New OS X Ransomware KeRanger Infected Transmission BitTorrent Client Installer

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Palo Alto Networks พบมัลแวร์เรียกค่าไถ่หรือ Ransomware ที่มีเป้าหมายเป็น OSX ในชื่อ KeRanger โดยนักวิจัยระบุว่าพบ KeRanger Ransomware ถูกฝังมากับ Tranmission เวอร์ชั่น 2.90, 2.91 หรือโปรแกรมสำหรับโหลด BitTorrent ใน Mac ที่มีผู้ใช้จำนวนหลายล้านคนทั่วโลก, เมื่อติดตั้ง Tranmission ที่มี KeRanger ฝังอยู่ไปแล้วประมาณ 3 วัน ไฟล์ใน Harddisk ของเครื่องผู้ใช้อาทิเช่น เอกสารที่สำคัญ, รูปภาพ, ไฟล์วีดีโอ, email archives file และฐานข้อมูลต่างๆ จะถูกเข้ารหัส, KeRanger จะเรียกค่าไถ่เป็นราคา 1 Bitcoin หรือประมาณ $410 อย่างไรก็ตามทางนักวิจัยเชื่อว่าที่ Tranmission ถูก KeRanger ฝังมานั้นอาจเกิดจากเว็บไซต์ Tranmission ถูกแฮกไปแก้ไขไฟล์ dmg ที่ใช้ติดตั้ง Tranmission, สำหรับผู้ใช้ที่มีการติดตั้ง Tranmission ไว้ควรอัพเกรดไปเป็นเวอร์ชั่น 2.92 โดยเร็วที่สุด

ที่มา : thehackernews

Brazilian underground is the first in spreading cross-platform malware

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Kaspersky Lab พบมัลแวร์สายพันธ์ใหม่ที่กระจายตัวด้วยไฟล์ JAR หรือ Java executables ทำให้มีคุณสมบัติ cross-platform คือสามารถรันได้บนระบบปฏิบัติการ Mac, Linux และ Windows แม้กระทั้งใน Android ก็มีโอกาสด้วยเช่นกัน ซึ่งเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับมัลแวร์นี้คือเครื่องเป้าหมายต้องมีการติดตั้ง Java Runtime Environment (JRE) เพื่อทำให้ไฟล์ JAR สามารถทำงานได้ โดยรายงานระบุว่า Java JRE ถูกติดตั้งโดยทั่วไปอยู่แล้วประมาณ 70-80%, นักวิจัยระบุอีกว่าผู้ริเริ่มพัฒนา cross-platform malware นั้นเป็นคนในบราซิล และพบว่ามีการโจมตีธนาคารต่างๆ แล้วโดยแนบไฟล์ผ่านอีเมลล์ ซึ่งมีชื่อของมัลแวร์ดังต่อไปนี้ Trojan-Banker.

Ransomware Targets Healthcare Sector

สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดกรณี Ransomware โจมตีโรงพยาบาล เข้ารหัสอีเมล์และข้อมูลผู้ป่วย พร้อมเรียกค่าไถ่สูงถึง 3.6 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 126 ล้านบาท

โรงพยาบาลที่ถูกโจมตีนี้คือโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน Hollywood เมือง California ทำให้ระบบเครือข่ายล่มไปเป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์ และสูญเสียข้อมูล Email และข้อมูลผู้ป่วยไปจากการถูกเข้ารหัสด้วย Ransomware

ส่วนสาเหตุที่ทำให้การโจมตีครั้งนี้ประสบความสำเร็จก็คือ การที่ระบบเครือข่ายที่จัดเก็บข้อมูล Sensitive Data กับระบบเครือข่ายสำหรับใช้งานทั่วไปนั้นเชื่อมต่อเป็นระบบเดียวกัน รวมถึงไม่มีนโยบายการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ อีกทั้งอุปกรณ์การแพทย์และอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบนั้นก็ไม่มีการอัพเดตหรืออุดช่องโหว่แต่อย่างใด ทำให้ผู้โจมตีมีช่องทางที่หลากหลายมาก ในขณะที่ข้อมูลทั้งหมดของโรงพยาบาลนั้นล้วนเป็นข้อมูลสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการรักษาพยาบาลโดยตรงทั้งสิ้น ดังนั้นไม่ว่าข้อมูลส่วนใดจะสูญหายไป ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นกับโรงพยาบาลอยู่ดี

ทาง McAfee ก็ได้แนะนำแนวทางป้องกันคือ การทำ Backup ให้กับข้อมูล Sensitive Data ทั้งหมดอยู่เสมอ เพื่อที่ถ้าหากถูกโจมตีขึ้นมาจริงๆ ยังกู้ข้อมูลกลับขึ้นมาเพื่อทำงานต่อได้ในเวลาไม่นานนัก

