FakeCalls Vishing มุ่งเป้าหมายผู้ใช้งานชาวเกาหลีใต้ผ่านแอปพลิเคชันทางด้านการเงินยอดนิยม [EndUser]

แคมเปญมัลแวร์ฟิชชิงทางโทรศัพท์ (หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า vishing) บนระบบ Android ที่รู้จักกันด้วยชื่อ FakeCalls กลับมาอีกครั้งเพื่อมุ่งเป้าหมายการโจมตีเป็นผู้ใช้งานในประเทศเกาหลีใต้ผ่านแอปพลิเคชันทางการเงินยอดนิยมกว่า 20 แอป

บริษัทด้านความปลอดภัย Check Point ระบุว่า "มัลแวร์ FakeCalls มีความสามารถที่คล้ายกับ Swiss army knife ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงสามารถดำเนินการตามเป้าหมายหลักเท่านั้น แต่ยังสามารถดึงข้อมูลส่วนตัวจากอุปกรณ์ของเหยื่อได้อีกด้วย"

FakeCalls ถูกรายงานไว้โดยบริษัท Kaspersky เมื่อเดือนเมษายน 2022 ซึ่งอธิบายความสามารถของมัลแวร์ว่า สามารถเลียนแบบการสนทนาทางโทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าของธนาคารได้

ในการโจมตี ผู้ใช้งานที่มีการติดตั้งแอปธนาคารปลอม จะถูกหลอกให้โทรไปยังสถาบันการเงินโดยมีข้อเสนอเกี่ยวกับเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

ในช่วงระหว่างที่มีการโทร จะเป็นเสียงที่ถูกบันทึกไว้ล่วงหน้าที่มีคำแนะนำจากธนาคารจริง ๆ ซึ่งในเวลาเดียวกันมัลแวร์จะซ่อนหมายเลขโทรศัพท์ปลอม และแสดงหมายเลขจริงของธนาคาร เพื่อหลอกเหยื่อว่ามีการสนทนาเกิดขึ้นกับพนักงานธนาคารจริง

เป้าหมายสุดท้ายของการโจมตี คือการหลอกเอาข้อมูลบัตรเครดิตของเหยื่อ ซึ่งเหยื่อจะถูกหลอกว่าต้องใช้บัตรเครดิต เพื่อมีสิทธิ์ได้รับเงินกู้(ที่ไม่มีอยู่จริง)

แอปพลิเคชันที่เป็นอันตรายยังขอสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญ, รวมถึงการสตรีมเสียง และวิดีโอสด จากอุปกรณ์ที่ถูกโจมตี และข้อมูลจะถูกส่งกลับไปที่ C2 Server

ตัวอย่างล่าสุดของ FakeCalls ยังพบการใช้เทคนิคต่าง ๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ เช่น การเพิ่มจำนวนไฟล์ภายในไดเรกทอรีในโฟลเดอร์ของแอป, การทำให้ความยาวของชื่อไฟล์ และพาธเกินขีดจำกัด 300 ตัวอักษร

Check Point ระบุว่า "นักพัฒนามัลแวร์ได้ให้ความสำคัญด้านเทคนิคของการสร้างมัลแวร์ และนำเทคนิคป้องกันการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพมาใช้งานด้วย นอกจากนี้ยังออกแบบกลไกสำหรับแก้ไขการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินการ"

ถึงแม้การโจมตีจะมุ่งเป้าไปที่ประเทศเกาหลีใต้เพียงประเทศเดียว แต่บริษัทรักษาความปลอดภัยได้เตือนว่า กลยุทธ์นี้สามารถถูกนำไปใช้กับภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลกได้

การค้นพบนี้มาพร้อมกับการเปิดเผยของ Cyble เกี่ยวกับ Android banking trojan 2 ตัว ที่ชื่อ Nexus และ GoatRAT ซึ่งสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญ และดำเนินการฉ้อโกงทางการเงินได้

Nexus เป็นเวอร์ชันรีแบรนด์ของ SOVA ซึ่งมีโมดูล ramsomware ที่เข้ารหัสไฟล์ที่ถูกเก็บไว้ และสามารถใช้บริการ accessibility ของระบบ Android เพื่อถอน seed phrases จากกระเป๋าเงินดิจิทัลได้

