New adware attack bombard phones & prevent users from disabling ads

นักวิจัยจาก Check Point พบ Adware ตัวใหม่ที่เรียกว่า LightsOut ในแอพพลิเคชั่นอย่างน้อย 22 รายการ บน Google Play Store ขณะนี้แอพพลิเคชั่นเหล่านี้ถูกนำออกไปเรียบร้อยแล้ว แต่พบว่ามีการดาวน์โหลดไปแล้วอย่างน้อย 1.5 ล้านครั้ง

แอพพลิเคชั่นเหล่านี้จะมีการฝังสคริปท์ที่เป็นอันตราย เมื่อมีความพยายามที่จะกำหนดค่าเพื่อให้หยุดการแสดงโฆษณาดังกล่าว จะทำให้สคริปท์ที่ฝังไว้ทำงาน และไอคอนของแอพพลิเคชั่นจะถูกซ่อนไว้เพื่อป้องกันการถูกลบจากอุปกรณ์ นักวิจัยของ Check Point ได้มีวิดีโอเพื่อแสดงให้เห็นถึงวิธีการต่างๆที่ทำให้มัลแวร์ตัวนี้เปิดโฆษณาขึ้นมาบนมือถือ เช่น หลังจากวางสาย, การปลดล็อกหน้าจอ, การชาร์จ หรือการเปิดใช้งาน Wi-Fi

Check Point ได้มีการเปิดเผยมัลแวร์ตัวนี้ผ่านบล็อกของตัวเองเมื่อวันที่ 5 มกราคม และแนะนำให้เลือกดาวน์โหลดแอพพลิเคชันที่น่าเชื่อถือเท่านั้น รวมถึงแนะนำให้ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสบนมือถือ

ที่มา : hackread

Microsoft January Patch Tuesday Fixes 56 Security Issues, Including a Zero-Day

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Microsoft ได้ออกแพทซ์แก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยประจำเดือนมกราคม(Tuesday Patch) ทั้งหมด 56 รายการ และคำแนะนำด้านความปลอดภัยพิเศษ 3 รายการ ประกอบด้วยการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับช่องโหว่ของ Adobe Flash, Meltdown และ Spectre และ Microsoft Office

Microsoft อธิบายถึงช่องโหว่ Zero-Day ในโปรแกรม Microsoft Office และ Microsoft WordPad (CVE-2018-0802) ที่เกิดจากความผิดพลาดของหน่วยความจำทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดบนคอมพิวเตอร์ของเหยื่อได้ ซึ่งช่องโหว่นี้เกิดขึ้นใน Office Equation Editor เวอร์ชันเก่า ซึ่งช่วยให้เอกสารที่สร้างโดย Microsoft Office เวอร์ชั่นเก่ากว่า 2007 สามารถทำการแก้ไขบน Microsoft Office เวอร์ชันใหม่ได้ รวมทั้งมีการนำ DDE ออกจาก Microsoft Word แต่ยังคงมีอยู่ใน Microsoft Office อื่นๆ นอกจากนี้ Microsoft ยังได้แก้ปัญหาช่องโหว่ Mailsploit ใน Outlook บน Mac (CVE-2018-0819) ซึ่งอนุญาตให้ผู้โจมตีสามารถส่งอีเมลที่มีการปลอมแปลงตนเองได้

โดยรวมแล้ว Microsoft ได้ทำการแก้ไขปัญหาใน Internet Explorer, Microsoft Edge, Microsoft Windows, Microsoft Office, SQL Server, ChakraCore,. NET Framework, .Net Core และ ASP.NET Core รวมถึงการออกแพทซ์สำหรับปิดช่องโหว่ของ Meltdown และ Spectre ที่ยังไม่มีการปล่อยอัพเดทออกมาเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา

ที่มา : bleepingcomputer

Linux and Windows Servers Targeted with RubyMiner Malware

นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบมัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ "RubyMiner" เป็นมัลแวร์ขุด bitcoin บนเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่มีการอัพเดท โดยพบการโจมตีเริ่มตั้งแต่วันที่ 9-10 มกราคมที่ผ่านมา

กลุ่ม RubyMiner ใช้เครื่องมือชื่อ p0f เพื่อตรวจหาเครื่องเว็บเซิร์ฟเวอร์ทั้ง Linux และ Windows ที่ไม่มีการอัพเดทให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ จากนั้นจะทำการโจมตีผ่านช่องโหว่ที่พบเพื่อติดตั้งมัลแวร์บนเว็บเซิร์ฟเวอร์เหล่านั้น Check Point พบว่าการโจมตีครั้งนี้มีการใช้วิธีการซ่อนคำสั่งที่เป็นอันตรายในไฟล์ robots.

