พบ ESXiArgs Ransomware ตัวใหม่ ปรากฏขึ้นหลังจาก CISA เปิดตัวเครื่องมือถอดรหัส ESXiArgs

พบ ESXiArgs Ransomware ตัวใหม่ ปรากฏขึ้นหลังจากสำนักงานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ CISA เปิดตัวเครื่องมือถอดรหัสเพื่อกู้คืนข้อมูล สำหรับเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของ ESXiArgs Ransomware

โดยรายงานจากผู้ดูแลระบบในฟอรัมออนไลน์ พบว่าไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 128MB จะมีการเข้ารหัสข้อมูลแบบ 50% ทำให้กระบวนการกู้คืนมีความลำบากยิ่งขึ้น รวมถึงการลบที่อยู่ Bitcoin ออกจากบันทึกเรียกค่าไถ่ เพื่อให้เหยื่อติดต่อพวกเขาบน Tox แทน เพื่อรับข้อมูลสำหรับการชำระค่าไถ่ เนื่องจากกลุ่ม Hacker รู้ว่าตนเองกำลังถูกติดตามอยู่ รวมถึงวิธีการโจมตีที่ใช้นั้นสามารถป้องกันได้อย่างง่ายดาย จึงได้มีการปรับปรุงรูปแบบการโจมตี (more…)

ESXiArgs ransomware มุ่งเป้าโจมตีไปยัง VMware ESXi servers ทั่วโลก

French Computer Emergency Response Team (CERT-FR) ผู้ดูแลระบบของผู้ให้บริการโฮสติ้ง ได้ออกมาแจ้งเตือนการพบแคมเปญการโจมตีของแรนซัมแวร์ที่มุ่งเป้าการโจมตีไปยัง VMware ESXi server ที่ยังไม่ได้อัปเดตแพตซ์ด้านความปลอดภัย โดยใช้ช่องโหว่ CVE-2021-21974 ทำให้สามารถเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล เพื่อติดตั้งแรนซัมแวร์ลงยังเครื่องเป้าหมายได้

CVE-2021-21974 เป็นช่องโหว่ที่เกิดจาก heap overflow ใน OpenSLP service ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบสิทธิ และเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล Remote Code Execution (RCE) ซึ่งก่อนหน้านี้มีแพตซ์อัปเดตออกมาแล้วตั้งแต่ 23 กุมภาพันธ์ 2021

ช่องโหว่ CVE-2021-21974 ส่งผลกระทบต่อ ESXi version ดังนี้

ESXi versions x prior to ESXi70U1c-17325551
ESXi versions 7.x prior to ESXi670-202102401-SG
ESXi versions 5.x prior to ESXi650-202102101-SG

รวมถึงจากการค้นหาของ Shodan แหล่งข้อมูลด้านความปลอดภัย พบว่าเซิร์ฟเวอร์ VMware ESXi กว่า 120 เครื่องทั่วโลกอาจถูกโจมตีจากแคมเปญแรนซัมแวร์ตัวนี้แล้ว

การค้นพบ ESXiArgs ransomware

ในระหว่างที่พบแคมเปญแรนซัมแวร์ที่มุ่งเป้าการโจมตีไปยัง VMware ESXi server ทาง BleepingComputer ระบุว่า มีผู้ใช้งานเว็บไซต์ได้ตั้งกระทู้เรื่องของการถูกโจมตีโดย ESXiArgs ransomware ในฟอรัมของ BleepingComputer รวมถึงขอความช่วยเหลือ และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกู้คืนข้อมูล

จากข้อมูลพบว่า แรนซั่มแวร์จะเข้ารหัสข้อมูลไฟล์ด้วยนามสกุล .vmxf, .vmx, .vmdk, .vmsd และ .nvram บนเซิร์ฟเวอร์ ESXi ที่ถูกโจมตี และสร้างไฟล์ .args สำหรับเอกสารที่เข้ารหัสแต่ละรายการ (ซึ่งอาจเอาไว้ในการถอดรหัส) รวมถึงยังทิ้งบันทึกเรียกค่าไถ่ชื่อ "ransom.

