Check Point แก้ไขช่องโหว่ Zero-Day ของ VPN ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี

Check Point ออกแพตซ์อัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ Zero-Day ของ VPN ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตีเพื่อเข้าถึงไฟร์วอลล์จากระยะไกล และพยายามเข้าถึงเครือข่ายของเป้าหมาย

โดยก่อนหน้านี้ทาง Check Point ได้แจ้งเตือนการพบการโจมตีซึ่งมุ่งเป้าหมายไปยังอุปกรณ์ VPN ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และได้เผยแพร่คำแนะนำในการป้องกัน ต่อมาทาง Check Point ได้ค้นพบสาเหตุของปัญหาดังกล่าว ซึ่งเป็นช่องโหว่ Zero-Day ที่กำลังถูกใช้โดย Hacker เพื่อโจมตีเป้าหมาย

CVE-2024-24919 (คะแนน CVSS 8.6/10 ความรุนแรงระดับ High) ช่องโหว่ information disclosure ที่ทำให้ Hacker สามารถอ่านข้อมูลบน Check Point Security Gateways ที่เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต ที่มีการเปิดใช้งาน VPN หรือ Mobile Access Software Blades ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ CloudGuard Network, Quantum Maestro, Quantum Scalable Chassis, Quantum Security Gateways, และ Quantum Spark Appliancesในเวอร์ชัน R80.20.x, R80.20SP (EOL), R80.40 (EOL), R81, R81.10, R81.10.x และ R81.20

ทั้งนี้ทาง Check Point ได้ออกอัปเดตแพตซ์เพื่อแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวแล้ว ในเวอร์ชันดังต่อไปนี้ :
**

Quantum Security Gateway and CloudGuard Network Security: R81.20, R81.10, R81, R80.40

Quantum Maestro and Quantum Scalable Chassis: R81.20, R81.10, R80.40, R80.30SP, R80.20SP

Quantum Spark Gateways: R81.10.x, R80.20.x, R77.20.x

หากผู้ดูแลระบบต้องการอัปเดตด้วยตนเอง สามารถเข้าไปที่ Security Gateway > Software Updates > Available Updates > Hotfix Updates และคลิก 'Install' โดยจะใช้เวลาในการดำเนินงานประมาณ 10 นาที และจำเป็นต้องทำการ reboot อุปกรณ์

หลังจากที่ทำการอัปเดตแล้ว การพยายามโจมตีเพื่อเข้าสู่ระบบโดยใช้ข้อมูล weak credentials จะถูกบล็อคโดยอัตโนมัติ และถูก logging ในระบบ ซึ่งการอัปเดตดังกล่าวครอบคลุมถึงเวอร์ชันที่ end-of-life (EOL) ไปแล้ว

ทั้งนี้ผู้ดูแลระบบที่ยังไม่สามารถทำการอัปเดตได้ ควรปรับปรุงด้านความปลอดภัยโดยการอัปเดตรหัสผ่าน Active Directory (AD) ที่ Security Gateway ใช้สำหรับการตรวจสอบสิทธิ์

รวมถึง Check Point ได้สร้างสคริปต์ สำหรับตรวจสอบการเข้าถึงระยะไกลที่สามารถอัปโหลดไปยัง 'SmartConsole' และดำเนินการเพื่อตรวจสอบผลลัพธ์ และวิธีการดำเนินการที่เหมาะสม

ที่มา : bleepingcomputer

Hacker มุ่งเป้าการโจมตีไปยัง Check Point VPN เพื่อเข้าถึงเครือข่าย

Check Point เปิดเผยการค้นพบกลุ่ม Hacker กำลังกำหนดเป้าหมายไปยังอุปกรณ์ VPN ของ Check Point เพื่อพยายามเข้าถึงเครือข่ายจากระยะไกล

ทั้งนี้การเข้าถึงจากระยะไกลผ่าน VPN ของ Check Point สามารถทำได้ 2 วิธีคือ client-to-site VPN สำหรับการเข้าถึงเครือข่ายองค์กรผ่าน VPN client หรือการเข้าถึงเครือข่ายองค์กรผ่าน SSL VPN Portal จาก web-based

โดย Check Point พบว่ากลุ่ม Hacker ได้มุ่งเป้าโจมตีไปยัง local account ที่มีการตั้งค่าการยืนยันตัวตนที่ไม่ปลอดภัย (password-only) เพื่อป้องกันการโจมตีดังกล่าว Check Point ได้แนะนำให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบ local account ที่มีความเสี่ยงในลักษณะดังกล่าวใน Quantum Security Gateway และ CloudGuard Network Security product และบน Mobile Access และ Remote Access VPN software blade แล้วทำการเปลี่ยนวิธีการยืนยันตัวตนให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมถึงลบ local account ที่มีความเสี่ยงออกจาก Security Management Server database