GoatRAT เป็นมัลแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อมุ่งเป้าหมายไปยังธนาคารของประเทศบราซิล และมีลักษณะการทำงานที่คล้ายกับ BrasDex และ PixPirate ซึ่งจะทำการโอนเงินผ่านแพลตฟอร์มการชำระเงิน PIX โดยจะแสดงหน้าต่างปลอมเพื่อซ่อนธุรกรรมการโอนเงิน

การพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ซึ่งผู้ไม่หวังดีได้เผยแพร่มัลแวร์ทางด้านการเงินที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อทำให้กระบวนการทั้งหมดของการโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาตบนอุปกรณ์ที่โดนโจมตีสามารถทำได้โดยอัตโนมัติ

Kaspersky ระบุว่า พบมัลแวร์ mobile banking trojans ใหม่ถึง 196,476 รายการ และมัลแวร์ mobile ransomware trojans ใหม่ถึง 10,543 รายการในปี 2022 โดยจีน, ซีเรีย, อิหร่าน, เยเมน, และอิรัก เป็นประเทศที่ถูกโจมตีด้วยมัลแวร์บนโทรศัพท์มือถือ รวมถึง adware มากที่สุด

ส่วนประเทศสเปน, ซาอุดีอาระเบีย, ออสเตรเลีย, ตุรกี, จีน, สวิตเซอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, โคลอมเบีย, อิตาลี, และอินเดีย เป็นประเทศที่ถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ธุรกรรมการเงินบนโทรศัพท์มือถือมากที่สุด

Tatyana Shishkova นักวิจัยของ Kaspersky ระบุว่า "ถึงแม้โดยรวมจะมีการลดลงของ malware installers แต่การเพิ่มขึ้นของ mobile banking Trojans ยืนยันให้เห็นว่าผู้ไม่หวังดีกำลังกำลังมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ทางด้านการเงินเป็นหลัก"

 

ที่มา : thehackernews

มัลแวร์ตัวใหม่บน Android ‘Hook’ ทำให้แฮ็กเกอร์ remote ควบคุมโทรศัพท์ได้จากระยะไกล

พบมัลแวร์ตัวใหม่บน Android ที่มีชื่อว่า 'Hook' สามารถ remote เพื่อควบคุมอุปกรณ์มือถือจากระยะไกลได้แบบเรียลไทม์โดยการใช้ VNC (virtual network computing)

โดยตัวมัลแวร์ถูกสร้างโดยผู้สร้าง Ermac ซึ่งเป็นโทรจันสำหรับขโมยข้อมูลธนาคารบน Android ที่จะช่วยให้ผู้โจมตีสามารถขโมยข้อมูล credentials จากแอปธนาคาร และ crypto แอปพลิเคชันกว่า 467 รายการผ่านหน้า login ปลอม

คุณสมบัติของ Hook เมื่อเทียบกับ Ermac คือการเปิด WebSocket ที่นอกเหนือจากการรับส่งข้อมูล HTTP ที่ Ermac ใช้ โดยเฉพาะการรับส่งข้อมูลเครือข่ายยังคงถูก encrypt โดยการใช้คีย์ AES-256-CBC

จุดเด่นเพิ่มเติมคือ module 'VNC' ที่ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมอุปกรณ์ที่ถูกบุกรุกได้แบบ real-time

Hook ติดอันดับต้นๆ ของกลุ่มมัลแวร์ที่สามารถดำเนินการโจมตีแบบ Device Take-Over (DTO) ได้เต็มรูปแบบ เนื่องจากระบบใหม่นี้ช่วยให้ผู้โจมตีที่ใช้งาน Hook สามารถดำเนินการใดๆก็ได้บนอุปกรณ์ ตั้งแต่ขโมยข้อมูลส่วนตัว ไปจนถึงข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งการดำเนินการลักษณะนี้ตรวจจับได้ยากกว่า ทำให้ถือเป็นจุดขายหลักสำหรับมัลแวร์ประเภทนี้

แต่มีประเด็นสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ VNC ของ Hook ต้องการการเข้าถึงบริการ Accessibility Service ซึ่งอาจทำได้ยากขึ้นบนอุปกรณ์ที่ใช้ Android 11 หรือใหม่กว่า

