Hacker Leaks Info of 30,000 FBI and DHS Employees

แฮกเกอร์รายหนึ่งใช้ชื่อบน Twitter ว่า @DotGovs ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลพนักงานภาครัฐ ได้แก่ พนักงานจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ (Department of Homeland Security: DHS) ประมาณ 9,000 รายในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามด้วยข้อมูลพนักงาน FBI อีกเกือบ 20,000 รายเมื่อวันจันทร์ ผ่านทางเว็บไซต์สำหรับแชร์ข้อความที่มีการเข้ารหัส โดยข้อมูลพนักงานที่หลุดออกมาประกอบด้วย ชื่อ, ตำแหน่ง, หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ แต่มีหลายฝ่ายออกมาระบุว่าส่วนหนึ่งของข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งเบื้องต้นคาดการณ์ว่าแฮกเกอร์ดังกล่าวต้องการสนับสนุนกลุ่มปาเลสไตน์ ฝ่ายตรงข้ามอิสราเอลที่มีสหรัฐฯ หนุนหลังอยู่
บนเว็บไซต์ที่ใช้เปิดเผยข้อมูลมีการระบุข้อความด้านบนเป็น Hashtag #FreePalestine และคำว่า “Long Live Palestine, Long Live Gaza: This is for Palestine, Ramallah, West Bank, Gaza, This is for the child that is searching for an answer.

BlackShades malware bust ends in nearly 100 arrests worldwide

เอฟบีไอกล่าวว่า กว่าครึ่งล้านเครื่อง ใน 100 ประเทศทั่วโลกมีการติดมัลแวร์ที่ช่วยให้อาชญากรไซเบอร์ควบคุมคอมพิวเตอร์และ hijack เว็บแคม
BlackShades เป็นชนิดของซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือการเข้าถึงระยะไกล (RAT) เมื่อแฮกเกอร์ติดตั้ง BlackShades ลงบน คอมพิวเตอร์ของเหยื่อ แฮกเกอร์สามารถมองเห็นทุกๆ อย่างบนเครื่องของเหยื่อได้ เช่น เอกสาร, รูปภาพ, รหัสผ่าน, ข้อมูลประจำตัวของธนาคาร และอื่นๆ รวมถึงยังสามารถปฏิเสธการเข้าถึงไฟล์, การกดแป้นพิมพ์บันทึกของเหยื่อ และเปิดใช้งานเว็บแคมของเครื่องคอมพิวเตอร์เหยื่อ
ประเทศที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการจับกุม ได้แก่ เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อังกฤษ, ฟินแลนด์, ออสเตรีย, เอสโตเนีย, เดนมาร์ก, สหรัฐ, แคนาดา, ชิลี, โครเอเชีย, อิตาลี, มอลโดวา และสวิตเซอร์แลนด์

ที่มา : cnet

Anonymous Hacks FBI Server, Leaked Director personal info and more

กลุ่มแฮกเกอร์ Anonymous  ได้ทำการแฮกข้อมูล ของสำนักงานสืบสวนกลาง หรือ FBI โดยที่พวกแฮกเกอร์ได้ทำการอัพโหลดข้อมูล อีเมล, ข้อมูลส่วนบุคคล ขึ้นไปโพสไว้ที่เว็บไชต์ pastebin โดยในการโพสต์ดังกล่าวมีรายละเอียดข้อมูลของ ผู้อำนวยการ FBI ที่ชื่อ Jame Comey รวมอยู่ด้วย ซึ่งข้อมูลที่โพสนั้นประกอบไปด้วย ข้อมูลวันเกิด , สถานภาพว่าสมรสหรือไม่, ข้อมูลวุฒิการศึกษาและ ที่อยู่ เว็บไซด์ของเอฟบีไอ (www.

FBI seized entire database of TorMail service; using it to catch Criminals

FBI ได้ทำการคัดลอกข้อมูลจาก Tormail server เพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลการโจมตีต่างๆ แล้วพบว่าตลาดมืดที่ชื่อว่า Silk Road มีการซื้อขายข้อมูลบัตรเครดิต โดยมีผู้ดูแลระบบที่ใช้อีเมล์ “platpus@tormail.

