พบช่องโหว่บน Microsoft Teams สำหรับ Android ที่ทำให้ผู้โจมตีขโมยข้อมูลสำคัญได้

Microsoft ได้เผยแพร่ข้อมูลช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่สำคัญใน Microsoft Teams สำหรับ Android ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวได้รับหมายเลข CVE-2026-42835 และมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2026 โดยช่องโหว่นี้อาจทำให้ผู้โจมตีที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว สามารถเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญผ่านระบบเครือข่ายได้ (more…)

Microsoft ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Exchange Server หลังพบแฮ็กเกอร์นำมาใช้ในการโจมตีจริง

Microsoft ได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่บน Exchange Server ที่กำลังถูกกลุ่มแฮ็กเกอร์นำไปใช้โจมตีจริงอยู่ในเวลานี้ โดยช่องโหว่นี้ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถรันโค้ด JavaScript ผ่านการโจมตีประเภท Cross-Site Scripting (XSS) ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้งาน Outlook Web Access (more…)

Anthropic เปิดตัว Claude Fable 5 โมเดลแรกในระดับเดียวกับ Mythos

Anthropic เปิดตัว Claude Fable 5 ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่เปิดให้ใช้งานทั่วไปในระดับความสามารถเดียวกับ Mythos ซึ่งเป็นระดับที่มีประสิทธิภาพสูงมากจนทางบริษัทต้องระบุว่า เป็นรุ่นที่มาพร้อมกับมาตรการป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ติดตั้งมาตั้งแต่เริ่มต้น (more…)

ระบบส่งข้อความของรัฐบาลฝรั่งเศสถูกโจมตีโดยการโจรกรรมบัญชีผู้ใช้งาน

DINUM ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านกิจการดิจิทัลของรัฐบาลฝรั่งเศสได้ออกคำเตือนว่า แฮ็กเกอร์ได้ใช้บัญชีผู้ใช้ที่ถูกแฮ็กในการเจาะระบบ Tchap ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการส่งข้อความแบบเข้ารหัสของรัฐบาลฝรั่งเศส (more…)

พบการโจมตีช่องโหว่ Path traversal บน Langflow แพลตฟอร์มพัฒนา AI

ผู้โจมตีกำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2026-5027 ซึ่งเป็นช่องโหว่ประเภท Path Traversal ระดับความรุนแรงสูงใน Langflow เพื่อเขียนไฟล์ตามที่ต้องการลงบนเซิร์ฟเวอร์ที่เปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ต (more…)

กลุ่ม ShinyHunters แฮ็กเซิร์ฟเวอร์ Oracle PeopleSoft เพื่อขโมยข้อมูล

เซิร์ฟเวอร์ Oracle PeopleSoft กำลังตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีเพื่อขโมยข้อมูลอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่ม ShinyHunters ซึ่งอ้างว่าได้ทำการขโมยข้อมูลจากองค์กรต่าง ๆ ไปแล้วกว่า 100 แห่ง (more…)

ช่องโหว่ Zero-day ‘RoguePlanet’ ของ Microsoft Defender ทำให้ได้สิทธิ์ระดับ SYSTEM บนระบบ

นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้ปล่อยโค้ด exploit สำหรับช่องโหว่ zero-day ตัวใหม่บน Microsoft Defender ในชื่อ "RoguePlanet" เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก Microsoft เพิ่งออกอัปเดต Patch Tuesday ในเดือนมิถุนายน 2026

นักวิจัยที่ใช้นามแฝงว่า Nightmare Eclipse ระบุว่า ช่องโหว่ใหม่นี้ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ Windows 10 และ Windows 11 ที่อัปเดตแพตช์ล่าสุดแล้ว โดยช่วยให้ผู้โจมตีสามารถเปิด command prompt ที่มีสิทธิ์ระดับ SYSTEM ผ่านช่องโหว่ประเภท race condition บน Microsoft Defender ได้

นักวิจัยได้แชร์โค้ด POC เมื่อบ่ายวันอังคารที่ผ่านมาใน self-hosted Git repository หลังจากระบุว่าคลังเก็บซอร์สโค้ด (Repository) บน GitHub และ GitLab ที่เคยโฮสต์ของพวกเขาได้ถูก Microsoft ลบออกไปก่อนหน้านี้

