ลูกค้าของ Fortinet พบว่าผู้โจมตีสามารถใช้วิธีการ bypass แพตช์ของช่องโหว่การยืนยันตัวตน (CVE-2025-59718) ที่มีความรุนแรงระดับ critical ซึ่งเคยมีการแก้ไขไปก่อนหน้านี้ โดยสามารถโจมตีไฟร์วอลล์ FortiGate ได้แม้จะมีการติดตั้งแพตช์ไปแล้วก็ตาม
(more…)
ลูกค้าของ Fortinet พบว่าผู้โจมตีสามารถใช้วิธีการ bypass แพตช์ของช่องโหว่การยืนยันตัวตน (CVE-2025-59718) ที่มีความรุนแรงระดับ critical ซึ่งเคยมีการแก้ไขไปก่อนหน้านี้ โดยสามารถโจมตีไฟร์วอลล์ FortiGate ได้แม้จะมีการติดตั้งแพตช์ไปแล้วก็ตาม
(more…)
Fortinet ออกมาเปิดเผยช่องโหว่ CVE-2025-25249 ซึ่งเป็นช่องโหว่ Heap-based buffer overflow ใน cw_acd daemon โดยมีคะแนน CVSS 9.8/10 ความรุนแรงระดับ Critical
CVE-2025-25249 เป็นช่องโหว่ประเภท Heap-based buffer overflow ในโปรเซส cw_acd (เกี่ยวข้องกับโปรโตคอล CAPWAP/Wireless Control) ที่ทำให้ Hacker จากภายนอกที่ไม่ได้ผ่านการยืนยันตัวตน สามารถส่งแพ็กเกจที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อรันคำสั่งที่เป็นอันตราย (Remote Code Execution) หรือควบคุมอุปกรณ์ได้ ส่งผลกระทบต่อ FortiOS,FortiSASE และ FortiSwitchManager
Version ที่ได้รับผลกระทบ
FortiOS 7.6.0-7.6.3
FortiOS 7.4.0-7.4.8
FortiOS 7.2.0-7.2.11
FortiOS 7.0.0-7.0.17
FortiOS 6.4.0-6.4.16
FortiSwitchManager 7.2.0-7.2.6
FortiSwitchManager 7.0.0-7.0.5
คำแนะนำ
ตรวจสอบ Firmware ของอุปกรณ์ที่ใช้งาน หากเป็นเวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบแนะนำให้รีบดำเนินการอัปเดตให้เร็วที่สุด
หากยังอัปเกรดไม่ได้ ให้ปิดการเข้าถึง "Fabric" บน Interface ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตไปก่อน
จำกัดการเชื่อมต่อจากภายนอก ให้สามารถเชื่อมต่อได้เฉพาะเครือข่ายที่เชื่อถือได้ ในกรณีที่ยังไม่สามารถอัปเดตได้ทันที
ที่มา : fortiguard
มีการเผยแพร่รายละเอียดทางเทคนิค และโค้ดการโจมตีระบบ สำหรับช่องโหว่ระดับ critical ที่ส่งผลกระทบต่อโซลูชัน Security Information and Event Management (SIEM) ของ Fortinet ออกสู่สาธารณะ โดยผู้โจมตีจากภายนอกที่ไม่จำเป็นต้องยืนผ่านการยันตัวตน สามารถใช้ช่องโหว่ดังกล่าวเพื่อเรียกใช้คำสั่ง หรือโค้ดใด ๆ ก็ได้ (more…)
Microsoft ออก Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 โดยแก้ไขช่องโหว่ 114 รายการ ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี 1 รายการ และ ช่องโหว่ Zero-Days ที่ถูกเปิดเผยรายละเอียดออกสู่สาธารณะแล้ว 2 รายการ
โดย Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 มีการแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical จำนวน 8 รายการ ซึ่งเป็นช่องโหว่ Remote Code Execution 6 รายการ และช่องโหว่ Privilege Escalation 2 รายการ
ช่องโหว่ในแต่ละประเภทมีดังต่อไปนี้ :