นอกจากนี้ Check Point ยังได้ออก Security Gateway hotfix ที่จะบล็อก local account ทั้งหมดที่มีการยืนยันตัวตนแบบ password-only และจะไม่สามารถทำการ VPN เพื่อเข้าถึงเครือข่ายจากระยะไกลได้

Cisco VPN ก็ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ Check Point เป็นบริษัทที่สองต่อจาก Cisco ที่ได้ทำการแก้ไขช่องโหว่บน VPN หลังจากที่พบกลุ่ม Hacker มุ่งเป้าหมายในการโจมตีช่องโหว่ดังกล่าว

ในเดือนเมษายน 2024 Cisco ได้แจ้งเตือนพบการโจมตีแบบ brute-force โดยกำหนดเป้าหมายไปยัง VPN และ SSH service บนอุปกรณ์ Cisco, Check Point, SonicWall, Fortinet และ Ubiquiti ซึ่งแคมเปญการโจมตีดังกล่าว ได้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2024 โดยมีการโจมตีที่มาจาก TOR exit node และใช้เครื่องมือต่าง ๆ รวมถึง proxy เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

Aaron Martin นักวิจัยด้านความปลอดภัย ได้เชื่อมโยงแคมเปญการโจมตีกับ botnet ที่พึงถูกค้นพบชื่อว่า "Brutus" ซึ่งควบคุม IP addresses กว่า 20,000 รายการใน cloud service และ residential network

นอกจากนี้ Cisco ยังได้เปิดเผยข้อมูลว่ากลุ่ม Hacker ที่ได้รับการสนันสนุนจากรัฐบาลในชื่อ UAT4356 (หรือที่เรียกว่า STORM-1849) ได้ใช้ช่องโหว่ Zero-day ในไฟร์วอลล์ Cisco Adaptive Security Appliance (ASA) และ Firepower Threat Defense (FTD) เพื่อโจมตีเครือข่ายของรัฐบาลทั่วโลกมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 ในแคมเปญการโจมตีที่ถูกติดตามในชื่อ ArcaneDoor

ที่มา : bleepingcomputer

ชายชาวอินเดียขโมยเงินดิจิทัลมูลค่า 37 ล้านเหรียญ โดยใช้เว็บไซต์ Coinbase ปลอม

ชายชาวอินเดียถูกจับในข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงทางโทรศัพท์ โดยทำการขโมยเงินกว่า 37 ล้านดอลลาร์ผ่านเว็บไซต์ Coinbase ปลอมที่ใช้ในการขโมยข้อมูล credentials ของเหยื่อ (more…)

GhostEngine mining หยุดการทำงานของ EDR โดยใช้ไดรเวอร์ที่มีช่องโหว่

แคมเปญการโจมตีของมัลแวร์ขุดคริปโตเคอเรนซีที่มีชื่อว่า 'REF4578' ถูกพบว่ากำลังปรับใช้เพย์โหลดที่เป็นอันตรายชื่อ GhostEngine ซึ่งมีการใช้ไดรเวอร์ที่มีช่องโหว่เพื่อปิดการทำงานของอุปกรณ์ป้องกันด้านความปลอดภัย และติดตั้ง XMRig miner

(more…)

กลุ่ม Turla ใช้ MSBuild เพื่อทำให้ Tiny BackDoor สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

CRIL พบการโจมตีโดยใช้ไฟล์ .LNK ที่เป็นอันตราย ซึ่งแฝงตัวเป็นไฟล์เอกสาร PDF ที่เมื่อผู้ใช้งานเปิดไฟล์ .LNK มันจะแสดงคำเชิญเข้าร่วมสัมมนาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้โจมตีมุ่งเป้าหมายไปที่บุคคลที่มีความสนใจในประเด็นสิทธิมนุษยชน (more…)

Veeam แจ้งเตือนช่องโหว่ Authentication bypass ระดับ Critical บน Backup Enterprise Manager

Veeam แจ้งเตือนลูกค้าให้ทำการแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยระดับ Critical ซึ่งทำให้ Hacker ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านการยืนยันตัวตนสามารถลงชื่อเข้าใช้บัญชีใด ๆ ผ่านทาง Veeam Backup Enterprise Manager (VBEM) (more…)

Microsoft เริ่มบังคับใช้การยืนยันตัวตนแบบ multi-factor สำหรับ Azure ในเดือนกรกฎาคมนี้

ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป Microsoft จะเริ่มบังคับใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเข้าใช้งาน Azure ทุกคน

(more…)

