A crafted XML request can be used to perform a DoS attack when using the Struts REST plugin

โครงการ Struts ได้มีการประกาศช่องโหว่ใหม่รหัส CVE-2018-1327 (S2-056) ซึ่งถูกค้นพบโดย Yevgeniy Grushka และ Alvaro Munoz จาก HPE โดยเป็นช่องโหว่ DoS ที่ความรุนแรงระดับกลาง อาจส่งผลให้เกิดการโจมตีเพื่อไม่ให้เซอร์วิสให้บริการได้

ช่องโหว่ดังกล่าวนั้นอยู่ในส่วนของ XStream handler ใน Struts REST plugin กระทบเวอร์ชันของ Struts ตั้งแต่ 2.1.1 ถึง 2.5.14.1 โดยแนะนำให้อัปเดตเป็น 2.5.16 เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีโดยช่องโหว่ดังกล่าวโดยด่วน

Recommendation แนะนำให้อัปเดตเป็น 2.5.16 เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีโดยช่องโหว่ดังกล่าวโดยด่วน
Affected Platform Struts ตั้งแต่ 2.1.1 ถึง 2.5.14.1

ที่มา: cwiki.

Quick summary about the Port 8291 scan

บริษัทด้านความปลอดภัย Netlab 360 ได้มีการเปิดเผยพฤติกรรมของบ็อตเน็ต Hajime ล่าสุดซึ่งเริ่มมีการสแกนหาพอร์ต 8291/TCP เพื่อระบุว่าอุปกรณ์เป้าหมายเป็นอุปกรณ MikroTik หรือไม่ และจะพยายามใช้ช่องโหว่ "Chimay Red" ในการพยายามโจมตีและเข้ายึดครองอุปกรณ์

สำหรับพฤติกรรมของ Hajime ในเวอร์ชันนี้นั้น มัลแวร์จะทำการสแกนพอร์ต 8291 รวมไปถึง 0,81,82,8080,8081,8082,8089,8181,8880 จากนั้นมัลแวร์จะพยายามระบุหาเวอร์ชันของอุปกรณ์ก่อนจะเริ่มโจมตีด้วยช่องโหว่ Chimay Red ผลลัพธ์จากการโจมตีทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุม สั่งการรวมไปถึงติดตั้งโปรแกรมที่เป็นอันตรายบนอุปกรณ์ดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์ แบบ ในขณะนี้นั้นประเทศที่มีสแกนพอร์ต 8192 ที่มากที่สุดนั้นมีที่มาจากบราซิล, อิหร่านและรัสเซีย

ช่องโหว่ Chimay Red เป็นหนึ่งในช่องโหว่ที่รั่วไหลมาจาก Vault 7 หรือโครงการพัฒนาศักยภาพความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ของ CIA และมีการนำรายละเอียดของช่องโหว่ที่รั่วไหลออกมานั้นมาพัฒนาโปรแกรมที่สามารถใช้งานได้จริงแล้ว

Recommendation: MikroTik แนะนำให้ผู้ใช้งานทำการอัปเดตเฟิร์มเวอร์ของอุปกรณ์เป็นรุ่นใหม่โดยด่วน รวมไปถึงทำการบล็อคพอร์ต 8192 ในกรณีที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานด้วย

ที่มา: netlab

Cybercrime gang leader who caused ATMs to spit cash is arrested

อ้างอิงจากการประกาศอย่างเป็นทางการ Europol ร่วมกับตำรวจแห่งชาติสเปนได้สนธิกำลังกันเข้าจับกุมหัวหน้ากลุ่มอาชญากรไซเบอร์ "Carbanak" สัญชาติรัสเซีย-ยูเครนในสเปนแล้ว หลังจากมีการตามล่ากันมาอย่างยาวนาน

กลุ่มแฮกเกอร์ Carbanak มีผลงานการขโมยเงินกว่า 1.2 พันล้านยูโรจากสถาบันการเงินในหลายประเทศ และยังเป็นผู้พัฒนาเฟรมเวิร์คของมัลแวร์ที่จะเข้าไปควบคุมการทำงานของเอทีเอ็มจากเน็ตเวิร์กภายในของธนาคารเพื่อสั่งให้ ATM ทำการถอนเงินมาได้อีกด้วย มัลแวร์ที่ถูกพัฒนาโดยกลุ่ม Carbanak นั้นรวมไปถึง Anunak, Carbanak และมัลแวร์อีกชนิดหนึ่งที่มีการใช้ Cobalt Strike ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์คสำหรับทดสอบเจาะระบบมาใช้ในการช่วยแพร่กระจาย ซึ่งโดยส่วนมากกลายแพร่กระจายของมัลแวร์มักมีจุดเริ่มต้นมาจากการโจมตีแบบ spear phishing ไปยังพนักงานภายในก่อนที่จะเข้ายึดครองและควบคุม

