวร์ในเซี่ยงไฮ้เกี่ยวกับโครงการ AI ร่วมกับ LINE

ในขณะนี้หน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่นได้ทำการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของการไม่ปฏิบัติตามนโยบายด้านข้อมูลส่วนบุคคล อีกทั้งหากการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้นในลักษณะที่ไม่ได้รับอนุญาต LINE อาจเจอปัญหาเพิ่มเติมจากการไม่เปิดเผยเหตุการณ์ดังกล่าวในรายงาน Transparency report อีก

ในฝั่งของ LINE นั้น The Ashi Shimbun รายงานว่าทาง LINE ไม่พบการเข้าถึงในลักษณะที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือมีลักษณะเป็น Data breach แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม LINE ได้มีการยกเลิกสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลแล้วตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะยังมีความไม่ชัดเจนอยู่ในหลายประเด็น ทั้ง LINE และ Z Holding ก็ได้มีการออกจดหมายขอโทษแก่ผู้ใช้งานแล้ว และมีการกล่าวถึงการตรวจสอบเพิ่มเติมที่จะเกิดขึ้นต่อไป

อ่านแถลงจากหน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่น: kantei
รายงานจาก The Asahi Shimbun: asahi
จดหมายขอโทษจาก LINE: linecorp
จดหมายขอโทษจาก Z Holdingz: z-holdings
ที่มา: therecord

Microsoft ออกสคริปช่วยบรรเทาผลกระทบจากช่องโหว่ใน Exchange

Microsoft ออก Exchange On-premises Mitigation Tool (EOMT) ซึ่งเป็นสคริป PowerShell เพื่อช่วยองค์กรขนาดเล็กในการบรรเทาผลกระทบจากช่องโหว่ ProxyLogon ใน Exchange โดยสคริปดังกล่าวรองรับ Exchange 2013, 2016 และ 2019 โดยสคริปดังกล่าวจะ

ตรวจสอบว่ามีช่องโหว่หรือไม่
บรรเทาผลกระทบจากช่องโหว่ CVE-2021-26855 ด้วย URL Rewrite configuration
ดาวน์โหลดและรัน Microsoft Safety Scanner เพื่อค้นหา webshell ที่อาจมีฝังไว้
ลบไฟล์อันตรายที่ Microsoft Safety Scanner พบ

Microsoft ระบุว่าสคริปดังกล่าวเป็นเพียงการบรรเทาผลกระทบชั่วคราวเท่านั้น ผู้ดูแลระบบควรอัปเดตแพตช์จะเป็นการดีที่สุด สามารถอ่านรายละเอียดของสคริปดังกล่าวได้ที่ microsoft

ที่มา msrc-blog

อัปเดตสถานการณ์ SolarWinds: เจอมัลแวร์ใหม่เพิ่มอีก 3, SUPERNOVA อาจเกี่ยวกับแฮกเกอร์จีน

ไมโครซอฟต์ประกาศการตรวจพบมัลแวร์ใหม่ 3 ชนิดในสภาพแวดล้อมที่ปรากฎการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม NOBELIUM ได้แก่ GoldMax, GoldFinder และ Sibot มัลแวร์ใหม่ทั้ง 3 ชนิดถูกใช้ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน 2020 และอาจถูกติดตั้งตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2020 อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้จากหัวข้อการวิเคราะห์มัลแวร์ (I-SECURE)
ทีม Counter Threat Unit ของ SecureWorks ออกมาเปิดเผยถึงสมมติฐานและความเป็นไปได้ที่การโจมตีระบบ SolarWinds Orion และเกี่ยวข้องกับการใช้งานมัลแวร์แบบ Web shell ชื่อ SUPERNOVA นั้นอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มแฮกเกอร์ชื่อ SPIRAL ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์จากประเทศจีน
บริษัท Mimecast ซึ่งตกเป็นเหยื่อของการโจมตีในลักษณะของ Supply chain attack ผ่านแพลตฟอร์ม SolarWinds Orion ออกมาเปิดเผยถึงความเสียหายว่าผู้โจมตีมีการเข้าถึงใบรับรองที่ Mimecast สร้างขึ้น, การเชื่อมต่อที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานบางรายการ รวมไปถึงดาวโหลดซอร์สโค้ดของซอฟต์แวร์ออกไป Mimecast ไม่พบการแก้ไขซอร์สโค้ดที่มีอยู่และเชื่อว่าซอร์สโค้ดที่ผู้โจมตีได้ไปนั้นไม่สมบูรณ์ และไม่สามารถเอาใช้ในการสร้างเซอร์วิสที่เหมือนกับ Mimecast ได้

