Microsoft กำลังทดสอบการรองรับ Third-party Passkeys บน Windows 11

ปัจจุบัน Microsoft กำลังทดสอบการอัปเดต API ของ WebAuthn ที่จะเพิ่มการรองรับการใช้งานของ third-party passkey สำหรับการยืนยันตัวตนแบบไม่ใช้รหัสผ่านบน Windows 11

โดย Passkeys จะใช้การยืนยันตัวตนแบบ biometric เช่น ลายนิ้วมือ และการจดจำใบหน้า เพื่อเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย และสะดวกสบายกว่าการใช้รหัสผ่านแบบดั้งเดิม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการละเมิดข้อมูลอย่างมีนัยสำคัญ

Microsoft ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการข้อมูล credential เช่น 1Password, Bitwarden และอื่น ๆ มาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริษัทได้ประกาศเป็นครั้งแรกว่าจะสร้างโมเดลการยืนยันตัวตนแบบปลั๊กอินสำหรับ passkeys ใน Windows

ตามที่บริษัทได้เปิดเผยในวันนี้ ผู้ใช้งานจะสามารถเลือกใช้ผู้ให้บริการ third-party passkey ได้เพิ่มเติม นอกเหนือจากผู้ให้บริการ passkey ที่มีอยู่ของ Windows เพื่อสำหรับการยืนยันตัวตนผ่าน Windows Hello โดยใช้ passkey เดียวกันที่สร้างไว้ในอุปกรณ์มือถือ

ทีม Windows Insider ระบุว่า "เรากำลังปล่อยการอัปเดตสำหรับ WebAuthn APIs เพื่อรองรับโมเดลการยืนยันตัวตนแบบปลั๊กอินสำหรับ passkeys"

"ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผู้ใช้งาน Windows จะสามารถเลือกผู้ให้บริการ third-party เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมควบคู่ไปกับผู้ให้บริการ passkey ที่มีอยู่ของ Windows ในขณะที่ผู้ใช้ยังคงรักษาประสบการณ์การใช้งานเดิมไว้ได้"

ข้อความใน WebAuthn flows จะถูกส่งต่อไปยังปลั๊กอิน และการตอบกลับจะถูกส่งกลับไปยังแอปพลิเคชัน WebAuthn client ซึ่งทำให้ปลั๊กอินสามารถสร้าง และยืนยันตัวตนด้วย passkeys เมื่อได้รับ request จากผู้ใช้งาน

การอัปเดตเหล่านี้กำลังเผยแพร่ให้กับผู้ใช้ Windows Insider ใน Beta Channel ได้ใช้งานในวันนี้ โดยจะต้องติดตั้ง Preview Build 22635.4515 (KB5046756) นอกจากนี้ Microsoft ยังขอให้ลูกค้าที่ใช้ฟีเจอร์ใหม่นี้แชร์ความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์ม Feedback Hub ภายใต้หมวดหมู่ Privacy > Passkey

Microsoft ยังได้ปล่อย source code เพื่อช่วยนักพัฒนาสร้างปลั๊กอินของตัวเองเพื่อรองรับแพลตฟอร์ม passkey ของตนเอง

บริษัทได้เข้าร่วมกับ FIDO Alliance และแพลตฟอร์มหลักอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนให้ passkeys เป็นวิธีการลงชื่อเข้าใช้แบบ passwordless ตามมาตรฐาน โดยรองรับ Web Authentication (WebAuthn) หรือที่เรียกว่า FIDO credentials

ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม Microsoft ได้ปล่อยการรองรับการยืนยันตัวตนด้วย passkey สำหรับบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลหลังจากได้เพิ่มตัวจัดการ passkey ในตัว Windows Hello ด้วยการอัปเดตฟีเจอร์ Windows 11 22H2

วันนี้ Microsoft ยังเริ่มปล่อยฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกลับมาทำงานกับไฟล์ OneDrive จากโทรศัพท์ iOS และ Android บน Windows 11 PC ที่ติดตั้ง Windows 11 Beta Preview build ล่าสุดสำหรับ Insiders

ในประกาศที่แยกออกมา บริษัทได้เปิดตัว Microsoft Edge Game Assist (Preview) ซึ่งเป็นเว็บเบราว์เซอร์ในเกมที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับการเล่นเกมบน PC ซึ่งจะแสดงอยู่บนหน้าจอเกมใน Game Bar

