CISCO PATCHES DOS FLAW IN BGP OVER ETHERNET VPN IMPLEMENTATION

การดำเนินการเปลี่ยนแปลง Border Gateway Protocol (BGP) บน Ethernet VPN ทำให้เกิดช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ IOE XE
Cisco ได้เปิดเผยการปรับปรุงซอฟต์แวร์สำหรับ IOS XE เพื่อแก้ไขปัญหาการโจมตีจากระยะไกลได้ โดยไม่ต้องพิสูจน์ตัวตน ทำให้เกิดข้อผิดพลาดหรือความเสียหายกับ BGP routing table ส่งผลให้เกิดความไม่เสถียรของเครือข่าย ได้รับรหัสเป็น CVE-2017-12319
Cisco กล่าวว่า IOS XE เวอร์ชันก่อนหน้า 16.3 ที่รองรับการใช้งาน BGP บน Ethernet VPN มีความเสี่ยง ผู้บุกรุกสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ได้โดยการส่งแพคเก็ต BGP ที่สร้างขึ้นมาให้กับอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ ทำให้ผู้โจมตีสามารถรีโหลด หรือสร้างความเสียหายต่อ BGP routing table ส่งผลให้เกิดการ DoS ได้

ที่มา : Threatpost

Google Search Results Exploited to Distribute Zeus Panda Banking Trojan

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Cisco Talos ตรวจพบการโจมตีโดยการใช้ประโยชน์จาก Google search-engine optimization (SEO) สำหรับการค้นหา Keywords ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน โดยใช้วิธีการยึดเว็บไซต์ และใช้มาโครสคริปส์ที่เป็นอันตรายในการแพร่กระจาย Zeus Panda banking Trojan เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน
ซึ่งก่อนหน้านี้เคยพบการโจมตีโดยใช้ประโยชน์จาก SEO ในการแพร่กระจายมัลแวร์มาก่อนแล้ว แต่กลุ่มนี้มีการพุ่งเป้าไปยังผู้ใช้งานเฉพาะที่ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน โดยการใช้ประโยชน์จากผลการจัดอันดับที่แสดงบน Google อย่าง SERP (Search Engine Result Page) เพื่อทำให้ผู้ค้นหาเห็นเว็ปไซต์ที่ต้องการเป็นอันดับแรก โดยเป้าหมายหลักในการโจมตีครั้งนี้จะเป็นลูกค้าในสถาบันการเงินอินเดีย, สวีเดน, ออสเตรเลีย และซาอุดิอาระเบีย นอกจากนี้กลุ่มผู้โจมตีได้ทำการกำหนดเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้ใช้งานที่กำลังค้นหารายละเอียดเกี่ยวกับระบบ SWIFT ด้วย
อันดับแรกผู้โจมตีจะทำการยึดเว็ปไซต์จริง และทำการ Optimize เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การค้นหาเป็นอันดับแรกจากคำค้นหาที่ต้องการ โดยตัวอย่างของคำค้นหา เช่น

"al rajhi bank working hours during ramadan"
"how many digits in karur vysya bank account number"
"free online books for bank clerk exam"
"how to cancel a cheque commonwealth bank"
"salary slip format in excel with formula free download" เป็นต้น

หากผู้ใช้เข้าถึงเว็บไซต์ที่มีการฝั่ง JavaScript ที่เป็นอันตรายเอาไว้ หน้าเว็บจะทำการ Redirect ไปยังหน้าเพจเพื่อทำการดาวน์โหลดไฟล์เอกสารที่เป็นอันตราย โดยผู้โจมตีจะพยายามหลอกให้ผู้ใช้หลงเชื่อเพื่อเปิดใช้งานมาโครสคริปส์ เมื่อผู้ใช้งานเปิดไฟล์เอกสาร และเปิดใช้งานมาโครสคริปส์ จะทำการดาวน์โหลด Zeus Panda มาติดตั้งบนเครื่อง