Backdoored in 30 Seconds: Attack Exploits Intel AMT Feature

เป็นเพราะไม่ได้เป็นรหัสผ่าน! นักวิจัยจาก F-secure เปิดเผยช่องโหว่บายพาสรหัสผ่าน BIOS, TPM Pin และ BitLocker ได้

นักวิจัยด้านความปลอดภัยเปิดเผยช่องโหว่ที่ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถบายพาสการตรวจสอบรหัสผ่านเมื่อเริ่มต้นการทำงานคอมพิวเตอร์ อาทิ รหัสผ่าน BIOS, รหัสผ่านแบบ Pin ของ TPM หรือ BitLocker ได้ โดยมีต้นเหตุมาจากการที่ระบบหนึ่งยังคงใช้รหัสผ่านที่เป็นค่าเริ่มต้นที่สามารถคาดเดาได้ง่าย ซึ่งระบบนั้นคือ Intel AMT

Intel AMT เป็นระบบที่ทำงานอยู่ในซีพียู โดยช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง Intel AMT จากระยะไกลเพื่อตั้งค่าต่างๆ ได้ ปัญหาสำคัญคือ Intel AMT มักไม่ได้รับการตั้งค่าที่ถูกต้องทำให้ยังคงมีการใช้รหัสผ่านที่เป็นค่าเริ่มต้นไว้อยู่ ผู้โจมตีที่สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ทางกายภาพได้ก็สามารถบังคับให้ระบบบู๊ตเข้าระบบ Intel Management Engine BIOS extension (MEBx) ด้วยการกด Ctrl + P เมื่อบู๊ต แล้วใข้รหัสผ่านที่เป็นค่าเริ่มต้นดังกล่าวเพื่อข้ามผ่านการตรวจสอบรหัสผ่านจากฟีเจอร์อื่นๆ ไปได้

Intel AMT มักเป็นฟีเจอร์ที่ติดตั้งอยู่บนคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานภายในองค์กรและไม่ค่อยพบในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานทั่วไป อย่างไรก็ตามเราแนะนำให้ตรวจสอบว่ามีการใช้งาน Intel AMT อยู่หรือไม่ และทำการเปลี่ยนรหัสดังกล่าวให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตีช่องโหว่ดังกล่าว

ที่มา : bankinfosecurity

Web Trackers Exploit Flaw in Browser Login Managers to Steal Usernames

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Princeton ได้ออกมาเปิดเผยเทคนิคการดึงข้อมูลที่บริษัทโฆษณาและวิเคราะห์นำมาใช้งานเพื่อเชื่อมโยงพฤติกรรมของผู้ใช้งานแม้ว่าผู้ใช้งานจะไม่ได้ทำการพิสูจน์ตัวตนเมื่อใช้งานเว็บไซต์ โดยเทคนิคดังกล่าวนั้นอาศัยฟีเจอร์ "จดจำและกรอกรหัสผ่านโดยอัตโนมัติ" ของเว็บเบราว์เซอร์ร่วมกับการสคริปต์เพื่อดึงข้อมูล

ในเทคนิคนี้ใน เว็บไซต์ที่ให้บริการจะใช้วิธีการฝังช่องกรอกข้อมูลสำหรับเข้าสู่ระบบที่ไม่สามารถเห็นได้จากหน้าเว็บไซต์เอาไว้ หากผู้ใช้งานที่เข้าชมหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวเคยเข้าสู่ระบบมาก่อนแล้วและอนุญาตให้เบราว์เซอร์เก็บข้อมูลรหัสผ่านเอาไว้ เบราว์เซอร์จะทำการกรอกข้อมูลลงฟอร์มโดยอัตโนมัติทำให้เว็บไซต์ที่ให้บริการสามารถดึงข้อมูลดังกล่าวมาเชื่อมโยงการเยี่ยมชมของผู้ใช้งานได้

จากการวิจัยดังกล่าว มีการเปิดเผยว่ามีเพียงสองบริษัทด้านโฆษณาและวิเคราะห์ข้อมูลที่ใช้เทคนิคนี้ ได้แก่ Adthink และ OnAudience โดยทั้งสองบริษัทนั้นมีการเก็บข้อมูลเพียงแค่ชื่อผู้ใช้งานและอีเมล ไม่ได้เก็บข้อมูลรหัสผ่านที่ถูกกรอกลงฟอร์มโดยอัตโนมัติไปด้วย

