ช่องโหว่ระดับ Critical ใหม่ของ PaperCut ทำให้เซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ได้แพตช์อาจถูกโจมตีจาก RCE attacks

เมื่อเร็ว ๆ นี้ PaperCut ได้แก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยระดับ Critical ในซอฟต์แวร์การจัดการการพิมพ์ NG/MF ซึ่งช่วยให้ผู้โจมตีที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์สามารถเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลบนเซิร์ฟเวอร์ Windows ที่ยังไม่ได้อัปเดตแพตช์

โดยช่องโหว่มีหมายเลข CVE-2023-39143 ช่องโหว่นี้เป็นผลมาจากช่องโหว่ path traversal 2 รายการ ที่ถูกพบโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Horizon3 ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถอ่าน ลบ (more…)

ผู้โจมตีใช้ Google AMP ในการโจมตีแบบฟิชชิง

นักวิจัยแจ้งเตือนถึงพฤติกรรมการโจมตีแบบฟิชชิงที่เพิ่มขึ้นโดยการใช้ Google Accelerated Mobile Pages (AMP) ในทางที่ผิด เพื่อหลบเลี่ยงจากการตรวจสอบจากมาตรการรักษาความปลอดภัยของอีเมล และเข้าถึงอีเมลของพนักงานในองค์กร

Google AMP เป็นเฟรมเวิร์ก HTML แบบโอเพ่นซอร์สที่ร่วมกันพัฒนาโดย Google และพาร์ทเนอร์กว่า 30 ราย เพื่อทำให้เนื้อหาเว็ปโหลดเร็วขึ้นบนอุปกรณ์มือถือ (more…)

Ivanti เปิดเผยการค้นพบช่องโหว่ใหม่ที่สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบสิทธิ์ใน MobileIron Core

Ivanti บริษัทซอฟต์แวร์ด้านไอที ได้เปิดเผยการค้นพบช่องโหว่ใหม่ในซอฟต์แวร์การจัดการอุปกรณ์พกพา MobileIron Core

โดยช่องโหว่ดังกล่าวมีหมายเลข CVE-2023-35082 (คะแนน CVSS 10/10 ความรุนแรงระดับ Critical) เป็นช่องโหว่การเข้าถึง API จากระยะไกลโดยไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ ซึ่งทำให้ Hacker สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (PII) ของผู้ใช้อุปกรณ์มือถือ และเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกโจมตีจากช่องโหว่ได้ ผ่านทาง web shell เพื่อเรียกใช้ช่องโหว่อื่น ๆ ในการโจมตีต่อไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อ MobileIron Core เวอร์ชัน 11.2 และเก่ากว่า (more…)

Google ยืนยันช่องว่างระหว่างแพตช์ของ Android ทำให้การโจมตีช่องโหว่แบบ n-day อันตรายเทียบเท่ากับ zero-days

Google ได้เผยแพร่รายงานช่องโหว่ zero-day ประจำปี โดยนำเสนอสถิติที่เกิดขึ้นจริงตั้งแต่ปี 2022 และเน้นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนานในแพลตฟอร์ม Android และการโจมตีโดยใช้ช่องโหว่ที่ถูกเปิดเผยมาเป็นระยะเวลานาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานของ Google เน้นไปที่ปัญหาของการโจมตีช่องโหว่แบบ n-days ใน Android ที่มีลักษณะเดียวกับ zero-day สำหรับผู้โจมตี (more…)

CISA แจ้งเตือนการโจมตีโดยใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ Ivanti MobileIron

หน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ (CISA) ได้ออกประกาศเตือน 2 ช่องโหว่ใหม่ใน Endpoint Manager Mobile (EPMM) ของ Ivanti (เดิมชื่อ MobileIron Core)

เมื่อวันอังคารที่ 25 กรกฎาคม 2023 ที่ผ่านมา CISA ระบุว่า ระบบการจัดการอุปกรณ์พกพา (MDM) เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับผู้โจมตี เนื่องจากระบบดังกล่าวทำให้สามารถเข้าถึงอุปกรณ์พกพาหลายพันเครื่องในระดับสูง และกลุ่ม APT กำลังโจมตีโดยใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ MobileIron ดังนั้น CISA และ NCSC-NO จึงมีความกังวลเกี่ยวกับการโจมตีในเครือข่ายของทั้งภาครัฐ และเอกชน

