แอปพลิเคชันอันตรายบน Android ใช้ประโยชน์จากเครื่องเหยื่อเพื่อสร้างบัญชีปลอมบนหลายแพลตฟอร์ม

แอปพลิเคชัน Android SMS ที่มีอยู่บน Google Play Store ถูกพบว่ามีการใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงข้อความ SMS เพื่อนำไปสร้างบัญชีบนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Facebook, Google และ WhatsApp

แอปพลิเคชันนี้มีชื่อว่า Symoo (com.

Ransomware ไม่มีชื่อที่ถูกค้นพบช่วงต้นปี รีแบรนด์ใหม่โดยใช้ชื่อว่า Trigona

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทีมงาน MalwareHunterTeam ค้นพบ Ransomware ชนิดใหม่ที่ยังไม่มีการระบุชื่อ ในช่วงแรกมีการใช้อีเมลเพื่อการเจรจาต่อรองกับเหยื่อ แต่ในปัจจุบันมีการรีแบรนด์ใหม่โดยใช้ชื่อว่า Trigona ซึ่งนอกจากการรีแบรนด์ใหม่แล้วยังมีการเปิดตัวเว็ปไซต์เพื่อเจรจากับเป้าหมายผ่าน Tor Browser อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันมีเหยื่อหลายรายที่ตกเป็นเป้าหมายของ Ransomware ชนิดนี้ มีทั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ และหมู่บ้านในเยอรมนี

ลักษณะการทำงาน

ผู้เชี่ยวชาญจาก BleepingComputer วิเคราะห์ตัวอย่างล่าสุดของ Trigona พบว่ามีการใช้ Command Line ดังต่อไปนี้
/full
/!autorun
/test_cid
/test_vid
/path
/!local
/!lan
/autorun_only
/autorun_only
การเข้ารหัสไฟล์ Trigona จะทำการเข้ารหัสไฟล์ทั้งหมดบนอุปกรณ์ ยกเว้นไฟล์ที่อยู่ใน Folder เฉพาะ เช่น Windows และ Program Files
หลังจากเข้ารหัสเรียบร้อย Ransomware จะเปลี่ยนชื่อไฟล์ที่เข้ารหัสเพื่อใช้นามสกุล ._locked ตัวอย่างเช่น ไฟล์ 1.doc จะถูกเข้ารหัสและเปลี่ยนชื่อเป็น 1.doc.

พบช่องโหว่บน Acer Laptops ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถปิด Secure Boot Protection ได้

Martin Smolár นักวิจัยจาก ESET ได้ค้นพบช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูงที่สามารถทำให้ผู้โจมตีสามารถดำเนินการใด ๆ ก็ได้กับ boot loaders

ช่องโหว่มีหมายเลข CVE-2022-4020 ซึ่งมีระดับความรุนแรงสูง ที่สามารถทำให้ผู้โจมตีสามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า Secure Boot ได้โดยตัวแปร NVRAM ซึ่งคล้ายกันกับของ Lenovo ก่อนหน้านี้ ซึ่ง Secure Boot นั้นเป็นกลไกตรวจสอบความน่าเชื่อถือของ Software ที่จะถูกโหลดระหว่างการเริ่มต้นระบบ หากถูกผู้ไม่หวังดีสามารถแก้ไขได้ ก็จะทำให้ถูกควบคุมกระบวนการโหลดของระบบปฏิบัติการ

รุ่นที่ได้รับผลกระทบ

Aspire A315-22
Aspire A115-21
Aspire A315-22G
Extensa EX215-21
Extensa EX215-21G

แนวทางการแก้ไข

ในเบื้องต้นสามารถดาวน์โหลดซอฟแวร์สำหรับการแก้ไขช่องโหว่บน Acer's Support portal โดยคาดว่าการอัปเดต BIOS จะเป็นส่วนหนึ่งของการออก Patch อัปเดตของ Windows ในครั้งหน้า

 

ที่มา : thehackernews

CISA แจ้งเตือนช่องโหว่ Oracle Fusion Middleware ที่กำลังถูกใช้โจมตีอยู่ในปัจจุบัน