Nightmare Eclipse เขียนไว้ใน repository ว่า "การโจมตีนี้เป็นแบบ race condition ดังนั้นผลลัพธ์จึงมีทั้งสำเร็จ และล้มเหลว แต่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้ถึง 100% บนคอมพิวเตอร์บางเครื่อง ในขณะที่บางเครื่องก็รันได้ค่อนข้างลำบาก"

มีรายงานว่าช่องโหว่นี้ได้รับการทดสอบกับ Windows 11 เวอร์ชัน Official และ Canary รวมถึงระบบ Windows 10 ที่ติดตั้ง security updates รอบเดือนมิถุนายน 2026 แล้ว

เมื่อการโจมตีสำเร็จ command prompt จะถูกเปิดขึ้นมาพร้อมสิทธิ์ระดับ SYSTEM

บริษัท ThreatLocker เปิดเผยกับ BleepingComputer ว่า พวกเขาสามารถทดสอบ และทำซ้ำ exploit นี้ได้สำเร็จ และยืนยันว่าโค้ดโจมตีนี้ทำงานได้จริงบนระบบ Windows 11 ที่อัปเดตแพตช์ KB5094126 เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งแชร์วิดีโอสาธิตการทำงาน

Danny Jenkins CEO ของ ThreatLocker ให้ข้อมูลกับ BleepingComputer ว่า "การวิเคราะห์เบื้องต้นของเรายืนยันว่า การโจมตี RoguePlanet นั้นใช้งานได้จริง และทำงานตามที่อธิบายไว้ องค์กรที่ใช้ระบบ application allowlisting สามารถป้องกันไม่ให้โค้ดโจมตีนี้ทำงานได้ ซึ่งถือเป็นเลเยอร์การป้องกันที่มีประสิทธิภาพต่อการโจมตีนี้"

ข้อมูลจาก Nightmare Eclipse ระบุว่า เดิมที RoguePlanet ถูกพัฒนาขึ้นมาในฐานะช่องโหว่ประเภท RCE ที่ใช้ประโยชน์จากการที่ Microsoft Defender จัดการกับไฟล์ที่โฮสต์อยู่บน remote SMB shares

นักวิจัยอธิบายในบล็อกโพสต์ว่า "ในการพัฒนาช่วงแรก ได้รับการยืนยันแล้วว่าช่องโหว่นี้คือ RCE มันต้องการให้ผู้โจมตีล่อให้เหยื่อเปิดไฟล์ .vhd ใน remote SMB server ซึ่งหากโจมตีสำเร็จจะส่งผลให้ Defender เขียนทับไฟล์ของตัวเอง และผลลัพธ์สุดท้ายก็คือ RCE อย่างชัดเจน"

นักวิจัยระบุว่า อีกสถานการณ์หนึ่งของการโจมตีอาจนำไปสู่ RCE ได้ง่าย ๆ เพียงแค่ล่อให้เหยื่อเปิด SMB share หากมีการเปิดใช้งานการตั้งค่า symlink evaluation ไว้

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยอ้างว่า Microsoft ได้แอบทำการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Defender ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม โดยการแพตช์ API "mpengine!SysIO*" ซึ่งบล็อกการโจมตีแบบ junction attacks ไว้

นักวิจัยระบุว่า "การเขียนโค้ด RoguePlanet ใหม่เพื่อให้ใช้งานได้อีกครั้งนั้นต้องใช้ความพยายามอย่างมาก และไม่สามารถทำสถานการณ์การโจมตีรูปแบบอื่นให้เสร็จสมบูรณ์ได้ ในตอนนี้จึงยังไม่ชัดเจนว่า RoguePlanet จะถูกจำกัดอยู่แค่ LPE (Local Privilege Escalation) หรือจะมีวิธีบางอย่างในการเปลี่ยนมันให้เป็น RCE"

การปล่อยโค้ดโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่าง Nightmare Eclipse และ Microsoft เกี่ยวกับแนวทางการเปิดเผยช่องโหว่ และโครงการ bug bounty ของบริษัท