CVE-2023-35078 เป็นช่องโหว่ authentication bypass ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้างบัญชีผู้ดูแลระบบ EPMM โดยมุ่งเป้าไปที่หน่วยงานรัฐบาลของนอร์เวย์ โดยจะเกี่ยวข้องกับช่องโหว่ directory traversal (CVE-2023-35081) ที่ทำให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ สามารถติดตั้ง web shells ได้

โดยหากสามารถโจมตีได้สำเร็จ ผู้โจมตีจะสามารถเข้าถึง API paths ซึ่งอาจนำไปสู่การขโมยข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (PII) โดยข้อมูลที่ถูกเข้าถึงประกอบด้วย ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ และรายละเอียดอุปกรณ์มือถืออื่น ๆ

นอกจากนี้หน่วยงานคุ้มครองข้อมูลของนอร์เวย์ (DPA) ยังได้รับการแจ้งเตือนหลังจากการโจมตีที่กำหนดเป้าหมายไปยังเครือข่ายของหน่วยงานของนอร์เวย์ เนื่องจากแฮ็กเกอร์อาจเข้าถึง และขโมยข้อมูลที่สำคัญจากระบบของรัฐบาลได้

จากรายงานของ Shodan ปัจจุบันมีพอร์ทัลของผู้ใช้งาน MobileIron ที่เข้าถึงได้บนอินเทอร์เน็ตมากกว่า 2,300 รายการ รวมทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น และรัฐของสหรัฐฯ

ประกาศแจ้งเตือนในครั้งนี้ เป็นการประกาศร่วมกันที่ออกโดยความร่วมมือกับศูนย์ความมั่นคงทางไซเบอร์แห่งชาตินอร์เวย์ (NCSC-NO) หลังจากมีคําสั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐแก้ไขหนึ่งในช่องโหว่ทั้งสองที่ถูกใช้ในการโจมตีภายในวันอังคารที่ 15 สิงหาคม 2023

ในวันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2023 ที่ผ่านมา CISA ยังสั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางแก้ไขระบบของตนภายในวันที่ 21 สิงหาคม 2023 เพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2023-35081

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคงทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ ได้ออกมาแจ้งเตือนถึงช่องโหว่ดังกล่าว ซึ่งมักถูกผู้ไม่หวังดีนำมาใช้ในการโจมตี และก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สำคัญต่อองค์กรของรัฐบาลกลาง ด้วยเหตุนี้ทีมรักษาความปลอดภัย และผู้ดูแลระบบควรอัปเดตแพตซ์ของ Ivanti EPMM (MobileIron) ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดโดยทันที เพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบจากการโจมตีอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : bleepingcomputer

 

VMware ออกแพตซ์แก้ไขช่องโหว่ที่เปิดเผยข้อมูล Credentials ของผู้ดูแลระบบ CF API บน Audit Logs

VMware ออกแพตซ์แก้ไขช่องโหว่ที่ถูกนำไปใช้ในการเปิดเผยข้อมูลบน VMware Tanzu Application Service for VMs (TAS for VMs) และ Isolation Segment โดยเกิดจากการถูกขโมยข้อมูล Credentials ซึ่งมีการเปิดเผยผ่านทาง Audit Logs

TAS (Tanzu Application Service) เป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาโดย VMware ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถจัดการแอปพลิเคชันได้โดยอัตโนมัติทั่วทั้งภายในองค์กร รวมทั้งระบบคลาวด์สาธารณะ และระบบคลาวด์ส่วนตัว เช่น vSphere, AWS, Azure, GCP, OpenStack

โดยช่องโหว่มีหมายเลข CVE-2023-20891 ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าถึงข้อมูล Credentials ของผู้ดูแลระบบ Cloud Foundry (CF) API บนระบบที่มีช่องโหว่ได้อย่างง่ายดาย ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถใช้ข้อมูล Credentials ที่ได้มาเพื่อติดตั้งโปรแกรมที่เป็นอันตรายได้

โดยบริษัทแนะนำให้ผู้ใช้งาน TAS ทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ CVE-2023-20891 ให้ทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูล Credentials ของผู้ดูแลระบบ CF API เพื่อให้แน่ใจว่าผู้โจมตีไม่สามารถใช้รหัสผ่านที่อาจรั่วไหลได้

VMware ให้คำแนะนำโดยละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนบัญชีผู้ใช้งาน Cloud Foundry และการรับรองความถูกต้องของผู้ดูแลระบบ (UAA) ใน VMware tanzu support hub

