Microsoft แก้ไข bug ที่ทำให้ Windows Firewall แสดงการแจ้งเตือน errors ที่ไม่ถูกต้อง

Microsoft ได้แก้ไขปัญหาที่ทำให้เกิดการแจ้งเตือน errors ของ Windows Firewall หลังจากรีบูตเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 ที่ติดตั้ง preview update ประจำเดือนมิถุนายน 2025

Bug ดังกล่าวได้รับการแก้ไขแล้วใน KB5062660 preview cumulative update สำหรับ Windows 11 24H2 ที่เปิดตัวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยการแก้ไขนี้จะเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้อัปเดตพร้อมกันในการอัปเดต Patch Tuesday ประจำเดือนสิงหาคม 2025

Microsoft ได้ออกมายอมรับถึงปัญหานี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2025 ที่ผ่านมา โดยได้แนะนำให้ผู้ดูแลระบบไม่ต้องสนใจการแจ้งเตือนที่ไม่ถูกต้องนี้ที่ปรากฏใน Event Viewer ของ Windows Firewall with Advanced Security

Microsoft ยังได้ระบุด้วยว่า bug นี้เกิดจากฟีเจอร์ใหม่ที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา และยังไม่ได้ถูกรวมเข้ากับระบบปฏิบัติการอย่างสมบูรณ์

Microsoft อธิบายว่า "Errors นี้จะปรากฏใน Event Viewer เป็น event ID 2042 สำหรับ Windows Firewall With Advanced Security โดยเหตุการณ์ดังกล่าวจะแสดงเป็น 'Config Read Failed' พร้อมกับข้อความ 'More data is available'"

"ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะถูกบันทึกลงใน Event Viewer ทุกครั้งที่มีการรีสตาร์ทอุปกรณ์ แต่เหตุการณ์เหล่านี้ก็ไม่ได้แสดงถึงปัญหาใด ๆ ใน Windows Firewall และสามารถ ignore ได้"

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา Microsoft ได้ออกมาขอโทษหลังจากที่เผลอระบุว่าปัญหานี้ ‘ได้รับการแก้ไขแล้ว’ และยืนยันว่าการแก้ไขจะพร้อมอัปเดตในเร็ว ๆ นี้

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง Microsoft ได้จัดการกับปัญหาในลักษณะเดียวกันที่ส่งผลกระทบต่อฟีเจอร์อื่น ๆ ของ Windows ซึ่งทำให้เกิดการแจ้งเตือนที่ผิดพลาดเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้งานจริง

ตัวอย่างเช่น ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา Microsoft ได้ยืนยัน และแก้ไขปัญหาอีกรายการหนึ่ง ที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาด 0x80070643 ที่ไม่ถูกต้องหลังจากติดตั้งการอัปเดต Windows Recovery Environment (WinRE) ประจำเมษายน 2025

ในเดือนเดียวกัน Microsoft ได้แก้ไข bug ที่ทำให้เกิด Error เกี่ยวกับการเข้ารหัสไดรฟ์ด้วย BitLocker ที่ไม่ถูกต้องบนอุปกรณ์ Windows 10 และ Windows 11 โดยมีสาเหตุมาจากปัญหาในระบบรายงานผล ทาง Microsoft ได้ยืนยัน bug นี้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 และระบุว่าปัญหานี้ส่งผลกระทบเฉพาะในสภาพแวดล้อม managed Windows ซึ่งมีการบังคับใช้การเข้ารหัสไดรฟ์สำหรับระบบปฏิบัติการ และ fixed ไดรฟ์เท่านั้น

ที่มา : bleepingcomputer

 

Microsoft ออกอัปเดตฉุกเฉิน Windows KB5064489 เพื่อแก้ไขปัญหาการเปิดใช้งาน Azure VM

Microsoft ออกแพตซ์อัปเดตฉุกเฉินเพื่อแก้ไข bug ที่ทำให้ Virtual machine (VM) ของ Azure ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ เมื่อ Trusted Launch setting ถูกปิดใช้งาน และฟีเจอร์ Virtualization-Based Security (VBS) ถูกเปิดใช้งาน

Bug ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ Windows Server 2025 และ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 โดยเกิดขึ้นหลังจากการอัปเดตความปลอดภัย Patch Tuesday ประจำเดือนกรกฎาคม

Microsoft ระบุว่า "การอัปเดตนี้จะแก้ไขปัญหาที่ทำให้ Virtual machines (VMs) ในบางเครื่องที่ไม่สามารถเริ่มทำงานได้ เมื่อมีการเปิดใช้งาน Virtualization-Based Security (VBS)"

"ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ VM ที่ใช้เวอร์ชัน 8.0 (a non-default version) เมื่อ Host มีการเปิดให้ใช้งาน VBS บน Azure โดยปัญหานี้จะเกิดขึ้นกับ VM ประเภท General Enterprise (GE) แบบ standard (non–Trusted Launch) ที่ทำงานอยู่บน VM SKU รุ่นเก่า"

“สาเหตุของปัญหาเกิดจากข้อผิดพลาดในการ initialization ของ secure kernel”

Trusted Launch คือฟีเจอร์ของ Azure ที่ใช้ Secure Boot และ virtual Trusted Platform Module (vTPM) เพื่อป้องกัน Virtual machines จากภัยคุกคามประเภท bootkit และภัยคุกคามในลักษณะ low-level อื่น ๆ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Microsoft ได้ปล่อยอัปเดต KB5064489 ซึ่งเป็นการอัปเดตนอกรอบ สำหรับ Windows 11 24H2 และ Windows Server 2025 เพื่อแก้ไขปัญหาการเริ่มต้น kernel ที่ทำให้ VM ไม่สามารถเปิดใช้งานได้

Microsoft ระบุว่า ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบได้ว่า bug นี้จะส่งผลกระทบต่อ VM ของตนหรือไม่ โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ :

ตรวจสอบว่า VM ของคุณถูกสร้างเป็นประเภท "Standard" หรือไม่
ตรวจสอบว่า VBS ถูกเปิดใช้งานอยู่หรือไม่ โดยเปิด System Information (msinfo32.exe) แล้วตรวจสอบ Virtualization-based Security ว่าอยู่ในสถานะ Running อยู่หรือไม่ และต้องแน่ใจว่าไม่ได้มีการติดตั้ง Hyper-V role ไว้ใน VM

หากระบบของคุณได้รับผลกระทบ Microsoft แนะนำให้ติดตั้งการอัปเดตนี้ แทนที่อัปเดต Patch Tuesday รหัส KB5062553 ที่ถูกปล่อยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังแนะนำอีกว่าสามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้โดยการใช้ฟีเจอร์ Trusted Launch security

Microsoft ยังได้อัปเดต VM images สำหรับ Windows Server 2025 เพื่อรวมการอัปเดตล่าสุดที่มีการแก้ไข bug นี้ไว้เรียบร้อยแล้ว

 

ที่มา : bleepingcomputer.

Microsoft แก้ไขปัญหา Remote Desktop หยุดทำงานเนื่องจาก Windows Updates

Microsoft แก้ไขปัญหาที่ได้รับการรายงานว่าพบ Remote Desktop หยุดทำงานบนอุปกรณ์ Windows Server 2025 และ Windows 11 24H2

โดยพบว่าปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ Windows 11 ที่ทำการอัปเดตในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 (KB5052093) รวมถึง Windows Server ที่ทำการอัปเดต Patch Tuesday ในเดือนเมษายนด้วยเช่นกัน ซึ่งส่งผลให้ Remote Desktop sessions จะหยุดลงหลังจากการเชื่อมต่อ ทำให้ผู้ใช้งานต้องทำการเชื่อมต่อใหม่

Microsoft อธิบายไว้ว่าเมื่อสร้างการเชื่อมต่อ UDP จากเครื่อง Windows 11 24H2 ไปยัง RDP Host หลังจากใช้งานไป 65 วินาที การเชื่อมต่อดังกล่าวก็จะหยุดทำงาน จึงแนะนำให้ผู้ใช้งานทำการอัปเดตในเดือนเมษายน 2025 เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

โดยที่ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม 2025 Microsoft ยังได้ใช้ฟีเจอร์ของ Windows ที่เรียกว่า Known Issue Rollback (KIR) ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ Rollback การอัปเดตที่ไม่เกี่ยวข้องกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเพื่อแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อ Remote Desktop และ RDS

นอกจากนี้ Microsoft ยังได้แก้ไขปัญหาช่องโหว่ Blue Screen Errors and installation issues ใน Windows Server 2025 ที่มี logical processors มากกว่า 256 ตัว ซึ่งได้รับการแก้ไขแล้วในการอัปเดต KB5046617 ที่เป็นส่วนหนึ่งของ November Patch Tuesday

รวมถึงในเดือนเมษายน 2025 มีการแจ้งว่าผู้ใช้งาน Windows บางราย พบปัญหาในการเข้าสู่ระบบบัญชีของตนโดยใช้ Windows Hello หลังจากอัปเดคด้านความปลอดภัยประจำเดือนเมษายน 2025 บนอุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์ และไคลเอนต์ และพบ Domain controllers (DCs) ของ Windows Server 2025 บางตัวอาจไม่สามารถเข้าถึงได้หลังจากรีสตาร์ท ส่งผลให้การใช้บริการ และแอปหยุดไม่สามารถใช้งานได้

 

ที่มา : bleepingcomputer.