Nevada Ransomware มุ่งเป้าหมายในการโจมตีไปที่ระบบ Windows และ VMware ESXi โดยเฉพาะ

Nevada ransomware ได้โปรโมตตัวเองบนฟอรัม RAMP darknet เมื่อวันที่10 ธันวาคม 2022 ที่ผ่านมา โดยเชิญชวนเหล่าHackersชาวรัสเซียและชาวจีนเข้าใช้งาน เพื่อรับส่วนแบ่ง85%จากค่าไถ่ที่ได้จากเหยื่อ รวมถึงยังให้ส่วนแบ่ง90%กับHackersที่สามารถโจมตี และนำข้อมูลเหยื่อมาเผยแพร่เป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นรางวัลจูงใจรวมถึงยังสามารถให้ตรวจสอบการทำงานได้จากทุกที่และแสดงจุดยืนในการไม่ให้บริการแก่Hackersชาวตะวันตก (more…)

Python Malware แอบติดตั้งแบ็คดอร์จากช่องโหว่บน VMware ESXi servers

นักวิจัยจาก Juniper Networks ค้นพบ Python Malware ที่มุ่งเป้าไปยังช่องโหว่บน VMware ESXi servers เพื่อใช้ในการติดตั้งแบ็คดอร์ ซึ่งจะทำให้ Hacker สามารถเข้าถึง หรือรันคำสั่งที่เป็นอันตรายจากระยะไกลบนระบบที่ถูกโจมตีได้

แต่จนถึงปัจจุบันนักวิจัยยังไม่สามารถระบุวิธีการที่แน่ชัดที่ถูกใช้ในการโจมตีได้ เนื่องจากข้อมูล log ที่หลงเหลือหลังจากการโจมตีมีจำกัด แต่คาดการว่าเซิร์ฟเวอร์อาจถูกโจมตีโดยใช้ช่องโหว่ CVE-2019-5544 และ CVE-2020-3992 ใน OpenSLP service ของ ESXi โดย Python Malware ยังสามารถทำงานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Linux และ Unix

VMware ESXi คือ แพลตฟอร์ม Virtual Machine (VM) ที่ใช้ทั่วไปในองค์กรเพื่อสร้างเซิร์ฟเวอร์จำลอง (VM) จำนวนมากบนอุปกรณ์เครื่องเดียว โดยใช้ทรัพยากร CPU และหน่วยความจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การโจมตี

จากข้อมูล log ที่หลงเหลือหลังจากการโจมตี พบว่า Python Malware ได้เพิ่มคำสั่ง 7 บรรทัดใน "/etc/rc.

พบ Ransomware ตัวใหม่บน Linux โดยมีเป้าหมายคือ VMware ESXi

ผู้เชี่ยวชาญจาก Trend Micro ได้ค้นพบแรนซัมแวร์ตัวใหม่ที่ที่มีชื่อว่า Cheers ซึ่งมีเป้าหมายหลัก ๆ คือ VMware ESXi Server ที่เป็นแพลตฟอร์มที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก

ระบบสำคัญของหลายองค์กรต่างอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งหากโจมตีได้สำเร็จจนทำให้ระบบหยุดทำงาน ก็จะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจรวมไปถึงกระทบต่อชื่อเสียงขององค์กรอีกด้วย

ลักษณะการทำงาน

เมื่อเซิร์ฟเวอร์ VMware ESXi ถูกโจมตีได้สำเร็จ แรนซัมแวร์จะทำการสแกนหาไฟล์ที่มีนามสกุล .log, .vmdk, .vmem, .vswp, และไฟล์ extensions ที่นามสกุล .vmsn
ซึ่งเป็นไฟล์สำคัญของ ESXi ทั้งหมด เช่นไฟล์ Snapshot หรือ log files จากนั้นจะทำการเปลี่ยนนามสกุลไฟเหล่านั้นล์เป็น “.Cheers” แล้วทำการเข้ารหัสไฟล์โดยใช้ SOSEMANUK stream cipher และลบคีย์ในการกู้คืนออก ซึ่งระหว่างแรนซัมแวร์ทำการสแกนโฟลเดอร์เพื่อเข้ารหัส มันก็จะทำการสร้าง Text ไฟล์ที่ชื่อ ‘How To Restore Your Files.

มัลแวร์เรียกค่าไถ่ REvil พัฒนาเครื่องมือเข้ารหัสเวอร์ชั่น Linux เพื่อมุ่งเป้าโจมตี VMware ESXi

กลุ่มอาชญากรผู้อยู่เบื้องหลังมัลแวร์เรียกค่าไถ่ REvil เริ่มมีการใช้งานเครื่องมือเข้ารหัสเวอร์ชั่น Linux โดยพุ่งเป้าโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายแบบเสมือนหรือ Virtual Machine (VM) ที่ทำงานอยู่บน VMware ESXi เป็นหลัก ซึ่งเป็นผลมาจากความนิยมในการใช้งาน VM ขององค์กรในยุคปัจจุบันทำให้กลุ่มอาชญากรไซเบอร์เร่งพัฒนาเครื่องมือที่จะใช้ในการโจมตีด้วยการเข้ารหัสข้อมูลของ VM

