นักวิจัยจาก AT&T พบการโจมตี phishing ที่ใช้ 'chat group' ของ Microsoft Teams เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ DarkGate ไปยังระบบของเหยื่อ โดยผู้โจมตีใช้ Domain '.onmicrosoft.
นักวิจัยจาก AT&T พบการโจมตี phishing ที่ใช้ 'chat group' ของ Microsoft Teams เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ DarkGate ไปยังระบบของเหยื่อ โดยผู้โจมตีใช้ Domain '.onmicrosoft.
Microsoft ประกาศกำหนดสิ้นสุดการสนับสนุนสำหรับซอฟแวร์ Exchange Server 2019 on-premises ในวันที่ 9 มกราคม 2024
ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2024 เป็นต้นไป Microsoft จะไม่รับคำขอแก้ไข Bug และคำขอเปลี่ยนแปลงการออกแบบ Design Change Requests (DCR) อีกต่อไป แต่จะยังคงออกแพตช์เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัย หรือช่องโหว่ที่ถูกพบต่อไป
(more…)
Microsoft ยกเลิกการใช้งาน MSIX ms-appinstaller protocol handler อีกครั้ง หลังพบความเกี่ยวข้องกับหลายกลุ่ม hacker ที่นำไปใช้ในทางที่ผิด โดยการแพร่กระจายมัลแวร์ลงบนเครื่องของผู้ใช้งาน Windows
(more…)
Microsoft ออกแพตซ์อัปเดต Patch Tuesday ประจำเดือนธันวาคม ซึ่งได้อัปเดตช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทั้งหมด 34 รายการ และช่องโหว่ Zero-Day ของ CPU AMD 1 รายการ
โดยช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล Remote Code Execution (RCE) 8 รายการที่ได้รับการแก้ไขนั้น มีเพียง 3 รายการที่ Microsoft จัดว่าอยู่ในระดับ Critical แต่รวมแล้วในเดือนนี้มีช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรง Critical ทั้งหมด 4 รายการ ได้แก่ ช่องโหว่ใน Power Platform (Spoofing) 1 รายการ, ช่องโหว่ ใน Internet Connection Sharing (RCE) 2 รายการ และช่องโหว่ใน Windows MSHTML Platform (RCE) 1 รายการ
(more…)
Microsoft แจ้งเตือนการพบกลุ่มผู้โจมตีที่มีเป้าหมายทางด้านการเงิน กำลังใช้งานระบบยืนยันตัวตน และตรวจสอบสิทธิ์มาตรฐาน (Open Authorization - OAuth) ในการโจมตีผ่านทางอีเมลในรูปแบบ Business Email Compromised - BEC และทำการฟิชชิ่ง สแปม รวมไปถึงสร้าง Virtual Machines สำหรับขุดคริปโตแบบอัตโนมัติ
โดย OAuth คือระบบยืนยันตัวตน (Authentication) และตรวจสอบสิทธิ์ (Authorization) เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถอนุญาตให้แอปพลิเคชันเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานที่มีอยู่บนฐานข้อมูลอีกเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันอีกหลายแห่ง ผ่านรูปแบบโทเคนโดยไม่ต้องเปิดเผยรหัสผ่าน
หลังจากการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทีมผู้เชี่ยวชาญภัยคุกคามทางไซเบอร์ของ Microsoft (Microsoft Threat Intelligence) เปิดเผยว่า กลุ่มผู้โจมตีมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้งานที่มีความหละหลวมในการใช้งานระบบยืนยันตัวตนในการป้องกันการฟิชชิ่ง หรือ password-spraying เช่น ไม่ได้เปิดระบบการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (Multifactor Authentication - MFA) เป็นต้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายที่มีสิทธิ์ในการสร้าง หรือแก้ไข OAuth ในแอปพลิเคชันได้