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2022 ที่ผ่านมา สำนักงานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานของอเมริกา (CISA) ได้เพิ่มช่องโหว่ที่ส่งผลกระทบต่อ Oracle Fusion Middleware ลงในแค็ตตาล็อกช่องโหว่ (KEV) โดยช่องโหว่มีหมายเลข CVE-2021-35587 มีคะแนน CVSS 9.8 โดยส่งผลกระทบต่อ Oracle Access Manager (OAM) เวอร์ชัน 11.1.2.3.0, 12.2.1.3.0 และ 12.2.1.4.0 ทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ผ่านการยืนยันตัวตนมีสิทธิ์เข้าถึงเครือข่ายได้ทั้งหมด และใช้คำสั่งในอินสแตนซ์ประมวลผลคำสั่งจากระยะไกลในการเข้าถึงข้อมูล นอกจากนี้ยังอนุญาตให้ผู้โจมตีเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ OAM เป็นซอฟต์แวร์จากค่าย Oracle ซึ่งมีหน้าที่ในการช่วยจัดการกระบวนการพิสูจน์ และยืนยันตัวตนในรูปแบบของ Single Sign-On ในหลายรูปแบบอุปกรณ์

Greynoise ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity ยังเห็นว่าความพยายามในการโจมตีนั้นดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และมาจากสหรัฐอเมริกา จีน สิงคโปร์ และแคนาดา นอกจากนี้ CISA ที่เพิ่มรายการลงในแค็ตตาล็อกช่องโหว่ (KEV) ยังเป็นช่องโหว่ heap buffer overflow ที่พึ่งได้รับการแก้ไขในเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome (CVE-2022-4135) ซึ่งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ยอมรับว่าถูกโจมตีจริง ดังนั้นหน่วยงานของรัฐบาลกลางจะต้องอัปเดตแพตช์ภายในวันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม 2022 เพื่อรักษาความปลอดภัยเครือข่ายจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในครั้งนี้

ที่มา : thehackernews

พบช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูงในอุปกรณ์ F5 BIG-IP และ BIG-IQ

มีการเปิดเผยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยหลายรายการในอุปกรณ์ F5 BIG-IP และ BIG-IQ ซึ่งหากโจมตีได้สำเร็จ จะสามารถเข้าถึงระบบของอุปกรณ์ F5 ได้

บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ Rapid7 ระบุว่าช่องโหว่เหล่านี้อาจถูกนำไปใช้เพื่อเข้าถึงอุปกรณ์จากภายนอก โดยช่องโหว่นี้มีผลกระทบกับ BIG-IP เวอร์ชัน 13.x, 14.x, 15.x, 16.x และ 17.x และ BIG-IQ Centralized Management เวอร์ชัน 7.x และ 8.x

ช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรงสูง 2 รายการที่ถูกรายงานไปยัง F5 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2022 มีดังนี้

CVE-2022-41622 (คะแนน CVSS: 8.8) - ช่องโหว่ cross-site request forgery (CSRF) ผ่าน iControl SOAP นำไปสู่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบสิทธิ์

CVE-2022-41800 (คะแนน CVSS: 8.7) - ช่องโหว่ iControl REST ที่ทำให้ผู้ใช้งานที่ได้สิทธิ์ user เป็น administrator สามารถ bypass ข้อจำกัดบน Appliance mode ได้

Ron Bowes นักวิจัยของ Rapid7 ระบุว่า "ผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดของช่องโหว่ (CVE-2022-41622) คือ ผู้โจมตีจะสามารถเข้าถึง management interface ของอุปกรณ์ได้ แม้ว่าจะไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ตาม"

"ถึงแม้จะต้องมีเงื่อนไขบางอย่างจึงจะสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ได้ เช่น ผู้ดูแลระบบที่มีเซสชันที่กำลังใช้งานอยู่ เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายที่ผู้โจมตีสร้างขึ้น รวมไปถึงผู้โจมตีจะต้องมีความเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับเครือข่ายเป้าหมายด้วย" Ron Bowes นักวิจัยของ Rapid7 ระบุในรายงาน