ดูเพิ่มเติม : i-secure

เปิดตัวโครงการ Sigstore ฐานข้อมูลออนไลน์สาธารณะสำหรับข้อมูลการรับรองซอฟต์แวร์

Google, Linux Foundation, RedHat และมหาวิทยาลัย Purdue ได้ร่วมกันเปิดตัวโครงการ Sigstore ภายใต้แนวคิดของที่มีลักษณะคล้ายกับโครงการ Let's Encrypt สำหรับการทำ Code signing

โครงการ Sigstore จะเป็นโครงการฐานข้อมูลการรับรองซอฟต์แวร์, อิมเมจของ Container หรือไบนารี โดยจะเป็นช่องทางให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สสามารถทำ Code signing กับข้อมูลในโครงการของตัวเองได้ฟรี พร้อมกับเป็นช่องทางที่ให้ผู้ใช้งานคนอื่นสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้บนพื้นฐานของ X509 PKI และการมี Tranparency log ซึ่งคล้ายกับโครงการ Certificate transparency

ในขณะนี้โครงการบางส่วนยังอยู่ในช่วงพัฒนา อาทิ ส่วนสำหรับการมอนิเตอร์การทำ Code signing ใหม่ อย่างไรก็ตามส่วนที่เป็น Ledger (rekor), โปรแกรม cosign สำหรับการทำ Signing กับ Container (cosign) และข้อมูลของ Root CA (fulcio) ได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว

ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ sigstore

ที่มา: security

ชาวเกาหลีใต้วัย 20 ถูกตำรวจจับกุมหลังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายของมัลแว์เรียกค่าไถ่ Gandcrab

ตำรวจเกาหลีใต้ประกาศการเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยวัย 20 ปีเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาหลังจากพบหลักฐานซึ่งบ่งชี้ว่าผู้ต้องสงสัยคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Gandcrab ผ่านการใช้บริการ Ransomware-as-a-Service เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์เรียกค่าไถ่ผ่านทางอีเมลกับเป้าหมายในประเทศเกาหลีใต้ กระบวนการสืบสวนถูกดำเนินการผ่านการติดตามลักษณะธุรกรรมของ cryptocurenncy ที่มีการเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารจริง

จากการตรวจสอบ ผู้ต้องสงสัยรายนี้มีพฤติกรรมในการส่งอีเมลกว่า 6,500 ฉบับในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมิถุนายน 2019 โดยปลอมแปลงเอกสารทางราชการในลักษณะต่าง ๆ พร้อมกับแนบไฟล์ของมัลแวร์ Gandcrab เมื่อกระบวนการเข้ารหัสเสร็จสิ้น มัลแวร์เรียกค่าไถ่จะเรียกเงินค่าไถ่เป็นจำนวนประมาณ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 40,000 บาทในสกุลบิทคอยน์ การติดตามการโจมตีพบผู้เสียหายแล้วกว่า 120 ราย

แม้ลักษณะการส่งอีเมลเป็นจำนวนมาก ทางหน่วยงานเกาหลีกล่าวว่าผู้ต้องสงสัยทำเงินจากปฏิบัติการได้เพียงแค่ 12 ล้านวอน หรือประมาณ 320,000 บาทเท่านั้น เนื่องจากเขาจะได้รับเงินจากการจ่ายค่าไถ่เพียงแค่ 7% จากมูลค่าทั้งหมดที่ถูกจ่ายผ่านบริการ Ransomware-as-a-Service

