Hacker ใช้ “Verified Publisher” จาก OAuth Apps เพื่อโจมตีบัญชีอีเมลของบริษัท

Microsoft ได้เปิดเผยการดำเนินการปิดใช้งานของบัญชี Microsoft Partner Network (MPN) ปลอม ที่ใช้สำหรับสร้างแอปพลิเคชัน OAuth ที่เป็นอันตราย ซึ่งถูกใช้ในแคมเปญ Phishing ที่มุ่งเป้าไปยังระบบคลาวด์ขององค์กรเพื่อขโมยอีเมล โดยการลอกเลียนแบบแอปยอดนิยมและหลอกให้เหยื่อกดยินยอมอนุญาตให้เข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ซึ่งแอปปลอมเหล่านี้ได้ลงทะเบียนกับ OAuth ที่สร้างขึ้นใน Azure AD (more…)

พบช่องโหว่ RCE ระดับ Critical บน EmojiDeploy ทำให้สามารถโจมตี Microsoft Azure ได้

นักวิจัยด้าน Ermetic บริษัทรักษาความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐานบนระบบคลาวด์ของอิสราเอล พบช่องโหว่ระดับ Critical บน Microsoft Azure ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (Remote Code Execution (RCE)) เพื่อเข้าควบคุมแอปพลิเคชันเป้าหมายได้

โดย Ermetic อธิบายช่องโหว่นี้ว่าเกิดจาก CSRF (cross-site request forgery) บน Kudu ซึ่งเป็นบริการ SCM ที่ใช้อย่างแพร่หลาย แล้วทำการส่งไฟล์ ZIP ที่ฝังเพย์โหลดอันตรายไปยังแอปพลิเคชัน Azure ของเป้าหมาย โดยได้เรียกวิธีการโจมตีนี้ว่า EmojiDeploy

Kudu คือเครื่องมือที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของ Azure App Service ที่เกี่ยวข้องกับ source control based deployment เช่นเดียวกับ Dropbox และ OneDrive sync

การโจมตี

นักวิจัยได้อธิบายขั้นตอนการโจมตี ดังนี้

Hacker โจมตีผ่านช่องโหว่ CSRF ใน Kudu SCM panel ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการป้องกันและส่ง request ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษไปที่ "/api/zipdeploy" เพื่อส่งไฟล์ ZIP ที่เป็นอันตราย เช่น web shell และทำให้สามารถเข้าควบคุมระบบจากระยะไกลได้
ไฟล์ ZIP ที่เป็นอันตรายจะถูก encoded ในส่วนของ body ของ HTTP request เมื่อถูกเปิดขึ้นมา มันจะเรียกไปยังโดเมนที่ถูกควบคุมโดย Hacker ผ่าน web shell เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

การค้นพบนี้เกิดขึ้นหลังจาก Orca Security ได้เปิดเผยการโจมตี 4 ครั้งของการโจมตี server-side request forgery (SSRF) ที่ส่งผลกระทบต่อ Azure API Management, Azure Functions, Azure Machine Learning และ Azure Digital Twins หลังจากนั้น Microsoft ได้แก้ไขช่องโหว่ในวันที่ 6 ธันวาคม 2022 หลังจากการเปิดเผยช่องโหว่เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2022 นอกจากนี้ Microsoft ยังได้มอบรางวัลให้แก่การรายงานช่องโหว่นี้เป็นมูลค่า 30,000 ดอลลาร์

การป้องกัน

ตรวจสอบการอนุญาตของแอปพลิเคชั่น และการกำหนดสิทธิในส่วนของการจัดการข้อมูลประจำตัว
จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงให้น้อยที่สุดเพื่อความปลอดภัย

ที่มา : thehackernews

ช่องโหว่บน Microsoft Azure Services เสี่ยงต่อการถูกเข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบสิทธิ์