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นักวิจัยรายนี้ได้เปิดเผยช่องโหว่ zero-days ของ Windows ออกสู่สาธารณะหลายตัว ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ BlueHammer, RedSun, GreenPlasma และ YellowKey โดย zero-days บางตัวมีเป้าหมายที่ Microsoft Defender ในขณะที่ตัวอื่น ๆ มุ่งเป้าไปที่ BitLocker และส่วนประกอบของ Windows

Microsoft ได้แก้ไขช่องโหว่ GreenPlasma และ YellowKey ในวันนี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดต Patch Tuesday ในเดือนมิถุนายน 2026

ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยตอบโต้การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วยการแจ้งเตือนว่าจะร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเมื่อมีผู้ทำ "กิจกรรมที่เป็นอันตรายซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายจริงต่อลูกค้า" ซึ่งทำให้หลายคนในชุมชน Cyber Security มองว่า Microsoft กำลังข่มขู่นักวิจัย

Nightmare Eclipse อ้างว่า Microsoft มุ่งเป้า และลบ repository ก่อนหน้านี้ที่โฮสต์บน GitHub และ GitLab ซ้ำ ๆ ส่งผลให้ต้องสร้างแพลตฟอร์มโค้ดที่โฮสต์เองขึ้นมาที่ projectnightcrawler[.]dev

อัปเดต 10-06-2026 :

หลังจากเผยแพร่เรื่องนี้ Microsoft แจ้งกับ BleepingComputer ว่า พวกเขาทราบถึงช่องโหว่ที่ถูกรายงาน และกำลังตรวจสอบอยู่ โดยโฆษกของไมโครซอฟต์ให้ข้อมูลกับ BleepingComputer ว่า “Microsoft รับทราบถึงช่องโหว่ที่ถูกรายงาน และกำลังตรวจสอบความถูกต้อง และความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลกระทบจากข้อกล่าวอ้างเหล่านี้อย่างจริงจัง บริษัทมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบปัญหาด้านความปลอดภัย และอัปเดตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบเพื่อปกป้องลูกค้าโดยเร็วที่สุด” “ที่สำคัญ เราสนับสนุนการเปิดเผยช่องโหว่แบบประสานงาน ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ปกป้องลูกค้า และสนับสนุนชุมชนนักวิจัยโดยการรับรองว่าผลการค้นพบของพวกเขาได้รับการตรวจสอบ และแก้ไขอย่างละเอียดก่อนที่จะถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ”

 

ที่มา : bleepingcomputer.

SAP แก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ใน NetWeaver และ Commerce Cloud

SAP ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ 15 รายการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนมิถุนายน 2026 โดยในจำนวนนี้รวมถึงช่องโหว่ระดับ Critical 4 รายการ ที่ส่งผลกระทบต่อ SAP NetWeaver และ SAP Commerce Cloud

NetWeaver เป็นแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันหลัก และ Middleware stack ของ SAP ที่เป็นรากฐานของแอปพลิเคชันทางธุรกิจของ SAP หลายอย่าง รวมถึงระบบ ERP โดยทำหน้าที่จัดการฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น การให้บริการแอปพลิเคชัน, การเชื่อมต่อระบบ, การยืนยันตัวตน, การจัดการผู้ใช้งาน และการประมวลผลข้อมูล

Commerce Cloud เป็นแพลตฟอร์ม e-commerce ระดับองค์กร (เดิมชื่อ Hybris) ที่ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถสร้าง และจัดการร้านค้าออนไลน์ ช่องทางการขายดิจิทัล แคตตาล็อกสินค้า บัญชีลูกค้า และระบบจัดการคำสั่งซื้อสำหรับการค้าทั้งแบบ B2B และ B2C

ในประกาศความปลอดภัย (Security Bulletin) ประจำเดือนนี้ SAP ได้ระบุถึงช่องโหว่ Critical ที่ได้รับการแก้ไขแล้ว ดังต่อไปนี้

