แฮ็กเกอร์พี่น้องถูกจับในข้อหาขโมยเงิน 25 ล้านดอลลาร์จากการโจมตีบล็อคเชน Ethereum

กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกาได้ฟ้องร้องอดีตนักศึกษา MIT สองคนในข้อหาควบคุมการจัดการบล็อกเชน Ethereum และขโมยเงินดิจิทัลมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาประมาณ 12 วินาทีในการดำเนินการ

Anton Peraire-Bueno และ James Pepaire-Bueno ถูกจับในบอสตัน และนิวยอร์กเมื่อวันอังคาร (14 พฤษภาคม 2024) ในข้อหาฉ้อโกง และสมรู้ร่วมคิดในการฉ้อโกง และการฟอกเงิน หากถูกตัดสินว่ามีความผิด แต่ละคนจะต้องได้รับโทษจำคุกสูงสุด 20 ปีแต่ละข้อหา

คดีของพวกเขาถูกสอบสวนโดยหน่วยสืบสวนทางไซเบอร์ของ IRS Criminal Investigation (IRS-CI) ในนิวยอร์ก โดยได้รับความช่วยเหลือจากกรมตำรวจนครนิวยอร์ก และกรมศุลกากร และป้องกันชายแดนของสหรัฐอเมริกา

เดเมียน วิลเลียมส์ อัยการสหรัฐฯ ระบุว่า “สองพี่น้องที่เรียนอยู่ในคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ และคณิตศาสตร์ในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถูกกล่าวหาว่าใช้ทักษะเฉพาะทาง เพื่อแก้ไข และจัดการโปรโตคอลที่ผู้ใช้ Ethereum หลายล้านคนทั่วโลกใช้ในการขโมยเงินดิจิทัล โดยพวกเขาใช้เวลาเพียง 12 วินาทีเท่านั้น”

อดีตนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สองคนถูกกล่าวหาว่าควบคุมการจัดการกระบวนการตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชน โดยการเข้าถึงธุรกรรมส่วนตัวที่รอดำเนินการ เปลี่ยนแปลงธุรกรรม รับสกุลเงินดิจิทัลของเหยื่อ และปฏิเสธคำขอให้คืนเงินที่ถูกขโมย และดำเนินการเพื่อปกปิดกำไรที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย

คำฟ้องอ้างว่าสองพี่น้องได้เรียนรู้พฤติกรรมของเหยื่อ และเตรียมการโจมตีตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 และใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อปกปิดตัวตน และเงินที่ถูกขโมยไป

พวกเขายังใช้ที่อยู่สกุลเงินดิจิทัลหลายแห่ง และการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และจัดตั้งบริษัทปลอม ภายหลังจากการโจมตีพวกเขาย้ายสินทรัพย์ crypto ที่ถูกขโมยผ่านการทำธุรกรรมที่จะปิดบังแหล่งที่มา และความเป็นเจ้าของ

ตลอดกระบวนการ ทั้งสองคนยังค้นหาข้อมูลออนไลน์เกี่ยวกับการโจมตี, ปกปิดการมีส่วนร่วมของพวกเขาในการโจมตี, การฟอกเงินผ่านการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล, การจ้างทนายความที่มีความเชี่ยวชาญด้านสกุลเงินดิจิทัล รวมถึงขั้นตอนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน และอาชญากรรมที่ระบุไว้ในคำฟ้อง

เจ้าหน้าที่พิเศษของ IRS-CI โธมัส ฟัตโตรุสโซ่ ระบุเพิ่มเติมว่า “ทั้งสองคนถูกกล่าวหาว่ากระทำการยักยอก Ethereum blockchain โดยเข้าถึงธุรกรรมที่รอดำเนินการ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวของสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์ และในที่สุดก็ขโมยเงินดิจิทัล 25 ล้านดอลลาร์จากเหยื่อของพวกเขา”

ที่มา: bleepingcomputer.