คำสั่งใหม่ของ Hook (นอกเหนือจาก Ermac)

Start/stop RAT
ถ่ายภาพหน้าจอ
จำลองการคลิกที่รายการข้อความที่กำหนด
Simulate การกดปุ่ม (HOME/BACK/RECENTS/LOCK/POWERDIALOG)
Unlock อุปกรณ์
Scroll up/down
Simulate การกดแบบค้าง
Simulate การคลิกที่กำหนดเฉพาะ
ตั้งค่า clipboard UI ด้วยค่าเฉพาะเจาะจง
Simulate การคลิก UI ด้วยข้อความเฉพาะ
ตั้งค่าองค์ประกอบ UI เป็นข้อความเฉพาะ

นอกเหนือจากข้างต้น คำสั่ง "File Manager" จะเปลี่ยนมัลแวร์ให้เป็นตัวจัดการไฟล์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงรายการไฟล์ทั้งหมดที่จัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ และดาวน์โหลดไฟล์ที่ต้องการได้

คำสั่งสำคัญอีกคำสั่งที่ ThreatFabric พบเกี่ยวข้องกับ WhatsApp ที่ทำให้ Hook สามารถบันทึกข้อความทั้งหมดในแอพ IM (Instant Messaging) ที่ได้รับความนิยมและยังช่วยให้ผู้โจมตีสามารถส่งข้อความผ่านบัญชีของเหยื่อได้ ในส่วนระบบการติดตามตำแหน่งใหม่ก็ช่วยให้ Hook สามารถติดตามตำแหน่งที่แม่นยำของเหยื่อได้โดยใช้สิทธิ์ "Access Fine Location"

การกำหนดเป้าหมายทั่วโลก

เป้าหมายของ Hook คือแอปพลิเคชันธนาคารต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกา สเปน ออสเตรเลีย โปแลนด์ แคนาดา ตุรกี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี และโปรตุเกส

ปัจจุบัน Hook มีการแพร่กระจายผ่านทาง Google Chrome APK ภายใต้ชื่อแพ็คเกจดังนี้

"com.

SpyNote: Spyware บน ** Android ที่มุ่งเป้าหมายยังสถาบันการเงิน กลับมาโจมตีอีกครั้ง

ThreatFabric หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้เผยแพร่ข้อมูลการพบ SpyNote (หรือที่รู้จักกันในชื่อ SpyMax) ซึ่งเป็น Android malware ที่ได้รับการปรับปรุงเอาลักษณะเฉพาะของสปายแวร์ และโทรจันสำหรับขโมยข้อมูลธนาคารรวมเข้าด้วยกัน ซึ่งเริ่มถูกพบครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2022

การโจมตี

โดย SpyNote มีความสามารถมากมาย ได้แก่ การอนุญาตให้ติดตั้งแอปพลิเคชันโดยพลการ, การรวบรวมข้อมูล, ข้อความ SMS, การโทร, วิดีโอ และการบันทึกเสียง, การติดตามตำแหน่ง GPS, การขัดขวางการถอนการติดตั้งแอปพลิเคชัน

นอกจากนี้ SpyNote ยังมีฟังก์ชันการขอสิทธิ์การเข้าถึงบริการ เพื่อให้สามารถเข้าถึงรหัสการรับรองความถูกต้องสองขั้นตอน (2FA) จาก Google Authenticator และบันทึกการกดแป้นพิมพ์เพื่อขโมยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชันของธนาคาร การขโมยรหัสผ่าน Facebook และ Gmail ตลอดจนจับภาพหน้าจอโดยใช้ MediaProjection API ของ Android

ThreatFabric ได้ระบุว่า ขณะนี้ SpyNote (เรียกว่า SpyNote.