Orca บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้ค้นพบช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับบริการ Microsoft Azure โดยช่องโหว่ดังกล่าวถูกพบในช่วงระหว่างวันที่ 8 ตุลาคม 2022 ถึง 2 ธันวาคม 2022 ซึ่งส่งผลกระทบต่อ Azure API Management, Azure Functions, Azure Machine Learning และ Azure Digital Twins me ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบสิทธิ์ และเข้าถึงข้อมูลบนเครื่องปลายทางได้

โดยปัจจุบันทาง Microsoft ได้ออกอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่เรียบร้อยแล้ว

ช่องโหว่บนบริการ Microsoft Azure มีดังนี้

ช่องโหว่ Unauthenticated SSRF บน Azure Digital Twins Explore โดยช่องโหว่อยู่ใน /proxy/blob endpoint ทำให้มีความเสี่ยงถูกโจมตีเพื่อรับ response จากบริการใดๆก็ตามที่ต่อท้ายด้วย "blob.

พบช่องโหว่ Bypass Cross-tenant network ใน Azure Cognitive Search

Azure Cognitive Search (ACS) เป็น full-text search engine service ของ Azure โดยนักวิจัยจาก mnemonic พบช่องโหว่ในฟีเจอร์ใหม่ของหน้า ACS portal ที่ทำให้สามารถ search ข้อมูลจาก portal ได้โดยตรง โดยไม่ผ่าน Network firewall ของ ACS instance

การทำงานของฟีเจอร์ 'Allow access from Portal' จะใช้การ Whitelist portal proxy แทนที่จะเป็น IP แล้วให้ตัว portal proxy ทำการ authentication โดยใช้ Access token แต่ว่าไม่มีการตรวจสอบว่า Access token นั้นมาจาก tenant ไหน จึงทำให้ Private ACS instance สามารถถูกเข้าถึงได้จาก tenant ไหนก็ได้ขอแค่มีการเปิดใช้งานฟีเจอร์ 'Allow access from Portal'

วิธีการแก้ไข

Microsoft ได้ทำการแก้ไขช่องโหว่โดยการลบฟีเจอร์ 'Allow access from Portal' ออก และใช้การ Whitelist IP แทนการใช้ portal proxy เรียบร้อยแล้ว

ที่มา : mnemonic

Windows drivers ที่ถูก Signed โดย Microsoft ถูกนำมาใช้ในการโจมตีด้วย Ransomware

Microsoft ได้เพิกถอนบัญชี Windows Hardware Developer หลายบัญชีหลังจากที่ไดรเวอร์ ที่ signed ผ่านโปรไฟล์ของพวกเขาถูกนำมาใช้ในการโจมตีทางไซเบอร์ รวมถึงการโจมตีจาก ransomware

ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยจากรายงานร่วมกันของ Mandiant, Sophos และ SentinelOne โดยนักวิจัยระบุว่าผู้โจมตีกำลังใช้ไดรเวอร์ hardware kernel-mode ที่เป็นอันตราย ซึ่งผ่านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือด้วย Authenticode จากโปรแกรม Windows Hardware Developer ของ Microsoft

Microsoft ระบุว่าได้รับแจ้งจากบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ Mandiant, SentinelOne และ Sophos เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2565 ว่าไดรเวอร์ที่ certified โดย Windows Hardware Developer ของ Microsoft ถูกนำไปใช้ในการโจมตี ซึ่งจากพฤติกรรมในการโจมตีครั้งนี้ ผู้โจมตีได้รับสิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบบนระบบที่ถูกโจมตีไปก่อนแล้วที่จะมีการใช้งานไดรเวอร์ดังกล่าว

โดยจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าบัญชีนักพัฒนาหลายบัญชีสำหรับ Microsoft Partner Center มีส่วนร่วมในการส่งไดรเวอร์ที่เป็นอันตรายเพื่อขอรับการรับรอง (signed) จาก Microsoft และความพยายามในการส่งไดรเวอร์ที่เป็นอันตรายเพื่อขอรับการรับรอง (signed) ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 จึงนำไปสู่การระงับบัญชีของนักพัฒนาหลายรายในช่วงต้นเดือนตุลาคม