Microsoft ออกแพตซ์แก้ไขช่องโหว่ 61 รายการ รวมถึง Zero-Days 2 รายการที่กำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตี

Microsoft แก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยใหม่ทั้งหมด 61 รายการ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดต Patch Tuesday ในเดือนพฤษภาคม 2024 ซึ่งรวมถึง Zero-Days 2 รายการที่กำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตี (more…)

VMware ออกแพตซ์แก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยระดับ Critical ใน Workstation และ Fusion

มีการเปิดเผยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยจำนวนมากใน VMware Workstation และ Fusion ที่ผู้โจมตีสามารถนำไปใช้ในการเข้าถึงข้อมูลที่มีความสำคัญได้, ทำให้เกิด Denial-of-Service (DoS) และการเรียกใช้โค้ดภายใต้สถานการณ์บางอย่าง

(more…)

BetterHelp ยอมชดใช้ $7.8 ล้านเหรียญดอลลาร์ให้ผู้ใช้งานกว่า 800,000 ราย ในข้อตกลงการนำข้อมูลทางการแพทย์ไปใช้งาน

BetterHelp ตกลงรับผิดชอบชดใช้กว่า $7.8 ล้านเหรียญ ในข้อตกลงกับคณะกรรมาธิการการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐ (U.S. Federal Trade Commission - FTC) จากข้อกล่าวหาว่ามีการนำข้อมูลทางการแพทย์ของผู้ใช้งานไปใช้ผิดประเภท พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลทางแพทย์การของผู้ใช้งานเพื่อการโฆษณา

(more…)

กลุ่ม Kimsuky ใช้ Linux backdoor ตัวใหม่ มุ่งเป้าโจมตีไปยังเกาหลีใต้

กลุ่ม Hacker ชาวเกาหลีเหนือที่เป็นที่รู้จักในชื่อ Kimsuki กำลังใช้ Linux backdoor ตัวใหม่ ในชื่อ Gomir ซึ่งเป็นหนึ่งในเวอร์ชัน ของ GoBear backdoor ที่ถูกติดตั้งผ่านโปรแกรมที่ฝัง trojan ไว้

Kimsuky เป็นกลุ่ม Hacker ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยข่าวกรองทางทหารของเกาหลีเหนือ หรือ Reconnaissance General Bureau (RGB)

ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2024 นักวิจัยจากบริษัทข่าวกรองภัยคุกคาม SW2 ได้รายงานเกี่ยวกับแคมเปญการโจมตี ที่ Kimsuky ใช้ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่ฝัง trojan ไว้ เช่น TrustPKI และ NX_PRNMAN จาก SGA Solutions, Wizvera VeraPort เพื่อโจมตีไปยังเป้าหมายชาวเกาหลีใต้ด้วย Troll Stealer และ GoBear ซึ่งเป็นมัลแวร์บน Windows ที่ใช้ภาษา GO

ต่อมานักวิจัยจาก Symantec ได้พบแคมเปญการโจมตีที่มุ่งเป้าหมายไปที่องค์กรรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยได้ค้นพบ GoBear backdoor ในรูปแบบ Linux

Gomir backdoor

Gomir backdoor มีความคล้ายคลึงกับ GoBear backdoor หลายอย่าง เช่น feature การเชื่อมต่อผ่าน command and control (C2), การแฝงตัวบนระบบ และการรองรับการดำเนินการคำสั่งที่หลากหลาย

ซึ่งเมื่อ backdoor ทำการโจมตี และเข้าสู่เครื่องได้แล้ว ก็จะทำการตรวจสอบว่ากำลังทำงานด้วยสิทธิ์ root บนเครื่อง Linux หรือไม่ จากนั้นจะทำการคัดลอกตัวเองไปที่ /var/log/syslogd จากนั้นก็จะสร้าง System service ในชื่อ 'syslogd' และเรียกใช้คำสั่ง ก่อนที่จะลบไฟล์ปฏิบัติการดั้งเดิม และยุติขั้นตอนการทำงาน

รวมถึง backdoor ยังพยายามกำหนดค่าคำสั่ง crontab ให้ทำงานเมื่อรีบูตระบบด้วยการสร้าง helper file (‘cron.