ที่มา : M Blog Central

Malwarebytes releases new Anti-Ransomware Beta Software

Malwarebytes ออกโปรแกรม Malwarebytes Anti-Ransomware โดยใช้ชื่อย่อว่า “MBARW” เวอร์ชั่น Beta ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถตรวจจับและป้องกันพฤติกรรมของ ransomware (มัลแวร์เรียกค่าไถ่) โดยตัวโปรแกรมจะสามารถตรวจจับพฤติกรรมที่พยายามทำการเข้ารหัสไฟล์ข้อมูล เมื่อพบพฤติกรรมดังกล่าวจะทำการกักเก็บไฟล์ที่อันตรายและแจ้งเตือนผู้ใช้งาน โดย MBARW จะสามารถตรวจจับและป้องกัน ransomware ที่เป็นอันตรายต่อข้อมูลในคอมพิวเตอร์ชนิดต่างๆ ได้ เช่น CryptoWall4, CryptoLocker, Tesla และ CTB-Locker เป็นต้น โดยทาง Malwarebytes ได้มีการซื้อ CryptoMonitor จากบริษัท EasySync เข้ามาเพื่อช่วยในการตรวจจับ ransomware อีกด้วย

ที่มา : BLEEPINGCOMPUTER

How my TV got infected with ransomware and what you can learn from it

Candid Wueest จาก Symantec รายงานถึงม้ลแวร์เรียกค่าไถ่ (ransomware) ที่ล็อกหน้าจอสมาร์ตทีวีจนใช้งานไม่ได้ โดยตัวแอพที่ติดตั้งเข้ามาจะเด้งขึ้นมาทุกสองวินาที และเริ่มต้นทำงานหลังบูตขึ้นมาเพียง 20 วินาทีทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าเมนูไปลบแอพออกจากระบบได้ทัน
การถอนการติดตั้งมัลแวร์เหล่านี้ที่ได้ผลที่สุดคือต่อสาย USB และใช้ adb เข้าไปสั่งถอนการติดตั้ง แต่หากผู้ใช้ไม่ได้เปิดโหมดนักพัฒนาไว้ก็จะยิ่งกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก
ตอนนี้มัลแวร์กลุ่มนี้ยังไม่มีตัวไหนระบาดเป็นวงกว้าง อาจจะเพราะสมาร์ตทีวีเองยังไม่ได้รับความนิยมนัก แต่อย่างไรการใช้งานสมาร์ตทีวีก็ไม่ต่างจากคอมพิวเตอร์อื่นๆ ที่ควรดูแลความปลอดภัยให้ดี เช่น เปิดระบบตรวจสอบแอพก่อนติดตั้งเสมอ, ปิดฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้งาน, หรือพิจารณาแยกอุปกรณ์เหล่านี้ออกจากเครือข่ายปกติ

ที่มา : Symantec

Cisco Takes Down Ransomware Operation Generating $30 Million in Revenue For Hackers

Cisco เผยข้อมูลรายได้จากเหตุการณ์ Ransomware ที่คาดการณ์ว่ามีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านเหรียญ

นักวิจัยด้าน Cyber security ของ Cisco เปิดเผยว่าพบการเชื่อมโยงระหว่าง Ransomware และการใช้ Angler Exploit Kit ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือเจาะระบบที่มีศักยภาพร้ายแรง โดยจำนวนของเหยื่อเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีการเชื่อมต่อไปที่ผู้ให้บริการ hosting ชื่อ “Limestone” และหลังจากทำการศึกษาต่อ พบว่ากลุ่มกลุ่มเหล่านี้ตั้งเป้าการโจมตีไว้ถึง 90,000 เครื่องต่อวัน ซึ่งจากสถิติพบว่า จะมีผู้ติด ransomware มากกว่า 3600 เครื่องต่อวัน และร้อยละ 3 ในจำนวนผู้จ่ายค่าไถ่ ransomware นั้นต้องจ่ายค่าไถ่สูงถึงกว่า 300 เหรียญ

ที่มา : thehackernews

200 Million WhatsApp Users Vulnerable to vCard Vulnerability

พบช่องโหว่ที่อันตรายใน WhatsApp เวอร์ชั่น Web มีผู้ใช้งานมากกว่า 200 ล้านคนที่ตกอยู่ในความเสี่ยง
Kasif Dekel นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Check Point พบช่องโหว่ของ WhatsApp vCard ที่ทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถโจมตี สามารถทำให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดมัลแวร์หรือ ransomware เข้าไปในคอมพิวเตอร์ได้ทันที

