More than 1,400 Financial institutions in 88 Countries targeted by Banking Trojan in 2013

มัลแวร์ทางด้านการเงินซึ่งดูเหมือนว่าได้รับการคุกคามมากที่สุดในรอบปีโดยที่เงิน เป็นเหมือนแรงจูงใจที่ทำให้เหล่าแฮกเกอร์ทั้งหลายมุ่งเน้นที่โจมตีของสถาบันการเงินต่างๆ

ดั้งนั้นทาง บริษัทที่ดูแลป้องกันไวรัสอย่าง บริษัทไซแมนเทค ได้ออกรายงงานที่เรียกว่า “The State of Financial Trojans: 2013” โดยในรายงานแสดงให้เห็นถึงสถาบันทางการเงินกว่า 1,400 สถาบันการเงินที่ถูกการโจมตีกว่าล้านเครื่องทั่วโลก โดยที่เป้าหมายของธนาคารส่วนใหญ่อยู่ใน อเมริกาประมาณ 71.5 % จากการวิเคราะห์ของการติดโทรจัน

ทางสถาบันการเงินซึ่งได้เผชิญปัญหากับมัลแวร์ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา ในการที่จะปกป้องลูกค้าและการทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ เมื่อเวลาผ่านไปการโจมตีได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบต่างๆจนมาถึงการโจมตีในรูปแบบ โทรจัน

โดยตามรายงานจำนวนของการติดโทรจันของสถาบันทางการเงินที่พบมากที่สุดที่โดยมีการเพิ่มขึ้น 337 % ในช่วง 9 เดือนแรก ของปี 2013 ซึ่งมี 1,500 สถาบันการเงิน ใน 88 ประเทศ ที่ได้ถูกตกเป็นเป็นเป้าหมายและมีแนวโน้มที่จะมีการโดจมตีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยจะใช้การโจมตีแบบโทรจันที่มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
โดยที่โทรจันทางการเงินได้ถูกพัฒนาออกมาให้มีความหลากหลายเพื่อที่รองรับการบริการของการทำธุรกรรมด้านอื่นๆ ซึ่งมีการโจมตีอยู่ 2 แบบ

 Focused attack วิธีนี้จะเป็นการโจมตีด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่จะส่งผลอย่างมาก โดยที่จะมีการกำหนดเป้าหมายที่จะทำการโจมตี เช่นการโจมตี Shylock, Bebloh และ Tilon ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นรูปแบบการโจมตีโดยเฉพาะ
Broad strokes การโจมตีแบบนี้จะใช้โทรจันที่มีการตั้งค่าที่กำหนดเป้าหมายจำนวนมากในการโจมตี โดยการนำวิธี Tilon, Cridex, Gameover และ Zeus

ที่มา : thehackernews

RSA ปฎิเสธข่าวรับเงิน NSA, ระบุ "ตอนนั้น NSA ได้รับความไว้วางใจในวงการ"

ข่าวชุดรักษาความปลอดภัย BSAFE ของ RSA (บริษัทลูกของ EMC) ที่ใช้ชุดสร้างตัวเลขสุ่ม Dual_EC_DBRG ที่น่าจะมีช่องโหว่ของ NSA ซ่อนอยู่ภายใน ที่แย่กว่านั้นคือ Reuters รายงานว่า RSA ใช่กระบวนการนี้เพราะรับเงินจาก NSA กว่า 10 ล้านดอลลาร์ ตอนนี้ทาง RSA ออกมาตอบข่าวนี้แล้ว

RSA ระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่าง RSA และ NSA นั้นไม่เคยมีการปิดบังใดๆ RSA เป็นผู้ผลิตให้กับ NSA และทั้งสองหน่วยงานเป็นสมาชิกของวงการรักษาความปลอดภัยที่มีบทบาทมาต่อเนื่อง โดยเป้าหมายของความสัมพันธ์คือการสร้างความปลอดภัยให้กับหน่วยงานรัฐและเอกชน

RSA ระบุจุดสำคัญของการใช้งาน Dual_EC_DBRG 4 ข้อ

RSA ใช้ Dual_EC_DBRG มาตั้งแต่ปี 2004 เพราะทั้งอุตสาหกรรมกำลังพยายามสร้างมาตรฐานตัวสร้างเลขสุ่มแบบใหม่อยู่ และตอนนั้น NSA ได้รับความไว้วางใจในวงการว่าเป็นหน่วยงานเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ไม่ใช่ทำให้อ่อนแอลง
Dual_EC_DBRG เป็นเพียงตัวเลือกหนึ่งในหลายกระบวนการที่ BSAFE มีให้เลือก ลูกค้าสามารถเลือกได้เองเสมอ
มีข้อสงสัย Dual_EC_DBRG มาตั้งแต่ปี 2007 แต่ BSAFE ก็ยังใช้งานต่อไปเพื่อให้เข้ากับมาตรฐาน FIPS ของ NIST
เมื่อ NIST ยกเลิก Dual_EC_DBRG ออกจากคำแนะนำในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทาง RSA ก็แจ้งเตือนให้ลูกค้าเลิกใช้งานอย่างเปิดเผยเช่นกัน