Apple ระงับการฉ้อโกงใน App Store ไปกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ใน 4 ปี

Apple ระบุในการวิเคราะห์การป้องกันการฉ้อโกงประจำปีล่าสุดว่า เทคโนโลยีในการต่อต้านการฉ้อโกงของ Apple ได้ปิดกั้นการทำธุรกรรมที่อาจเป็นการฉ้อโกงมูลค่ามากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ในสี่ปี

ตั้งแต่ปี 2020 ถึง 2023 บริษัทตรวจพบบัตรเครดิตที่ถูกขโมยมาใช้มากกว่า 14 ล้านใบ และบล็อกไม่ให้ทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มพร้อมกับบัญชี 3.3 ล้าน accounts

สถิติในปีที่แล้วแสดงให้เห็นว่า Apple หยุดธุรกรรมที่น่าสงสัยมูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยกว่าในปี 2022 ที่บล็อกธุรกรรมที่น่าสงสัยไป 2 พันล้านดอลลาร์เล็กน้อย

รายงานยังระบุว่า ตลอดปี 2023 Apple ยังป้องกันการใช้งานบัตรเครดิตที่ถูกขโมยมากว่า 3.5 ล้านใบสำหรับการซื้อที่ App Store และแบน accounts มากกว่า 1.1 ล้าน accounts จากการทำธุรกรรมอีกครั้ง

ในแง่ของความปลอดภัยของแอป และการบังคับใช้นโยบายความเป็นส่วนตัว เมื่อปีที่ผ่านมา Apple ปฏิเสธที่แอปที่ถูกส่งเข้ามามากกว่า 1.7 ล้านรายการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของ App Store ในด้านความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และเนื้อหา

ในจำนวนนี้ 248,000 รายการถูกปฏิเสธเนื่องจากเป็นสแปม ลอกเลียนแบบ หรือทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิด
38,000 รายการถูกปฏิเสธเนื่องจากมีคุณลักษณะที่ซ่อนอยู่ หรือไม่มีเอกสารอ้างอิง
375,000 รายการถูกปฏิเสธเนื่องจากการละเมิดความเป็นส่วนตัวต่าง ๆ
47,000 รายการถูกปฏิเสธเนื่องจากเป็นแอปที่ผิดกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
40,000 รายการถูกถอดออก หรือปฏิเสธเพราะใช้กลยุทธ์ "bait-and-switch"
และ 98,000 รายการคาดว่า "อาจฉ้อโกง" และถูกบล็อกไว้ก่อน

ทีมตรวจสอบแอปซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 500 คน ตรวจสอบแอปที่ส่งเข้ามา 6.9 ล้านรายการในปี 2023 และพบการละเมิดที่นำไปสู่การปฏิเสธคำขอ 1.7 ล้านคำขอ

นอกจากนี้ ปีที่แล้ว Apple ได้แบน accounts ไป 118,000 accounts และ turned down accounts ไป 91,000 accounts

ในส่วนของ accounts ของลูกค้า พบว่ามีการฉ้อโกง 153 ล้าน accounts หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย 374 ล้าน accounts ซึ่งนำไปสู่การบล็อก หรือปิดการใช้งาน

สุดท้ายนี้ จากคะแนน และรีวิวแอป 1.1 พันล้านรายการที่ผู้ใช้ส่งไปยัง App Store ในปี 2023 มี 152 ล้านรายการที่ถูกพิจารณาว่าเป็นแอปปลอม/ฉ้อโกง และถูกลบออก

Apple แสดงความมุ่งมั่นที่จะยกระดับความความปลอดภัย และความสมบูรณ์ของ App Store การลงทุนด้านความปลอดภัย ขยายโครงการต่อต้านการฉ้อโกง และเสริมความแข็งแกร่งให้กับเทคโนโลยีการชำระเงินที่ปลอดภัย เช่น Apple Pay และ StoreKit

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ยังงานสามารถดำเนินการเพื่อปกป้องตนเองจากการฉ้อโกงได้ดังนี้:

ดาวน์โหลดเฉพาะแอปจาก App Store อย่างเป็นทางการเท่านั้น หลีกเลี่ยงการใช้งาน third-party แอป
อ่าน reviews ของผู้ใช้งานอื่น ๆ อย่างละเอียด และมองหาสัญญาณของการฉ้อโกง เช่น การให้คะแนนที่สูงอย่างน่าสงสัย พร้อม reviews ที่มีรายละเอียดเพียงเล็กน้อย
ใช้ซอฟต์แวร์จากนักพัฒนาที่มีชื่อเสียงซึ่งมีผลงานจากโครงการที่น่าเชื่อถือเท่านั้น
สังเกตการขอ permissions ที่แอปร้องขอ และปฏิเสธการเข้าถึงที่ไม่จำเป็น
อัปเดตระบบปฏิบัติการ และแอปของอุปกรณ์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ
ลบแอปที่ไม่ได้ใช้งาน และเพิกถอน permissions สำหรับแอปที่ไม่ได้ใช้
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีนโยบายที่เข้มงวดสำหรับแอปพลิเคชันที่จะเข้าสู่ App Store แต่ผู้โจมตีบางรายยังคงสามารถหลีกเลี่ยงกลไกการตรวจสอบ และส่งแอปที่เป็นอันตรายเข้าสู่ App Store ได้

ในปีนี้ มีกรณีแอปปลอมที่มีชื่อเสียงโด่งดังสองกรณีถูกเพิ่มเข้าไปใน App Store ของ Apple โดยกรณีหนึ่งเป็นการเลียนแบบเครื่องมือจัดการรหัสผ่าน LastPass และอีกกรณีหนึ่งแอบอ้างเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลของ Leather

ที่มา: bleepingcomputer

DNS Tunneling ถูกใช้เพื่อซ่อนการสแกนช่องโหว่ และติดตามอีเมลฟิชชิ่ง

DNS Tunneling กำลังถูกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการด้านความปลอดภัย โดยการซ่อนการรับส่งข้อมูลที่เป็นอันตรายในแพ็กเก็ต DNS ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถขโมยข้อมูลที่สำคัญ, ซ่อนมัลแวร์ หรือการเชื่อมต่อกับ command-and-control เซิร์ฟเวอร์ได้

Unit 42 ของ Palo Alto Networks พบว่ากลุ่มผู้โจมตีกำลังใช้เทคนิค DNS Tunneling นอกเหนือจากการสร้างช่องทางสื่อสารกับ command-and-control เซิร์ฟเวอร์ และ VPN เช่น การสแกนหาช่องโหว่บนเครือข่าย และการประเมินผลสำเร็จของแคมเปญฟิชชิ่ง

DNS Tunneling สำหรับการติดตามแคมเปญการโจมตี

ตามรายงาน ผู้โจมตีกำลังใช้ประโยชน์จากเทคนิค DNS Tunneling เพื่อติดตามพฤติกรรมของเหยื่อที่เกี่ยวข้องกับการสแปม, ฟิชชิ่ง หรือโฆษณาต่าง ๆ และส่งข้อมูลของเหยื่อกลับไปยังโดเมนที่เป็นอันตราย

ตัวอย่างเช่น ในการโจมตีด้วยฟิชชิ่ง เทคนิค DNS Tunneling ช่วยให้ผู้โจมตีแฝงการติดตามข้อมูลลงใน DNS requests ทำให้ผู้โจมตีสามารถสังเกตการมีส่วนร่วมของเหยื่อกับเนื้อหาฟิชชิ่งที่อยู่บน Content Delivery Networks (CDNs) เพื่อดูว่าอีเมลฟิชชิ่งสำเร็จหรือไม่

พฤติกรรมนี้ถูกพบในแคมเปญ TrkCdn ซึ่งมีเป้าหมายเป็นเหยื่อ 731 ราย โดยใช้ 75 IP Addresses สำหรับ nameservers และในแคมเปญ SpamTracker ซึ่งมีเป้าหมายเป็นสถาบันการศึกษาของญี่ปุ่น โดยใช้ 44 โดเมนสำหรับ tunneling ด้วย IP 35.75.233.210 ทั้งสองแคมเปญใช้วิธีการสร้างชื่อโดเมน และการเข้ารหัสเป็นซับโดเมนแบบเดียวกัน