ในขณะนี้มีเพียงเบราว์เซอร์เดียวคือ Google Chrome ที่จะไม่กรอกข้อมูลอัตโนมัติจนกว่าจะมี action ใดๆ จากผู้ใช้งาน แต่ก็ยังไม่ใช่วิธีป้องกันกรณีนี้ได้ดีนักเนื่องจากทางที่ดีที่สุดคือการไม่ให้เบราว์เซอร์เก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้เลย

ที่มา : bleepingcomputer

LockPoS Adopts New Injection Technique

นักวิเคราะห์มัลแวร์จาก Cyberbit ได้มีการเปิดเผยถึงวิธีการใหม่ที่มัลแวร์ LockPoS ใช้ในการแฝงตัวเข้าไปในโปรเซสที่กำลังทำงานอยู่ในระบบ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับทั้งจากผู้วิเคราะห์และโปรแกรมเพิ่มความปลอดภัยระบบ

LockPoS เป็นหนึ่งในมัลแวร์ที่แพร่กระจายผ่านทางเครือข่ายบ็อตเน็ตตระกูล Flokibot โดยพุ่งเป้าโจมตีระบบ PoS ด้วยวิธีการฝังตัว สแกนข้อมูลในหน่วยความจำของระบบที่กำลังทำงานอยู่เพื่อหาข้อมูล เช่น รหัสบัตรเครดิต จากนั้นส่งออกข้อมูลดังกล่าวไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ออกคำสั่งและควบคุม

วิธีการใหม่ที่ LockPoS ใช้ในการแฝงตัวลงในโปรเซสอื่นนั้นโดยภาพรวมคือการสร้าง section object ซึ่งเป็นตัวเก็บข้อมูลลักษณะหนึ่งในระบบซึ่งมีสามารถใช้ร่วมกันได้ระหว่างโปรเซส ก่อนจะแก้ไข section object และแทรก section object ดังกล่าวไปกับโปรเซสอื่น กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นบนหน่วยความจำ ไม่มีการแก้ไขไฟล์ใดๆ ในเครื่อง และไม่มีพฤติกรรมการแทรกที่อาจก่อให้เกิดการแจ้งเตือนแก่โปรแกรมรักษาความปลอดภัยระบบได้

การป้องกันมัลแวร์ในลักษณะนี้เป็นไปได้ยากเนื่องจากพฤติกรรมการทำงานที่อยู่แต่บนหน่วยความจำ ทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้มีการเข้าถึงระบบเพื่อติดตั้งมัลแวร์ซึ่งจะช่วยไม่ให้เกิดการแพร่กระจายได้ดีที่สุด

ที่มา : securityweek

Android Security Bulletin—January 2018

Android ออกประกาศด้านความปลอดภัยมีรายละเอียดเกี่ยวกับช่องโหว่ที่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ของ Android เวอร์ชันของแพทช์ตั้งแต่ 2018-01-05 เป็นต้นมามีการระบุถึงประเด็นเหล่านี้ทั้งหมด ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดได้รับการแจ้งเตือนอย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนการประกาศ โค้ดสำหรับการแพทช์ช่องโหว่ดังกล่าวได้ถูกปล่อยที่ Android Open Source Project (AOSP) ช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดคือ ช่องโหว่ในโครงสร้างมีเดียซึ่งทำให้ผู้ที่โจมตีสามารถรีโมทเข้ามาเพื่อสั่งรันโค้ดอันตรายได้

แนะนำให้ตรวจสอบแพตช์จากผู้ผลิตและทำการอัปเดตโดยด่วน

ที่มา : Source.

Code Used in Zero Day Huawei Router Attack Made Public

โค้ดที่ใช้ในมัลแวร์ Mirai หรือที่ชื่อว่า Satori ซึ่งถูกนำมาใช้โจมตี Routers ของ Huawei กว่าร้อยเครื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ สร้างความกังวลว่าภัยคุกคามสำหรับอุปกรณ์ IoT จะเพิ่มจำนวนและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

Ankit Anubhav นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก NewSky Security ได้ตรวจพบโค้ดสำหรับโจมตีช่องโหว่แบบ zero-day กับอุปกรณ์ Huawei รหัส CVE-2017-17215 ซึ่งโค้ดดังกล่าวเคยถูกใช้โดยแฮกเกอร์ที่มีนามแฝงว่า Nexus Zeta เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ Mirai ตระกูล Satori ซึ่งส่งผลให้ใครก็ตามที่ค้นหาโค้ดดังกล่าวเจอก็ครอบครองเครื่องมือในการโจมตีอุปกรณ์ได้ทันที