Google Chrome ปล่อยอัปเดตฉุกเฉินเพื่อแก้ไขช่องโหว่ Zero-day ครั้งที่ 6 ในปี 2024

Google ออกแพตซ์อัปเดตความปลอดภัยฉุกเฉินสำหรับเบราว์เซอร์ Chrome เพื่อแก้ไขช่องโหว่ Zero-day ที่มีระดับความรุนแรงสูงซึ่งกำลังถูกนำมาใช้ในการโจมตี

(more…)

ชุดทดสอบการโจมตีสำหรับช่องโหว่ RCE บนเร้าเตอร์ D-Link EXO AX4800 ถูกเผยแพร่ออกมาแล้ว

D-Link EXO AX4800 (DIR-X4860) เร้าเตอร์ (Router) มีช่องโหว่ในการเรียกใช้คำสั่งที่เป็นอันตรายจากระยะไกลโดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน ซึ่งจะนำไปสู่การเข้ายึดเครื่องโดยผู้โจมตีได้ผ่าน HNAP พอร์ท (HNAP)

(more…)

มัลแวร์ Banking Trojan ตัวใหม่ชื่อ Antidot ปลอมเป็น Google Play Update ปลอม

Antidot เป็น Banking Trojan บน Android ที่กำลังปลอมตัวเป็นแอปพลิเคชัน "Google Play Update" โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ Android ในหลายภูมิภาค และใช้เทคนิค VNC (Virtual Network Computing) และ Overlay เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญของผู้ใช้

ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทาง Cyble Research and Intelligence Labs (CRIL) ได้เผยแพร่การวิเคราะห์รายละเอียดเกี่ยวกับ Android Banking Trojan ตัวใหม่ที่ชื่อ "Brokewell" ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยนักพัฒนามัลแวร์ชื่อ "Baron Samedit" ซึ่งโทรจันนี้มีความสามารในการเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์

เมื่อไม่นานมานี้ ได้พบ Android Banking Trojan ตัวใหม่อีกหนึ่งตัวที่ชื่อว่า "Antidot" ซึ่งถูกพบครั้งแรกในวันที่ 6 May 2024 (a6f6e6fb44626f8e609b3ccb6cbf73318baf01d08ef84720706b205f2864b116) โดยโทรจันตัวนี้ใช้การโจมตีแบบ Overlay เป็นวิธีการหลัก เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญของผู้ใช้

มัลแวร์ตัวนี้มีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น

VNC : การควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกล
Keylogging : การบันทึกการกดแป้นพิมพ์
Overlay attack : การสร้างหน้าต่างปลอมซ้อนทับเพื่อขโมยข้อมูล
Screen recording : การบันทึกหน้าจอ
Call forwarding : การส่งต่อสายโทรศัพท์
Collecting contacts and SMSs : การเก็บรวบรวมรายชื่อผู้ติดต่อ และข้อความ SMS
Performing USSD requests : การส่งคำสั่ง USSD
Locking and unlocking the device : การล็อก และปลดล็อกอุปกรณ์

Antidot ได้ชื่อนี้เนื่องจากการพบสตริง “Antidot” ภายในโค้ดต้นฉบับ ซึ่งใช้สำหรับการบันทึกข้อมูลข้ามคลาสต่าง ๆ มัลแวร์นี้ใช้การเข้ารหัสแบบกำหนดเองเพื่อทำให้สตริงต่าง ๆ ไม่สามารถอ่านได้ รวมถึงการตั้งชื่อคลาสให้เป็นอักษรที่ไม่สามารถเข้าใจได้ ทำให้การวิเคราะห์มีความยากมากขึ้น

โดยมัลแวร์จะปลอมแปลงเป็นแอปพลิเคชัน "Google Play update" โดยแสดงหน้าการอัปเดต Google Play ปลอมเมื่อทำการติดตั้ง หน้าการอัปเดตปลอมนี้ถูกสร้างขึ้นในหลายภาษา เช่น ภาษาเยอรมัน, ฝรั่งเศส, สเปน, รัสเซีย, โปรตุเกส , โรมาเนีย, และอังกฤษ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ Android ในภูมิภาคที่ใช้ภาษาต่าง ๆ เหล่านี้

รายละเอียดทางเทคนิค

ตามที่ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้ หลังจากที่ติดตั้งมัลแวร์แล้ว มัลแวร์จะแสดงหน้าอัปเดตปลอมที่มีปุ่ม "ดำเนินการต่อ" ซึ่งจะเปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้ไปยังการตั้งค่าการเข้าถึง (Accessibility settings) เช่นเดียวกันกับ Banking Trojans ตัวอื่น ๆ

Command and Control server communication

ในเบื้องหลัง มัลแวร์จะเริ่มการสื่อสารกับ C2 Server "hxxp://46[.]228.205.159:5055/" นอกจากการเชื่อมต่อด้วย HTTP แล้ว Antidot ยังเริ่มการสื่อสารผ่าน WebSocket โดยใช้ไลบรารี socket.