‘Plague’ Backdoor ตัวใหม่แอบขโมยข้อมูล Credential ในระบบ Linux อย่างเงียบ ๆ

นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ตรวจพบ Backdoor บนระบบ Linux ที่ไม่เคยมีการเปิดเผยมาก่อน ซึ่งถูกตั้งชื่อว่า “Plague” ซึ่งสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้เป็นเวลากว่าหนึ่งปี

(more…)

แฮ็กเกอร์ใช้ช่องโหว่ใน SAP NetWeaver เพื่อติดตั้งมัลแวร์ Linux Auto-Color

ผู้โจมตีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ใน SAP NetWeaver ที่มีความรุนแรงระดับ Critical หมายเลข CVE-2025-31324 เพื่อทำการติดตั้งมัลแวร์ Auto-Color บน Linux ในการโจมตีทางไซเบอร์ต่อบริษัทเคมีแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา (more…)

Koske มัลแวร์ตัวใหม่บน Linux ถูกซ่อนอยู่ในภาพหมีแพนด้า

มัลแวร์ตัวใหม่บน Linux ชื่อ Koske คาดว่าถูกพัฒนาด้วย AI และใช้ภาพ JPEG ของหมีแพนด้าที่ดูเหมือนไม่เป็นอันตรายเพื่อส่งมัลแวร์เข้าสู่หน่วยความจำของระบบโดยตรง

(more…)

ช่องโหว่ระดับ Critical ใน Sudo อาจทำให้ Local Users ได้รับสิทธิ์ Root บน Linux ที่ส่งผลกระทบต่อ Major Distros

นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้เปิดเผยช่องโหว่ 2 รายการใน Sudo command-line utility สำหรับระบบ Linux และ Unix-like ช่องโหว่เหล่านี้อาจทำให้ผู้โจมตีที่อยู่ภายในเครื่องสามารถยกระดับสิทธิ์ตนเองเป็น Root บนเครื่องที่มีช่องโหว่ได้ (more…)

แฮ็กเกอร์ใช้ช่องโหว่บนเซิร์ฟเวอร์ Windows และ Linux เพื่อติดตั้ง Web Shell

มีการตรวจพบแคมเปญการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อน ซึ่งมุ่งเป้าไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ของเกาหลีใต้ โดยผู้ไม่หวังดีได้ใช้มัลแวร์ MeshAgent และ SuperShell เพื่อโจมตีระบบปฏิบัติการ Windows และ Linux

การโจมตีแบบข้ามแพลตฟอร์มครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของการโจมตี โดยผู้ไม่หวังดีจะอาศัยช่องโหว่ในการอัปโหลดไฟล์เพื่อยึดครองเซิร์ฟเวอร์ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ อย่างถาวร (more…)

Google ออกแพตช์อัปเดตฉุกเฉินหลังพบช่องโหว่ Zero-Day ใหม่บน Chrome ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Google ได้ออกแพตช์ฉุกเฉินเพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยจำนวน 3 รายการในเบราว์เซอร์ Chrome ซึ่งรวมถึงหนึ่งช่องโหว่ที่บริษัทพบว่าถูกนำไปใช้ในการโจมตีแล้ว (more…)

เครื่องมือ Tor Oniux ตัวใหม่ ทำให้การรับส่งข้อมูลเครือข่ายของ Linux แอปแบบไม่ระบุตัวตน

Tor ได้ประกาศเปิดตัว Oniux ซึ่งเป็นเครื่องมือแบบ command-line tool ตัวใหม่สำหรับการกำหนดเส้นทางการเชื่อมต่อของแอปพลิเคชันบน Linux ให้ผ่านเครือข่าย Tor อย่างปลอดภัย เพื่อให้การเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายแบบไม่ระบุตัวตน

แตกต่างจากวิธีคลาสสิกอย่างเช่น torsocks ซึ่งอาศัยเทคนิค user-space โดย Oniux จะใช้ namespaces ของ Linux เพื่อสร้าง isolated network ที่แยกออกมาสำหรับแต่ละแอปพลิเคชัน โดยจะช่วยป้องกันข้อมูลรั่วไหลได้ แม้ว่าแอปพลิเคชันนั้นเป็นอันตราย หรือกำหนดค่าไม่ถูกต้องก็ตาม