นอกจากนี้ ช่องโหว่สามารถทำได้ง่ายเพียงแค่สร้าง .Bat ไฟล์และส่งข้อความไปให้เพื่อนหรือผู้ใช้คนอื่นๆ เมื่อผู้ใช้คลิ๊กเปิดไฟล์ ก็จะรันมัลแวร์หรือโค้ดอันตรายซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรง เช่น เครื่องถูกยึดอย่างสมบูรณ์, ถูก Monitor การใช้งานต่างๆ, ใช้เครื่องเหยื่อเพื่อแพร่กระจายไวรัส เป็นต้น

ทีมด้านความปลอดภัยของ WhatsApp ได้อัพเดทเพื่อแก้ไขช่องโหว่นี้ใน Web Client แล้ว ซึ่งช่องโหว่นี้จะกระทบกับผู้ใช้ WhatsApp เวอร์ชั่นก่อน V0.1.4481

ที่มา : thehackernews

TeslaCrypt 2.0 disguised as CryptoWall

TeslaCrypt มัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ระบาดหนักอีกตัวหนึ่ง เริ่มมีรุ่นใหม่ออกมาเป็นรุ่น 2.0 ซึ่งทาง Kaspersky รายงานว่ามีความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดหลายอย่าง

ประเด็นแรกที่เปลี่ยนคือหน้าจอแจ้งผู้ใช้ว่าตกเป็นเหยื่อของการเรียกค่าไถ่ จากเดิมเป็น GUI ของวินโดวส์ธรรมดา รุ่นใหม่นี้จะเป็นไฟล์ HTML แล้วเรียกเบราว์เซอร์ขึ้นมาแจ้งผู้ใช้ ที่น่าแปลกใจคือหน้าเว็บนี้เอามาจาก มัลแวร์อีกตัวคือ CryptoWall 3.0 ทั้งหมด ยกเว้น URL จ่ายเงินที่เป็นของ TeslaCrypt เอง นอกจากหน้าเว็บแล้ว กระบวนการเข้ารหัสภายในยังเปลี่ยนแปลงไป โดยใช้กระบวนการ secp256k1 และ ECDH แต่เครื่องของเหยื่อจะมีกุญแจหลัก master_btc_priv สำหรับถอดรหัสทุกไฟล์ และผู้ควบคุมมัลแวร์ใส่กุญแจสาธารณะ malware_pub ไว้ในตัวมัลแวร์ หากมีกุญแจลับ malware_priv ก็จะถอดรหัสของเหยื่อทุกคนได้ นอกจากนี้ master_btc_priv ยังเป็นกุญแจสำหรับถอนเงินออกจากบัญชี Bitcoin ที่เหยื่อจ่ายอีกด้วย ซึ่งจุดสำคัญคือ ในรุ่น 2.0 นี้ไม่มีไฟล์ key.

Think twice before you open email attachments from unknown senders

นักวิจัยด้านความปลอดภัยค้นพบ Ransomware ตัวใหม่ที่ใช้ชื่อว่า "Troldesh" ซึ่งถูกสร้างขึ้นในรัสเซีย ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์จำนวนมากทั่วโลกได้รับผลกระทบจาก Ransomware ตัวนี้

Troldesh จะแพร่กระจายผ่านทางไฟล์ที่แนบมากับ Spam email และจะทำการเข้ารหัสไฟล์ .xbtl ของเหยื่อทันที นอกจากนี้ Troldesh จะวางไฟล์ชื่อ 'README.txt' ซึ่งมีรายละเอียดการชำระเงินเพื่อปลดล็อกไว้ โดยแฮกเกอร์จะเรียกค่าไถ่ประมาณ $278 หรือ $250 ในการแลกเปลี่ยนคีย์สำหรับถอดรหัส

ที่มา : ehackingnews

New ransomware program targets gamers

มัลแวร์ค่าไถ่ หรือ Ransomware รูปแบบใหม่ ถูกค้นพบว่าเปลี่ยนแนวมาจู่โจมคนเล่นเกมโดยเฉพาะ โดยการเข้ารหัสไฟล์เซฟเกม และไฟล์ของผู้ใช้อื่นๆ ที่จำเป็นต่อการเล่นเกม ส่งผลให้เหยื่อไม่สามารถเล่นเกมต่อไปได้ จากนั้นจะเรียกค่าไถ่เป็นจำนวนเงิน หรือ Bitcoin เพื่อให้ปลดล็อคไฟล์เซฟเกม