เมื่อมีการโหลดไดรเวอร์ hardware ใน kernel-mode บน Windows ไดรเวอร์จะได้รับสิทธิ์ระดับสูงสุดบนระบบปฏิบัติการ รวมถึงสิทธิ์ในการอนุญาตให้ไดรเวอร์สามารถดำเนินการที่เป็นอันตรายต่าง ๆ ได้ ซึ่งโดยปกติแล้วจะไม่อนุญาตในแอปพลิเคชันของ user-mode ซึ่งสิทธิ์ดังกล่าวรวมไปถึงการสามารถหยุดการทำงานของซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัย การลบไฟล์ที่ได้รับการป้องกัน และการทำตัวเป็น rootkits เพื่อซ่อนพฤติกรรมของ process อื่น ๆ

โดยตั้งแต่ Windows 10 เป็นต้นมา Microsoft ได้กำหนดให้ไดรเวอร์ฮาร์ดแวร์ใน kernel-mode ต้อง signed ผ่านโปรแกรม Windows Hardware Developer ของ Microsoft เท่านั้น

เนื่องจากนักพัฒนาจำเป็นต้องซื้อใบรับรองสำหรับ Extended Validation (EV) ซึ่งต้องผ่านกระบวนการระบุตัวตน และส่งไดรเวอร์มาผ่านการตรวจสอบจาก Microsoft ด้วย จึงทำให้ซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยจำนวนมากจึงเชื่อถือไดรเวอร์ที่ signed โดย Microsoft ผ่านโปรแกรมนี้โดยอัตโนมัติ

เครื่องมือที่ถูกนำมาใช้ในการหยุดการทำงานของซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัย

นักวิจัยระบุว่าพบเครื่องมือที่ชื่อว่า STONESTOP (loader) และ POORTRY (kernel-mode driver) ที่ถูกนำมาใช้ในการโจมตีแบบที่เรียกว่า "Bring your vulnerable ไดรเวอร์" (BYOVD) ในครั้งนี้

STONESTOP เป็นแอพพลิเคชั่นแบบ user-mode ที่พยายามหยุดการทำงานซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยบนอุปกรณ์ รวมถึงความสามารถในการเขียนทับ และลบไฟล์ และทำหน้าที่เป็นทั้งตัวโหลด/ตัวติดตั้งสำหรับ POORTRY

ransomware และ SIM swapper

โดย Sophos พบพฤติกรรมที่ผู้โจมตีซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม Cuba ransomware ใช้ BURNTCIGAR loader utility เพื่อติดตั้งไดรเวอร์ที่เป็นอันตราย ซึ่งถูก signed โดย Microsoft

ส่วน SentinelOne พบชุดเครื่องมือที่ signed โดย Microsoft ซึ่งถูกนำมาใช้ในการโจมตีธุรกิจโทรคมนาคม, BPO, MSSP และธุรกิจบริการทางการเงิน และถูกใช้โดยการดำเนินการของ Hive Ransomware กับบริษัทในอุตสาหกรรมการแพทย์ ซึ่งแฮ็กเกอร์หลายรายที่สามารถเข้าถึงเครื่องมือในลักษณะที่คล้ายกันได้

ทางด้าน Mandiant พบกลุ่ม UNC3944 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้โจมตีที่มีแรงจูงใจทางด้านการเงิน มีการใช้มัลแวร์ที่ได้รับการ signed โดย Microsoft เช่นเดียวกัน

โดย Mandiant ยังสามารถระบุรายชื่อองค์กรที่ถูกใช้ในการส่งไดรเวอร์ไปเพื่อขอรับการรับรอง (signed) จาก Microsoft ได้ดังนี้

 

 

 

 

 