ทาง RSA ยืนยันว่าไม่มีการทำสัญญาใดๆ เพื่อลดความปลอดภัยของกระบวนการเข้ารหัส หรือการเปิดช่องโหว่ใดๆ ในสินค้าของ RSA

ที่มา : blognone

RSA ปฎิเสธข่าวรับเงิน NSA, ระบุ "ตอนนั้น NSA ได้รับความไว้วางใจในวงการ"

ข่าวชุดรักษาความปลอดภัย BSAFE ของ RSA (บริษัทลูกของ EMC) ที่ใช้ชุดสร้างตัวเลขสุ่ม Dual_EC_DBRG ที่น่าจะมีช่องโหว่ของ NSA ซ่อนอยู่ภายใน ที่แย่กว่านั้นคือ Reuters รายงานว่า RSA ใช่กระบวนการนี้เพราะรับเงินจาก NSA กว่า 10 ล้านดอลลาร์ ตอนนี้ทาง RSA ออกมาตอบข่าวนี้แล้ว

RSA ระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่าง RSA และ NSA นั้นไม่เคยมีการปิดบังใดๆ RSA เป็นผู้ผลิตให้กับ NSA และทั้งสองหน่วยงานเป็นสมาชิกของวงการรักษาความปลอดภัยที่มีบทบาทมาต่อเนื่อง โดยเป้าหมายของความสัมพันธ์คือการสร้างความปลอดภัยให้กับหน่วยงานรัฐและเอกชน

RSA ระบุจุดสำคัญของการใช้งาน Dual_EC_DBRG 4 ข้อ

RSA ใช้ Dual_EC_DBRG มาตั้งแต่ปี 2004 เพราะทั้งอุตสาหกรรมกำลังพยายามสร้างมาตรฐานตัวสร้างเลขสุ่มแบบใหม่อยู่ และตอนนั้น NSA ได้รับความไว้วางใจในวงการว่าเป็นหน่วยงานเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ไม่ใช่ทำให้อ่อนแอลง
Dual_EC_DBRG เป็นเพียงตัวเลือกหนึ่งในหลายกระบวนการที่ BSAFE มีให้เลือก ลูกค้าสามารถเลือกได้เองเสมอ
มีข้อสงสัย Dual_EC_DBRG มาตั้งแต่ปี 2007 แต่ BSAFE ก็ยังใช้งานต่อไปเพื่อให้เข้ากับมาตรฐาน FIPS ของ NIST
เมื่อ NIST ยกเลิก Dual_EC_DBRG ออกจากคำแนะนำในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทาง RSA ก็แจ้งเตือนให้ลูกค้าเลิกใช้งานอย่างเปิดเผยเช่นกัน

ทาง RSA ยืนยันว่าไม่มีการทำสัญญาใดๆ เพื่อลดความปลอดภัยของกระบวนการเข้ารหัส หรือการเปิดช่องโหว่ใดๆ ในสินค้าของ RSA

ที่มา : blognone

US Retail giant Target targeted by hackers, 40 million credits cards at risk

US retail giant Target ได้รับการยืนยันว่าเป็นเหยื่อของการโจมตีในโลกไซเบอร์ ที่จะสามารถทำลายข้อมูลการชำระเงินของบัญชีบัตรเครดิตและบัตรเดบิตประมาณ 40 ล้านบัญชี  รวมถึงชื่อของลูกค้า, บัตรเครดิต หรือหมายเลขบัตรเดบิต, CVV และวันหมดอายุ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ที่ใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตในร้านค้าของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน  ถึง 15 ธันวาคม 2013

ที่มา : ehackingnews

US Retail giant Target targeted by hackers, 40 million credits cards at risk

US retail giant Target ได้รับการยืนยันว่าเป็นเหยื่อของการโจมตีในโลกไซเบอร์ ที่จะสามารถทำลายข้อมูลการชำระเงินของบัญชีบัตรเครดิตและบัตรเดบิตประมาณ 40 ล้านบัญชี  รวมถึงชื่อของลูกค้า, บัตรเครดิต หรือหมายเลขบัตรเดบิต, CVV และวันหมดอายุ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ที่ใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตในร้านค้าของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน  ถึง 15 ธันวาคม 2013