นอกจากนี้ยังมีการระบุถึงช่องโหว่การ security bypass 3 รายการ ซึ่ง F5 ระบุว่าจะไม่สามารถถูกโจมตีได้หากไม่สามารถเจาะผ่านอีกช่องโหว่หนึ่งก่อน (ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวยังไม่เคยถูกรายงานไว้)

โดยหากสามารถโจมตีได้สำเร็จ ผู้โจมตีจะสามารถใช้ Advanced Shell (bash) ในการเข้าถึงอุปกรณ์ และอาจใช้ช่องทางเหล่านี้ในการดำเนินการคำสั่งต่าง ๆ บนระบบ เช่น สร้าง, ลบไฟล์ หรือปิดการใช้งาน

แม้ว่า F5 จะยังไม่พบรายงานถึงการโจมตีด้วยช่องโหว่เหล่านี้ แต่ขอแนะนำให้ผู้ใช้งานติดตั้ง "engineering hotfix" ที่ F5 พึ่งเผยแพร่ออกมาเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น

ที่มา: thehackernews

แฮ็กเกอร์จีนโจมตีระบบของหน่วยงานออกใบรับรองทางดิจิทัล

แฮ็คเกอร์ที่คาดว่าได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนได้โจมตีหน่วยงานออกใบรับรองดิจิทัล ตลอดจนรัฐบาล และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ตั้งอยู่ในประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ซึ่งคาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการที่ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565

Symantec ระบุว่าการโจมตีดังกล่าวมาจากกลุ่ม Billbug โดยสังเกตจากเครื่องมือที่ใช้ในการโจมตี โดยกลุ่ม Billbug หรือที่รู้จักกันในชื่อ Bronze Elgin, Lotus Blossom, Lotus Panda, Spring Dragon และ Thrip เป็นกลุ่ม APT ที่เชื่อว่าดำเนินการภายใต้การควบคุมจากรัฐบาลจีน โดยมีเป้าหมายหลัก ได้แก่ รัฐบาล และองค์กรทางทหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยการโจมตีที่เกิดขึ้นในปี 2562 เป็นการใช้แบ็คดอร์อย่าง Hannotog และ Sagerunex ในการโจมตี ฮ่องกง มาเก๊า อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม โดยแบ็คดอร์ทั้ง 2 ตัวถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับเข้าถึงเครือข่ายของเหยื่อจากระยะไกลได้ตลอดเวลา รวมไปถึงยังมีการใช้มัลแวร์ขโมยข้อมูลอย่าง Catchamas เพื่อใช้ในการขโมยข้อมูลที่มีความสำคัญ

ส่วนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในการโจมตีครั้งนี้ประกอบไปด้วยหน่วยงานออกใบรับรองดิจิทัล รวมไปถึงรัฐบาล และหน่วยงานด้านความมั่นคงในประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย

โดยการกำหนดเป้าหมายเป็นหน่วยงานออกใบรับรองค่อนข้างน่าสนใจ เนื่องจากหากโจมตีได้สำเร็จ และสามารถเข้าถึงใบรับรองดิจิทัลได้ ผู้โจมตีอาจใช้ใบรับรองเหล่านั้นเพื่อ sign มัลแวร์ด้วยใบรับรองที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยให้มัลแวร์สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจจับได้ นอกจากนี้ยังอาจใช้ใบรับรองที่ถูกโจมตีเพื่อดักจับการรับส่งข้อมูลแบบ HTTPS ได้ แต่ปัจจุบัน Symantec ระบุว่ายังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลใบรับรองดิจิทัลได้สำเร็จ และได้แจ้งเตือนให้หน่วยงานออกใบรับรองทราบเกี่ยวกับพฤติกรรมการโจมตีในครั้งนี้

การวิเคราะห์การโจมตีครั้งล่าสุดพบว่าเบื้องต้นน่าจะเกิดจากช่องโหวของแอปพลิเคชันที่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ตามมาด้วยการใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้วบนเครื่องของเหยื่อในลักษณะ living-off-the-land เช่น WinRAR, Ping, Traceroute, NBTscan, Certutil เพื่อทำให้แบ็คดอร์สามารถดาวน์โหลดไฟล์ รวบรวมข้อมูลบนระบบ และอัปโหลดข้อมูลที่ขโมยออกมาออกไปได้