ที่มา : bleepingcomputer

Zenbleed: ช่องโหว่ใหม่ในโปรเซสเซอร์ AMD Zen 2 ทำให้ Encryption Keys และรหัสผ่านมีความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล

พบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยใหม่ในโปรเซสเซอร์ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen 2 ของ AMD ซึ่งอาจถูกใช้ในการโจมตีเพื่อดึงข้อมูลที่สำคัญ เช่น Keys การเข้ารหัส และรหัสผ่าน

ช่องโหว่นี้ถูกพบโดยนักวิจัยจาก Google Project Zero ชื่อ 'Tavis Ormandy' และถูกเรียกว่า 'Zenbleed' โดยมีหมายเลข CVE-2023-20593 (CVSS: 6.5) ที่ทำให้สามารถดึงข้อมูลออกมาได้ที่อัตรา 30 kb ต่อ core ต่อวินาที

ช่องโหว่นี้เป็นส่วนหนึ่งของช่องโหว่ที่เรียกว่า การโจมตีด้วยการดำเนินการเชิงคาดเดา (speculative execution attacks) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหน่วยประมวลผลยุคใหม่ เพื่อเข้าถึง Keys การเข้ารหัสจาก CPU registers

AMD ระบุว่า "ภายใต้สถานการณ์ Microarchitectural การ register ใน CPU Zen 2 อาจเขียนค่า 0 อย่างไม่ถูกต้อง ทำให้ข้อมูลจาก process และ Thread อื่น ๆ ถูกจัดเก็บไว้ใน YMM register ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความสำคัญได้"

โดย Cloudflare ตั้งข้อสังเกตว่า การโจมตีสามารถดำเนินการได้จากภายนอกผ่านสคริปต์ JavaScript บนเว็บไซต์ ซึ่งทำให้ไม่จำเป็นต้องมีการเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเซิร์ฟเวอร์โดยตรง

Derek Chamorro และ Ignat Korchagin นักวิจัยของ Cloudflare ระบุว่า "การดำเนินการแบบ Vectorized สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างมาก โดยใช้ YMM registers ซึ่งแอปพลิเคชันที่ประมวลผลข้อมูลปริมาณมากจะได้รับประโยชน์จากเทคนิคนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นจุดที่เป็นความเสี่ยงเช่นเดียวกัน"

การโจมตีนี้ดำเนินการโดยการแก้ไขไฟล์รีจิสเตอร์เพื่อบังคับให้คำสั่งคาดการณ์ผิด เนื่องจากไฟล์รีจิสเตอร์ถูกใช้ร่วมกันโดยกระบวนการทั้งหมดที่ทำงานบนคอร์เดียวกัน การโจมตีนี้สามารถใช้ดักฟังข้อมูลในการดำเนินการของระบบพื้นฐานได้ โดยการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกส่งต่อระหว่างหน่วยประมวลผล และส่วนอื่น ๆ ของคอมพิวเตอร์

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าช่องโหว่นี้ถูกนำมาใช้ในการโจมตีจริง แต่แนะนำให้อัปเดต Microcode เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เมื่อมีข้อมูลที่สามารถอัปเดตได้ผ่านทางผู้ผลิตอุปกรณ์ (OEMs)

อ้างอิง : https://thehackernews.

Apple ออกแพตซ์เร่งด่วนสำหรับช่องโหว่ Zero-Day ที่ส่งผล กระทบต่อ iPhone, iPad และ Mac

Apple ออกแพตซ์อัปเดตด้านความปลอดภัยสำหรับ iOS, iPadOS, macOS, tvOS, watchOS, และ Safari เพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยจำนวนมาก ซึ่งรวมไปถึงช่องโหว่แบบ Zero-day ที่กำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตีอยู่ในปัจุบัน

โดย Zero-Day ดังกล่าวมีหมายเลข CVE-2023-38606 ซึ่งจะเข้าไปจัดการในส่วนของ kernel และจะอนุญาติให้ Application ที่เป็นอันตรายสามารถแก้ไข kernel state ที่มีความสำคัญได้ โดยทาง Apple ระบุว่าได้ทำการแก้ไขด้วยการปรับปรุง state management

โดย Apple ได้เร่งทำการอัปเดตแพตซ์แก้ไขช่องโหว่นี้ เนื่องจากได้รับรายงานว่าพบการโจมตีอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวอร์ชั่นก่อนหน้า iOS 15.7.1