Trojan app บน Google Play Store ขโมย Facebook Credentials จากผู้ใช้ Android ไปแล้วกว่า 3 แสนราย

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Nipun Gupta และ Aazim Bill SE Yaswant พบ Trojan App ที่ชื่อว่า Schoolyard Bully Trojan บน Google Play Store โดยมียอดผู้ดาวน์โหลดแอปดังกล่าวไปแล้วกว่า 3 แสน รายใน 71 ประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้ถูกถอดจาก Google Play Store ไปแล้ว แต่ก็ยังมีเผยแพร่อยู่บน 3rd party อื่น ๆ เช่น Telegram หรือ Whatsapp เป็นต้น

ลักษณะการทำงาน

Trojan ได้ถูกออกแบบมาเพื่อขโมย Facebook credentials เป็นหลัก โดยจะปลอมเป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับการศึกษาที่ดูใช้งานได้ตามปกติ หรือแอปสำหรับอ่านนิยายออนไลน์เพื่อหลอกล่อให้เหยื่อดาวน์โหลดมาโดยไม่เกิดความสงสัย

ซึ่งหลังจากที่เหยื่อมีการโหลดมาแอปมาติดตั้งไว้บนเครื่องแล้วจะมีการหลอกล่อเหยื่อให้เปิดหน้าใช้งานเข้าสู่ระบบของ Facebook ใน WebView ซึ่งภายในหน้าเว็บนั้นจะมีการฝัง JavaScript ที่มีความสามารถในการขโมยข้อมูลจำพวก เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และรหัสผ่านของผู้ใช้ ส่งไปยัง Command-and-control (C2) ที่ถูกกำหนดไว้ของผู้โจมตี

นอกจากนี้ Schoolyard Bully Trojan ยังมีความสามารถในการใช้ประโยชน์จาก native libraries เช่น libabc.

แอปพลิเคชันอันตรายบน Android ใช้ประโยชน์จากเครื่องเหยื่อเพื่อสร้างบัญชีปลอมบนหลายแพลตฟอร์ม

แอปพลิเคชัน Android SMS ที่มีอยู่บน Google Play Store ถูกพบว่ามีการใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงข้อความ SMS เพื่อนำไปสร้างบัญชีบนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Facebook, Google และ WhatsApp

แอปพลิเคชันนี้มีชื่อว่า Symoo (com.

พบ Android แอปพลิเคชันที่เป็นอันตราย ถูกติดตั้งไปแล้วมากกว่า 1 ล้านครั้งบน Google Play Store

นักวิจัยพบแอปพลิเคชันที่เป็นอันตราย 4 รายการ ที่อยู่บน Google Play ซึ่งเป็น official store ของ Android ซึ่งจะนำผู้ใช้งานเข้าไปสู่เว็ปไซต์ที่ใช้สำหรับขโมยข้อมูลที่สำคัญ หรือสร้างรายได้ให้กับแฮ็กเกอร์ในแบบที่เรียกว่า pay-per-click และบางเว็ปไซต์ยังหลอกให้เหยื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ปลอมแปลงเป็น security tools หรือแอปพลิเคชันอัปเดต เพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานติดตั้งไฟล์ที่เป็นอันตรายด้วยตนเอง

โดยแอปพลิเคชันเหล่านี้อยู่ภายใต้บัญชีนักพัฒนาที่ชื่อว่า Mobile Apps Group บน Google Play และมียอดติดตั้งไปแล้วรวมกว่า 1 ล้านครั้ง

โดยรายงานจาก Malwarebytes พบว่า นักพัฒนารายเดียวกันนี้เคยมีการเผยแพร่แอปพลิเคชันที่มีลักษณะ adware บน Google Play มาก่อน แต่ก็ยังคงได้รับอนุญาตให้เผยแพร่แอปพลิเคชันต่อไปหลังจากทำการแก้ไขพฤติกรรมผิดปกติดังกล่าวไปแล้วในเวอร์ชันถัดมา

แอปที่เป็นอันตรายสี่รายการที่ถูกเปิดเผยในครั้งนี้ ได้แก่ :

Bluetooth Auto Connect มียอดติดตั้งไปแล้วมากกว่า 1,000,000 ครั้ง
Bluetooth App Sender มียอดติดตั้งไปแล้วมากกว่า 50,000 ครั้ง
Driver: Bluetooth,Wi-Fi, USB มียอดติดตั้งไปแล้วมากกว่า 10,000 ครั้ง
Mobile transfer : smart switch มียอดติดตั้งไปแล้วมากกว่า 10,000 ครั้ง