นอกจากนี้ยังพบเครื่องมือ multi-hop proxy โอเพ่นซอร์สที่ชื่อว่า Stowaway และมัลแวร์ Sagerunex ซึ่งถูกติดตั้งผ่านทาง Hannotog แบ็คดอร์

โดยนักวิจัยสรุปว่า ความสามารถในการโจมตีไปยังเหยื่อได้หลายรายพร้อมกันลักษณะนี้ ทำให้คาดว่ากลุ่มดังกล่าวมีทรัพยากร และเงินทุนสนับสนุนจำนวนมาก จึงทำให้สามารถปฏิบัติการได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มา: thehackernews

 

Emotet Malware กลับมาอยู่ภายใต้ความสนใจของนักวิจัยอีกครั้ง

Emotet เป็น Trojan Banking ที่เคยประสบความสำเร็จ และได้รับความนิยมอย่างมากมาก่อน ซึ่งในช่วงต้นปี 2021 นั้น มีการรณรงค์ให้มีการป้องกัน Malware ดังกล่าว ทำให้ Campaign ของการโจมตีหยุดชะงักไปช่วงหนึ่ง แต่ Emotet ก็กลับมาอีกครั้งในปีเดียวกัน พร้อมกับเทคนิคหลาย ๆ อย่างแบบเดิม รวมถึงเทคนิคการใช้ Auto_Open Macros ภายใน XLS document ที่พบมากขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2022 ที่ผ่านมานี้ ซึ่งกำลังถูกแพร่กระจายไปยังหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก

เทคนิคการโจมตี

ในช่วงเริ่มต้นการโจมตี Emotet จะมีการส่งไฟล์ MS Office ที่เป็นอันตราย (maldocs) ผ่านทาง Phishing Email โดยในการส่ง Malware จะมีการแนบไฟล์ XLS มากับอีเมลโดยตรง หรือมาในรูปแบบ file Zip ซึ่งภายใน Phishing Email นั้นจะไม่ค่อยมีเนื้อหาอะไร โดยส่วนใหญ่ที่พบจะมีเพียงชื่อไฟล์ และรหัสผ่านเท่านั้น
โดยในการส่ง Phishing เข้ามา มักจะมาในรูปแบบของผู้ส่งใหม่ หรืออาจจะมาในรูปแบบ Reply email จากเหยื่อที่ถูกโจมตีสำเร็จก่อนหน้า ตามภาพด้านล่าง

จากนั้น Emotet จะโน้มน้าวให้เหยื่อคัดลอกตัว maldoc นี้ ไปยังโฟลเดอร์ที่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ ที่ไม่ได้มีการเปิดใช้งานการป้องกัน Macro ไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจาก Microsoft’s protection ดังรูปด้านล่าง ที่จะมีการแนะนำให้ย้ายไฟล์ดังกล่าวไปโฟลเดอร์ที่ Emotet ได้ระบุไว้

และหากเหยื่อหลงเชื่อเอาไฟล์ดังกล่าวไปไว้ตามคำแนะนำของ Emotet แล้ว หลังจากเปิดไฟล์ขึ้นมา จะไม่มีข้อความเกี่ยวกับ Macro ที่ถูกบล็อคอยู่อีกต่อไป ซึ่งหลังจากนี้ไฟล์ที่เปิดขึ้นมาจะไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ในการรัน Macro

หลังจากเปิดเอกสารขึ้นมาแล้วอาจจะดูเหมือนว่าภายในเอกสารนั้นไม่มีอะไร แต่ว่าเบื้องหลังนั้นมี VBA macro ซ่อนอยู่ ซึ่งจะมีที่อยู่ของ C2 Server ของ Emotet อยู่ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดยการยกเลิกการซ่อน sheets (Un-hiding) และคัดลอกข้อความไปวางบน Text Editor เราก็จะเห็นเนื้อหาที่ซ่อนอยู่บน sheets นั้น ๆ ได้ตามภาพด้านล่าง