ช่องโหว่ CVE-2017-17215 เป็นช่องโหว่ที่พุ่งโจมตีเราท์เตอร์ของ Huawei ที่มีการใช้งาน Universal Plug-n-Play (UPnP) ที่มีการใช้งาน TR-064 ซึ่งเปิดให้เข้าถึงได้จากอินเตอร์เน็ตที่พอร์ต 37215 ผลของการโจมตีทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดใดๆ บนอุปกรณ์ดังกล่าวได้

คำแนะนำในการป้องกันคือการตรวจสอบการอัปเดตเฟิร์มแวร์เพื่อแพตช์ช่องโหว่ ในกรณีที่ไม่สามารถอัปเดตแพตช์ได้ ทางหนึ่งที่เป็นไปได้คือการตั้งค่าใช้งานไฟร์วอลล์ทีพอร์ตดังกล่าวและไม่ใช้รหัสผ่านที่เป็นค่าเริ่มต้นของอุปกรณ์ในการตั้งค่าอุปกรณ์

ที่มา : Threatpost

VMSA-2018-0001 – vSphere Data Protection (VDP) updates address multiple security issues

เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2018 VMware ได้ทำการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยบน vSphere Data Protection (VDP) เวอร์ชัน 6.1.x, 6.0.x และ 5.x ซึ่งมีความรุนแรงระดับ critical ได้แก่

ช่องโหว่ Authenication bypass (CVE-2017-15548) ทำให้ผู้โจมตีจากภายนอกสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบสิทธิ์ในแอพพลิเคชันที่ใช้พิสูจน์ตัวตน และได้รับการเข้าถึงในระดับสิทธิ์ root
ช่องโหว่ในการอัพโหลดไฟล์ (CVE-2017-15549) ทำให้ผู้โจมตีจากภายนอกที่ Authenication ด้วยสิทธิ์ระดับต่ำสามารถอัพโหลดไฟล์อันตรายที่สร้างขึ้นมาเข้าไปยัง Location ในระบบไฟล์เซิร์ฟเวอร์ได้
ช่องโหว่ในการเข้าถึง Path ต่างๆ (CVE-2017-15550) ทำให้ผู้โจมตีจากภายนอกที่ Authenication ด้วยสิทธิ์ระดับต่ำสามารถเข้าถึงไฟล์บนไฟล์เซิร์ฟเวอร์ได้หากมีแอพพลิเคชันที่มีช่องโหว่รันอยู่

ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขในเวอร์ชัน VDP 6.1.6 และ 6.0.7

ที่มา : blogs.

Unpatched macOS Flaw Allows Code Execution, Root Access

นักวิจัยด้านการแฮ็กระบบปฏิบัติการ iOS ของ Apple ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับช่องโหว่ macOS ที่สามารถทำควบคุมระบบได้

รายละเอียด ได้รับการเผยแพร่ในวันแรกของปี 2018 โดยนักวิจัยที่ใช้ชื่อว่า Siguza (s1guza) ผู้บุกรุกที่สามารถเข้าถึงระบบ สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ในการรันโค้ด และทำให้ตนเองได้รับสิทธิ์ root บนระบบได้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ระบุว่าช่องโหว่ดังกล่าวเป็น "zero day"

ช่องโหว่ Local Privilege Escalation (LPE) เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลต่อ IOHIDFamily ซึ่งเป็นส่วนขยายที่อยู่ใน kernel เกี่ยวข้องกับเรื่องการแสดงผลหน้าจอให้ใช้งานง่ายขึ้น หรือ Human Interface Devices(HID) เช่น หน้าจอสัมผัสหรือปุ่ม ช่องโหว่ถูกพบโดยบังเอิญในระหว่างที่พยายามหาวิธีการที่จะแฮ็ก iOS kernel และได้พบว่ามี
class บางอย่างที่ถูกใช้ในส่วนขยาย IOHIDFamily ซึ่งพบได้เฉพาะบน macOS อย่างเช่น IOHIDSystem มีช่องโหว่อยู่

ช่องโหว่ที่เขาค้นพบนี้มีผลกระทบต่อ macOS ทุกเวอร์ชั่นและทำให้เกิดการอ่าน / เขียนได้โดยพลการใน kernel การโจมตีนี้ยังยับยั้งความสามารถด้านความปลอดภัยของระบบอย่าง System Integrity Protection(SIP) และ Apple Mobile File Integrity(AMFI) อีกด้วย โดยได้มีการตั้งชื่อให้กับช่องโหว่นี้ว่า "IOHIDeous" ทั้งนี้ Siguza ได้รายงานผลการค้นพบของเขาต่อ Apple เรียบร้อยแล้ว ซึ่งน่าจะมีการออก Patch มาให้อัพเดทในเร็ววันนี้

ที่มา: securityweek