FBI uses Spear Phishing technique to plant malware in Suspect's system

จากบทความที่ถูกตีพิมพ์โดย Washington Post ได้ระบุว่า FBI ได้ใช้มัลแวร์ในการจับตาดูการเคลื่อนไหวของเครื่องคอมพิวเตอร์ผู้ต้องสงสัย โดยวิธีการที่ FBI ใช้ก็เหมือนกับวิธีการของแฮกเกอร์ทั่วไปคือ ทำการโจมตีไปยังช่องโหว่ของเครื่องเป้าหมายเพื่อลงมัลแวร์ที่ใช้ในการส่งข้อมูลกลับไปยัง Server ของ FBI จากกรณีตัวอย่างของ bank fraud ผู้พิพากษา Stephen Smith ได้ปฎิเสธที่จะให้ FBI ทำการลง spyware ลงในระบบที่ต้องสงสัย โดย Smith ระบุว่าการกระทำแบบนี้เป็นการเสี่ยงที่อาจจะได้ข้อมูลของผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องมาด้วย ส่วนในกรณีอื่น อย่างเช่น

ในเดือนธันวาคมปี 2012 ผู้พิพากษาคนหนึ่งได้อนุญาตให้ FBI สามารถใช้มัลแวร์ได้ ซึ่งจากการใช้มัลแวร์นี้เองที่ทำให้ FBI มีข้อมูลมากพอที่จะจับผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้
ในเดือนมิถุนายนปี 2012 ได้มีบุคคลคนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “Mo” ได้ทำการโทรไปยังนายอำเภอและได้ทำการขู่ว่าเขาได้วางระเบิดไว้หลายจุดแล้ว ถ้าไม่อยากให้เขาจุดระเบิดให้ปล่อยฆาตกรที่ทำการฆ่าคนไปถึง 12 คนในโรงหนังที่อยู่ในเมืองเดนเวอร์, รัฐโคโรลาโด หลังจากทำการสืบสวนพบว่า “Mo” ได้ใช้ Google voice ในการโทรไปยังนายอำเภอและใช้พร็อกซี่ในการซ่อน IP ของเขา จากการสืบสวนเบื้องลึกของ FBI พบว่า IP ที่แท้จริงของ “Mo” เป็น IP ที่อยู่ในกรุงเตหะราน, ประเทศอิหร่าน และในเดือนธันวาคมปี 2012 ผู้พิพากษาได้อนุญาตให้ FBI ทำการส่งอีเมลที่แนบมัลแวร์ไว้ไปยังอีเมลของ “Mo” ได้ อย่างไรก็ตามปฎิบัติการนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ FBI ยังได้ข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของ “Mo” ส่งมาว่าเขาใช้ IP จำนวน 2 IP ที่เป็น IP ที่อยู่ในกรุงเตหะราน, ประเทศอิหร่าน

ที่มา : ehackingnews

FBI uses Spear Phishing technique to plant malware in Suspect's system

จากบทความที่ถูกตีพิมพ์โดย Washington Post ได้ระบุว่า FBI ได้ใช้มัลแวร์ในการจับตาดูการเคลื่อนไหวของเครื่องคอมพิวเตอร์ผู้ต้องสงสัย โดยวิธีการที่ FBI ใช้ก็เหมือนกับวิธีการของแฮกเกอร์ทั่วไปคือ ทำการโจมตีไปยังช่องโหว่ของเครื่องเป้าหมายเพื่อลงมัลแวร์ที่ใช้ในการส่งข้อมูลกลับไปยัง Server ของ FBI จากกรณีตัวอย่างของ bank fraud ผู้พิพากษา Stephen Smith ได้ปฎิเสธที่จะให้ FBI ทำการลง spyware ลงในระบบที่ต้องสงสัย โดย Smith ระบุว่าการกระทำแบบนี้เป็นการเสี่ยงที่อาจจะได้ข้อมูลของผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องมาด้วย ส่วนในกรณีอื่น อย่างเช่น

