อัปเดตเร่งด่วนบน Windows 10 เพื่อแก้ไขปัญหาบน Microsoft Store app

 

Microsoft ได้ออกอัปเดตแพตซ์แบบ out-of-band ในช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาใหม่ที่พบซึ่งส่งผลต่อแอปบน Microsoft Store

โดยในระบบที่ได้รับผลกระทบ ผู้ใช้งานอาจประสบปัญหาในการเปิด หรือติดตั้งแอปจาก Microsoft Store โดยในบางกรณีอาจยังพบ error code : 0xC002001B

ปัญหาที่นี้ส่งผลต่ออุปกรณ์ที่ใช้ Windows 10 (เวอร์ชัน 21H2, 21H1 และ 20H2) ซึ่งผู้ใช้งานที่ได้ติดตั้ง KB5011831 ที่เผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา

"หลังจากติดตั้ง KB5011831 หรือแพตซ์หลังจากนั้น ผู้ใช้งานอาจพบข้อความ error code:0xC002001B เมื่อพยายามติดตั้งแอปจาก Microsoft Store" Microsoft อธิบาย

"แอปบน Microsoft Store บางแอปอาจเปิดไม่ได้เช่นกัน โดย Windows ที่ได้รับผลกระทบ จะพบว่ามีการใช้งาน CPU ซึ่งรองรับ Control-flow Enforcement Technology (CET) เช่น CPU Intel Gen.

ช่องโหว่ RCE ระดับ Critical บน Sophos Firewall กำลังถูกใช้ในการโจมตี

บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ Sophos ประกาศแจ้งเตือนเมื่อวันจันทร์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมาว่าตรวจพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่เพิ่งได้รับการแก้ไขในผลิตภัณฑ์ firewall ของตน กำลังถูกใช้ในการโจมตีอยู่ในปัจจุบัน

ช่องโหว่ CVE-2022-1040 ที่ได้รับ CVSS 9.8 ส่งผลกระทบต่อ Sophos Firewall เวอร์ชัน 18.5 MR3 (18.5.3) และเวอร์ชันที่เก่ากว่า ผลกระทบจากช่องโหว่ดังกล่าวทำให้ผู้โจมตีสามารถ bypass การตรวจสอบการ authentication บน User Portal และ Webadmin interfaces ได้ ซึ่งหากโจมตีสำเร็จจะทำให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายได้

"Sophos พบว่าช่องโหว่เริ่มมีการถูกใช้ในการโจมตีไปยังองค์กรจำนวนหนึ่งในภูมิภาคเอเชียใต้ ซึ่งทาง Sophos ได้มีการแจ้งเตือนไปยังองค์กรเหล่านั้นโดยตรงแล้ว"

Sophos ระบุว่าช่องโหว่นี้ได้รับการแก้ไขด้วย hotfix ซึ่งจะติดตั้งอัตโนมัติสำหรับลูกค้าที่เปิดใช้งาน "Allow automatic installation of hotfixes" และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาชั่วคราวสำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถอัพเดทได้ Sophos แนะนำให้ผู้ใช้งานปิดการเข้าหน้า User Portal และ Webadmin interfaces จากภายนอกไปก่อน

นอกจากนี้ Sophos ได้แจ้งเวอร์ชันที่ end-of-life แล้ว ซึ่งจะไม่มีการ support การอัพเดทแพตซ์ เช่น 17.5 MR12 , MR15, 18.0 MR3 และ MR4 และ 18.5 GA จึงแนะนำให้ผู้ใช้งานรีบอัพเกรดเป็นเวอร์ชันใหม่เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น

ที่มา : thehackernews

Cisco ออกอัปเดตซอฟต์แวร์แก้ไขช่องโหว่ที่สำคัญในการตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง

Cisco ออกอัปเดตซอฟต์แวร์เร่งด่วนเพื่อแก้ไขช่องโหว่ที่สำคัญในการตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถโจมตีจากระยะไกลโดยไม่จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ และลงชื่อเข้าใช้อุปกรณ์ที่มีช่องโหว่ในฐานะผู้ดูแลระบบได้

ช่องโหว่ดังกล่าวถูกจัดให้เป็นช่องโหว่หมายเลข CVE-2021-34746 และได้รับคะแนน CVSS 9.8 ส่งผลกระทบกับ โปรโตคอลการรับรองความถูกต้อง TACACS+, การตรวจสอบสิทธิ์ (authorization) และกระบวนการเก็บบันทึกข้อมูล (accounting) ของซอฟต์แวร์ Cisco Enterprise NFV Infrastructure

ซึ่งช่องโหว่นี้เกิดจาก user-supplied input ตรวจสอบข้อมูลที่กรอกไม่สมบูรณ์ และทำการส่งผ่านไปยังสคริปต์การตรวจสอบความถูกต้อง ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้โดยใส่พารามิเตอร์ลงในคำขอตรวจสอบสิทธิ์ได้