ที่มา: therecord

Walmart ได้รับแจ้งจากซัพพลายเออร์รายหนึ่งถึงการบุกรุกข้อมูลเป็นผลให้ข้อมูลของผู้ป่วยร้านยาบางส่วนถูกขโมยไป

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2021 ที่ผ่านมาทาง Walmart ได้รับแจ้งจากซัพพลายเออร์รายหนึ่งว่าโฮสต์ที่ให้บริการข้อมูลถูกบุกรุกในวันที่ 20 มกราคม 2021 จากบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลบุคคลดังกล่าวยังได้ทำการขโมยข้อมูลบางส่วน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยของร้านขายยาออกไปด้วย

เหตุการณ์นี้ Walmart ได้ระบุว่าระบบข้อมูลหลักของ Walmart ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ แต่ทาง Walmart ได้เริ่มตรวจสอบเหตุการณ์ทันทีเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ บ้างจากผู้ใช้บริการโดยซัพพลายเออร์ที่ได้รับผลกระทบ

จากการตรวจสอบของ Walmart พบในเบื้องต้นว่าข้อมูลที่ได้คาดว่าได้รับผลกระทบคือ ชื่อผู้ป่วย, ที่อยู่, วัน/เดือน/ปีเกิด, หมายเลขโทรศัพท์, ข้อมูลเกี่ยวกับยา เช่น ชื่อยาและความแรงของยา, หมายเลขใบสั่งยาข้อมูลผู้ใช้ยา, ข้อมูลการวางขาย, หมายเลขประจำตัวสมาชิก โดยหมายเลขประกันสุขภาพก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ทั้งนี้ Walmart กำลังสอบสวนข้อมูลเพิ่มเติมและได้ให้ซัพพลายเออร์ดังกล่าวหยุดการให้บริการแล้ว โดย Walmart กำลังส่งการแจ้งเตือนเป็นรายบุคคลไปยังผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ตามผู้ที่ได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับข้อมูลที่ถูกรั่วไหลควรระมัดระวังเกี่ยวกับการคำขอให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงินทางโทรศัพท์หรือทางข้อความและทางอีเมล ซึ่งควรตรวจสอบแหล่งที่มาของคำขอสำหรับข้อมูลดังกล่าวเสมอ

ที่มา: databreaches

กลุ่มแฮกเกอร์ได้โชว์ถึงการเข้าถึงกล้องวงจรปิดแบบ Live ที่ถูกติดตั้งภายใน Tesla, Equinox และธนาคารแห่งหนึ่งในรัฐยูทาห์

กลุ่มแฮกเกอร์โชว์การเข้าถึงกล้องวงจรปิดแบบถ่าย Live ได้ ซึ่งกล้องวงจรปิดดังกล่าวถูกติดตั้งที่ Tesla, Equinox, คลินิกดูแลสุขภาพ, คุกและธนาคารแห่งหนึ่งในรัฐยูทาห์ โดยนอกจากภาพที่ถ่ายจากกล้องแล้วแฮกเกอร์ยังแชร์ภาพหน้าจอที่กลุ่มเเฮกเกอร์สามารถแฮกได้ ในการเข้าถึง root shell ของระบบเฝ้าระวังกล้องวงจรปิดที่ใช้ผ่านระบบ Cloudflare และที่ Telsa HQ ใช้

Tillie Kottmann ซึ่งเป็นทีม Reverse engineer ของกลุ่มเเฮกเกอร์ได้เปิดเผยว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงระบบเฝ้าระวังกล้องวงจรปิดเหล่านี้ได้ โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบของบริษัท Verkada ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการเฝ้าระวังที่ทำงานร่วมกับองค์กรต่าง ๆ Kottmann ยังกล่าวอีกว่าเขาพบข้อมูล hardcoded credential สำหรับบัญชีผู้ดูแลระบบของ Verkada ใน DevOps infrastructure ที่ถูกเปิดเผยก่อนหน้านี้