ที่มา: cyberscoop

A new data leak hits Aadhaar, India’s national ID database

ระบบ Aadhaar หรือฐานข้อมูลประชากรอินเดียซึ่งมีการเก็บข้อมูลส่วนตัวที่ใช้ในการลงทะเบียนกับระบบต่างๆ ของราชการและยังมีการข้อมูลอย่างลายนิ้วมือและข้อมูลสำหรับตัวตนทางชีวภาพอื่นๆ ถูกระบุว่ามีปัญหาด้านความปลอดภัยวันนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้ใครก็ตามสามารถเข้าถึงและนำข้อมูลดังกล่าวออกมาจากระบบได้

ปัญหาด้านความปลอดภัยดังกล่าวถูกค้นพบโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัย Karan Saini และถูกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นช่องโหว่ที่สามารถโจมตีเพื่อขโมยข้อมูลออกมาได้จริง อย่างไรก็ตามอ้างอิงจาก ZDNet แม้จะมีการพยายามติดต่อส่วนราชการหลายต่อครั้ง ช่องโหว่นี้ก็ยังคงถูกโจมตีได้และไม่มีการแพตช์ใดๆ

ปัญหาด้านความปลอดภัยดังกล่าวมีที่มาจาก API ของ endpoint ที่ใช้ในการเข้าถึงฐานข้อมูลที่ถูก hardcode เอาไว้และสามารถแกะออกมาใช้งานได้

ยังไม่มีการแก้ไขใดๆ ในขณะนี้แม้จะมีการแจ้งเตือนไปแล้วหลายต่อหลายครั้งก็ตาม

ที่มา: zdnet

OpenSSL Releases Security Updates

OpenSSL ออกรุ่นย่อยให้กับเวอร์ชัน 1.1.0 และ 1.0.2 เพื่อแก้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัย 3 รายการ โดยมี 2 ช่องโหว่ที่มีความเสี่ยงอยู่ในระดับกลางและอีก 1 ช่องโหว่อยู่ในระดับต่ำ

สำหรับช่องโหว่ระดับกลาง 2 ช่องโหว่นั้น ช่องโหว่หนึ่งส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถทำ DoS โดยการสร้างใบรับรองในฟอร์แมต ASN.1 ในรูปแบบที่ผิดปกติได้ ส่วนอีกช่องโหว่หนึ่งเป็นช่องโหว่เฉพาะในซีพียู HP-UX PA-RISC ที่อาจทำให้เกิดการจำลองข้อมูลที่ผ่านการพิสูจน์ตัวตนซึ่งอาจกระทบต่อคุณสมบัติด้านปลอดภัยได้ ส่วนช่องโหว่ในระดับต่ำที่ถูกระบุว่ามีการแพตช์แล้วนั้นเป็นช่องโหว่ overflow ที่ความเสี่ยงและโอกาสเกิดขึ้นต่ำ

Recommendation OpenSSL ในเวอร์ชัน 1.1.0 ควรถูกอัปเกรดให้อยู่ในรุ่น 1.1.0h ส่วนในเวอร์ชัน 1.0.2 ควรอัปเกรดให้อยู่ในรุ่น 1.0.2o

ที่มา: us-cert

Apache HTTP Server 2.4.33 Released

โครงการ Apache Software Foundation ประกาศเวอร์ชันใหม่ของ Apache ที่เวอร์ชัน 2.4.33 โดยในเวอร์ชันนี้นั้นมีรวมการแก้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยจำนวน 7 รายการที่ถูกแก้มาตั้งแต่เวอร์ชัน 2.4.30 แต่ยังไม่ถูกปล่อยออกในรุ่นสาธารณะเอาไว้ด้วย

ช่องโหว่ 7 รายการที่ถูกแก้ไขนั้นประกอบไปด้วยช่องโหว่ความรุนแรงระดับต่ำ 6 รายการ ซึ่งโดยส่วนมากเป็นช่องโหว่ประเภท DoS ส่วนช่องโหว่อีกหนึ่งรายการนั้นเป็นช่องโหว่ที่มีระดับความร้ายแรงปานกลาง ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถดักอ่านและแก้ไขข้อมูลที่ถูกส่งไปยังแอปแบบ CGI ได้
Recommendation แนะนำให้อัปเดตชอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีโดยช่องโหว่ดังกล่าว

ที่มา: Apache

Vulnerability in iOS camera QR code reader could direct users to malicious websites

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Roman Mueller ประกาศการค้นพบช่องโหว่บนฟีเจอร์อ่าน QR code ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ไม่หวังดีสามารถปลอมชื่อของ URL ที่เป็นผลลัพธ์เพื่อหลอกผู้ใช้งานได้

ฟีเจอร์อ่าน QR code ที่มีพร้อมกับ iOS 11 นั้น สามารถทำงานได้โดยการเปิดกล้องและใช้กล้องในการสแกน QR code อย่างไรก็ตาม Roman Mueller พบว่าหาก QR code นั้นมีการใส่ URL ในรูปแบบ https://xxx\@facebook.