ที่มา : ehackingnews

Banking Trojan 'Qadars' now targets users in Netherlands

รายงาน ESET กล่าวว่า โทรจันที่ขโมยข้อมูลธนาคารตัวใหม่ที่ชื่อว่า "Qadars" ซึ่งผู้ใช้ทั่วโลกติดกันในขณะนี้ มีเป้าหมายส่วนใหญ่อยู่ที่ผู้ใช้จากประเทศเนเธอร์แลนด์ มัลแวร์ Qadars จะขโมยข้อมูลจากเบราว์เซอร์ ก่อนที่ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกเข้ารหัส และจะส่งข้อมูลที่ถูกปรับเปลี่ยนไปยังเว็บไซต์ของธนาคาร นอกจากนี้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยยังอนุญาตให้มัลแวร์ดังกล่าวผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย (two-step authentication) ของธนาคารออนไลน์และสามารถเข้าถึงบัญชีธนาคารได้ มัลแวร์นี้ได้มุ่งเน้นการโจมตีใน 6 ประเทศ ได้แก่ ประเทศเนเธอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, แคนาดา, ออสเตรเลีย, อินเดียและอิตาลี

ที่มา : ehackingnews

Hackers can covertly activate Macbook Webcams without Warning light

นักวิจัยที่ชื่อ Johns Hopkins ได้รายงานว่า แฮกเกอร์สามารถแฮก Webcam ของ Macbook ได้ โดยที่แฮกเกอร์แอบถ่ายรูปภาพเปลือยกายนักศึกษาแห่งหนึ่งจากกล้อง Webcam ของ Macbook ในขณะที่แอบถ่ายนั้นแฮกเกอร์สามารถปิดสัญญานไฟสถานะเพื่อไม่ให้ผู้ใช้รู้ตัวว่ามีการเปิดใช้งาน จากรายงานเครื่องคอมพิวเตอร์ Macbook รุ่นเก่าอาจมีช่องโหว่ดังกล่าว ได้แก่ รุ่น iMac G5 และ early Intel-based iMacs, MacBooks และ MacBook Pros released before 2008

ที่มา : ehackingnews

Remote Code Execution vulnerability in Ebay website

นักวิจัยที่ชื่อว่า David Vieira-Kurz จากประเทศเยอรมนี ได้ค้นพบช่องโหว่ Remote Code execution ของเว็บไซต์ ebay นักวิจัยกล่าวถึงวิธีการโจมตีจากระยะไกลว่า สามารถรันคำสั่ง PHP เข้าไปในหน้า search ของ South Asian Ebay domain โดยมีการกำหนดค่าพารามิเตอร์ตัวแปรที่ชื่อว่า "q"  ให้เป็นตัวแปรชนิดอาเรย์ คือ "sea.

"Advanced Power" botnet attempts to hack website using victim's machine

นักวิจัยด้านความปลอดภัยชื่อ Brian Krebs ได้ค้นพบบอทเนทชนิดใหม่ที่ชื่อว่า “Advanced Power” โดยบอทเนทตัวนี้จะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นเครื่องมือในการแพร่กระจายไวรัส หากผู้ใช้มีการใช้งานบราเซอร์ Firefox ในการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ มัลแวร์จะอาศัย Add on บน Firefox ที่ชื่อว่า "Microsoft .NET Framework Assistant" เป็นเครื่องมือในการโจมตีเว็บไซต์อื่นๆ ที่ผู้ใช้เข้าถึงด้วยช่องโหว่ SQL injection และยังสามารถขโมยข้อมูลที่สำคัญได้อีกด้วย นักวิจัยกล่าวว่ามีระบบมากกว่า 12,500 ระบบที่ติดไวรัสจากมัลแวร์ดังกล่าวและค้นพบเว็บไซต์อย่างน้อย 1,800 เว็บไซต์ที่เสี่ยงต่อช่องโหว่ SQL Injection

ที่มา : ehackingnews

"Advanced Power" botnet attempts to hack website using victim's machine

นักวิจัยด้านความปลอดภัยชื่อ Brian Krebs ได้ค้นพบบอทเนทชนิดใหม่ที่ชื่อว่า “Advanced Power” โดยบอทเนทตัวนี้จะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเป็นเครื่องมือในการแพร่กระจายไวรัส หากผู้ใช้มีการใช้งานบราเซอร์ Firefox ในการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ มัลแวร์จะอาศัย Add on บน Firefox ที่ชื่อว่า "Microsoft .NET Framework Assistant" เป็นเครื่องมือในการโจมตีเว็บไซต์อื่นๆ ที่ผู้ใช้เข้าถึงด้วยช่องโหว่ SQL injection และยังสามารถขโมยข้อมูลที่สำคัญได้อีกด้วย นักวิจัยกล่าวว่ามีระบบมากกว่า 12,500 ระบบที่ติดไวรัสจากมัลแวร์ดังกล่าวและค้นพบเว็บไซต์อย่างน้อย 1,800 เว็บไซต์ที่เสี่ยงต่อช่องโหว่ SQL Injection

ที่มา : ehackingnews