ที่มา : bleepingcomputer

Microsoft แก้ไขช่องโหว่ Zero-Day บน Windows ที่ถูกนำมาใช้ในการโจมตียูเครน

Hacker ที่คาดว่าเป็นชาวรัสเซีย ถูกพบว่ากำลังใช้ช่องโหว่บน Windows ที่เพิ่งได้รับการแก้ไขในการโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่หน่วยงานของยูเครน (more…)

Microsoft ออกแพตซ์อัปเดตประจำเดือนพฤศจิกายน 2024 แก้ช่องโหว่ 91 รายการ และช่องโหว่ zero-day 4 รายการ

Microsoft ออก Patch Tuesday ประจำเดือนพฤศจิกายน 2024 โดยแก้ไขช่องโหว่ 91 รายการ รวมถึงช่องโหว่ zero-days 4 รายการ ที่พบว่ากำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตีอีกด้วย (more…)

Microsoft แจ้งเตือนช่องโหว่ Emails Spoofing บน Exchange

Microsoft เปิดเผยช่องโหว่บน Exchange Server ความรุนแรงระดับ High ที่ทำให้ Hacker สามารถปลอมแปลงเป็นชื่อผู้ส่งที่ถูกต้อง ทำให้การส่งข้อความที่เป็นอันตรายมีประสิทธิภาพมากขึ้น (more…)

Microsoft เปิดเผยว่าแฮ็กเกอร์ชาวจีนใช้ Quad7 botnet เพื่อขโมยข้อมูล credentials

Microsoft แจ้งเตือนว่าผู้โจมตีจากจีนกำลังใช้ Quad7 botnet โจมตีไปยังเราเตอร์ SOHO เพื่อลักลอบขโมยข้อมูล credentials ผ่านการโจมตีในรูปแบบ password-spray (more…)

CVE-2024-38094 : ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึง Domain ผ่าน Microsoft SharePoint Server

รายงานล่าสุดจากทีม Incident Response ของ Rapid7 เปิดเผยถึงการโจมตีที่ร้ายแรงใน Microsoft SharePoint server ซึ่งทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึง domain ทั้งหมด และส่งผลกระทบต่อระบบที่สำคัญผ่านการใช้เทคนิคผสมอย่างซับซ้อน ซึ่งเกิดจากการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2024-38094 แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจจับ และตอบสนองต่อช่องโหว่ใน SharePoint servers ที่ติดตั้งในองค์กรอย่างรวดเร็ว (more…)

ช่องโหว่ zero-day ใหม่ใน Windows Themes ได้รับการแพตช์ฟรีอย่างไม่เป็นทางการ

แพตช์แก้ไขฟรีอย่างไม่เป็นทางการสำหรับช่องโหว่ zero-day ใหม่ใน Windows Themes ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถขโมยข้อมูล NTLM credentials จากระยะไกลได้

NTLM ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการโจมตีแบบ NTLM relay attacks ซึ่งผู้ไม่หวังดีสามารถบังคับให้อุปกรณ์ที่มีช่องโหว่ทำการยืนยันตัวตนกับเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขาได้ และในการโจมตีแบบ pass the hash จะอาศัยช่องโหว่ของระบบ หรือซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายในการดึงค่า NTLM hashes (รหัสผ่านที่ผ่านการ hashed) จากระบบของเป้าหมาย (more…)

พบช่องโหว่ ‘WinReg’ สำหรับการโจมตีแบบ NTLM Relay บน Windows Server

พบการเผยแพร่ชุดสาธิตการโจมตี Proof-of-concept (PoC) สำหรับช่องโหว่ Remote Registry client ใน Microsoft ซึ่งสามารถใช้เพื่อควบคุม Windows domain ได้โดยการลดระดับความปลอดภัยของกระบวนการ authentication (more…)

Microsoft แจ้งเตือนข้อมูล Security logs ของลูกค้าบางส่วนสูญหายไปเป็นเวลา 1 เดือน

Microsoft ออกมาแจ้งเตือนลูกค้ากลุ่มองค์กรว่า บริษัทพบ bug ที่อยู่มาเป็นเวลานานเกือบหนึ่งเดือนที่อาจทำให้ข้อมูล critical logs บางส่วนสูญหาย ซึ่งส่งผลให้บริษัทที่ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติตกอยู่ในความเสี่ยง