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองทางไซเบอร์, Yelisey Boguslavskiy โพสต์ข้อมูลผ่านทวิตเตอร์ว่าพบข้อมูลการประกาศบนเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งโดยกลุ่มอาชญากรผู้อยู่เบื้องหลังมัลแวร์เรียกค่าไถ่ REvil ทำการยืนยันว่าได้เปิดให้ใช้งานเครื่องมือเข้ารหัสเวอร์ชั่นระบบปฏิบัติการ Linux ซึ่งสามารถใช้โจมตีอุปกรณ์ NAS ได้อีกด้วย

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.64 ที่ผ่านมา กลุ่มนักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จาก MalwareHunterTeam เปิดเผยว่าตรวจพบมัลแวร์เรียกค่าไถ่ REvil เวอร์ชั่น Linux เช่นกัน หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Sodinokibi" ซึ่งกำลังพุ่งเป้าโจมตีเครื่องแม่ข่ายที่ใช้งาน VMware ESXI

Vitali Kremez ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองทางไซเบอร์ให้สัมภาษณ์ BleepingComputer หลังจากมีโอกาสได้ทำการวิเคราะห์ไฟล์มัลแวร์พันธ์ุใหม่นี้ว่า มันเป็นไฟล์ ELF ชนิด 64-bit ซึ่งมีการนำรูปแบบการตั้งค่าการใช้งานเหมือนกับไฟล์ Executable ที่พบได้บนระบบปฏิบัติการ Windows และนี่เป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบมัลแวร์เรียกค่าไถ่ REvil เวอร์ชั่น Linux ในการโจมตีที่เกิดขึ้นจริงนับตั้งแต่มันถูกเปิดให้ใช้งาน

สำหรับขีดความสามารถของมัลแวร์ชนิดนี้ ผู้โจมตีสามารถกำหนดตำแหน่งของไฟล์ที่ต้องการเข้ารหัสได้ รวมทั้งสามารถเปิดการใช้งาน "Silent Mode" ซึ่งใช้สำหรับป้องกันการปิดการทำงานของ "VMs mode" ดังแสดงตามรายละเอียดในคำแนะนำการใช้งาน (Usage Instructions) ของมัลแวร์ ดังนี้

Usage example: elf.

VMware ออกแพตช์ช่องโหว่ DoS ใน ESXi, Workstation, Fusion และ Cloud Foundation ความรุนแรงต่ำ

VMware ประกาศแพตช์ด้านความปลอดภัยให้กับช่องโหว่รหัส CVE-2020-3999 ซึ่งเป็นช่องโหว่ DoS ส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ESXi, Workstation, Fusion และ Cloud Foundation

ช่องโหว่ CVE-2020-3999 ถูกค้นพบโดย Lucas Leong และ Murray McAllister โดยผลลัพธ์ของช่องโหว่นั้นทำให้ผู้ใช้งานซึ่งมีสิทธิ์เป็นแค่ผู้ใช้งานทั่วไปในระบบที่สามารถเข้าถึง virtual machine ต่าง ๆ ได้สามารถสร้างเงื่อนไขเพื่อทำให้โปรเซส vmx ของ virtual machine นั้น crash และทำให้เกิดเงื่อนไขของการปฏิเสธการให้บริการ

ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบเวอร์ชันของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมได้จากหัวข้อ Response Matrix จากลิงค์ในแหล่งที่มาข่าว

ที่มา: vmware

แรมซัมแวร์กำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ใน VMWare ESXi เพื่อเข้ายึดครองและเข้ารหัส

นักวิจัยด้านความปลอดภัยตรวจพบกลุ่มแรนซัมแวร์กำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในผลิตภัณฑ์ VMWare ESXi เพื่อเข้ายึดครองและเข้ารหัสฮาร์ดไดรฟ์ของ Virtual Machine (VM) ที่ถูกใช้งานในองค์กร

ตามรายงานจากนักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ให้ข้อมูลกับ ZDNet พบว่ากลุ่มแรมซัมแวร์กำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2019-5544 และ CVE-2020-3992 ซึ่งเป็นช่องโหว่ในไฮเปอร์ไวเซอร์โซลูชันที่จะอนุญาตให้เครื่อง VM หลาย ๆ เครื่องแชร์ที่เก็บข้อมูลฮาร์ดไดรฟ์เดียวกันผ่าน Service Location Protocol (SLP) ช่องโหว่ดังกล่าวจะทำให้ผู้โจมตีที่อยู่ภายในเครือข่ายเดียวกันสามารถส่งคำขอ SLP ที่เป็นอันตรายไปยังอุปกรณ์ ESXi และเข้าควบคุมได้