CVE-2026-44748 (CVSS 9.9) เป็นช่องโหว่ XML Signature Wrapping ใน SAP NetWeaver AS ABAP และ ABAP Platform ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ผู้โจมตีสามารถ bypass การยืนยันตัวตนใน environments ที่ใช้งาน SAML ได้
CVE-2026-27671 (CVSS 9.8) เป็นช่องโหว่ Memory corruption flaw ใน SAP NetWeaver/ABAP Platform Application Server ABAP
CVE-2026-22732 (CVSS 9.1) เป็นช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับ Spring Security ซึ่งส่งผลกระทบต่อ SAP Commerce Cloud และ SAP Data Hub
CVE-2026-40128 (CVSS 9.0) เป็นช่องโหว่ Directory traversal ใน Web Container ของ SAP NetWeaver Application Server Java

คำอธิบายของ CVE-2026-44748 ระบุว่า SAP NetWeaver Application Server ABAP และ ABAP Platform เป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์ทั่วไปสามารถรับ signed message อย่างถูกต้อง และยังสามารถส่งเอกสาร XML ที่มีการ signed และถูกปลอมแปลงไปยัง Verifier ได้

เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้ระบบยอมรับข้อมูลระบุตัวตนที่ถูกปลอมแปลง ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลสำคัญของผู้ใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจส่งผลกระทบให้ระบบล่มได้

ในกรณีของช่องโหว่ CVE-2026-27671 ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ได้โดยไม่ต้องทำการยืนยันตัวตน ผ่านการส่ง RFC request ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษไปยัง endpoints ที่มีช่องโหว่ โดยอาศัยประโยชน์จากการตรวจสอบที่ไม่ครอบคลุมของ kernel จนทำให้หน่วยความจำเสียหาย

นอกเหนือจากช่องโหว่ด้านความปลอดภัยระดับ Critical ข้างต้นแล้ว SAP ยังได้แก้ไขช่องโหว่ระดับ High อีกสองรายการ ได้แก่ CVE-2026-29145 ซึ่งประกอบด้วยช่องโหว่ของ Apache Tomcat หลายรายการที่ส่งผลกระทบต่อ Commerce Cloud และ CVE-2026-44751 ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ขาดการตรวจสอบสิทธิ์ใน NetWeaver AS ABAP

บริษัทยังได้แก้ไขช่องโหว่การโจมตีแบบ SQL injection, path traversal, cross-site scripting (XSS), การปลอมแปลงอีเมล และ Authorization bypass ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ SAP หลายรายการ

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับช่องโหว่เหล่านี้ รวมถึงคำแนะนำในการลดผลกระทบ หรือแนวทางการแก้ไขปัญหาชั่วคราวจะเปิดให้เข้าถึงได้เฉพาะลูกค้าของ SAP ที่มีบัญชี Security portal account เท่านั้น

องค์กรที่ใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบควรจัดลำดับความสำคัญในการติดตั้งแพตช์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องโหว่การยืนยันตัวตน SAML (CVE-2026-44748) และปัญหาหน่วยความจำเสียหาย (CVE-2026-27671) ซึ่งถูกประเมินว่ามีความรุนแรงสูง และอาจส่งผลกระทบต่อ environments ระบบขององค์กรได้

 

ที่มา : bleepingcomputer.

Check Point เปิดเผยช่องโหว่ Zero-day ใน VPN ที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม Qilin Ransomware

บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของอิสราเอล Check Point ได้ออกอัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้งาน Remote Access VPN และ cc ซึ่งกำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีแบบ Zero-day

ช่องโหว่นี้มีหมายเลข CVE-2026-50751 ทำให้ผู้โจมตีจากภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตสามารถ bypass authentication สำหรับการเข้าถึงผ่าน Mobile Access, SSL VPNs, Remote Access VPNs หรือไฟร์วอลล์ที่ตกเป็นเป้าหมาย และสร้างการเชื่อมต่อ VPN ได้

ทางบริษัทระบุว่า ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบเฉพาะการใช้งานที่กำหนดค่าให้ใช้โปรโตคอลสำหรับการแลกเปลี่ยนคีย์ IKEv1 ที่เลิกใช้แล้ว กับ security gateways ที่ยอมรับ Remote Access clients แบบเดิม และไม่ต้องการ certificate ที่ตรวจสอบ machine ที่มีการเชื่อมต่อ