ผู้โจมตีใช้ประโยชน์จาก DNS logs เพื่อติดตามอีเมลของเหยื่อ และตรวจสอบผลการดำเนินการของแคมเปญ โดยมีการลงทะเบียนโดเมนใหม่ระหว่างเดือนตุลาคม 2020 และมกราคม 2024 ก่อนการเริ่มการโจมตี 2 ถึง 12 สัปดาห์ และทำการติดตามพฤติกรรมเป็นเวลา 9 ถึง 11 เดือน และยกเลิกหลังจากใช้งานมาหนึ่งปี

DNS Tunneling สำหรับการสแกนช่องโหว่

ผู้โจมตีสามารถใช้ DNS Tunneling เพื่อสแกนโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายโดยการเข้ารหัส IP addresses และเวลาในการรับส่งข้อมูลผ่านทาง tunneling พร้อมกับการ spoofed IP addresses เพื่อค้นหา DNS resolvers ที่เปิดอยู่, ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของตัว DNS resolver และดำเนินการโจมตีไปยัง DNS นั้น ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนเส้นทางไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย หรือการโจมตีแบบ Denial of Service (DoS)

วิธีการนี้ถูกพบในแคมเปญ "SecShow" ที่ผู้โจมตีสแกนโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายเหยื่ออย่างต่อเนื่อง และดำเนินการโจมตีแบบ reflection attacks

นักวิจัยจาก Unit 42 ระบุว่า "โดยทั่วไปแล้ว แคมเปญนี้จะเน้นเป้าหมายไปที่ DNS resolver ที่เปิดอยู่ ดังนั้นจึงพบว่าเหยื่อส่วนใหญ่มาจากสถาบันการศึกษา, บริษัทเทคโนโลยี และหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นที่ที่มักพบ DNS resolver เปิดใช้งานอยู่"

นอกจากนี้ ผู้โจมตีสามารถใช้เทคนิคเดียวกันนี้เพื่อติดตามเหยื่อหลายรายได้ และกำลังใช้ประโยชน์จาก DNS queries เพื่อตรวจหา configurations ที่ผิดพลาดในองค์กรเป้าหมาย ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในการโจมตีแบบ Denial of Service (DoS), ขโมยข้อมูล หรือติดตั้งมัลแวร์ได้

เพื่อป้องกันการโจมตี ควรมีการใช้งานซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยที่สามารถตรวจจับรูปแบบ DNS traffic ที่ผิดปกติ และอัปเดตระบบปฏิบัติการ และแอปพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอเพื่อแก้ไขช่องโหว่ และระมัดระวังการคลิกลิงก์ที่น่าสงสัยในอีเมล หรือข้อความ

Indicators of Compromise

Domains used for DNS tunneling

85hsyad6i2ngzp[.]com
8egub9e7s6cz7n[.]com
8jtuazcr548ajj[.]com
anrad9i7fb2twm[.]com
aucxjd8rrzh7xf[.]com
b5ba24k6xhxn7b[.]com
cgb488dixfxjw7[.]com
d6zeh4und3yjt9[.]com
epyujbhfhbs35j[.]com
hhmk9ixaw9p3ec[.]com
hjmpfsamfkj5m5[.]com
iszedim8xredu2[.]com
npknraafbisrs7[.]com
patycyfswg33nh[.]com
rhctiz9xijd4yc[.]com
sn9jxsrp23x63a[.]com
swh9cpz2xntuge[.]com
tp7djzjtcs6gm6[.]com
uxjxfg2ui8k5zk[.]com
wzbhk2ccghtshr[.]com
y43dkbzwar7cdt[.]com
ydxpwzhidexgny[.]com
z54zspih9h5588[.]com
3yfr6hh9dd3[.]com
4bs6hkaysxa[.]com
66tye9kcnxi[.]com
8kk68biiitj[.]com
93dhmp7ipsp[.]com
api536yepwj[.]com
bb62sbtk3yi[.]com
cytceitft8g[.]com
dipgprjp8uu[.]com
ege6wf76eyp[.]com
f6kf5inmfmj[.]com
f6ywh2ud89u[.]com
h82c3stb3k5[.]com
hwa85y4icf5[.]com
ifjh5asi25f[.]com
m9y6dte7b9i[.]com
n98erejcf9t[.]com
rz53par3ux2[.]com
szd4hw4xdaj[.]com
wj9ii6rx7yd[.]com
wk7ckgiuc6i[.]com
secshow[.]net
secshow[.]online
secdns[.]site