ซอฟต์แวร์ Cisco Enterprise NFV Infrastructure ช่วยให้ลูกค้าสามารถปรับใช้งานฟังก์ชัน Virtual Network ให้ได้รับการจัดการโดยอิสระ นอกจากนี้ NFVIS ยังช่วยในการจำลองบริการเครือข่ายสาขาของ Cisco เช่น Integrated Services Virtual Router, virtual WAN optimization, Virtual ASA, virtual Wireless LAN Controller

ช่องโหว่ดังกล่าวถูกค้นพบโดย Cyrille Chatras นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Orange Group ซึ่งส่งผลต่อ Cisco Enterprise NFVIS 4.5.1 หาก TACACS มีการกำหนดค่าวิธีการตรวจสอบสิทธิ์จากภายนอก
ซึ่งการระบุว่า TACACS มีการเปิดใช้งานคุณลักษณะการตรวจสอบสิทธิ์ภายนอกบนอุปกรณ์หรือไม่ ผู้ใช้จำเป็นต้องใช้คำสั่ง show running-config tacacs-server ในการตรวจสอบ หากผลลัพธ์ของคำสั่ง show running-config tacacs-server คือ No entries found หมายความว่าไม่ได้เปิดใช้งานคุณลักษณะการตรวจสอบสิทธิ์ภายนอกบนอุปกรณ์

หรือสามารถตรวจสอบผ่าน GUI โดยตรวจสอบการกำหนดค่าผ่าน GUI ดังนี้
Choose Configuration > Host > Security > User and Roles

หน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐอเมริกาได้ออกประกาศเร่งด่วนไปยังผู้ใช้และผู้ดูแลระบบเพื่อขอให้ตรวจสอบคำแนะนำของ Cisco และทำการอัปเดตที่จำเป็น

ที่มา: bankinfosecurity.

Cisco Firepower Management Center Lightweight Directory Access Protocol Authentication Bypass Vulnerability

Cisco ออกแพตช์ให้ช่องโหว่ร้ายแรงใน Firepower Management Center
มีช่องโหว่ร้ายแรงในหน้า web interface ของ Firepower Management Center (CVE-2019-16028) ถ้าเปิดให้ authentication ผ่าน external LDAP server ผู้โจมตีจะสามารถสร้าง HTTP request อันตรายเพื่อเข้าถึงหน้า web interface ด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบได้
สามารถตรวจสอบได้ว่ามีความเสี่ยงต่อช่องโหว่นี้หรือไม่ได้จากเมนู System > Users > External Authentication แล้วตรวจสอบว่ามีการเปิดใช้ LDAP หรือไม่
Cisco แนะนำว่าควรปิดการใช้งานการ authentication ด้วย LDAP จนกว่าจะทำการอัปเดตแพตช์

ที่มา : Cisco

Twitter Expands 2FA Options to Third-Party Authenticator Apps

Twitter ได้ปรับปรุงระบบความปลอดภัยโดยเพิ่มการตรวจสอบสิทธิ์แบบ Two-Factor Authentication(2FA) ทำให้ผู้ใช้ทวิตเตอร์สามารถใช้ตัวเลือกการรักษาความปลอดภัยนี้ซึ่งรองรับ third-party security อย่างเช่น Google Authenticator, Duo Mobile, Authy และ 1Password แทนแบบเดิมที่เป็น SMS

สำหรับการตั้งค่าการใช้งานนั้น สามารถไปที่ Settings and privacy และในส่วนของ Security จะมี Login verification หากยังไม่เคยเปิดใช้งานจะมี "Set up login verification" ให้เลือก จากนั้นทำการตั้งค่าให้เรียบร้อย แต่หากเปิดการ verify ผ่าน SMS ไว้แล้ว จะมี "Review your login verification methods" ขึ้นมาให้เลือกแทน จากนั้นให้เลือกไปที่ "Set up" ในส่วนของ "Mobile security app" ทำการ start แล้วจะมี "QR Code" ขึ้นมาให้ Scan ให้ใช้ third-party security แอพพลิเคชั่นของคุณ Scan QR Code ดังกล่าว แล้วนำเลขที่ได้มากรอกในขั้นตอนต่อไป

เมื่อตั้งค่าสำเร็จแล้ว นับจากนี้ไปเมื่อใดก็ตามที่พยายามเข้าสู่ระบบ จะได้รับแจ้งให้ป้อนรหัสการยืนยันการเข้าสู่ระบบที่เป็นเลขหกหลักจากแอพพลิเคชั่นระบุตัวตนที่ใช้งานหลังจากที่ป้อนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านแล้ว แม้ว่าชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านจะหลุดออกไป การจะเข้าถึงบัญชี Twitter ก็จะเป็นไปได้ยากมากขึ้น