Microsoft response

Microsoft ได้เผยแพร่การอัปเดตความปลอดภัยเพื่อเพิกถอน certificates ที่ใช้ไฟล์ที่เป็นอันตราย และได้ระงับบัญชีที่ใช้ในการส่งไดรเวอร์
Microsoft Defender เวอร์ชันใหม่ signatures (1.377.987.0) จะสามารถตรวจหาไดรเวอร์ที่ถึงแม้จะถูก signed อย่างถูกต้อง แต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตี
Microsoft Partner Center กำลังทำโซลูชันระยะยาวเพื่อจัดการกับพฤติกรรมเหล่านี้ และป้องกันผลกระทบของผู้ใช้งานในอนาคต

ที่มา : bleepingcomputer

Microsoft พบกลุ่มแฮ็กเกอร์กำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ Zero-day

Microsoft รายงานถึงการเพิ่มขึ้นของการโจมตีจากการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ Zero-Day โดยมีเป้าหมายไปยังองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก และแนะนำให้องค์กรที่ได้รับผลกระทบแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวโดยทันที ซึ่งการโจมตีรูปแบบนี้สอดคล้องกับคำแนะนำจากหน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐอเมริกา (CISA) ที่ได้ระบุไว้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าผู้ไม่หวังดีมุ่งเป้าไปที่ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เพื่อขโมยทรัพย์สินของเป้าหมาย

Microsoft พบว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ใช้เวลาโดยเฉลี่ย 14 วัน ในการโจมตีช่องโหว่หลังจากที่ได้มีการประกาศสู่สาธารณะ โดยปกติช่องโหว่ระดับ Zero-day จะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่งแบบเฉพาะเจาะจง และมีแนวโน้มที่จะถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริง เนื่องจากส่วนใหญ่จะยังไม่มีแพตช์สำหรับแก้ไขออกมา

รายละเอียดช่องโหว่ที่ถูกรายงานโดย Microsoft มีดังต่อไปนี้

CVE-2021-35211 (CVSS score: 10.0) - ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลของ SolarWinds Serv-U Managed File Transfer Server และ Serv-U Secure FTP software
CVE-2021-40539 (CVSS score: 9.8) - ช่องโหว่ bypass การตรวจสอบสิทธิ์ใน Zoho ManageEngine ADSelfService Plus
CVE-2021-44077 (CVSS score: 9.8) - ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ใน Zoho ManageEngine ServiceDesk Plus
CVE-2021-42321 (CVSS score: 8.8) - ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลใน Microsoft Exchange Server
CVE-2022-26134 (CVSS score: 9.8) - ช่องโหว่ Object-Graph Navigation Language (OGNL) ใน Atlassian Confluence

Microsoft เตือนให้ทุกองค์กรรีบอัปเดตแพตช์เพื่อแก้ไขช่องโหว่โดยทันทีหลังจากที่ผู้ให้บริการปล่อยออกมา

 

ที่มา : thehackernews

พบช่องโหว่ Unauthenticated user บน Azure Cosmos DB Notebook ซึ่งอาจให้ทำเกิดการโจมตีแบบ RCE ได้

นักวิจัยจาก Orca security พบว่า Cosmos DB Notebook endpoint ไม่มีการตรวจสอบ Authorization Header ทำให้ใครก็ตามทีรู้ session id สามารถเขียน หรืออ่านไฟล์ที่อยู่ใน Jupyter notebook container ได้

นักวิจัยจึงสามารถ overwrite kernelspec.

Microsoft แก้ไขช่องโหว่ blocklist sync ของ Driver บน Windows

Microsoft ประกาศเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ทำให้ blocklist ** ของไดรเวอร์ที่มีช่องโหว่ไม่ถูกซิงค์กับระบบที่ใช้ Windows ในเวอร์ชันเก่า โดย blocklist นี้ (จัดเก็บไว้ในไฟล์ DriverSiPolicy.