การโจมตีเริ่มขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคม และทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นเดือนมิถุนายน และส่งผลกระทบต่อองค์กรเพียงไม่กี่สิบแห่งทั่วโลก โดยอย่างน้อยหนึ่งเหตุการณ์มีความเชื่อมโยงกับการปฏิบัติการของกลุ่ม Qilin Ransomware

บริษัทระบุว่า "นักวิจัยของ Check Point ได้ตรวจพบการโจมตีช่องโหว่ CVE-2026-50751 ซึ่งเป็นช่องโหว่ authentication bypass ระดับ Critical ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้งาน Check Point Remote Access VPN และ Mobile Access ที่กำหนดค่าให้ใช้โปรโตคอลการแลกเปลี่ยนคีย์ IKEv1 ที่ล้าสมัย"

"จนถึงปัจจุบัน พบการโจมตีอยู่เพียงไม่กี่สิบองค์กรเป้าหมายทั่วโลก หนึ่งในนั้นเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหลังการเจาะระบบที่ได้รับการยืนยันแล้วว่า เชื่อมโยงกับกลุ่มพันธมิตรของ Qilin Ransomware ลูกค้าที่ใช้โปรโตคอลการแลกเปลี่ยนคีย์ IKEv1 ควรติดตั้งการอัปเดตความปลอดภัยทันที"

Check Point ยังได้แชร์มาตรการลดผลกระทบสำหรับลูกค้าที่ไม่สามารถแก้ไขระบบที่มีช่องโหว่ได้ทันที โดยแนะนำให้ยกเลิกการรองรับซอฟต์แวร์ฝั่งไคลเอนต์รุ่นเก่า กำหนดคุณสมบัติสำหรับการตรวจสอบสิทธิ์ (Global Properties) ในการ VPN เป็น IKEv2 เท่านั้น บังคับตั้งค่าการตรวจสอบสิทธิ์ด้วย Machine Certificate รวมถึงเปิดใช้งาน IPS และดาวน์โหลด Signatures มาใช้งาน

ขณะตรวจสอบช่องโหว่ CVE-2026-50751 นั้นทาง Check Point ได้พบช่องโหว่ที่สองที่มีหมายเลข CVE-2026-50752 ที่ส่งผลกระทบต่อ certificate validation ในการแลกเปลี่ยนคีย์ IKEv1 ที่ล้าสมัย ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ในการโจมตีแบบ man-in-the-middle บน VPN site-to-site ได้

แม้ว่า Check Point ยังไม่พบหลักฐานการโจมตีจากช่องโหว่ CVE-2026-50752 แต่ทางบริษัทได้แนะนำให้ลูกค้าดำเนินการอัปเดตระบบเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับกลุ่ม Qilin Ransomware ถูกพบครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2022 ในรูปแบบ Ransomware-as-a-Service หรือ RaaS ภายใต้ชื่อ "Agenda" และนับตั้งแต่นั้นมา กลุ่มนี้ได้อ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการโจมตีเหยื่อ บนเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลรั่วไหลไปแล้วกว่า 400 ราย

รายชื่อของเหยื่อของกลุ่มดังกล่าวนี้ ยังรวมถึงองค์กรระดับโลกที่มีชื่อเสียง เช่น Yangfeng บริษัทด้านยานยนต์, Nissan, Asahi บริษัทเบียร์ของญี่ปุ่น, Lee Enterprises บริษัทด้านธุรกิจสิ่งพิมพ์, Synnovis ผู้ให้บริการด้านพยาธิวิทยา และ Court Services Victoria หน่วยงานบริการศาลของประเทศออสเตรเลีย

 

ที่มา: bleepingcomputer.

แฮ็กเกอร์สามารถ Hijack Claude Code MCP เพื่อขโมย OAuth Tokens ออกไปได้

พบการโจมตี 5 ขั้นตอน ที่สามารถแอบเปลี่ยนเส้นทาง Model Context Protocol (MCP) traffic ของ Claude Code ให้วิ่งผ่าน Infrastructure ที่ผู้โจมตีควบคุมอยู่ ส่งผลให้สามารถดักจับ OAuth bearer tokens ซึ่งใช้สำหรับเข้าถึงแพลตฟอร์ม SaaS เช่น Jira, Confluence และ GitHub ได้ (more…)