ปัญหานี้ถูกรายงานครั้งแรกโดย Business Insider เมื่อต้นเดือนตุลาคมนี้ โดยมีรายงานว่า Microsoft ได้เริ่มแจ้งลูกค้าว่าข้อมูล logging data ของพวกเขาไม่ได้ถูกเก็บอย่างต่อเนื่องระหว่างวันที่ 2 กันยายน ถึง 19 กันยายน 2024

Log data ที่สูญหายรวมถึงข้อมูลด้านความปลอดภัยที่มักใช้ในการตรวจสอบการรับส่งข้อมูล, การกระทำ และความพยายามในการเข้าสู่ระบบที่น่าสงสัยในเครือข่าย ซึ่งทำให้มีโอกาสมากขึ้นที่การโจมตีจะไม่ถูกตรวจพบ

การตรวจสอบเหตุการณ์เบื้องต้น (PIR) ที่ส่งถึงลูกค้า และแชร์โดย Microsoft MVP - Joao Ferreira ได้ชี้แจงถึงปัญหาเพิ่มเติม โดยระบุว่าปัญหาการ logging นั้นเกิดขึ้นกับบริการบางอย่าง และจะคงอยู่จนถึงวันที่ 3 ตุลาคม

การตรวจสอบของ Microsoft ระบุว่าบริการต่อไปนี้ได้รับผลกระทบ โดยแต่ละบริการมีระดับการหยุดชะงักของการ logging ข้อมูลที่แตกต่างกัน:

Microsoft Entra: sign-in logs และ activity logs อาจไม่สมบูรณ์ log data จาก Entra ที่ส่งผ่าน Azure Monitor ไปยังผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยของ Microsoft เช่น Microsoft Sentinel, Microsoft Purview และ Microsoft Defender for Cloud ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
Azure Logic Apps: พบ gaps เป็นช่วง ๆ ใน telemetry data ใน Log Analytics, Resource Logs, และการตั้งค่าการวิเคราะห์จาก Logic Apps
Azure Healthcare APIs: log data การวิเคราะห์บางส่วนไม่สมบูรณ์
Microsoft Sentinel: มี gaps ที่อาจเกิดขึ้นใน logs หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัย ส่งผลต่อความสามารถของลูกค้าในการวิเคราะห์ข้อมูล ตรวจจับภัยคุกคาม หรือสร้างการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัย
Azure Monitor: พบ gaps หรือผลลัพธ์ที่ลดลงเมื่อทำการรันคำสั่งการค้นหาที่อ้างอิงจาก log data ของบริการที่ได้รับผลกระทบ ในกรณีที่ลูกค้าตั้งค่าการแจ้งเตือนโดยอ้างอิงจาก log data นี้ การแจ้งเตือนอาจได้รับผลกระทบ
Azure Trusted Signing: พบ log data SignTransaction และ SignHistory ไม่สมบูรณ์บางส่วน ทำให้ปริมาณ signing log ลดลง และการเรียกเก็บเงินต่ำกว่าความเป็นจริง
Azure Virtual Desktop: Application Insights ไม่สมบูรณ์บางส่วน การเชื่อมต่อ และฟังก์ชันหลักของ AVD ไม่ได้รับผลกระทบ
Power Platform: พบความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยที่ส่งผลต่อข้อมูลในรายงานต่าง ๆ รวมถึงรายงาน Analytics ใน Portal Admin และ Maker, รายงานการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์, การส่งออกข้อมูลไปยัง Data Lake, Application Insights และ Activity Logging

Microsoft ระบุว่า ความล้มเหลวในการ logging เกิดจาก bug ที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขปัญหาอื่นใน log collection service ของบริษัท