แอคเคาท์ที่ถูกยึดโดยกลุ่มผู้โจมตีได้แล้วนั้น จะถูกนำมาใช้ในการสร้าง OAuth แอปพลิเคชันใหม่ เพื่อให้สามารถยกระดับสิทธิ์ที่สูงขึ้นให้แก่กลุ่มผู้โจมตีได้ ซึ่งจะสามารถทำให้การกระทำต่าง ๆ ของกลุ่มผู้โจมตีนี้ไม่ถูกพบว่าเป็นการกระทำที่ต้องสงสัย ถึงขนาดที่ว่าแอคเคาน์ที่ถูกยึดนั้นถูกลบไป ก็จะไม่ส่งผลต่อ OAuth ที่สร้างขึ้นใหม่เช่นกัน ซึ่งระบบ OAuth ที่มีสิทธิ์ระดับสูงนี้ สามารถนำมาใช้งานได้อย่างหลากหลายมาก ตั้งแต่สร้าง Virtual Machines เพื่อขุดคริปโตโดยเฉพาะ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าระบบได้ตลอดเวลาเพื่อดำเนินการโจมตีผ่านทางอีเมลในรูปแบบ BEC ไปจนถึงการสร้างสแปมแคมเปญเพื่อโจมตีโดเมนขององค์กรที่ถูกผู้โจมตีบุกรุกเข้ามาแล้วได้
มีรายงานเหตุการณ์สำคัญที่ระบุว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้โจมตีที่ชื่อ Storm-1283 ซึ่งเป็นผู้สร้าง OAuth แอปพลิเคชัน สำหรับการขุดคริปโตผ่าน Virtual Machines ส่งผลให้องค์กรได้รับความเสียหายตั้งแต่ $10,000 ไปจนถึง $1.5M ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่องค์กรถูกโจมตี โดยมีรายละเอียดการโจมตีดังภาพด้านล่าง
อีกหนึ่งเหตุการณ์คือผู้โจมตีใช้ประโยชน์จาก OAuth แอปพลิเคชัน โดยใช้บัญชีที่ถูกบุกรุกเพื่อแฝงตัวอยู่ในระบบ และดำเนินการส่งฟิชชิ่ง โดยใช้วิธีการ adversary in the middle
ผู้โจมตีกลุ่มเดียวกันนี้ยังใช้แอคเคาท์ที่ถูกบุกรุกในการเก็บรวบรวมข้อมูล (reconnaissance) เพื่อเตรียมโจมตีผ่านทางอีเมลในรูปแบบ BEC โดยใช้ Microsoft Outlook Web Application - OWA ในการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน และใบแจ้งหนี้ต่าง ๆ
ในบางกรณี ผู้โจมตีได้สามารถสร้างอีกหลายโปรไฟล์ของ OAuth เพื่อให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ยาวนานขึ้นก่อนที่จะถูกตรวจพบ โดยการเพิ่มแอคเคาท์ ชื่อผู้ใช้งาน และรหัสผ่าน รวมไปถึงการอ่านอีเมล และส่งอีเมลฟิชชิ่งผ่าน Microsoft Graph API
Microsoft ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า ขณะที่ทำการตรวจสอบ และวิเคราะห์หาข้อมูลเพิ่มเติมนั้น พบว่ากลุ่มผู้โจมตีได้สร้าง tenant OAuth แอปพลิเคชันออกมากว่า 17,000 multitenant ครอบคลุม tenant หลายแบบที่แตกต่างกัน โดยใช้แอคเคาท์จำนวนมากที่ยึดมาได้ และจากข้อมูลอีเมลทั่วโลกของ Microsoft ที่ได้รวบรวมมานั้น พบว่า OAuth แอปพลิเคชันที่ต้องสงสัย ส่งอีเมลฟิชชิ่งไปแล้วกว่า 927,000 อีเมล ทั้งนี้ทางไมโครซอฟท์ได้มีการกำจัด OAuth แอปพลิเคชันที่ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญนี้ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่กรกฏาคม ถึง พฤศจิกายน 2023 ทั้งหมดแล้ว
1 ใน 3 ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพบว่าเป็นฝีมือของกลุ่ม Storm-1286 ที่บุกรุกบัญชีผู้ใช้งานที่ไม่ได้มีการเปิดการป้องกันด้วยระบบยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน ซึ่งเกี่ยวข้องกับแคมเปญการโจมตีในรูปแบบ password-spraying โดยที่แอคเคาท์ที่ถูกยึดไปได้นั้น จะถูกนำไปใช้ในการสร้าง OAuth แอปพลิเคชันใหม่ในองค์กรที่เป็นเป้าหมาย ซึงจะทำให้ผู้ที่โจมตีเข้ามานั้น สามารถส่งสแปมอีเมลได้ตลอดเวลาตั้งแต่ไม่กี่วัน ไปถึงขั้นหลักเดือนเลยทีเดียว