ทั้งนี้สำนักข่าว Bloomberg ซึ่งรายงานการโจมตีและได้ติดต่อบริษัท Verkada ถึงเรื่องที่กลุ่มแฮกเกอร์เข้าถึงบัญชีผู้ดูแลระบบของบริษัท ซึ่ง Verkada ได้รับทราบและทำการปิดใช้งานบัญชีผู้ดูแลระบบภายในทั้งหมดแล้วเพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยทีมรักษาความปลอดภัยภายในและภายนอกบริษัทกำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากนั้นจะแจ้งให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทราบแล้วอีกครั้งภายหลัง

ที่มา: bleepingcomputer

F5 ประกาศช่องโหว่ร้ายแรง 4 รายการ ใน BIG-IP และ BIG-IQ ผู้ดูแลระบบควรทำการอัปเดตโดยด่วน

F5 Networks ผู้ให้บริการอุปกรณ์เครือข่ายระดับองค์กรชั้นนำได้ประกาศถึงการพบช่องโหว่ร้ายแรง ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดได้จากระยะไกล (Remote Code Execution - RCE) จำนวน 4 รายการที่ส่งผลกระทบต่อซอฟต์แวร์ BIG-IP และ BIG-IQ โดยรายละเอียดช่องโหว่ทั้ง 4 รายการมีดังนี้

ช่องโหว่ CVE-2021-22986 (CVSS 9.8/10) เป็นช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลที่ช่วยให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตัวตนสามารถรันคำสั่งได้ในส่วน iControl REST interface
ช่องโหว่ CVE-2021-22987 (CVSS 9.9/10) เป็นช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกล ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ตัวตนสามารถรันคำสั่งในโหมด Appliance Traffic Management User Interface (TMUI) หรือที่เรียกว่ายูทิลิตี้ Configuration ได้
ช่องโหว่ CVE-2021-22991 (CVSS 9.0 / 10) เป็นช่องโหว่ Buffer-overflow ที่เกิดจากการจัดการของ Traffic Management Microkernel (TMM) URI normalization ซึ่งอาจทำให้เกิด Buffer Overflow จนนำไปสู่การโจมตี Denial-of-service (DoS)
ช่องโหว่ CVE-2021-22992 (CVSS 9.0 / 10) เป็นช่องโหว่ Buffer overflow ที่เกิดขึ้นใน Advanced WAF/BIG-IP ASM โดยผู้โจมตีสามารถทำการส่ง HTTP Response ไปยัง Login Page ซึ่งอาจทำให้เกิด Buffer overflow จนนำไปสู่การโจมตี Denial-of-service (DoS) หรือในบางกรณีอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดได้จากระยะไกล

นอกจากนี้ F5 ยังได้ประกาศแพตช์เพื่อเเก้ไขช่องโหว่อีก 3 รายการโดย 2 รายการมีความรุนแรง High และ Medium ตามลำดับและมีระดับความรุนเเรง CVSS ที่อยู่ 6.6 - 8.8/10 ซึ่งช่องโหว่จะส่งผลให้ผู้โจมตีที่ผ่านการพิสูจน์ตัวตนแล้วสามารถรันโค้ดได้จากระยะไกล

เพื่อเป็นแนวทางการป้องกันการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ใน BIG-IP ผู้ดูแลระบบควรทำการอัปเดตเวอร์ชันเป็น 6.0.1.1, 15.1.2.1, 14.1.4, 13.1.3.6, 12.1.5.3 และ 11.6.5.3 สำหรับในส่วน BIG-IQ ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ CVE-2021-22986 ผู้ดูแลระบบสามารถทำการอัปเดตเวอร์ชันเป็น 8.0.0, 7.1.0.3 และ 7.0.0.2

ที่มา: bleepingcomputer

Microsoft ออกเเพตช์แก้ไขช่องโหว่จำนวน 82 รายการ ใน Microsoft Patch Tuesday ประจำเดือนมีนาคม 2021

Microsoft Patch Tuesday ประจำเดือนมีนาคม 2021 โดยในเดือนนี้ Microsoft ได้ออกเเพตช์เพื่อเเก้ไขช่องโหว่เป็นจำนวน 82 รายการ ซึ่งช่องโหว่จำนวน 10 รายการ ถูกจัดเป็นช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรง Critical และอีก 72 รายการ เป็นช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรง Important ซึ่งช่องโหว่จำนวน 82 รายการนี้ไม่รวมช่องโหว่ของ Microsoft Exchange จำนวน 7 รายการและ Chromium Edge อีก 33 รายการที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนนี้ที่ผ่านมา สำหรับเเพตช์ที่ได้รับการเเก้ไขและน่าสนใจมีดังนี้