ตามรายงานจากนักวิจัยด้านความปลอดภัยระบุอีกว่ากลุ่ม RansomExx ได้เริ่มต้นใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าวในการโจมตีอินสแตนซ์ ESXi และเข้ารหัสฮาร์ดดิสก์ของเครื่อง VM ที่อยู่ภายในเครือข่าย โดยหลังจากเหตุการณ์ นักวิจัยได้พบข้อมูลการประกาศการโจมตีในลักษณะเดียวกันโดยกลุ่ม Babuk Locker ransomware ในฟอรั่มใต้ดิน

ทั้งนี้ผู้ดูแลระบบ VMWare ESXi ควรรีบอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดโดยด่วนเพื่อป้องกันการตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มปฏิบัติการโจมตีด้วยแรมซัมแวร์

ที่มา: zdnet

VMware ออกเเพตซ์เเก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ใน VMware ESXi, Workstation, Fusion และ Cloud Foundation

VMware ออกเเพตซ์การอัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ 2 รายการที่สำคัญและมีความรุนแรงสูงใน VMware ESXi, Workstation, Fusion และ Cloud Foundation โดยช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีสามารถเรียกใช้โค้ดและเพิ่มสิทธิ์ในระบบได้ ทั้งนี้ช่องโหว่ทั้ง 2 รายการถูกค้นพบโดย Xiao Wei และ Tianwen Tang จาก Qihoo 360 Vulcan Team ในวันแรกของการแข่งขัน Tianfu Cup Pwn ในปี 2020 ที่ผ่านมา

ช่องโหว่ CVE-2020-4004 (CVSSv3: 9.3/10) เป็นช่องโหว่ประเภท Use-after-free ที่อยู่ใน XHCI USB controller ของ VMware ESXi, Workstation, และ Fusion โดยช่องโหว่จะช่วยให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบทั่วไปบนเครื่อง Virtual Machine (VM) สามารถรันโค้ดในขณะที่กระบวนการ VMX ของ VM ทำงานบนโฮสต์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้ในการคอนฟิกบนโฮสต์ VM อินสแตนซ์

ช่องโหว่ CVE-2020-4005 (CVSSv3: 8.8/10) เป็นช่องโหว่ประเภทการยกระดับสิทธิ์ใน VMware ESXi โดยช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์ภายใน VMX เท่านั้นสามารถยกระดับสิทธิ์ในระบบได้

ผู้ดูแลระบบควรทำการอัปเดตแพตซ์ความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทำการโจมตีระบบ ทั้งนี้ช่องโหว่ CVE-2020-4004 ยังมีวิธีการป้องกันอีกวิธีการหนึ่งคือการการลบ XHCI USB controller (USB 3.x) หากไม่ได้ใช้งานออกจากเครื่อง VM ที่อาจตกเป็นเป้าหมาย

ที่มา: bleepingcomputer | theregister

VMware fixes critical vulnerability in Workstation and Fusion

VMware ออกเเพตซ์เเก้ไขช่องโหว่ที่มีระดับความรุนเเรง “Critical” 10 รายการใน VMware Workstation และ Fusion

VMware ได้เปิดเผยถึงช่องโหว่ 10 รายการที่ส่งผลต่อผลิตภัณฑ์ VMware ESXi, Workstation และ Fusion ซึ่งช่องโหว่มีความรุนเเรงระดับ “Critical” โดยช่องโหว่ที่สำคัญมีรายละเอียดดังนี้

ช่องโหว่ CVE-2020-3962 (CVSSv3: 9.3) และ CVE-2020-3969 (CVSSv3: 8.1) เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลต่ออุปกรณ์ SVGA ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเครื่อง VM ที่ทำการเปิด 3D graphic ใช้งานอยู่ อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่นี้เพื่อเรียกใช้งานโค้ดบน hypervisor จากเครื่อง VM
ช่องโหว่ CVE-2020-3970 เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลกับ VMware ESXi, Workstation และ Fusion ทำให้ผู้โจมตีที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงเครื่อง VM สามารถทำการ Denial of Service (DoS) โปรเซส vmx บนเครื่อง VM ที่ทำการเปิด 3D graphic ใช้งานอยู่
ช่องโหว่ CVE-2020-3967 เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลต่ออุปกรณ์คอนโทรลเลอร์ USB 2.0 สำหรับผลิตภัณฑ์ VMware ESXi, Workstation และ Fusion โดยช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีที่สามารถเข้าถึงเครื่อง VM ทำการเรียกใช้โค้ดบน hypervisor

ช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลกับ VMware ESXi เวอร์ชั่น 6.5, 6.7 และ 7.0, Workstation เวอร์ชั่น 15.X และ Fusion เวอร์ชั่น 11.X ทั้งนี้ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบควรทำการอัพเดตและติดตั้งแพตซ์ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่

ที่มา: securityaffairs | vmware