IP addresses

35.75.233[.]210
202.112.47[.]45

ที่มา: hackread , DNS Tunneling

FBI ยึดฟอรัม BreachForums ที่ถูกใช้สำหรับซื้อขายข้อมูลที่ถูกขโมยมา

FBI ได้เข้ายึดเว็บไซต์ BreachForums ที่กำลังโด่งดังจากการซื้อขายข้อมูลรั่วไหล และข้อมูลองค์กรที่ถูกขโมยมาให้กับอาชญากรไซเบอร์รายอื่น

การเข้ายึดดังกล่าวเกิดขึ้นในเช้าวันพุธที่ผ่านมา (15 มีนาคม 2024) ไม่นานหลังจากที่เว็บไซต์ดังกล่าวถูกใช้เพื่อประกาศขายข้อมูลที่ถูกขโมยจากพอร์ทัลของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของยุโรปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

โดยปัจจุบันเว็บไซต์แสดงข้อความที่ระบุว่า FBI ได้เข้าควบคุมข้อมูล และระบบเบื้องหลัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายได้ยึดทั้งเซิร์ฟเวอร์ และโดเมนของเว็บไซต์

โดยข้อความระบุว่า “เว็บไซต์นี้ถูกปิดโดย FBI และ DOJ ด้วยความช่วยเหลือจากพันธมิตรระหว่างประเทศ”

“เรากำลังตรวจสอบข้อมูลระบบเบื้องหลังของเว็บไซต์นี้ หากใครมีข้อมูลที่จะรายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เข้าข่ายความผิดทางไซเบอร์บน BreachForums โปรดแจ้งให้เราทราบ”

ข้อความบนเว็บไซต์ยังแสดงรูปโปรไฟล์สองรูปของผู้ดูแลเว็บไซต์คือ Baphomet และ ShinyHunters ที่อยู่ด้านหลังลูกกรง

หากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถเข้าถึงข้อมูลระบบเบื้องหลังของ BreachForums ได้จริง พวกเขาจะมีที่อยู่อีเมล, ที่อยู่ IP และข้อความส่วนตัวที่อาจเปิดเผยข้อมูลสมาชิก และใช้ในการสืบสวนของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

นอกจากนี้ FBI ยังได้ยึดช่องทาง Telegram ของเว็บไซต์ และช่องทางอื่น ๆ ที่เป็นของ Baphomet โดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายได้ส่งข้อความที่ระบุว่าช่องทางดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขา

ข้อความบางส่วนที่โพสต์ไปยังช่องทาง Telegram ที่ถูกยึดโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายนั้นมาจากบัญชีของ Baphomet โดยตรง ซึ่งมีแนวโน้มว่าผู้ดูแลเว็บไซต์ถูกจับกุม และอุปกรณ์ของเขาตอนนี้อยู่ในมือของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเรียบร้อยแล้ว

FBI กำลังขอให้เหยื่อ และบุคคลต่าง ๆ ติดต่อพวกเขาพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับ BreachForums และสมาชิกเพื่อช่วยในการสืบสวน

ข้อความการเข้ายึดเว็บไซต์ รวมถึงวิธีการติดต่อ FBI เกี่ยวกับการยึดเว็บไซต์ดังกล่าว รวมถึงอีเมล, บัญชี Telegram, บัญชี TOX ตั้งอยู่ในโดเมนย่อยของศูนย์ร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต (IC3) ของ FBI โดยมีข้อความระบุว่า “สำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) กำลังสืบสวนฟอรัมการซื้อขายข้อมูลที่ผิดกฏหมายที่ชื่อว่า BreachForums และ Raidforums”

โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2023 ถึงเดือนพฤษภาคม 2024 BreachForums (โฮสต์ที่ breachforums.