Linux namespaces เป็น kernel feature ที่ช่วยให้กระบวนการต่าง ๆ ทำงานในสภาพแวดล้อมที่แยกออกจากกันได้ โดยแต่ละกระบวนการจะมี specific system resources เช่น networking, processes หรือ file mounts

Oniux ใช้ Linux namespaces เพื่อแยกแอปพลิเคชันออกจากกันในระดับเคอร์เนล ทำให้ traffic ทั้งหมดของแอปถูกบังคับให้วิ่งผ่านเครือข่าย Tor เท่านั้น

Tor ระบุในบล็อกโพสต์ว่า "เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะแนะนำ oniux เป็น command-line utility ที่ช่วยแยกเครือข่าย Tor สำหรับแอปพลิเคชันของบริษัทที่ใช้ Linux namespaces"

โดย oniux สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Arti และ onionmasq ซึ่งจะสามารถแยกโปรแกรม Linux ออกมาอยู่ใน namespace ของตัวเอง และบังคับให้ส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย Tor และลดความเสี่ยงที่ข้อมูลอาจจะรั่วไหลออกไป

เครื่องมือนี้ทำงานโดยการวางแต่ละแอปไว้ใน network namespace ของตัวเอง ซึ่งจะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงอินเทอร์เฟซของโฮสต์ และแทนที่ด้วยการเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เฟซเสมือนที่ชื่อว่า onion0 ซึ่งจะเชื่อมต่อผ่าน Tor โดยใช้ onionmasq

นอกจากนี้ยังใช้ namespaces เพื่อ inject ไฟล์ /etc/resolv.

ช่องโหว่ระดับ Critical ใน BitLocker

นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้สาธิตวิธีการ Non-Invasive ที่สามารถ Bypass การเข้ารหัสของ Microsoft BitLocker บนอุปกรณ์ Windows ได้ภายในเวลาเพียง 5 นาที โดยไม่ต้องแก้ไขฮาร์ดแวร์ทาง physical

ช่องโหว่ Bitpixie (CVE-2023-21563) สามารถทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถดึงคีย์การเข้ารหัส BitLocker ออกมาได้ในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลสำคัญบนอุปกรณ์ขององค์กร และข้อมูลของผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่มีการยืนยันตัวตนก่อนบูต (Pre-Boot Authentication) ถูกเปิดเผย

ช่องโหว่ Bitpixie ถูกพบครั้งแรกในปี 2022 และถูกนำเสนอที่งาน Chaos Communication Congress (38C3) โดยนักวิจัยด้านความปลอดภัย Thomas Lambertz ซึ่งใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ระดับ Critical ในการเข้ารหัสของ BitLocker บน Windows

ต่างจากการโจมตีแบบ TPM Sniffing ที่ใช้ฮาร์ดแวร์แบบเก่า ที่ต้องใช้ทักษะ และความรู้เฉพาะทาง Bitpixie ใช้การโจมตีด้วยซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว และไม่ทิ้งร่องรอยทาง physical

นักวิจัย Marc Tanner จาก Compass Security ระบุว่า "การใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ Bitpixie นั้นเป็นแบบ "Non-Invasive" ไม่ต้องมีการแก้ไขอุปกรณ์ และไม่จำเป็นต้องสร้างดิสก์อิมเมจ ดังนั้นจึงสามารถเจาะระบบได้อย่างรวดเร็ว (ประมาณ 5 นาที)"

ช่องโหว่นี้มีเป้าหมายเฉพาะระบบที่ใช้ BitLocker โดยไม่มีการยืนยันตัวตนก่อนบูต ซึ่งเป็นการตั้งค่าเริ่มต้นของอุปกรณ์ Windows หลายเครื่อง

Exploits บน Linux และ Windows PE

นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้พัฒนาวิธีการโจมตีที่แตกต่างกันสองวิธี โดยแต่ละวิธีมีข้อกำหนด และความสามารถที่แตกต่างกัน

การโจมตีบน Linux ใช้กระบวนการหลายขั้นตอน โดยเริ่มจากการเข้าสู่ Windows Recovery Environment และใช้การบูตเครือข่าย (PXE) เพื่อดาวน์โหลด Windows Boot Manager ที่มีช่องโหว่