แอปพลิเคชันเหล่านี้ส่วนใหญ่จะได้รับความคิดเห็นในแง่ลบจากผู้ใช้งานบน Google Play โดยผู้ใช้งานจำนวนมากระบุเกี่ยวกับโฆษณาที่ถูกเปิดโดยอัตโนมัติในเบราว์เซอร์ ที่น่าสนใจคือนักพัฒนาได้ตอบกลับความคิดเห็นเหล่านี้บางส่วน และยังเสนอจะช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องการโฆษณาอีกด้วย

BleepingComputer ได้ทำการติดต่อไปยัง Mobile App Group เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับการค้นพบของนักวิจัยจาก Malwarebytes แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ

Malwarebytes พบว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้จะมี delay 72 ชั่วโมงก่อนที่จะเริ่มแสดงโฆษณาครั้งแรก หรือเปิดลิงก์ฟิชชิ่งในเว็บเบราเซอร์ จากนั้นจึงจะมีการเปิดแท็บโฆษณาในลักษณะดังกล่าวขึ้นมาในทุกๆ 2 ชั่วโมง นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าแท็บเบราว์เซอร์ใหม่จะยังคงถูกเปิดขึ้นมาแม้ในขณะที่อุปกรณ์ถูกล็อก ดังนั้นเมื่อผู้ใช้กลับมาใช้งานโทรศัพท์หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง ก็จะพบว่ามีเว็ปไซต์ฟิชชิง และโฆษณาหลายแห่งถูกเปิดทิ้งไว้อยู่

จากการวิเคราะห์ไฟล์ Manifest แสดงให้เห็นว่านักพัฒนาพยายามสร้างความสับสนบน log ของการดำเนินการของแอปพลิเคชัน โดยใช้ log descriptor ที่ไม่มีความหมายเช่น "sdfsdf" ซึ่งแม้ว่าวิธีนี้จะใช้ได้ผลกับเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบโค้ดแบบอัตโนมัติ แต่ก็ช่วยให้นักวิจัยสามารถระบุการดำเนินการได้ง่ายขึ้น

หากผู้ใช้งานต้องการป้องกันแอดแวร์จากอุปกรณ์ ให้หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอปพลิเคชันจากภายนอก อ่านรีวิวจากผู้ใช้งานอื่นๆ ตรวจสอบการใช้งานแบตเตอรี่ และข้อมูลการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายซึ่งจะช่วยระบุว่าอุปกรณ์กำลังมีการใช้งานซอฟต์แวร์ที่น่าสงสัยอยู่หรือไม่

หากมีแอปใดแอปหนึ่งข้างต้นติดตั้งอยู่ แนะนำให้ทำการลบออก และตรวจสอบอุปกรณ์โดยการใช้ mobile antivirus จากผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือ

BleepingComputer ได้ทำการติดต่อไปยัง Google เพื่อแจ้งเกี่ยวกับประวัตินักพัฒนา และแอปพลิเคชันปัจจุบันของพวกเขา และจะอัปเดตข้อมูลทันทีเมื่อได้รับการตอบกลับจาก google

ที่มา : bleepingcomputer.

RatMilad มัลแวร์ตัวใหม่บน Android ถูกใช้เพื่อขโมยข้อมูล และแอบอัดเสียงบนเครื่องเป้าหมาย

สปายแวร์บน Android ตัวใหม่ที่ชื่อว่า 'RatMilad' ถูกพบว่ากำลังมุ่งเป้าไปที่อุปกรณ์มือถือของผู้ใช้งานในตะวันออกกลาง เพื่อขโมยข้อมูลบนเครื่องของเหยื่อ

โดย RatMilad ถูกพบโดยบริษัท Zimperium ซึ่งเตือนว่ามัลแวร์ดังกล่าวอาจถูกนำมาใช้สำหรับการจารกรรมทางไซเบอร์ การขู่กรรโชก หรือเพื่อดักฟังการสนทนาของเหยื่อ

"คล้ายกันกับสปายแวร์บนมือถืออื่น ๆ ที่เคยถูกพบ ข้อมูลที่ถูกขโมยมาจากอุปกรณ์ของเหยื่อ สามารถใช้เพื่อเข้าถึงระบบภายในขององค์กร แบล็กเมล์เหยื่อ และอื่น ๆ"

