
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา GitLab ได้ออกประกาศเตือนให้ผู้ใช้งานเร่งอัปเดตแพตช์บนเซิร์ฟเวอร์ทันที เพื่อป้องกันช่องโหว่ประเภท Path Traversal ที่มีความรุนแรงระดับสูงสุด (Maximum-severity) หมายเลข CVE-2026-85706
ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยนี้ถูกพบโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ใช้ชื่อว่า 's3ntago' และรายงานผ่าน Bug Bounty บนแพลตฟอร์ม HackerOne ของ GitLab โดยสาเหตุของช่องโหว่เกิดจาก Path Confinement ที่ไม่รัดกุมพอ และการขาดการบังคับใช้การ authentication ใน Repository Commits API
ผู้โจมตีที่ไม่ต้องยืนยันตัวตนสามารถโจมตีผ่านช่องโหว่ CVE-2026-85706 ได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ เพื่อดึงข้อมูลใด ๆ ก็ได้ เช่น ข้อมูล Credentials, ข้อมูล Secrets และข้อมูลที่สำคัญอื่น ๆ จากเซิร์ฟเวอร์ที่มีช่องโหว่ไปได้
แม้ว่าทาง GitLab จะยังไม่พบรายงานการนำช่องโหว่นี้ไปใช้โจมตีจริง แต่เพียงหนึ่งวันหลังจากนั้น บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ watchTowr ได้รายงานว่ากลุ่มผู้โจมตีได้เริ่มสแกนหาเซิร์ฟเวอร์ GitLab ที่เปิดให้เข้าถึงผ่านอินเทอร์เน็ต และยังไม่ได้อัปเดตแพตช์ CVE-2026-85706 แล้ว
ทางบริษัทระบุแจ้งเตือนว่า "ทีม watchTowr Intel ได้ตรวจพบความพยายามสแกนหาระบบเป้าหมายสำหรับช่องโหว่ Path Traversal ระดับ Critical ล่าสุดของ GitLab (CVE-2026-85706) แล้ว ซึ่งช่องโหว่นี้อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถอ่านไฟล์ใด ๆ ก็ได้ด้วย HTTP Request เพียงครั้งเดียว"
"จากประวัติช่องโหว่ของ GitLab ที่ผ่าน ๆ มา เราคาดว่าอีกไม่นานจะมีการนำช่องโหว่นี้ไปใช้โจมตีแบบ Indiscriminate ทีมรับมือ และป้องกันควรตรวจสอบไฟล์ Log เพื่อค้นหา HTTP POST Request ที่มุ่งเป้าไปยัง URI /api/v4/projects/{id}/repository/commits/ โดยเฉพาะรายการที่มีพารามิเตอร์ file.path เพื่อคัดกรองหาร่องรอยความพยายามในการโจมตี"
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 กันยายน GitLab ยังได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical อีกรายการหนึ่ง หมายเลข CVE-2026-87719 ซึ่งมีสาเหตุมาจากช่องโหว่ประเภท Insecure Deserialization ใน Serializer ของ GraphQL Subscription
ช่องโหว่ CVE-2026-87719 นี้ส่งผลกระทบต่อ GitLab EE และอาจทำให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนที่มีสิทธิ์เข้าถึง Duo Chat สามารถขโมยข้อมูล Credentials ที่สำคัญ รวมถึงการตั้งค่าของ Advanced Search Instance ได้
แจ้งเตือนผู้ดูแลระบบ ควรรีบอัปเดตแพตช์โดยเร็วที่สุด
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา GitLab ได้แก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยทั้งสองรายการในระบบรุ่น GitLab Community Edition (CE) และ Enterprise Edition (EE) เวอร์ชัน 19.3.2, 19.2.6 และ 19.1 พร้อมทั้งเร่งให้ผู้ใช้งานอัปเดตแพตช์บนระบบของตนทันที
ในประกาศแจ้งเตือนระบุว่า "เวอร์ชันเหล่านี้ประกอบด้วยการแก้ไขช่องโหว่ และปรับปรุงด้านความปลอดภัยที่สำคัญ และเราขอแนะนำให้ผู้ใช้ที่ติดตั้ง และดูแลระบบ GitLab ด้วยตนเองทั้งหมด ทำการอัปเกรดเป็นหนึ่งในเวอร์ชันดังกล่าวในทันที สำหรับแพลตฟอร์ม GitLab.com นั้นทำงานบนเวอร์ชันที่อัปเดตแพตช์แล้ว ส่วนลูกค้าที่ใช้บริการ GitLab Dedicated ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติม"
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2023 ทาง GitLab เคยออกอัปเดตแก้ไขช่องโหว่ประเภท Path Traversal ที่มีระดับความรุนแรงสูงสุดอีกรายการ (CVE-2023-2825) ซึ่งทำให้ข้อมูลที่สำคัญ เช่น โค้ดซอฟต์แวร์ Proprietary, ข้อมูล User credentials, Tokens และไฟล์ต่าง ๆ บนเซิร์ฟเวอร์ที่ยังไม่อัปเดตแพตช์มีความเสี่ยงที่จะรั่วไหล
"หนึ่งปีต่อมา หน่วยงาน CISA และ FBI ของสหรัฐฯ ได้ออกมาแนะนำให้บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ต่าง ๆ จัดการกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยประเภท Path Traversal ออกจากผลิตภัณฑ์ของตนก่อนที่จะปล่อยให้ใช้งาน โดยระบุว่าช่องโหว่ในลักษณะนี้ถูกเรียกว่าเป็นข้อผิดพลาดที่ให้อภัยไม่ได้มาตั้งแต่ปี 2007 เป็นอย่างน้อย"
และเมื่อไม่นานมานี้ในเดือนมกราคม GitLab ยังได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรงสูงที่เกี่ยวข้องกับการ Bypass ขั้นตอนการยืนยันตัวตนแบบ Two-factor authentication ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งรุ่น Community และ Enterprise โดยช่องโหว่นี้อาจทำให้ผู้โจมตีที่ทราบรหัส Account ID ของเป้าหมายสามารถ Bypass ผ่านการยืนยันตัวตนแบบ Two-factor authentication ไปได้
นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2021 เป็นต้นมา CISA ได้ขึ้นทะเบียนแจ้งเตือนช่องโหว่ของ GitLab จำนวน 4 รายการว่ามีการถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริงแล้ว ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ 2 รายการ (CVE-2021-22175 และ CVE-2021-39935) ในเดือนกุมภาพันธ์ของปีนี้ด้วย
ปัจจุบัน แพลตฟอร์ม GitLab DevSecOps มีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วมากกว่า 30 ล้านราย และถูกนำไปใช้งานโดยกว่า 50% ของบริษัทที่ติดอันดับ Fortune 100 ซึ่งรวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Nvidia, Airbus, T-Mobile, Lockheed Martin, Goldman Sachs และ UBS
ที่มา : Bleepingcomputer

You must be logged in to post a comment.