FBI uses Spear Phishing technique to plant malware in Suspect's system

จากบทความที่ถูกตีพิมพ์โดย Washington Post ได้ระบุว่า FBI ได้ใช้มัลแวร์ในการจับตาดูการเคลื่อนไหวของเครื่องคอมพิวเตอร์ผู้ต้องสงสัย โดยวิธีการที่ FBI ใช้ก็เหมือนกับวิธีการของแฮกเกอร์ทั่วไปคือ ทำการโจมตีไปยังช่องโหว่ของเครื่องเป้าหมายเพื่อลงมัลแวร์ที่ใช้ในการส่งข้อมูลกลับไปยัง Server ของ FBI จากกรณีตัวอย่างของ bank fraud ผู้พิพากษา Stephen Smith ได้ปฎิเสธที่จะให้ FBI ทำการลง spyware ลงในระบบที่ต้องสงสัย โดย Smith ระบุว่าการกระทำแบบนี้เป็นการเสี่ยงที่อาจจะได้ข้อมูลของผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องมาด้วย ส่วนในกรณีอื่น อย่างเช่น

ในเดือนธันวาคมปี 2012 ผู้พิพากษาคนหนึ่งได้อนุญาตให้ FBI สามารถใช้มัลแวร์ได้ ซึ่งจากการใช้มัลแวร์นี้เองที่ทำให้ FBI มีข้อมูลมากพอที่จะจับผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้
ในเดือนมิถุนายนปี 2012 ได้มีบุคคลคนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “Mo” ได้ทำการโทรไปยังนายอำเภอและได้ทำการขู่ว่าเขาได้วางระเบิดไว้หลายจุดแล้ว ถ้าไม่อยากให้เขาจุดระเบิดให้ปล่อยฆาตกรที่ทำการฆ่าคนไปถึง 12 คนในโรงหนังที่อยู่ในเมืองเดนเวอร์, รัฐโคโรลาโด หลังจากทำการสืบสวนพบว่า “Mo” ได้ใช้ Google voice ในการโทรไปยังนายอำเภอและใช้พร็อกซี่ในการซ่อน IP ของเขา จากการสืบสวนเบื้องลึกของ FBI พบว่า IP ที่แท้จริงของ “Mo” เป็น IP ที่อยู่ในกรุงเตหะราน, ประเทศอิหร่าน และในเดือนธันวาคมปี 2012 ผู้พิพากษาได้อนุญาตให้ FBI ทำการส่งอีเมลที่แนบมัลแวร์ไว้ไปยังอีเมลของ “Mo” ได้ อย่างไรก็ตามปฎิบัติการนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ FBI ยังได้ข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของ “Mo” ส่งมาว่าเขาใช้ IP จำนวน 2 IP ที่เป็น IP ที่อยู่ในกรุงเตหะราน, ประเทศอิหร่าน

ที่มา : ehackingnews

Google Docs Scam Stealing Passwords

แฮกเกอร์ได้ใช้ Google docs ในการหลอกให้ผู้ใช้งานใส่ ชื่อผู้ใช้ กับ รหัส ของอีเมลใน webmails widgets ที่แฮกเกอร์สร้างขึ้นมา โดยผู้ใช้จะถูกหลอกให้ใส่ข้อมูลเมื่อจะเปิดไฟล์ใน Google docs ที่แฮกเกอร์ได้แชร์ไว้ ไม่ว่าผู้ใช้จะเลือกตัวเลือกไหนก็ตาม เมื่อผู้ใช้ใส่ข้อมูลเสร็จ ผู้ใช้จะถูกพาไปยังหน้าโฮมเพจของ Google ทั้งหมด จากการตรวจสอบพบว่าเว็บไซต์ที่ใช้ในการแฮกมีโฮสอยู่ในประเทศอินเดีย

ที่มา : zscaler

Google Docs Scam Stealing Passwords

แฮกเกอร์ได้ใช้ Google docs ในการหลอกให้ผู้ใช้งานใส่ ชื่อผู้ใช้ กับ รหัส ของอีเมลใน webmails widgets ที่แฮกเกอร์สร้างขึ้นมา โดยผู้ใช้จะถูกหลอกให้ใส่ข้อมูลเมื่อจะเปิดไฟล์ใน Google docs ที่แฮกเกอร์ได้แชร์ไว้ ไม่ว่าผู้ใช้จะเลือกตัวเลือกไหนก็ตาม เมื่อผู้ใช้ใส่ข้อมูลเสร็จ ผู้ใช้จะถูกพาไปยังหน้าโฮมเพจของ Google ทั้งหมด จากการตรวจสอบพบว่าเว็บไซต์ที่ใช้ในการแฮกมีโฮสอยู่ในประเทศอินเดีย

ที่มา : zscaler

Two Million stolen Facebook, Twitter login credentials found on 'Pony Botnet' Server

รายงานจาก SpiderLabs Trustwave แฮกเกอร์ได้ขโมยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านมากกว่าสองล้านบัญชีจากผู้ใช้ facbebook, Gmail, Twitter, LinkedIn และ yahoo ด้วยมัลแวร์ "Pony Botnet"

นักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ Trustwave ได้รับข้อมูลการเข้าถึงแผงควบคุมของผู้ดูแลระบบจากมัลแวร์ Pony โดยมีการจัดเก็บหนังสือรับรองเป็นจำนวนมาก ซึ่งข้อมูลที่ถูกขโมยนั้นมาจากเครื่องที่ติดมัลแวร์

ตามรายงานดังกล่าว สิทธิ์เข้าสู่ระบบที่ถูกขโมยดังนี้:

1,580,000 สิทธิ์เข้าสู่ระบบเว็บไซต์ที่ถูกขโมย (รวม 318,121 สิทธิ์เข้าสู่ระบบ Facebook, 21,708 บัญชี Twitter, 54,437 บัญชีที่ใช้ Google และ 59,549 บัญชีที่ใช้ Yahoo)
สิทธิ์ของบัญชีอีเมล์ที่ถูกขโมย 320,000
บัญชี FTP 41,000 ที่ถูกขโมย
สิทธิ์ของ Remote Desktop 3,000 ที่ถูกขโมย
สิทธิ์บัญชี Secure Shell 3,000 ที่ถูกขโมย

Spider Labs ยังระบุรหัสผ่านที่ใช้กันมากที่สุดดังนี้:

123456 - ใช้สำหรับ 15,820 บัญชี
123456789 - ใช้สำหรับ 4,875 บัญชี
1234 - ใช้สำหรับ 3,135 บัญชี
password - ใช้สำหรับ 2,212 บัญชี
12345 - ใช้สำหรับ 2,094 บัญชี

นักวิจัยได้แนะนำเพื่อปกป้องระบบของผู้ใช้จากปัญหามัลแวร์ดังกล่าว ให้ผู้ใช้อัพเดทคอมพิวเตอร์และเบราว์เซอร์และสแกนไวรัส

ที่มา : thehackernews

Two Million stolen Facebook, Twitter login credentials found on 'Pony Botnet' Server

รายงานจาก SpiderLabs Trustwave แฮกเกอร์ได้ขโมยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านมากกว่าสองล้านบัญชีจากผู้ใช้ facbebook, Gmail, Twitter, LinkedIn และ yahoo ด้วยมัลแวร์ "Pony Botnet"

นักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ Trustwave ได้รับข้อมูลการเข้าถึงแผงควบคุมของผู้ดูแลระบบจากมัลแวร์ Pony โดยมีการจัดเก็บหนังสือรับรองเป็นจำนวนมาก ซึ่งข้อมูลที่ถูกขโมยนั้นมาจากเครื่องที่ติดมัลแวร์

ตามรายงานดังกล่าว สิทธิ์เข้าสู่ระบบที่ถูกขโมยดังนี้:

1,580,000 สิทธิ์เข้าสู่ระบบเว็บไซต์ที่ถูกขโมย (รวม 318,121 สิทธิ์เข้าสู่ระบบ Facebook, 21,708 บัญชี Twitter, 54,437 บัญชีที่ใช้ Google และ 59,549 บัญชีที่ใช้ Yahoo)
สิทธิ์ของบัญชีอีเมล์ที่ถูกขโมย 320,000
บัญชี FTP 41,000 ที่ถูกขโมย
สิทธิ์ของ Remote Desktop 3,000 ที่ถูกขโมย
สิทธิ์บัญชี Secure Shell 3,000 ที่ถูกขโมย

Spider Labs ยังระบุรหัสผ่านที่ใช้กันมากที่สุดดังนี้:

123456 - ใช้สำหรับ 15,820 บัญชี
123456789 - ใช้สำหรับ 4,875 บัญชี
1234 - ใช้สำหรับ 3,135 บัญชี
password - ใช้สำหรับ 2,212 บัญชี
12345 - ใช้สำหรับ 2,094 บัญชี

นักวิจัยได้แนะนำเพื่อปกป้องระบบของผู้ใช้จากปัญหามัลแวร์ดังกล่าว ให้ผู้ใช้อัพเดทคอมพิวเตอร์และเบราว์เซอร์และสแกนไวรัส

ที่มา : thehackernews

D-Link patches critical vulnerability in older routers

D-Link ได้ออกเฟิร์มแวร์สำหรับเราเตอร์รุ่นเก่าซึ่งได้พบช่องโหว่ของการรักษาความปลอดภัยซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวถูกพบในเดือนตุลาคม โดยทางทีมวิจัยรักษาความปลอดภัยของทาง D-Link Craig Heffner ได้ออกมายืนยันถึงปัญหาของช่องโหว่ดังกล่าวที่ถูกค้นพบซึ่งรายงานการวิเคราะห์ของเราท์เตอร์ D-Link พบว่าในเว็บเซิร์ฟเวอร์สำหรับการเข้าแก้ไขค่าคอนฟิกมีสตริงแปลกๆ เมื่อทำการวิเคราะห์ย้อนกลับไปพบว่าบราวเซอร์ที่มี User-Agent มีสตริงนี้จะสามารถเข้าควบคุมเราเตอร์ได้โดยไม่ต้องล็อกอิน