Mozilla Releases Security Updates for Firefox

Mozilla ประกาศแพตช์ด้านความปลอดภัยให้กับ Firefox และ Firefox ESR ซึ่งจะป้องกันผู้ใช้งานจากการโจมตีช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับสูง 1 รายการ

ช่องโหว่ดังกล่าวที่รหัส CVE-2018- 5148 เป็นช่องโหว่ use-after-free ในส่วนของโปรแกรมที่เรียกว่า compositor ค้นพบโดย Jesse Schwartzentruber เมื่อช่องโหว่ดังกล่าวถูกโจมตีนั้นจะส่งผลให้โปรแกรมค้างและปิดตัวเองลง
Recommendation แพตช์สำหรับช่องโหว่นี้นั้นได้ถูกปล่อยออกมาแล้ว โดยผู้ใช้งานสามารถอัปเกรด Mozilla Firefox ให้เป็นรุ่น 59.02 และรุ่น 52.7.3 สำหรับ Firefox ESR เพื่อรับแพตช์ได้ทันที

ที่มา: us-cert

Android Malware in QR Reader apps on Play Store downloaded 500k times

นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ SophosLabs ได้ค้นพบมัลแวร์แอนดรอยด์ตัวใหม่ในแอปพลิเคชัน QR reader หลายรายการบน Google Play Store ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อคอยแสดงโฆษณาเป็นจำนวนมากแก่ผู้ใช้งาน สร้างรายได้เป็นจำนวนมากให้แก่ผู้ประสงค์ร้าย

มัลแวร์บนแอนดรอดย์ดังกล่าวนั้นถูกระบุในชื่อสายพันธุ์ Andr/HiddnAd-AJ โดยพบมัลแวร์ประเภทดังกล่าวในแอปอ่าน QR code จำนวน 6 แอป และในแอปพลิเคชัน Smart compass อีกหนึ่งแอป การทำงานของมัลแวร์ตัวนี้เมื่อถูกติดตั้งในอุปกรณ์แล้วจะมีการรอถึง 6 ชั่วโมงก่อนจะเริ่มสแปมอุปกรณ์ด้วยโฆษณาและส่งการแจ้งเตือนลิงค์โฆษณาเข้ามา

มีการรายงานไปยัง Google และดำเนินการลบแอปพลิเคชันที่ติดมัลแวร์ออกเรียบร้อยแล้ว แต่คาดว่ามีผู้ใช้แอปบางส่วนได้ดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 500,000 ครั้ง

ที่มา:hackread

Hackers leave ransom note after wiping out MongoDB in 13 seconds

กลุ่มนักวิจัยด้านความปลอดภัยจากบริษัท Kromtech เผยผลการทดสอบความเร็วในการแพร่กระจายของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่มีเป้าหมายโจมตีเซิร์ฟเวอร์ MongoDB ที่มีช่องโหว่ ค้นพบว่ามัลแวร์ใช้เวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมงในการค้นหาเซิร์ฟเวอร์ที่มีช่องโหว่และอีก 13 วินาทีเพื่อลบฐานข้อมูล

ปัญหาหลักของเซิร์ฟเวอร์ MongoDB โดยส่วนมากนั้นมีที่มาจากการตั้งค่าที่ไม่ปลอดภัยซึ่งมักจะถูกตั้งค่ามาทันทีที่เริ่มติดตั้งและมีการใช้งาน บริการ Shodan ตรวจพบเซิร์ฟเวอร์ MongoDB กว่า 30,000 รายที่ยังคงมีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีและได้รับผลกระทบจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่

รูปแบบการโจมตีที่แฮกเกอร์ดำเนินการนั้น ทันทีที่แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลได้จากระยะไกล แฮกเกอร์จะทำการลบฐานข้อมูลรวมไปถึงไฟล์บันทึกการเข้าถึงต่างๆ เพื่อลบร่องรอยตัวเอง หลังจากนั้นแฮกเกอร์จะทำการสร้างฐานข้อมูลใหม่เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบและเรียงร้องค่าไถ่

Recommendation : การป้องกันในเบื้องต้นนั้น แนะนำให้ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบทำการตั้งค่าระบบตาม Security Best Practices (https://www.