ช่องโหว่การยกระดับสิทธิ์ (Privilege Escalation) 57 รายการ
ช่องโหว่การ Bypass คุณสมบัติด้านความปลอดภัย (Security Feature Bypass) 3 รายการ
ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (Remote Code Execution) 22 รายการ
ช่องโหว่ในการเปิดเผยข้อมูล (Information Disclosure) 22 รายการ
ช่องโหว่ที่ทำให้เกิด DoS (Denial of Service) 2 รายการ
ช่องโหว่ของการปลอมแปลง (Spoofing) 5 รายการ
ช่องโหว่ Zero-Days 3 รายการ ที่ถูกแก้ไข
Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 มีการแก้ไขช่องโหว่ Zero-days 1 รายการ ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี และช่องโหว่ Zero-days 2 รายการ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
**
ช่องโหว่ Zero-Days ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี
**
CVE-2026-20805 - Desktop Window Manager Information Disclosure Vulnerability
Microsoft ได้แก้ไขช่องโหว่ Desktop Window Manager ที่กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตี ซึ่งเกิดจากการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญใน Desktop Windows Manager ทำให้ Hacker ที่ได้รับ authorized สามารถเปิดเผยข้อมูลในเครื่องได้ เมื่อโจมตีช่องโหว่นี้สำเร็จ จะทำให้ Hacker สามารถอ่าน memory addresses ที่เกี่ยวข้องกับ ALPC port ซึ่งเป็นหน่วยความจำในโหมดผู้ใช้จากระยะไกลได้
Microsoft ระบุว่า Microsoft Threat Intelligence Center (MSTIC) และ Microsoft Security Response Center (MSRC) เป็นผู้ค้นพบช่องโหว่ดังกล่าว แต่ไม่ได้เปิดเผยวิธีการโจมตีช่องโหว่
ช่องโหว่ Zero-day ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
CVE-2026-21265 - Secure Boot Certificate Expiration Security Feature Bypass Vulnerability
Microsoft ได้แจ้งเตือนว่า Certificate ของ Windows Secure Boot ที่ออกในปี 2011 ใกล้หมดอายุแล้ว และระบบที่ไม่ได้รับการอัปเดตมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะถูก Bypassing Secure Boot ได้
โดยการอัปเดตความปลอดภัยจะต่ออายุ Certificate ที่ได้รับผลกระทบเพื่อรักษา Secure Boot trust chain และ verification of boot components ต่อไปได้
CVE-2023-31096 Windows Agere Soft Modem Driver Elevation of Privilege Vulnerability
ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้แจ้งเตือนเกี่ยวกับช่องโหว่ที่กำลังถูกใช้ในการโจมตี Agere Modem driver ของ third-party ซึ่งมาพร้อมกับ Windows เวอร์ชันที่รองรับ เมื่อโจมตีสำเร็จจะสามารถยกระดับสิทธิ์เป็นผู้ดูแลระบบ บนระบบที่มีช่องโหว่ได้ ซึ่งถูกระบุว่าจะถูกลบออกในการอัปเดตในอนาคต
ใน Patch Tuesday ประจำเดือนมกราคม 2026 ทาง Microsoft ได้ลบไดรเวอร์ที่มีช่องโหว่ (agrsm64.sys และ agrsm.