ในการป้องกันกลุ่มผู้โจมตีที่ใช้ช่องโหว่ OAuth แอปพลิเคชันนี้นั้น ทาง Microsoft แนะนำให้ใช้งานระบบ MFA เพื่อขัดขวางการการโจมตีแบบฟิชชิ่ง และการโจมตีที่ขโมยข้อมูลสำคัญมาแล้วนำไปใช้งานในระบบอื่น ๆ ด้วยวิธีการ Credential stuffing
คำแนะนำ
Security teams ควรเปิดใช้งาน conditional access policies เพื่อป้องกันการโจมตีที่ใช้ประโยชน์จากข้อมูลประจำตัวที่ถูกขโมย
ทำการตรวจสอบเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิกถอนการเข้าถึงของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ หากตรงกับเงื่อนไขที่มีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ทำการตั้งค่า Azure Active Directory Security ให้มีการเปิดการใช้งานระบบ MFA เป็นค่าเริ่มต้น รวมไปถึงป้องกันการกระทำต่าง ๆ ที่ต้องใช้สิทธิ์ระดับสูง
ที่มา : bleepingcomputer
ทีม Threat Intelligence ของ Microsoft ออกคำเตือนเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2023 ที่ผ่านมา จากการพบกลุ่ม Hacker ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซียในชื่อ APT28 ("Fancybear" หรือ "Strontium") ที่ได้ทำการโจมตีเป้าหมายโดยใช้ช่องโหว่ Outlook CVE-2023-23397 เพื่อขโมยบัญชี Microsoft Exchange และข้อมูลที่มีความสำคัญ โดยหน่วยงานที่ตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีได้แก่ หน่วยงานรัฐบาล, หน่วยงานทางด้านพลังงาน, การขนส่ง และองค์กรสำคัญอื่น ๆ ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง รวมถึง Microsoft ยังพบการใช้ช่องโหว่อื่น ๆ ในการโจมตีด้วย เช่น CVE-2023-38831 ใน WinRAR และ CVE-2021-40444 ใน Windows MSHTML (more…)
Microsoft ออกแพตซ์อัปเดต Patch Tuesday ประจำเดือนพฤศจิกายน 2023 ซึ่งเป็นการอัปเดตสำหรับช่องโหว่ทั้งหมด 58 รายการ และเป็นช่องโหว่แบบ Zero-Day 5 รายการ
โดยเป็นการแก้ไขช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (RCE) 14 รายการ แต่มีเพียง 1 รายการที่มีความรุนแรงระดับ Critical โดยช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับ Critical ทั้งหมด 3 รายการ ได้แก่ ช่องโหว่ Azure information disclosure, ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลใน Windows Internet Connection Sharing (ICS) และช่องโหว่ใน Hyper-V Escape ที่ทำให้สามารถเรียกใช้งานโปรแกรมบนโฮสต์ด้วยสิทธิ์ SYSTEM (more…)
Microsoft ออกมายืนยันว่ารับทราบปัญหาการเกิดหน้าจอฟ้าของ Windows Server 2022 virtual machine (VM) และการบูตที่ไม่สำเร็จบน VMware ESXi hosts
โดยผู้ดูระบบ Windows ได้รายงานว่าพบปัญหาการบูตที่ไม่สำเร็จบน VMware ESXi hosts หลังจากติดตั้งแพตซ์อัปเดต KB5031364 ในเดือนตุลาคม 2023 (more…)
Microsoft ประกาศว่าใน Windows 11 จะไม่เพิ่ม SMB1 Windows Defender Firewall rules อีกต่อไปเมื่อมีการสร้าง SMB shares ใหม่โดยเริ่มจาก Canary Channel Insider Preview Build 25992 ในปัจจุบัน
ซึ่งตั้งแต่ Windows XP SP2 การสร้าง SMB shares จะถูกตั้ง firewall rules โดยอัตโนมัติภายใน group "File and Printer Sharing" สำหรับ specified firewall profiles