ช่องโหว่ Zero-day ถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2021-26411 ถูกจัดเป็นช่องโหว่ประเภท Memory Corruption ใน Internet Explorer ที่ถูกแฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือนำไปใช้โจมตีนักวิจัยด้านความปลอดภัย

ช่องโหว่ Zero-day อีกช่องโหว่หนึ่งที่น่าสนใจถูกติดตามด้วยรหัส CVE-2021-27077 ถูกจัดเป็นช่องโหว่ประเภทการยกระดับสิทธิ์ (Elevation of Privilege) ใน Windows Win32k โดยช่องโหว่นี้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะโดย Trend Micro Zero Day Initiative

นอกจากช่องโหว่ที่กล่าวมานี้ Microsoft ยังออกแพตช์อัปเดตด้านความปลอดภัยสำหรับฟีเจอร์และบริการต่าง ๆ เช่น Microsoft Windows Codecs Library, Windows Admin Center, DirectX, Event Tracing, Registry, Win32K และ Windows Remote Access API

ทั้งนี้ผู้ใช้ควรทำการอัปเดตเเพตช์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันการตกเป็นเป้าหมายการโจมตีจากผู้ประสงค์ร้าย สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการอัปเดตเเพตช์ของ Windows สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: microsoft

ที่มา: bleepingcomputer

Adobe เปิดตัวแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับ “Critical” ใน Adobe Creative Cloud Desktop, Framemaker และ Connect

Adobe เปิดตัวแพตช์การอัปเดตด้านความปลอดภัยที่แก้ไขช่องโหว่ใน Adobe Creative Cloud Desktop, Adobe Framemaker และ Adobe Connect

โดยรวมแล้วแพตช์อัปเดตด้านความปลอดภัยที่ได้รับการเเก้ไขช่องโหว่มีจำนวน 8 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับ Critical และเป็นช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยรายละเอียดของช่องโหว่ที่สำคัญมีดังนี้

ช่องโหว่ใน Adobe Framemaker จำนวน 1 รายการ ติดตามด้วยรหัส CVE-2021-21056 โดยช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาต ใน Adobe Framemaker เวอร์ชัน 2019.0.8 และต่ำกว่า สำหรับ Windows
ช่องโหว่ใน Adobe Creative Cloud Desktop จำนวน 3 รายการ ติดตามด้วยรหัส CVE-2021-21068, CVE-2021-21078 และ CVE-2021-21069 โดยช่องโหว่ 2 รายการแรกจะทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาต และช่องโหว่ที่สามเป็นช่องโหว่นำไปสู่การยกระดับสิทธิ์ของผู้ใช้ ซึ่งช่องโหว่ทั้ง 3 รายการจะส่งผลกระทบกับ Adobe Creative Cloud Desktop เวอร์ชัน 5.3 และเวอร์ชันก่อนหน้า สำหรับ Windows และ Mac OS
ช่องโหว่ใน Adobe Connect จำนวน 4 รายการ ติดตามด้วยรหัส CVE-2021-21085, CVE-2021-21079, CVE-2021-21079 และ CVE-2021-21081 โดยช่องโหว่แรกเป็นช่องโหว่การตรวจสอบอินพุตข้อมูลที่ไม่เหมาะสมและช่องโหว่อีก 3 รายการเป็นช่องโหว่ Cross-Site Scripting (XSS) ซึ่งช่องโหว่จะส่งผลกระทบกับ Adobe Connect เวอร์ชัน 11.0.5 และเวอร์ชันก่อนหน้า

ทั้งนี้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Adobe ควรทำการอัปเดตแพตช์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันการตกเป็นเป้าหมายของผู้ประสงค์ร้าย

ที่มา: bleepingcomputer