พบผู้โจมตีใช้ไฟล์ PowerPoint ในการโจมตีแบบ mouseover เพื่อติดตั้งมัลแวร์

ผู้เชี่ยวชาญจาก Cluster25 รายงานถึงการโจมตีจากกลุ่ม APT28 (หรือ 'Fancy Bear') ซึ่งเป็นกลุ่มแฮ็กเกอร์จาก Russian GRU (Main Intelligence Directorate of the Russian General Staff) ใช้เทคนิคการรันโค้ดแบบใหม่โดยอาศัยการเคลื่อนไหวของเมาส์บน Slide Present ใน Microsoft PowerPoint เพื่อเรียกใช้สคริปต์ PowerShell ในการส่งมัลแวร์ที่มีชื่อว่า Graphite ซึ่งไฟล์ Microsoft PowerPoint ที่ใช้โจมตีประกอบไปด้วยสองสไลด์ ทั้งสองสไลด์มีคำแนะนำเป็นภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศสสำหรับใช้งานการประชุมทางวิดีโอของ Zoom โดยมีไฮเปอร์ลิงก์ที่ทำหน้าที่เป็นทริกเกอร์สำหรับการเรียกใช้สคริปต์ PowerShell ที่เป็นอันตรายผ่านยูทิลิตี้ SyncAppvPublishingServer

ลักษณะการทำงาน

เมื่อเป้าหมายเปิดเอกสาร Microsoft PowerPoint ในโหมด Presentation และวางเมาส์บนไฮเปอร์ลิงก์ สคริปต์ PowerShell ที่เป็นอันตรายจะทำงาน โดยดาวน์โหลดไฟล์ JPEG (“DSC0002.jpeg”) จากบัญชี Microsoft OneDrive

ในไฟล์ JPEG เป็นไฟล์ DLL (lmapi2.dll) ที่เข้ารหัส ในแต่ละไฟล์สตริงในที่ดึงมาต้องการคีย์ XOR ที่แตกต่างกันสำหรับการถอดรหัส เมื่อถอดรหัสแล้วจะถูกวางไว้ในไดเร็กทอรี 'C:\ProgramData\' ซึ่งจะถูก Execute ในภายหลังผ่าน rundll32.exe นอกจากนี้ยังมีการสร้าง Registry เพื่อให้ตัวมันสามารถแฝงตัวอยู่บนระบบได้อีกด้วย
ต่อมา lmapi2.dll จะดึงข้อมูล และถอดรหัสไฟล์ JPEG ไฟล์ที่สอง ซึ่งแต่ละไฟล์ที่ดึงมาต้องการคีย์ XOR ที่แตกต่างกันสำหรับการถอดรหัส เมื่อถอดรหัสแล้วมันจะถูกโหลดลงใน Memory ของระบบในส่วนของ Thread (หน่วยการทำงานย่อยที่อยู่ใน Process) ใหม่ที่ถูกสร้างโดย DLL ก่อนหน้านี้ ผลลัพธ์ที่ได้คือมัลแวร์ Graphite ในรูปแบบ portable executable (PE)
เมื่อมันแวร์ถูกติดตั้งสำเร็จ มันจะใช้ Microsoft Graph API และ OneDrive เพื่อสื่อสารกับ C2 Server นอกจากนี้ผู้โจมตียังเข้าถึง Service โดยใช้ Fix Client ID เพื่อรับโทเค็น OAuth2
ด้วยโทเค็น OAuth2 ที่ได้รับมา มัลแวร์จะทำการ Query Microsoft Graph APIs โดยวิธีการการแจกแจงไฟล์ย่อยที่อยู่ใน Subdirectory ของ OneDrive

จุดประสงค์ของมัลแวร์ Graphite คือการอนุญาตให้ผู้โจมตีโหลดมัลแวร์อื่น ๆ ลงใน Memory ของระบบ โดยใช้ประโยชน์จาก Microsoft Graph API เพื่อใช้ OneDrive เป็น C2 Server