โดย Windows 11 จะกำหนดค่า group "File and Printer Sharing (Restrictive)" โดยยกเว้นพอร์ต NetBIOS ขาเข้า 137-139 (SMB1 artifacts) การเปลี่ยนแปลงนี้จะบังคับใช้ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นของ network security รวมถึงนำ SMB firewall rules เข้ามาใช้กับ role behavior ใน "File Server" ของ Windows Server ทั้งนี้ ผู้ดูแลระบบยังคงสามารถกำหนดค่า group "File and Printer Sharing" ได้หากจำเป็น รวมทั้งแก้ไข firewall group ใหม่ได้อีกด้วย
Microsoft ได้วางแผนการอัปเดตในอนาคตสำหรับ rule นี้เพื่อลบ Port ICMP ขาเข้า, LLMNR และ Spooler Service ขาเข้ารวมถึงจำกัดเฉพาะ Port ที่จำเป็นในการสร้าง SMB shares
โดยขณะนี้ SMB client ยังได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่อกับ SMB server ผ่าน TCP, QUIC หรือ RDMA over custom network ports ที่แตกต่างจากค่า hardcoded default ซึ่งก่อนหน้านี้ SMB จะมาพร้อมกับการรองรับ TCP/445, QUIC/443 และ RDMA iWARP/5445 เท่านั้น
การทำให้ Windows มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
การปรับปรุงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเสริมสร้างความปลอดภัยของ Windows และ Windows Server ดังที่ได้ออกการอัปเดตอื่น ๆ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยหลังจากการเปิดตัว Windows 11 Insider Preview Build 25982 ใน Canary Channel ผู้ดูแลระบบสามารถบังคับใช้การเข้ารหัส SMB client สำหรับการเชื่อมต่อขาออกทั้งหมดได้แล้ว ด้วยการกำหนดให้เซิร์ฟเวอร์ปลายทางทั้งหมดที่รองรับ SMB 3.x และการเข้ารหัสทำให้ผู้ดูแลระบบ สามารถรับรองได้ว่าการเชื่อมต่อทั้งหมดมีความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการดักฟัง และการโจมตีแบบ interception attacks
รวมถึงผู้ดูแลระบบยังสามารถกำหนดค่าระบบ Windows 11 เพื่อบล็อกการส่งข้อมูล NTLM ผ่าน SMB ได้โดยอัตโนมัติในการเชื่อมต่อขาออก เพื่อป้องกันการโจมตีแบบ pass-the-hash, NTLM relay และ password-cracking attacks โดยเริ่มที่ Windows 11 Insider Preview Build 25951 อีกทั้งยังมีการให้ทำ SMB signing (security signatures) เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการเชื่อมต่อทั้งหมดเพื่อป้องกันการโจมตีแบบ NTLM relay attacks
ในเดือนเมษายน 2023 ทาง Microsoft ได้วางแผนการปิดการใช้ SMB1 file-sharing protocol ที่เก่าแก่ และใช้งานมาหลายทศวรรษ สำหรับ Windows 11 Home Insiders รวมทั้งยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับการป้องกันการโจมตีแบบ brute-force ในเดือนกันยายน 2022 ด้วยการเปิดตัว SMB authentication rate limiter ที่ออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบของการโจมตี NTLM authentication ขาเข้าที่ไม่สำเร็จ
ที่มา : bleepingcomputer
Microsoft แจ้งเตือนกลุ่มแฮ็กเกอร์ BlueNoroff วางแผนการโจมตีเพื่อขโมยเงิน crypto ครั้งใหม่
Microsoft แจ้งเตือนกลุ่มแฮ็กเกอร์ BlueNoroff จากเกาหลีเหนือกำลังสร้างระบบในการโจมตีครั้งใหม่สำหรับแคมเปญ social engineering บน LinkedIn (more…)