น่าสังเกตว่า CVE-2023-38606 เป็นช่องโหว่ด้านความปลอดภัยลำดับที่สี่ ที่ถูกพบว่าเกี่ยวข้องกับ Operation Triangulation ซึ่งเป็นแคมเปญจารกรรมทางไซเบอร์บนมือถือที่มีความซับซ้อน ซึ่งกำหนดเป้าหมายไปยังอุปกรณ์ iOS ตั้งแต่ปี 2019 โดยใช้การโจมตีแบบ Zero-click exploit chain ส่วนอีก 2 ช่องโหว่ Zero-Day ที่ได้รับการแก้ไขโดย Apple เมื่อเดือนที่แล้วคือ CVE-2023-32434 และ CVE-2023-32435 ส่วนช่องโหว่ที่สาม CVE-2022-46690 ได้รับการแก้ไขโดยเป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดตด้านความปลอดภัยที่เผยแพร่ในเดือนธันวาคม 2022 หกเดือนก่อนหน้าที่จะมีการเปิดเผยรายละเอียดการโจมตีออกสู่สาธารณะ

โดยนักวิจัยของ Kaspersky Valentin Pashkov, Mikhail Vinogradov, Georgy Kucherin, Leonid Bezvershenko และ Boris Larin ได้รับเครดิตในการค้นพบ และรายงานช่องโหว่ดังกล่าว

อัปเดตนี้สำหรับอุปกรณ์ และระบบปฏิบัติการต่อไปนี้

iOS 16.6 และ iPadOS 16.6 - iPhone 8 และใหม่กว่า, iPad Pro (ทุกรุ่น), iPad Air รุ่นที่ 3 และใหม่กว่า, iPad รุ่นที่ 5 และใหม่กว่า และ iPad mini รุ่นที่ 5 และใหม่กว่า
iOS 15.7.8 และ iPadOS 15.7.8 - iPhone 6s (ทุกรุ่น), iPhone 7 (ทุกรุ่น), iPhone SE (รุ่นที่ 1), iPad Air 2, iPad mini (รุ่นที่ 4) และ iPod touch (รุ่นที่ 7)
macOS Ventura 13.5, macOS Monterey 12.6.8 และ macOS Big Sur 11.7.9
tvOS 16.6 - Apple TV 4K (ทุกรุ่น) และ Apple TV HD
watchOS 9.6 - Apple Watch Series 4 และใหม่กว่า

การอัปเดตล่าสุดนี้ Apple ได้แก้ไขช่องโหว่ Zero-days ทั้งหมด 11 รายการ ที่ส่งผลกระทบต่อซอฟต์แวร์ตั้งแต่ต้นปี 2023 นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นสองสัปดาห์หลังจากที่ Apple เผยแพร่การอัปเดตฉุกเฉินสำหรับช่องโหว่ที่กำลังถูกนำมาใช้โจมตีใน WebKit ซึ่งอาจนำไปสู่การสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายตามที่ต้องการ (CVE-2023-37450)

ที่มา : https://thehackernews.

VirusTotal ออกมาขอโทษ จากการทำข้อมูลลูกค้ารั่วไหลกว่า 5,600 รายการ

เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา VirusTotal เว็ปไซต์ที่ให้บริการสแกนมัลแวร์แบบออนไลน์ ออกมาประกาศเรื่องข้อมูลของผู้ใช้งานกว่า 5,600 รายรั่วไหลออกสู่สาธารณะ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2023 โดยมีพนักงานคนหนึ่งของบริษัท อัปโหลดไฟล์ CSV ไปยังแพลตฟอร์ม VirusTotal ส่งผลให้ข้อมูลของผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งรั่วไหลออกไป โดยภายในไฟล์ประกอบไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าบัญชีพรีเมี่ยม ชื่อบริษัท และอีเมลของผู้ดูแลระบบ

Emiliano Martines หัวหน้าฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ของบริการสแกนมัลแวร์ออนไลน์ ได้แจ้งให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดของพนักงาน ไม่ใช่การโจมตีทางไซเบอร์หรือช่องโหว่ใด ๆ ของ VirusTotal นอกจากนี้ ไฟล์ที่รั่วไหลนั้นเข้าถึงได้เฉพาะ partners ของ VirusTotal และนักวิเคราะห์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีบัญชีพรีเมียมเท่านั้น ผู้ที่ใช้บัญชีที่ไม่ระบุชื่อ หรือบัญชีฟรีไม่สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มพรีเมี่ยมได้ อย่างไรก็ตาม Martines ได้ลบไฟล์ดังกล่าวออกจากแพลตฟอร์มแล้วหลังจากประกาศภายในหนึ่งชั่วโมง