ลักษณะการทำงาน

สปายแวร์จะถูกแพร่กระจายผ่านทางแอปพลิเคชันปลอมที่อ้างว่าสามารถ generate หมายเลขที่สามารถนำไปใช้สำหรับเปิดใช้งานบัญชีโซเชียลมีเดีย โดยใช้ชื่อว่า "NumRent" เมื่อติดตั้งแอปดังกล่าวแล้ว มันจะทำการดาวน์โหลด payload ของ RatMilad มัลแวร์

โดยแอปพลิเคชันจะถูกเผยแพร่ผ่านทาง Telegram เนื่องจาก NumRent หรือโทรจันอื่น ๆ ที่มี RatMilad ไม่สามารถดาวน์โหลดได้จาก Google Play Store

โดย NumRent ยังมีเว็ปไซต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแอปพลิเคชัน โดยผู้โจมตีจะโปรโมทเว็ปไซต์ผ่านทาง Telegram, social media และ communication แพลตฟอร์มต่าง ๆ

หลังจากติดตั้งบนอุปกรณ์ของเหยื่อได้สำเร็จแล้ว RatMilad จะพยายามขโมยข้อมูลต่อไปนี้ :

ข้อมูลอุปกรณ์พื้นฐาน (รุ่น, ยี่ห้อ, buildID, เวอร์ชัน Android)
ที่อยู่ MAC address ของอุปกรณ์
รายชื่อผู้ติดต่อ
ข้อความ
บันทึกการโทร
ชื่อบัญชีผู้ใช้ และสิทธิ์การเข้าถึงต่าง ๆ
รายการแอปพลิเคชัน และการอนุญาตที่ติดตั้ง
ข้อมูลคลิปบอร์ด
ข้อมูลตำแหน่ง GPS
ข้อมูลซิม (หมายเลข, ประเทศ, IMEI, รัฐ)
รายการไฟล์
เนื้อหาไฟล

นอกจากนี้ RatMilad ยังสามารถดำเนินการกับไฟล์ เช่น การลบไฟล์ และขโมยไฟล์ ปรับเปลี่ยนการอนุญาตของแอปที่ติดตั้ง หรือแม้แต่ใช้ไมโครโฟนของอุปกรณ์เพื่อบันทึกเสียง และดักฟังเสียงในห้อง

แนวทางการป้องกัน

เพื่อป้องกันการติดสปายแวร์ในลักษณะนี้ ให้หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปจากภายนอก Google Play Store ตรวจสอบสิทธิ์ที่แอปพลิเคชันร้องขออย่างละเอียดระหว่างการติดตั้ง

 

ที่มา : bleepingcomputer

แฮ็กเกอร์กลุ่มใหม่สัญชาติอิหร่าน APT42 ใช้ spyware บน android ในการโจมตี

กลุ่มแฮ็กเกอร์กลุ่มใหม่ที่คาดว่าได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิหร่านชื่อ APT42 ถูกพบว่ามีการใช้มัลแวร์บน Android ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อโจมตีเป้าหมายที่ต้องการ

บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต ได้รวบรวมหลักฐานเพียงพอที่จะระบุได้ว่า APT42 เป็นกลุ่มผู้โจมตีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการสอดแนมทางอินเทอร์เน็ตต่อบุคคล และองค์กรที่รัฐบาลอิหร่านให้ความสนใจเป็นพิเศษ

APT42 ถูกพบครั้งแรกเมื่อ 7 ปีที่แล้ว และเกี่ยวข้องกับแคมเปญ spear-phishing ที่มุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้กำหนดนโยบาย นักข่าว นักวิชาการทั่วโลก และผู้คัดค้านชาวอิหร่าน

เป้าหมายของแฮ็กเกอร์คือการขโมยข้อมูลบัญชี ในหลายกรณีกลุ่มแฮ็กเกอร์ยังติดตั้งมัลแวร์บน Android ที่สามารถติดตามการเข้าถึงอุปกรณ์ จัดเก็บ และดึงข้อมูลการสื่อสารของเหยื่อได้