ทางบริษัท D-Link ได้ออกมาแนะนำผู้ใช้ถึงวิธีการป้องกันการถูกโจมตีดังกล่าว โดยให้ผู้ใช้ได้ทำการปิดการใช้งาน Remote Management และได้เตือนอีกว่าตอนนี้มีอีเมลเพื่อลวงให้ผู้ใช้คลิกลิงค์เพื่อเข้าจัดการเราเตอร์ ซึ่งทาง D-Link จีงออกประกาศว่าทางบริษัทไม่ได้ส่งอีเมลเหล่านั้น

โดยช่องโหว่แบบเดียวกันยังมีรายงานในเราเตอร์ D-Link DIR-100, DIR-120, DI-624S, DI-524UP, DI-604S, DI-604UP, DI-604+, TM-G5240 Router PlanexBRL-04R, BRL-04UR, BRL-04CW routers; และ Alpha Networks routers และมีเราเตอร์ได้รับแพตซ์แก้ปัญหา ได้แก่ DI-524, DI-524UP, DIR-604+, DIR-604UP, DIR-624S, TM-G5240, DIR-100 และ DIR-120

ทีี่มา : net-security

WordPress plugin W3 Total Cache critical Vulnerability disclosed

"W3 Total Cache" เป็นหนึ่งในปลั๊กอินของ WordPress ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในการนำไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ด้วยการ caching และมีผู้ใช้งานอย่างแพร่หลาย แต่ในวันคริสมาสที่ผ่านมามีผู้ออกมาเปิดเผยว่าเว็บไซต์ที่มีการติดตั้งปลั๊กอินนี้มีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับ misconfiguration ซึ่งนำไปสู่ปัญหาเรื่องของการถูกแฮก CMS “Wordpress” ได้
โดยปกติแล้ว ถ้าเปิดใช้งาน  W3TC จะทำการการเก็บแคชในการเข้าถึงฐานข้อมูลไว้ใน Directory   แต่ ข้อมูลแคชถูกเก็บไว้ใน Directory นั้นไม่ได้มีการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง ซึ่งโดยปกติแล้วการเก็บข้อมูลของปลั๊กอินจะถูกเก็บไว้ที่ "https://pronto-core-cdn.prontomarketing.com/2/wp-content/w3tc/dbcache/" และถ้ามีการเปิดใช้งาน Directory ก็จะทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าไปดูข้อมูลและสามารถดาวน์โหลดออกมาได้ ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถนำ Password และ ข้อมูลอื่นๆจาก Database กลับมาใช้งานได้
ดังนั้นหากมีการใช้งานปลั๊กอินดังกล่าวก็ควรมีการอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่หรือกำหนดสิทธิ์ในการการเข้าถึงโฟล์เดอร์ directory ของปลั๊กอิน

ที่มา : thehackernews

Facebook camera app vulnerability allows hackers to hijack accounts

นักวิจัยความปลอดภัยของข้อมูลชาวอียิปต์ ชื่อว่า Mohamed Ramadan ได้ตรวจพบช่องโหว่ร้ายแรงบนแอพพลิเคชั่น Facebook Camera บน IPHONE เมื่อใช้งานโปรแกรมนี้และเชื่อมต่อ WIFI จะมีโอกาศที่ผู้โจมตีสามารถขโมยข้อมูลการเข้าใช้งานไม่ว่าจะเป็นชื่อการเข้าใช้งานหรือรหัสผ่าน โดยช่องโหว่ดังกล่าวเป็นช่องโหว่ที่เกิดขึ้นจากการยอมรับ SSL Certification ได้จากทุกๆที่มาโดยไม่ตรวจสอบ ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้วิธีการโจมตี Man in the Middle เพื่อดักจับข้อมูลได้ โดยเวอร์ชันของโปรแกรมดังกล่าวที่เกิดผลกระทบคือก่อนเวอร์ชัน 1.1.2 ลงไป

ที่มา : ehackingnews

DNS Hijacking vulnerability found in 000webhost and other free hosting sites

หลังจากเหตุการณ์ Hijacking DNS ของเว็บไซต์กูเกิลในปากีสถานที่เกิดขึ้นจากการเข้าไปแก้ไขข้อมูล DNS ของแฮกเกอร์ในเดือนที่ผ่านมา
ในเดือนนี้นักวิจัยด้านความปลอดภัยข้อมูลชาวอินเดียชื่อว่า Aarshit Mittal ได้ตรวจพบช่องโหว่ร้ายแรงของการโจมตี DNS hijacking บนเว็บโฮสติ้งที่ให้บริการฟรี จากช่องโหว่ที่พบดังกล่าวเป็นผลให้ผู้โจมตีสามารถสร้างหน้าเพจขึ้นบนโดเมนต์ที่อยู่บนเว็บโฮสติ้งของผู้อื่นที่อยู่บนโฮสติ้งนั้นๆได้ ยกตัวอย่างเช่น มีการจดโดเมนที่มีชื่อว่า csirt.