การรั่วไหลของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐทั่วโลก
สำนักข่าวเยอรมัน Der Spiegel และ Der Standard เป็นคนแรกที่รายงานเหตุการณ์นี้ในวันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตามรายงานข้อมูลที่รั่วไหลมีขนาด 313KB โดยในรายชื่อ 5,600 ชื่อ ประกอบไปด้วยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการของสหรัฐอเมริกา กองบัญชาการไซเบอร์ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) และหน่วยงานระดับชาติของเนเธอร์แลนด์ ไต้หวัน และอังกฤษ รวมถึงพนักงานของหน่วยงานรัฐบาลเยอรมัน นอกจากนี้ยังพบข้อมูลของพนักงานหลายสิบคนของ Federal Bank, German Railway, Allianz, BMW, Mercedes-Benz และ Deutsche Telekom ทั้งนี้ Der Spiegel ชี้ให้เห็นว่าข้อมูลที่รั่วไหลเผยให้เห็นว่ามีใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้านไอที และมัลแวร์ในบริษัท และองค์กรของรัฐที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งผู้ไม่หวังดีสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อกำหนดเป้าหมายไปยังเจ้าหน้าที่เหล่านี้ ด้วยการโจมตีแบบสเปียร์ฟิชชิงได้

ที่มา : bleepingcomputer

Adobe ออกแพตซ์อัปเดต เพื่อแก้ไขปัญหาการ bypass สําหรับช่องโหว่ ColdFusion CVE-2023-29298

Adobe ออกแพตซ์อัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ColdFusion รวมถึงการโจมตี zero-day แบบใหม่ โดยมีการแก้ไขช่องโหว่ 3 รายการ ดังนี้ :

CVE-2023-38204 (คะแนน CVSS 9.8/10 ความรุนแรงระดับ Critical) เป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (RCE) แต่ยังไม่พบการโจมตีจากช่องโหว่นี้
CVE-2023-38205 (คะแนน CVSS 7.8/10 ความรุนแรงระดับ High) เป็นช่องโหว่การควบคุมการเข้าถึงที่ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในการโจมตีแบบ limited attacks targeting ไปที่ Adobe ColdFusion
CVE-2023-38206 (คะแนน CVSS 5.3/10 ความรุนแรงระดับปานกลาง) เป็นช่องโหว่การควบคุมการเข้าถึงที่ไม่เหมาะสมซึ่งอาจนำไปสู่การ bypass ความปลอดภัย

โดยช่องโหว่ CVE-2023-38205 จะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เก่า CVE-2023-29298 โดยช่องโหว่นี้ถูกค้นพบโดยนักวิจัยจาก Rapid7 Stephen Fewer ในวันอังคารที่ 11 กรกฎาคม 2023

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม 2023 Rapid7 พบผู้โจมตีที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2023-29298 และ CVE-2023-29300/CVE-2023-38203 เพื่อสร้างช่องโหว่เว็ปเชลล์บนเซิร์ฟเวอร์ ColdFusion ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้

นักวิจัยจาก Rapid7 ระบุว่าเมื่อวันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคม 2023 ที่ผ่านมา การแพตซ์อัปเดตของ Adobe สำหรับช่องโหว่ CVE-2023-29298 นั้นยังไม่สมบูรณ์ และอาจถูกผู้โจมตีใช้เพื่อ bypass การป้องกันได้ โดยทาง Rapid7 ได้แจ้งให้ Adobe ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ตาม Adobe ได้ออกมายืนยันว่าการแก้ไขช่องโหว่ CVE-2023-29298 จะถูกรวมอยู่ในแพตซ์ APSB23-47 ของช่องโหว่ CVE-2023-38205 และเนื่องจากช่องโหว่นี้กำลังถูกใช้ในการโจมตีเพื่อเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ ColdFusion จึงขอแนะนำให้ผู้ดูแลระบบติดตั้งแพตซ์อัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่โดยเร็วที่สุด

ที่มา : bleepingcomputer