เป้าหมายของแคมเปญ

จากข้อมูลของ Mandiant ผู้ค้นพบ APT42 พบว่ากลุ่ม APT42 ได้ปฏิบัติการมาแล้วอย่างน้อย 30 ครั้งใน 14 ประเทศตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งอาจเป็นข้อมูลเพียงบางส่วนเท่านั้น

กลุ่ม APT42 เปลี่ยนเป้าหมายหลายครั้งเพื่อให้ตรงกับความสนใจในการรวบรวมข่าวกรองที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวอย่างเช่น ในปี 2563 ใช้อีเมลฟิชชิงที่แอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญวัคซีนของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดเพื่อกำหนดเป้าหมายเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์จากต่างประเทศ

ในปี 2564 APT42 ใช้ที่อยู่อีเมลขององค์กรสื่อของสหรัฐฯ ที่ถูกแฮ็ก เพื่อกำหนดเป้าหมายเหยื่อด้วยคำขอสัมภาษณ์ปลอม ๆ โดยทำการติดต่อกับพวกเขาเป็นเวลานานกว่า 37 วันก่อนที่จะโจมตีด้วยการหลอกเอาข้อมูล

ไม่นานมานี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 แฮ็กเกอร์ได้ปลอมเป็นสำนักข่าวของอังกฤษมีเป้าหมายเป็นอาจารย์ด้านรัฐศาสตร์ในเบลเยียม และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ในกรณีส่วนใหญ่ แฮ็กเกอร์จะมุ่งเป้าไปที่การเก็บรวบรวมข้อมูลประจำตัว โดยหลอกเหยื่อไปยังหน้าฟิชชิ่งที่ดูเหมือนเป็น login portals ที่ถูกต้อง ด้วยการส่งลิงก์ที่ถูกย่อให้สั้นลง หรือไฟล์แนบ PDF ที่นำไปสู่หน้าที่ให้กรอกข้อมูลประจำตัว รวมไปถึงเก็บข้อมูล MFA ได้ด้วย

Android malware

มัลแวร์บนอุปกรณ์ Android ที่ใช้ในแคมเปญของกลุ่ม APT42 จะช่วยให้ผู้โจมตีติดตามเป้าหมายได้อย่างใกล้ชิด ขโมยข้อมูลการโทร SMS และแอบบันทึกเสียง

Mandiant ระบุว่า “สปายแวร์บน Android นั้นแพร่กระจายไปยังเป้าหมายที่เป็นชาวอิหร่านเป็นหลัก ผ่านทางข้อความ SMS ที่มีลิงก์ไปยังแอพส่งข้อความหรือ VPN ที่สามารถช่วยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดที่รัฐบาลกำหนด”

Mandiant ระบุในรายงานว่า “มัลแวร์ Android โจมตีบุคคลที่รัฐบาลอิหร่านให้ความสนใจและใช้วิธีการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับเป้าหมาย รวมทั้งข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือ รายชื่อผู้ติดต่อ และข้อมูลส่วนบุคคล”

Mandiant ยังรายงานการค้นพบแลนดิ้งเพจสำหรับการดาวน์โหลดแอป IM เป็นภาษาอาหรับ ดังนั้น ผู้โจมตีอาจติดตั้งมัลแวร์ Android นอกประเทศอิหร่านได้ด้วย

มัลแวร์ยังมีความสามารถในการบันทึกการใช้งานโทรศัพท์ เปิดไมโครโฟน และบันทึกภาพ และถ่ายภาพตามคำสั่ง อ่านข้อความ และติดตามตำแหน่ง GPS ของเหยื่อแบบ real time

ที่มา : bleepingcomputer

Permalink โฆษณาบน Facebook ทำให้ผู้ใช้ Android ถูกหลอกให้ติดตั้ง Adware ไปมากกว่า 7 ล้านครั้งจาก Google Play Store

แอปพลิเคชันที่มีลักษณะเป็น adware กำลังพยายามทำการโปรโมตอย่างจริงจังบน Facebook ในฐานะแอปพลิเคชัน system cleaners และสามารถใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบนอุปกรณ์ Android ได้ ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งไปแล้วหลายล้านครั้งบน Google Play Store