Fortinet แจ้งเตือนลูกค้าว่า ผู้โจมตียังคงใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ระดับ Critical ของ FortiOS อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นช่องโชว่ที่สามารถ bypass การยืนยันตัวตนแบบ 2FA เมื่อทำการโจมตีอุปกรณ์ FortiGate firewall ที่ยังคงมีช่องโหว่อยู่
(more…)
Fortinet ออกอัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ Critical จำนวน 2 รายการใน FortiOS, FortiWeb, FortiProxy และ FortiSwitchManager ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถ bypass การยืนยันตัวตนของระบบ FortiCloud SSO ได้
(more…)
Fortinet ได้ยืนยันการแก้ไขช่องโหว่ Zero-Day ระดับ critical ใน FortiWeb Web Application Firewall ภายหลังพบว่ากลุ่ม Hacker ได้พยายามโจมตีช่องโหว่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
(more…)
ช่องโหว่ Path Traversal ใน Fortinet FortiWeb กำลังถูกนำไปใช้สร้างบัญชีผู้ใช้ระดับผู้ดูแลระบบใหม่บนอุปกรณ์ที่เปิดให้เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องมีการยืนยันตัวตน
ช่องโหว่นี้ได้รับการแก้ไขแล้วใน FortiWeb 8.0.2 และผู้ดูแลระบบควรอัปเดตโดยเร็วที่สุด และตรวจสอบสัญญาณการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
(more…)
เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา พบการโจมตีแบบ Brute-force ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากมุ่งเป้าไปที่ SSL VPN ของ Fortinet ตามมาด้วยการเปลี่ยนเป้าหมายไปยัง FortiManager ซึ่งแสดงถึงการเปลี่ยนเป้าหมายอย่างจงใจที่มักเกิดขึ้นก่อนการเปิดเผยช่องโหว่ใหม่ ๆ ในอดีต
แคมเปญการโจมตีครั้งนี้ถูกตรวจพบโดยแพลตฟอร์มเฝ้าระวังภัยคุกคาม GreyNoise โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นสองระลอกในวันที่ 3 และ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ในระลอกที่สองได้มีการเปลี่ยนเป้าหมายการโจมตีไปที่ FortiManager โดยใช้ TCP signature ที่แตกต่างออกไป
ตามที่ GreyNoise เคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ว่า การเพิ่มขึ้นของการสแกนระบบ และการโจมตีแบบ Brute-force ที่มีเป้าหมายในลักษณะนี้ มักเป็นสัญญาณที่เกิดขึ้นก่อนการเปิดเผยช่องโหว่ความปลอดภัยใหม่ ๆ ถึง 80% ของกรณีทั้งหมด
โดยทั่วไป การสแกนลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่อระบุจำนวน และตำแหน่งของระบบที่เข้าถึงได้จากภายนอก, ประเมินความสำคัญของเป้าหมายเหล่านั้น และคาดการณ์ศักยภาพในการโจมตี ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานมักจะตามมาด้วยการโจมตีจริงในเวลาต่อมา
GreyNoise แจ้งเตือนว่า “งานวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่า การเพิ่มขึ้นของการโจมตีลักษณะนี้มักเป็นสัญญาณเตือนก่อนจะมีการเปิดเผยช่องโหว่ใหม่ที่กระทบกับผู้จำหน่ายรายเดียวกัน โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นภายใน 6 สัปดาห์"
“ในความเป็นจริง GreyNoise พบว่าการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมที่ทำให้ tag นี้ มีความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญกับช่องโหว่ที่จะถูกเปิดเผยในอนาคตของผลิตภัณฑ์ Fortinet”
ด้วยเหตุนี้ ผู้ดูแลระบบจึงไม่ควรมองข้ามการโจมตีที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ว่าเป็นเพียงความพยายามที่ล้มเหลวในการโจมตีโดยใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เก่าที่ได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ควรพิจารณาว่าอาจเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าของการเปิดเผยช่องโหว่แบบ Zero-day และควรยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเพื่อรับมือกับภัยคุกคาม
การโจมตีแบบ Brute-force ต่อ Fortinet
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2025 ทาง GreyNoise ได้ตรวจพบความพยายามในการโจมตีแบบ Brute-force ที่มุ่งเป้าไปยัง Fortinet SSL VPN เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยการโจมตีนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งทางบริษัทได้เฝ้าระวังมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
การวิเคราะห์ fingerprint แบบ JA4+ เป็นวิธีการตรวจจับ network fingerprinting เพื่อระบุ และจำแนกประเภท traffic ที่เข้ารหัส พบว่าการโจมตีที่เพิ่มสูงขึ้นนี้มีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมในเดือนมิถุนายน โดยมีต้นทางมาจากอุปกรณ์ FortiGate ที่ใช้ IP address สำหรับที่พักอาศัยซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัท Pilot Fiber Inc.
Fortinet ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับช่องโหว่ Remote Unauthenticated Command Injection ใน FortiSIEM ซึ่งขณะนี้มี exploit code ออกมาแล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องอัปเดตความปลอดภัยล่าสุดในทันที
(more…)