Nissan North America ข้อมูลรั่วไหลส่งผลกระทบต่อพนักงานกว่า 53,000 คน

นิสสันอเมริกาเหนือประสบกับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เมื่อผู้โจมตีสามารถเจาะระบบ VPN ของบริษัท และทำการปิดระบบเพื่อเรียกค่าไถ่

นิสสันตรวจพบข้อมูลรั่วไหลในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2023 และระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานปัจจุบัน และอดีตพนักงานกว่า 53,000 คนรั่วไหล

บริษัทระบุในหนังสือแจ้งเตือนผู้ได้รับผลกระทบว่า "ตามที่แจ้งในการประชุมทาวน์ฮอลล์ของนิสสันเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2023 นิสสันได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2023 ว่าบริษัทตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ หลังจากรับรู้ถึงการถูกโจมตี นิสสันได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายทันที และเริ่มดำเนินการสืบสวน ควบคุมสถานการณ์ และสามารถจัดการกับภัยคุกคามได้สำเร็จ"

นิสสันเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุมุ่งเป้าไปที่ระบบ VPN จากภายนอกของบริษัท จากนั้นได้ทำการปิดระบบบางส่วนของบริษัทก่อนที่จะเรียกร้องค่าไถ่ แต่บริษัทระบุว่าไม่มีระบบใดของบริษัทถูกเข้ารหัสระหว่างการโจมตี

โดยการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากภายนอก บริษัทสามารถประเมินสถานการณ์ ควบคุมเหตุการณ์ และจัดการกับภัยคุกคามได้

การสอบสวนต่อมาเปิดเผยว่าผู้โจมตีได้เข้าถึงไฟล์บางส่วนใน local และ network shares ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อมูลทางธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2024 บริษัทได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับพนักงานปัจจุบัน และอดีตพนักงานของนิสสันอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะหมายเลขประกันสังคมถูกเข้าถึงได้

ในหนังสือแจ้งเตือนข้อมูลรั่วไหลถึงสำนักงานทนายความทั่วไปของรัฐเมน บริษัทระบุว่าข้อมูลที่รั่วไหลรวมถึงข้อมูลระบุตัวบุคคล เช่น ชื่อ และหมายเลขประกันสังคม และผู้โจมตีไม่ได้เข้าถึงข้อมูลทางการเงิน

โดยนิสสันระบุว่ายังไม่มีหลักฐานว่ามีการนำข้อมูลที่รั่วไหลไปใช้ในทางที่ผิด

อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรเทาความเสี่ยงจากการรั่วไหลข้อมูลดังกล่าว นิสสันได้แนบคำแนะนำสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับวิธีสมัครใช้บริการเฝ้าระวังเครดิต และป้องกันการปลอมแปลงรายบุคคลฟรีนาน 24 เดือนผ่าน Experian

นิสสันเคยตกเป็นเป้าหมายของเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยหลายครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อสายงานต่าง ๆ ของผู้ผลิตรถยนต์ชาวญี่ปุ่นรายนี้

ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2023 นิสสันโอเชียเนีย (ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) ประกาศการสอบสวนการโจมตีทางไซเบอร์ และการรั่วไหลของข้อมูลที่อาจเกิดขึ้น ในเดือนมีนาคม 2024 นิสสันยืนยันว่า Akira ransomware ได้ขโมยข้อมูลของลูกค้าออกไปกว่า 100,000 ราย

ในเดือนมกราคม 2023 นิสสันนอร์ทอเมริกาประสบกับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลทางอ้อม เมื่อผู้ให้บริการเทคโนโลยี third-party ทำข้อมูลของลูกค้า 17,988 รายรั่วไหลเนื่องจากการตั้งค่าฐานข้อมูลที่ไม่เหมาะสม