ที่มา : infosecurity-magazine

Joomla! 3.8.0 Release

Joomla! 3.8.0 มาแล้ว พร้อมแพตช์ด้านความปลอดภัย

Joomla! ประกาศการออกเวอร์ชันใหม่ที่ 3.8.0 โดยนอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านฟังก์ชันการทำงานแล้ว ในเวอร์ชันนี้ยังมีรองรับการเข้ารหัสจากไลบรารี sodium พร้อมกับแพตช์ด้านความปลอดภัยอีก 2 แพตช์ด้วย ดังนี้

แพตช์แรกรหัส CVE-2017-14596 ความร้ายแรงระดับกลาง กระทบ Joomla 1.5.0 - 3.7.5 เป็นแพตช์ปิดช่องโหว่ที่ทำให้ข้อมูล username และ password รั่วไหลได้จาก LDAP authentication plugin

แพตช์ที่สองรหัส CVE-2017-14595 ความร้ายแรงระดับต่ำ กระทบ 3.7.0 - 3.7.5 เป็นแพตช์ปิดช่องโหว่ที่ทำให้ข้อมูลของบทความหรือโพสต์รั่วไหลออกมาได้แม้ว่าจะถูก archive แล้ว

Affected Platform Joomla 1.5.0 - 3.7.5 และ Joomla 3.7.0 - 3.7.5 (แยกตามช่องโหว่)

Recommendation แนะนำให้ทำการอัพเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีโดยช่องโหว่ดังกล่าวโดยด่วน

ที่มา : joomla

Leaky PostgreSQL passwords plugged

PostgreSQL ได้ปล่อย patch เพื่ออัพเดทระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับเวอร์ 9.6.4, 9.5.8, 9.4.13, 9.3.18, และ 9.2.22 ใน CVE-2017-7547
ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ผู้โจมตีระยะไกล (remote attacker) สามารถใช้ขโมยรหัสผ่านได้ จากการทำงานที่ผิดพลาด (Bug) ในส่วนของ user mapping
ในฟังก์ชัน pg_user_mappings ของฐานข้อมูล ซึ่งอาจรวมไปถึงการขโมยรหัสของที่ถูกตั้งโดยผู้ดูแลระบบ
CVE-2017-7546 เป็นช่องโหว่ที่อนุญาตให้ผู้โจมตีสามารถสวมสิทธิ์เข้ามาเป็น user ผ่านการ Authentication โดยไม่ต้องทำการกรอกรหัสผ่าน
CVE-2017-7548 เป็นช่องโหว่ที่เกิดขึ้นในฟังก์ชัน lo_put() ของดาต้าเบส ซึ่งมีข้อผิดพลาดในการตรวจสอบสิทธิ์ในการเข้ามาเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูล

ที่มา : theregister

Thought you were safe from the Fortinet SSH backdoor? Think again

จากข่าวพบรหัสผ่านฝังใน FortiGate และมีการแจกโค้ดภาษาไพธอน เพื่อให้สามารถใช้ Secure Shell (SSH) เข้าไปควบคุม firewall ได้นั้น ทาง Fortinet ชี้แจงว่าไม่ใช่ Backdoor แต่เป็นช่องโหว่ของการ Authentication เท่านั้น และพบปัญหานี้ใน FortiOS รุ่น 4.3.0 ถึง 4.3.16 และ 5.0.0 ถึง 5.0.7 เท่านั้น ล่าสุดพบว่าปัญหานี้ไม่ได้มีแค่อุปกรณ์ FortiGate เท่านั้น ปัญหานี้มีอยู่ในอุปกรณ์หลายตัว และได้เปิดเผยถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

FortiAnalyzer รุ่น 5.0.5 ถึง 5.0.11 และ 5.2.0 ถึง 5.2.4
FortiSwitch รุ่น 3.3.0 ถึง 3.3.2
FortiCache รุ่น 3.0.0 ถึง 3.0.7 (รุ่น 3.1 ไม่ได้รับผลกระทบ)
อุปกรณ์ที่ใช้ FortiOS รุ่น 4.1.0 ถึง 4.1.10 และ 4.2.0 ถึง 4.2.15 และ 4.3.0 ถึง 4.3.16 และ 5.0.0 ถึง 5.0.7

ปัจจุบันนี้เริ่มมีผู้โจมตี Scan หาช่องโหว่นี้ของ Fortinet บน Public IP แล้ว โดยมี IP ต้องสงสัยหลักๆ ที่พยายามทำการ Scan หาช่องโหว่เหล่านี้อย่างต่อเนื่องคือ 124.160.116.194 และ 183.131.19.18 ซึ่งมาจากประเทศจีน ดังนั้นผู้ดูแลระบบควรจะรีบ Patch ระบบทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบทันที ในขณะที่อย่างน้อยๆ ถ้าหาก Patch ไม่ได้ ก็ควรกำหนด Firewall Rule หรือ ACL ให้บล็อคการเข้าถึงจาก IP Address สองชุดนี้เสียก่อน

ที่มา : theregister