จากนั้น Bootloader ที่ถูก downgraded นี้สามารถควบคุมเพื่อดึง BitLocker Volume Master Key (VMK) จากหน่วยความจำของระบบ ซึ่งช่วยให้สามารถถอดรหัสดิสก์ได้ทั้งหมด

สำหรับระบบที่บล็อกส่วนประกอบที่ signed โดย third-party เช่น Lenovo secured-core PCs นักวิจัยได้สร้างเทคนิคการโจมตีที่ใช้ Windows PE ซึ่งใช้เพียงแค่ส่วนประกอบที่ signed โดย Microsoft เท่านั้น

นักวิจัยระบุว่า "วิธีการนี้ใช้เฉพาะ components หลักที่ได้รับการ signed จาก Microsoft และสามารถใช้กับอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด ตราบใดที่อุปกรณ์นั้นเชื่อถือ Certificate ของ Microsoft Windows Production PCA 2011"

ทั้งสองวิธีนี้ต้องการเพียงการเข้าถึงแบบ physical access ชั่วคราว, การเชื่อมต่อเครือข่าย และไม่ต้องใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง

การป้องกันการโจมตีแบบ BitLocker Bypass

ช่องโหว่หลักของการตั้งค่าเริ่มต้นใน BitLocker เกิดจากการใช้การป้องกัน TPM เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีปัจจัยการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม

นักวิจัยระบุว่า "ช่องโหว่นี้ยังคงมีอยู่ เนื่องจากข้อจำกัดในการจัดเก็บ Certificate ใน UEFI โดย Certificate Secure Boot ใหม่ คาดว่าจะยังไม่พร้อมใช้งานก่อนปี 2026"

Microsoft พยายามแก้ไขปัญหานี้ แต่เนื่องจากข้อจำกัดเชิงสถาปัตยกรรม และข้อกำหนดความเข้ากันได้ของเวอร์ชันเก่า ช่องโหว่นี้จึงยังสามารถถูกโจมตีได้ผ่านเทคนิค Bootloader downgrade

องค์กรสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนก่อนบูต โดยบังคับให้ผู้ใช้งานต้องใส่ PIN หรือใช้ USB key ก่อนที่ระบบจะเริ่มทำงาน

การอัปเดตความปลอดภัยของ Microsoft KB5025885 ยังช่วยลดความเสี่ยง โดยการเพิ่ม Certificates Secure Boot ใหม่ และเพิกถอน Certificates เก่า

แนวทางป้องกันเพิ่มเติมที่แนะนำ ได้แก่ การปิดใช้งานการบูตผ่านเครือข่ายจากการตั้งค่า BIOS/UEFI และการใช้ BitLocker PIN แบบกำหนดเอง

ทีมวิจัยสรุปว่า "ช่องโหว่ Bitpixie รวมถึงการโจมตีที่ใช้ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ทั่วไป สามารถลดความเสี่ยงได้โดยการบังคับใช้การยืนยันตัวตนก่อนบูต" พร้อมเน้นย้ำว่าการตั้งค่าเริ่มต้นของ BitLocker ที่ไม่มีความปลอดภัยเพิ่มเติมยังคงเสี่ยงต่อการถูกโจมตี

ที่มา : gbhackers

ผู้ไม่หวังดีกำลังทดสอบการโจมตีแบบ ClickFix บนระบบปฏิบัติการ Linux

พบแคมเปญการโจมตีใหม่ที่ใช้เทคนิค ClickFix โดยมีการโจมตีทั้งระบบปฏิบัติการ Windows และ Linux ผ่านคำสั่งที่ออกแบบมาให้สามารถติดมัลแวร์ได้บนทั้งสองระบบปฏิบัติการ (more…)

ช่องโหว่ใน OpenVPN ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถทำให้เซิร์ฟเวอร์ล่ม และอาจเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายได้

OpenVPN ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ VPN แบบโอเพ่นซอร์สที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ได้ออกแพตช์เพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถทำให้เซิร์ฟเวอร์ล่ม และในบางกรณีอาจรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้ (more…)