ในเดือนธันวาคมปี 2012 ผู้พิพากษาคนหนึ่งได้อนุญาตให้ FBI สามารถใช้มัลแวร์ได้ ซึ่งจากการใช้มัลแวร์นี้เองที่ทำให้ FBI มีข้อมูลมากพอที่จะจับผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้
ในเดือนมิถุนายนปี 2012 ได้มีบุคคลคนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “Mo” ได้ทำการโทรไปยังนายอำเภอและได้ทำการขู่ว่าเขาได้วางระเบิดไว้หลายจุดแล้ว ถ้าไม่อยากให้เขาจุดระเบิดให้ปล่อยฆาตกรที่ทำการฆ่าคนไปถึง 12 คนในโรงหนังที่อยู่ในเมืองเดนเวอร์, รัฐโคโรลาโด หลังจากทำการสืบสวนพบว่า “Mo” ได้ใช้ Google voice ในการโทรไปยังนายอำเภอและใช้พร็อกซี่ในการซ่อน IP ของเขา จากการสืบสวนเบื้องลึกของ FBI พบว่า IP ที่แท้จริงของ “Mo” เป็น IP ที่อยู่ในกรุงเตหะราน, ประเทศอิหร่าน และในเดือนธันวาคมปี 2012 ผู้พิพากษาได้อนุญาตให้ FBI ทำการส่งอีเมลที่แนบมัลแวร์ไว้ไปยังอีเมลของ “Mo” ได้ อย่างไรก็ตามปฎิบัติการนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ FBI ยังได้ข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของ “Mo” ส่งมาว่าเขาใช้ IP จำนวน 2 IP ที่เป็น IP ที่อยู่ในกรุงเตหะราน, ประเทศอิหร่าน

ที่มา : ehackingnews

UK man arrested for hacking US military and government networks

หน่าวยงาน National Crime Agency (NCA) ของสหราชอาณาจักร (ทำหน้าที่คล้ายกับ FBI ของสหรัฐฯ) ได้จับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาลักลอบเข้ามาในเครือข่ายของกองทัพสหรัฐ, ทหารสหรัฐและรัฐบาลสหรัฐ

ชายคนดังกล่าวอายุ 28 ปี ถูกจับใน Suffolk ภายใต้พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ (CMA) และขณะนี้ได้รับการประกันตัวออกไปจนถึงกุมภาพันธ์ 2014

สัปดาห์ที่ผ่าน NCA ประกาศว่าจะจ้างเจ้าหน้าที่เพิ่ม 400 คน เพื่อต่อสู้กับอาชญากรไซเบอร์ และเพิ่มความสามารถในการป้องกันประเทศของสหราชอาณาจักร

ที่มา : v3

UK man arrested for hacking US military and government networks

หน่าวยงาน National Crime Agency (NCA) ของสหราชอาณาจักร (ทำหน้าที่คล้ายกับ FBI ของสหรัฐฯ) ได้จับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาลักลอบเข้ามาในเครือข่ายของกองทัพสหรัฐ, ทหารสหรัฐและรัฐบาลสหรัฐ

ชายคนดังกล่าวอายุ 28 ปี ถูกจับใน Suffolk ภายใต้พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ (CMA) และขณะนี้ได้รับการประกันตัวออกไปจนถึงกุมภาพันธ์ 2014

สัปดาห์ที่ผ่าน NCA ประกาศว่าจะจ้างเจ้าหน้าที่เพิ่ม 400 คน เพื่อต่อสู้กับอาชญากรไซเบอร์ และเพิ่มความสามารถในการป้องกันประเทศของสหราชอาณาจักร

ที่มา : v3

Alleged "SpyEye" mastermind extradited to US

กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 พ.ค 2013) ถึงคดีที่จับผู้ต้องหาชาวแอลจีเรีย Bendelladj หรือ “Bx1” วัย 24 ปีที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้สร้าง botnet ที่ชื่อว่า Spyeye โดยถูกจับได้ที่เมืองไทยแล้วถูกส่งตัวมาที่เแอตลานต้า สหรัฐอเมริกา โดยนาย Bendelladj ถูกตั้งข้อหา 23 กระทงจากการใช้ Spyeye ฉ้อโกงทางธนาคารออนไลน์
โดยหลักฐานหนึ่งพบไฟล์ข้อมูล C & C server ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันการเงินกว่า 253 แห่ง ซึ่งถ้านาย Bendelladj มีความผิดจริงต้องถูกโทษจำคุกถึง 60 ปี จ่ายค่าปรับ 14 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา: nakedsecurity.