"การเปลี่ยนแปลงครั้งแรกถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขข้อจำกัดใน logging service แต่เมื่อถูกนำไปใช้งาน กลับไไปทำให้เกิดสภาวะ deadlock โดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อ agent ถูกสั่งให้เปลี่ยนปลายทางการอัปโหลดข้อมูลระยะไกลอย่างรวดเร็วในขณะที่มีการส่งข้อมูลไปยังปลายทางแรกอยู่ ซึ่งส่งผลให้เกิด deadlock ของเธรดในส่วนประกอบการส่งข้อมูลทีละน้อย ทำให้โปรแกรมตัวแทนไม่สามารถอัปโหลดข้อมูลระยะไกลได้ สภาวะ deadlock นี้ส่งผลกระทบเฉพาะกลไกการส่งข้อมูลภายใน agent เท่านั้น แต่ฟังก์ชันอื่น ๆ ยังคงทำงานได้ตามปกติ เช่น การเก็บรวบรวม และบันทึกข้อมูลไปยังที่เก็บข้อมูลถาวรภายในของ agent การรีสตาร์ท agent หรือระบบปฏิบัติการ สามารถแก้ไขสภาวะ deadlock ได้ และเมื่อ agent เริ่มทำงานอีกครั้ง โดยจะอัปโหลดข้อมูลที่เก็บอยู่ในหน่วยความจำถาวรภายใน อย่างไรก็ตาม มีบางสถานการณ์ที่ปริมาณ log data ที่ agent รวบรวมได้มีขนาดใหญ่เกินขีดจำกัดของที่เก็บข้อมูลภายในก่อนที่จะเกิดการรีสตาร์ท ในกรณีเหล่านี้ agent จะเขียนทับข้อมูลที่เก่าที่สุดในที่เก็บข้อมูล (เป็นการทำงานแบบ buffer retaining ที่เก็บข้อมูลล่าสุดจนถึงขนาดที่กำหนด) log data ที่เกินขีดจำกัดของหน่วยความจำไม่สามารถกู้คืนได้"

Microsoft ระบุว่า ถึงแม้ว่าจะแก้ไข bug ตามแนวทางที่ปลอดภัยแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถระบุปัญหาใหม่ได้ และต้องใช้เวลาสองสามวันจึงจะตรวจพบ

John Sheehan รองประธานฝ่ายองค์กรของ Microsoft ได้แถลงต่อ TechCrunch ว่า ขณะนี้ bug ได้รับการแก้ไขแล้ว และได้แจ้งลูกค้าทุกคนให้ทราบแล้ว

อย่างไรก็ตาม Kevin Beaumont ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ระบุว่า เขาทราบว่ามีอย่างน้อย 2 บริษัทที่มี log data ที่สูญหายแต่ไม่ได้รับการแจ้งเตือน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหนึ่งปีหลังจากที่ Microsoft ถูกวิจารณ์จาก CISA และฝ่ายนิติบัญญัติในสหรัฐฯ เนื่องจากไม่ให้ log data ที่เพียงพอเพื่อใช้ในการตรวจจับการละเมิดความปลอดภัยฟรี แต่กลับเรียกเก็บเงินจากลูกค้าเพื่อเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้

ในเดือนกรกฎาคม 2023 แฮ็กเกอร์ชาวจีนได้ขโมย signing key ของ Microsoft ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถเจาะบัญชีขององค์กร และรัฐบาลที่ใช้ Microsoft Exchange และ Microsoft 365 และขโมยข้อมูลอีเมลได้

แม้ว่า Microsoft ยังไม่สามารถระบุได้ว่า key นั้นถูกขโมยไปได้อย่างไร รัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจพบการโจมตีครั้งนี้เป็นครั้งแรกโดยใช้ advanced logging data ของ Microsoft

อย่างไรก็ตาม ความสามารถของ advanced logging data นี้มีให้เฉพาะลูกค้าของ Microsoft ที่ชำระเงินสำหรับฟีเจอร์ Purview Audit (Premium) logging เท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ Microsoft จึงถูกวิจารณ์อย่างหนักที่ไม่ให้บริการ log data เพิ่มเติมนี้ฟรี ซึ่งจะช่วยให้องค์กรตรวจจับการโจมตีระดับสูงได้อย่างรวดเร็ว

Microsoft ได้ขยายความสามารถในการ logging ข้อมูลฟรีให้กับลูกค้า Purview Audit ทั้งหมดในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 โดยทำงานร่วมกับ CISA สำนักงานบริหารจัดการ และงบประมาณ (OMB) และสำนักงานผู้อำนวยการไซเบอร์แห่งชาติ (ONCD)

ที่มา : https://www.

กลุ่มแฮ็กเกอร์ OilRig ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของ Windows Kernel เพื่อขโมยข้อมูล โดยมุ่งเป้าไปที่ UAE และ Gulf

กลุ่มแฮ็กเกอร์จากอิหร่านที่รู้จักกันในชื่อ OilRig ถูกพบว่ากำลังโจมตีโดยใช้ประโยชน์จากช่องโหว่การยกระดับสิทธิ์ที่ได้รับการแก้ไขแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อ Windows Kernel โดยการโจมตีดังกล่าวจะมุ่งเป้าไปที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (U.A.E.) และกลุ่มประเทศอาหรับ (more…)