สองปีก่อนหน้านั้น นิสสันนอร์ทอเมริกาปล่อยให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบน Git Server ออนไลน์โดยใช้รหัสผ่านเริ่มต้น (admin/admin) ทำให้ซอร์สโค้ดสำหรับแอปพลิเคชัน และเครื่องมือภายในขนาด 20 GB รั่วไหล

นิสสันตอบสนองโดยการนำ repository ลงเป็นออฟไลน์ ภายหลังจากได้รับแจ้งจากนักวิจัยที่พบผู้ใช้แชร์ซอร์สโค้ดผ่านทาง torrents

ที่มา: bleepingcomputer

Apple แก้ไขช่องโหว่ Zero-Day ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี iPhone รุ่นเก่า

Apple ออกแพตช์อัปเดตด้านความปลอดภัยสำหรับช่องโหว่ Zero-Day ที่ถูกพบในเดือนมีนาคม 2024 ใน iPhone และ iPad รุ่นเก่า โดยแจ้งว่าช่องโหว่ดังกล่าวอาจกำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตี

CVE-2024-23296 หรือช่องโหว่ RTKit เป็นช่องโหว่จากปัญหา memory corruption ใน Apple's RTKit real-time operating system ทำให้สามารถอ่าน และเขียน kernel ได้ รวมถึงสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจจับของ kernel memory protection ทั้งนี้ทาง Apple ยังไม่ได้ระบุว่าช่องโหว่ดังกล่าวเป็นการค้นพบของนักวิจัยด้านความปลอดภัย

โดย Apple ได้ออกแพตซ์อัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวแล้วใน iOS 16.7.8, iPadOS 16.7.8 และ macOS Ventura 13.6.7 พร้อม input validation ที่ได้รับการปรับปรุงบนอุปกรณ์ iPhone 8, iPhone 8 Plus, iPhone X, iPad รุ่นที่ 5, iPad Pro 9.7 นิ้ว และ iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่นที่ 1

โดยก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม 2024 ทาง Apple ได้ออกอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว สำหรับ iPhone, iPad และ Mac รุ่นใหม่ไปแล้ว

ช่องโหว่ Zero-Day 3 รายการที่ถูกแก้ไขในปี 2024

Apple ยังไม่เปิดเผยว่าใครเป็นผู้คนพบช่องโหว่ รวมถึงไม่ได้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลักษณะการโจมตีช่องโหว่ แต่ช่องโหว่ Zero-Day ที่พบใน iOS มักถูกใช้ในการโจมตีแบบ spyware ที่คาดว่าได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยกำหนดเป้าหมายไปที่บุคคลที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงนักข่าว ผู้เห็นต่างทางการเมือง และนักการเมืองฝ่ายค้าน

โดยตั้งแต่ต้นปี 2024 Apple ได้แก้ไขช่องโหว่ 3 รายการ ได้แก่ CVE- 2024-23222 ในเดือนมกราคม 2024, CVE-2024-23225 และ CVE-2024-23296 ในเดือนมีนาคม 2024

รวมถึงออกอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่บนอุปกรณ์รุ่นเก่าสำหรับ WebKit Zero-Day จำนวน 2 รายการ (CVE-2023-42916 และ CVE-2023-42917) ในเดือนมกราคม 2023

แม้ว่าช่องโหว่ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม แต่ผู้ใช้งานก็ควรที่จะทำการอัปเดตให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นหากใช้ iPhone หรือ iPad รุ่นเก่า

นอกจากนี้ ในการอัปเดต iOS 17.5 ทาง Apple ได้เพิ่มการแจ้งเตือน tracking alerts ที่ไม่ต้องการ (Google เปิดตัวความสามารถเดียวกันนี้บนอุปกรณ์ Android 6.0+ ) ซึ่งการแจ้งเตือนเหล่านี้จะแจ้งเตือนผู้ใช้ หากมีการใช้อุปกรณ์ Bluetooth tracking (AirTag, อุปกรณ์เสริม Find My หรือ Bluetooth tracker เพื่อติดตามตำแหน่งของผู้ใช้งาน)

ที่มา : bleepingcomputer