หลังจากที่เปิดไฟล์เอกสารขึ้นมา จะมีการ request ไปยัง 1 ใน URL จากรูปด้านบน ซึ่งจะเห็นว่าวิธีการดังกล่าวจะเหมือนกับวิธีของ Malware ตัวอื่น ๆ ที่ใช้ในอดีต เช่น Qakbot ซึ่งจะใช้ไฟล์ XLSB และเมื่อมีการเชื่อมต่อไปยังปลายทางข้างต้นแล้ว มันจะทำการดาวน์โหลดไฟล์ตามชื่อในภาพด้านบน ไปวางไว้บน C:\\Window\System32

จาก TimeStamp จะพบว่าไฟล์เอกสารพวกนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤศจิการยน 2022 ที่ผ่านมา ดังเช่นตัวอย่างของ maldoc ด้านล่างที่ได้จัดกลุ่มตามช่วงเวลาที่สร้างขึ้นมา

แนวทางการป้องกัน

พิจารณาการเพิ่ม IOC บนอุปกรณ์ Firewall
ติดตั้ง Anti-Virus หรือ Endpoint Protection บนเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในองค์กรเพื่อป้องกันการเปิดไฟล์ที่เป็นอันตราย
พิจารณาการจัด Awareness Training ให้กับพนักงานภายในองค์กร

ที่มา : blog.

พบช่องโหว่หลายรายการบน Cisco ISE ที่มีความเกี่ยวข้องกัน

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Davide Virruso จาก Yoroi ได้พบช่องโหว่บนอุปกรณ์ Cisco ISE ทั้งหมด 4 รายการ ที่มีผลกระทบกับ web-based management interface บน Cisco ISE

รายละเอียดของช่องโหว่

CVE-2022-20964 : Cisco Identity Services Engine tcpdump Feature Command Injection Vulnerability ช่องโหว่ที่มีคะแนน CVSS: 6.3 เป็นช่องโหว่บน web-based management interface ของ Cisco ISE ซึ่งอาจจะทำให้ผู้โจมตีที่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์สามารถสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้**
CVE-2022-20966: Cisco Identity Services Engine tcpdump Stored Cross-Site Scripting Vulnerability เป็นช่องโหว่ที่มีคะแนน CVSS: 5.4 เป็นช่องโหว่บน web-based management interface ของ Cisco ISE ซึ่งอาจจะทำให้ผู้โจมตีที่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์สามารถโจมในรูปแบบ Cross-site scripting ไปยังผู้ใช้คนอื่น ๆ บน Web-based management ได้
CVE-2022-20967: Cisco Identity Services Engine External RADIUS Server Feature Stored Cross-Site Scripting Vulnerability เป็นช่องโหว่ที่มีคะแนน CVSS: 4.8 เป็นช่องโหว่ web-based management interface จาก RADIUS Server ภายนอกของ Cisco ISE ซึ่งอาจจะทำให้ผู้โจมตีที่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์สามารถโจมในรูปแบบ Cross-site scripting ไปยังผู้ใช้คนอื่น ๆ บน Web-based management Interface ได้
CVE-2022-20965: Cisco Identity Services Engine Access Bypass Vulnerability เป็นช่องโหว่ที่มี CVSS : 4.3 เป็นช่องโหว่บน web-based management interface ของ Cisco ISE ที่จะทำให้ผู้โจมตีจากภายนอกที่ผ่านการตรวจสอบสิทธิสามารถ bypass ข้อจำกัดด้านความปลอดภัยบน Web-based management ได้ Interface

แนวทางการป้องกัน

ในปัจจุบันยังไม่มี Patch สำหรับแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว โดยทาง CISCO กำลังประเมินความเป็นไปได้ในการออก HOT Patch สำหรับ Cisco ISE version 2.7 และ 3.0 และมีแผนในการออก Patch Cisco ISE releases 3.1p6 and 3.2p1. ภายในไตรมาสแรกของปี 2023

ที่มา : securityweek, tools.