แอปพลิเคชันประเภทนี้ไม่ได้ทำงานได้จริงอย่างที่ได้โฆษณาไว้ แต่จะพยายามที่จะอยู่บนเครื่องให้ได้นานที่สุด และเพื่อหลบเลี่ยงการถูกลบออกจากเครื่อง แอปพลิเคชันประเภทนี้จะซ่อนอยู่โดยการเปลี่ยนภาพของไอคอน และชื่อของแอปพลิเคชัน โดยปลอมแปลงเป็นไอคอน Setting หรือ Play Store

รวมไปถึง adware ในแอปพลิเคชันประเภทนี้จะถูกแสดงขึ้นมาทุกครั้งที่ผู้ใช้งานติดตั้งแอปพลิเคชันใหม่ๆ จึงทำให้ผู้ใช้งานคิดว่าโฆษณาที่ถูกโชว์ขึ้นมานั้นมาจากแอปพลิเคชันที่พึ่งติดตั้งไป ไม่ใช่จาก adware ในแอปพลิเคชันประเภทนี้

นักวิจัยจาก McAfee ผู้ค้นพบแอปพลิเคชันประเภทนี้ระบุว่า ผู้ใช้ไม่ต้องเปิดแอปพลิเคชันหลังจากการติดตั้งเพื่อทำให้โฆษณาถูกเปิดขึ้นมา เนื่องจากแอปพลิเคชันประเภทนี้สามารถเริ่มต้นทำงานได้ด้วยตัวเองโดยอัตโนมัติ หากมีการหยุดการทำงานของ process แอปพลิเคชันก็จะสั่งการให้กลับขึ้นมาทำงานเองอีกครั้งทันที

จากรายงานของ McAfee สาเหตุที่ผู้ใช้งานเชื่อว่าแอปพลิเคชันประเภทนี้มีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากเพราะเห็นลิงก์ของแอปพลิเคชันบน Facebook จึงส่งผลให้จำนวนการดาวน์โหลดสูงผิดปกติสำหรับแอปพลิเคชันบางประเภทดังนี้

Junk Cleaner, cn.

แพลตฟอร์มการอ่านการ์ตูนชื่อดังอย่าง Mangatoon ถูกแฮ็กเกอร์ขโมยข้อมูลบัญชีผู้ใช้กว่า 23 ล้านบัญชี

รายละเอียดเบื้องต้น

สัปดาห์ที่ผ่านมา บริการแจ้งเตือนการละเมิดข้อมูล Have I Been Pwned (HIBP) ได้เพิ่มบัญชีกว่า 23 ล้านบัญชีของ Mangatoon ซึ่งเป็นแอปบน iOS และ Android ยอดนิยมที่ผู้ใช้หลายล้านคนใช้เพื่ออ่านการ์ตูนมังงะออนไลน์

โดยการเพิ่มฐานข้อมูล Mangatoon เกิดขึ้นหลังจากที่ Troy Hunt เจ้าของ HIBP พยายามติดต่อ Mangatoon แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ

ส่วนการโจมตีนั้นเกิดจากกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่รู้จักกันในชื่อ pompompurin ทำการโจมตีไปยังเซิร์ฟเวอร์ Elasticsearch ที่เป็น Database ของ Mangatoon ได้สำเร็จเนื่องจากระบบมีการป้องกันได้ไม่ดีพอ จากนั้น pompompurin ได้แชร์ตัวอย่างข้อมูลที่ได้มากับ BleepingComputer และได้รับการยืนยันหลังจากนั้นว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลจริง ซึ่งประกอบไปด้วย ชื่อ ที่อยู่อีเมล เพศ บัญชีโซเชียลมีเดีย โทเค็นการตรวจสอบสิทธิ์จากการเข้าสู่ระบบโซเชียล และแฮชรหัสผ่าน MD5 นอกจากนี้จะมีการเผยแพร่ข้อมูลบางส่วนออกสู่สาธารณะเนื่องจากทาง Mangatoon ไม่มีการตอบกลับเรื่องการจ่ายค่าไถ่

pompompurin มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีอื่น ๆ เช่น การส่งอีเมลปลอมเกี่ยวกับเหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ผ่าน Portal ของ FBI (LEEP) และการขโมยข้อมูลลูกค้าจาก Robinhood

ที่มา : bleepingcomputer.