ที่มา : bleepingcomputer

VMware และ Microsoft เตือนถึงแคมเปญมัลแวร์ Chromeloader ที่กำลังดำเนินการอยู่

VMware และ Microsoft ออกมาแจ้งเตือนถึงแคมเปญมัลแวร์ Chromeloader ที่กำลังถูกใช้เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์

ChromeLoader เป็น extension ของ Chrome browser ที่เป็นอันตราย ซึ่งจัดอยู่ในประเภท pervasive browser hijacker ที่จะปรับเปลี่ยนการตั้งค่าของเบราว์เซอร์เพื่อเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลของผู้ใช้

มัลแวร์สามารถเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลของผู้ใช้ และดักจับคำค้นหาของผู้ใช้ใน search engines ยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็น Google, Yahoo และ Bing โดยโค้ดที่เป็นอันตรายนั้นยังสามารถใช้ PowerShell เพื่อแทรกตัวเองลงในเบราว์เซอร์ และเพิ่ม extension ลงในเบราว์เซอร์ได้ด้วย

ในเดือนพฤษภาคม นักวิจัยจาก Red Canary สังเกตเห็นแคมเปญโฆษณาที่ใช้แพร่กระจายมัลแวร์ ChromeLoader ที่จะทำการดักจับเบราว์เซอร์ของเหยื่อ โดยในสัปดาห์นี้ VMware และ Microsoft ได้ออกมาเตือนถึงแคมเปญมัลแวร์ Chromeloader ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี ซึ่งจะติดตั้ง extension บนเบราว์เซอร์ที่เป็นอันตราย, มัลแวร์ node-WebKit และแรนซัมแวร์

Microsoft มองว่าแคมเปญนี้มาจากผู้โจมตีที่ชื่อว่า DEV-0796 ซึ่งผู้โจมตีนั้นพยายามสร้างรายได้จากการคลิกที่สร้างโดย browser node-webkit หรือ extension บนเบราว์เซอร์ที่เป็นอันตราย ซึ่งจะแอบติดตั้งไว้บนอุปกรณ์ของเหยื่อ

แคมเปญนี้จะเริ่มต้นการโจมตีด้วยไฟล์ ISO ที่จะถูกดาวน์โหลดเมื่อผู้ใช้คลิกโฆษณาที่เป็นอันตรายหรือ YouTube comments เมื่อทำการเปิดไฟล์ ISO เบราว์เซอร์ node-webkit (NW.js) หรือ extension ของเบราว์เซอร์จะถูกติดตั้ง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยังสังเกตเห็นว่าผู้โจมตีใช้ไฟล์ DMG เพื่อกำหนดเป้าหมายบนระบบ macOS อีกด้วย

VMware ได้เผยแพร่รายงานที่ให้รายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับ Chromeloader หลายตัวที่บริษัทสังเกตเห็นตั้งแต่เดือนสิงหาคม และล่าสุดเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ChromeLoader ถูกใช้เพื่อติดตั้ง ZipBombs ลงบนระบบที่ถูกโจมตี มัลแวร์นี้ถูกใช้เพื่อทำลายระบบของผู้ใช้ด้วยการโหลดข้อมูลที่มากจนเกินไป

ผู้เชี่ยวชาญยังสังเกตเห็นการใช้ ChromeLoader เพื่อดาวน์โหลด Enigma Ransomware ซึ่งส่งออกเป็นไฟล์แนบ HTML ที่พบในไฟล์ ISO โดยเมื่อเปิดไฟล์แนบ ก็จะมีการเปิดเบราว์เซอร์ และเรียกใช้จาวาสคริปต์ที่ฝังอยู่

เทคนิคการโจมตีอื่น ๆ ที่โดดเด่น คือ OpenSubtitles ในเวอร์ชันปลอม ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาคำบรรยายสำหรับภาพยนตร์ และรายการทีวีที่เป็นที่นิยม และ Flbmusic.