แรนซัมแวร์ Vice Society อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ Cincinnati State college

กลุ่มแรนซัมแวร์ ** Vice Society อ้างว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ทำการโจมตีที่วิทยาลัย Cincinnati State Technical และ Community College โดยผู้โจมตีได้มีการปล่อยข้อมูลที่ถูกขโมยมาลงบนเว็บไซต์ของกลุ่ม

โดยข้อมูลประกอบไปด้วยรายการเอกสารจำนวนมากที่อ้างว่าขโมยมาจากวิทยาลัย โดยระบุว่าหากยังไม่มีการจ่ายค่าไถ่ใด ๆ เอกสารทั้งหมดที่ถูกขโมยมาจะถูกเปิดให้สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งรวมไปถึงข้อมูล PII (ข้อมูลส่วนบุคคล) ด้วย

การดำเนินการกู้คืน

วิทยาลัย Cincinnati State แจ้งนักศึกษา 10,000 คน และเจ้าหน้าที่ 1,000 คน ว่าถูกโจมตีเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน พร้อมแจ้งว่าการให้บริการออนไลน์ระบบอาจต้องใช้เวลาในการแก้ไขก่อนกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ

การโจมตีในครั้งนี้ทำให้ ข้อความเสียง, Network Printer, การเข้าถึง VPN, เครือข่าย และระบบอินทราเน็ตแชร์ไดร์ฟ, แอปพลิเคชันออนไลน์ และพอร์ทัลการลงทะเบียนต่าง ๆ ไม่สามารถใช้งานได้ทั้งหมด

ทางวิทยาลัยได้โพสต์ FAQs (คำถามที่พบบ่อย) ไว้สำหรับพนักงาน, นักศึกษาปัจจุบัน และนักศึกษาใหม่ เพื่อแนะนำพวกเขาเกี่ยวกับวิธีติดต่อกับฝ่ายบริหารจนกว่าระบบจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ

Vice Society vs.

Google ออกแพตช์อัปเดตแก้ไขช่องโหว่ Zero-Day ครั้งที่ 8 ของ Google Chrome ในปีนี้

Google ได้ประกาศแพตช์อัปเดตให้กับ Google Chrome Browser เพื่อแก้ไขช่องโหว่ Zero-Day ที่มีระดับความรุนแรงสูง

รายละเอียดของช่องโหว่

โดยปกติแล้ว Google จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่องโหว่ Zero-day จนกว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะได้รับการอัปเดตแล้ว โดยช่องโหว่ดังกล่าวมีหมายเลข CVE-2022-4135 เป็นช่องโหว่ที่มีระดับความรุนแรงสูง ที่เกิดจาก Heap-based buffer overflow บน GPU component ที่จะทำให้โปรแกรมเกิดข้อผิดพลาด และผู้ไม่หวังดีสามารถรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้หากโจมตีสำเร็จ

ช่องโหว่นี้ถูกพบโดย Clement Lecigne จาก Threat Analysis Group เมื่อวันที่ 22 พฤศจิการยนที่ผ่านมา และในการการอัปเดตครั้งนี้ถือเป็นช่องโหว่ Zero-day ครั้งที่ 8 นับตั้งแต่ต้นปี ของ Google โดยช่องโหว่ zero-day 7 รายการก่อนหน้านี้ที่ถูกพบ และแก้ไขไปแล้วในปี 2565 ได้แก่ :

CVE-2022-0609 - Use-after-free in Animation – February 14th, 2022
CVE-2022-1096 - Type confusion in V8 – March 25th, 2022
CVE-2022-1364 - Type confusion in V8 – April 14th, 2022
CVE-2022-2294 - Heap buffer overflow in WebRTC – July 4th, 2022
CVE-2022-2856 - Insufficient validation of untrusted input in Intents - September 2nd, 2022
CVE-2022-3075 - Insufficient data validation in Mojo - August 30th, 2022
CVE-2022-3723 - Type confusion in V8 - October 27th, 2022

Google แนะนำให้ผู้ใช้งานอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 107.0.5304.121 สำหรับ macOS และ Linux และเวอร์ชั่น 107.0.5304.121/.122 สำหรับ Windows เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีที่อาจเกิดขึ้น

Browser อื่น ๆ ที่อยู่บน Chromium-based เช่น Microsoft Edge, Brave, Opera และ Vivaldi แนะนำให้ผู้ใช้งานทำการอัปเดตเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขแล้วก่อนการใช้งานเช่นเดียวกัน

ที่มา : thehackernews