ที่มา : Hackread

CoreBot banking trojan malware returns after two-year break

พบ CoreBot Trojan อีกครั้งหลังจากหายไปสองปี นับตั้งแต่การโจมตีลูกค้าธนาคารออนไลน์ครั้งล่าสุด CoreBot Trojan ถูกพบบ่อยในช่วงหน้าร้อน 2015 หลังจากที่เปลี่ยนเป้าหมายมาโจมตีธนาคาร หลังจากมีการระบาดช่วงสั้นๆ CoreBot Trojan ดูเหมือนว่าจะหายไปก่อนจะกลับมาอีกครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิจัยจาก Deep Instinct ออกมาให้รายละเอียดว่าเวอร์ชันใหม่ของ CoreBot กำลังแพร่กระจายผ่านการ Spam Email เพื่อขโมยข้อมูลของลูกค้า ลูกค้าของ TD, Des-Jardins, RBC, Scotia Bank, Banque National ล้วนเป็นเป้าหมายของการโจมตี หากสามารถเจาะเข้ามาสำเร็จจะทำให้ผู้ที่โจมตีได้ข้อมูลสำคัญๆ ของเหยื่อจากการที่เหยื่อล็อกอินเข้าระบบเว็บไซต์เหล่านั้น CoreBot เวอร์ชันใหม่จะมีการแสดงข้อความปลอมว่าขอบคุณที่จ่ายเงินให้เพื่อทำให้เหยื่อตื่นตระหนก และคิดตัวเองได้เสียเงินไปแล้ว
ลิ้งค์ที่อยู่ในอีเมลหากถูกกดเข้าไปแล้วจะเป็นการสั่งเริ่มกระบวนการดาวน์โหลดไฟล์อันตราย ซึ่งแตกตายกับ CoreBot เวอร์ชันเก่าตรงที่เวอร์ชันเก่าจะมีไฟล์อันตรายดังหล่าวอยู่ในเมลแล้ว เวอร์ชันยังมีเทคนิคใหม่เพิ่มขึ้นมาเพื่อหลบหลีกการตรวจจับโค้ดแปลกปลอมในไฟล์ นักวิจัยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า command and control server domain ได้มีการเปลี่ยน IP จากการโจมตีครั้งก่อน ในขณะเดียวกัน IP ที่ใช้ในการกระจายเมลครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมาจากประเทศฝรั่งเศษ และประเทศแคนนาดา นักวิจัยยังบอกอีกว่า CoreBot เวอร์ชันนี้มีความคล้ายกับ Banking Malware ตัวอื่นๆ แต่ยังไม่ได้บอกว่าตัวไหน Deep Instinct บอกกับ ZDNet ว่าจากการตรวจสอบโค้ด พบว่าอาจมาจากประเทศจีน ปัจจุบันยังคงมีการวิเคราะห์เกี่ยวกับ CoreBot และลูกค้าธนาคารได้รับคำเตือนให้ระวังข้อความแปลกๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมใดๆ

ที่มา : ZDNet

Mobile Pwn2Own: Hackers pwn iPhone, Huawei, Galaxy and Pixel Phone

ผู้เข้าร่วมแข่งขันในงาน Mobile Pwn2Own competition 2017 ได้รับรางวัลประมาณ $500,000 หลังจากประสบความสำเร็จในการพิสูจน์ช่องโหว่ใน Huawei’s Mate 9 Pro, Apple’s iPhone 7 และ Samsung Galaxy S8 ซึ่งเป็นช่องโหว่ในส่วนของเบราว์เซอร์ , Messaging , การสื่อสารระยะสั้น เช่น การสื่อสารผ่าน NFC , Wi-Fi และ Bluetooth รวมถึง baseband components
ในวันแรกผู้ร่วมแข่งขันได้รับเงินรางวัลจำนวน $350,000 ในการค้นพบช่องโหว่ที่ทำให้สามารถโจมตี Internet Browser บน Galaxy S8 , Safari บน iPhone7 , Baseband บน Mate 9 Pro และ Wi-Fi บน iPhone 7
ในวันที่สอง MWR Labs ได้รับเงินรางวัลจำนวน $25,000 ที่สามารถแฮกแอพพลิเคชันของ Huawei และสามารถเปิดเผยช่องโหว่จำนวน 5 ช่องโหว่ของ Google Chrome บน Mate 9 Pro ได้สำเร็จ
ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวช่วยให้ผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถหลบหลีกการทำงานของ browser sandbox และ data exfiltration นอกจากนี้ทีม MWR ยังได้เงินรางวัลเพิ่มอีก $25,000 ในการแฮก Internet Browser บน Galaxy S8 หลังจากใช้ประโยชน์จาก 11 ช่องโหว่ จาก 6 แอพที่แตกต่างกัน และทำการฝังโค้ดที่เป็นอันตราย รวมทั้งขโมยข้อมูลสำคัญต่างๆ ได้สำเร็จ
Amat Cama นักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ใช้นามแฝงว่า Acez ได้รายงานถึงช่องโหว่ stack-based buffer overflow ใน baseband บน Galaxy S8 ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถฝั่งโค้ดที่เป็นอันตรายลงบนเครื่องได้ จึ
งทำให้เขาได้รับเงินรางวัลจำนวน $50,000
เป็นที่น่าสังเกตว่า ถึงแม้จะมีข้อบกพร่องอยู่ในเบราเซอร์ Google Chrome จำนวนมาก แต่ก็ไม่มีใครสามารถตรวจพบช่องโหว่บน Google’s Pixel ได้เลย อย่างไรก็ตามช่องโหว่ที่ถูกค้นพบได้ถูกรายงานไปยังผู้ผลิตที่ได้รับผลกระทบ และได้กำหนดให้เวลาดำเนินการแก้ไข 90 วัน ก่อนที่จะมีการเผยแพร่ช่องโหว่ดังกล่าวนี้สู่สาธารณะ

ที่มา : Hackread

Silence – a new Trojan attacking financial organizations

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่ามีการโจมตีสถาบันการเงินโดยการใช้ Trojan เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายส่วนใหญ่เป็นธนาคารของรัสเซีย แต่ยังพบว่ามีองค์กรที่ถูกโจมตีอยู่ในมาเลเซียและอาร์เมเนียด้วย ผู้โจมตีใช้วิธีการเข้าถึงเครือข่ายภายในธนาคาร จากนั้นจึงทำการแฝงตัวอยู่ในระบบเป็นระยะเวลานาน เพื่อทำการบันทึกวิดีโอเกี่ยวกับกิจกรรมประจำวันบนเครื่องของพนักงาน และศึกษาพฤติกรรมการทำงานต่างๆในธนาคารเป้าหมาย ดูว่ามีการใช้ Software ใดบ้างในระบบ และใช้ข้อมูลที่ได้มานั้นในการขโมยเงินให้มากที่สุด
ลักษณะการแพร่กระจายจะเริ่มจากการเข้าถึงระบบของธนาคาร แล้วใช้ Email ของพนักงานในการส่ง Email Phishing เพื่อทำการขอเปิดบัญชี โดย Email ที่ส่งไปนั้นจะแนบไฟล์รูปแบบ "Microsoft Compiled HTML Help" โดยมีนามสกุลไฟล์คือ .CHM ที่สามารถใส่คำสั่ง JavaScript ทำการ redirect ผู้ใช้ไปที่ URL ภายนอกได้ หลังจากเมื่อเปิดไฟล์ที่แนบมาจะทำการดาวน์โหลดและดำเนินขั้นตอนอื่นๆต่อไป ทั้งนี้ dropper ที่พบ จะเป็น win32 binary ไฟล์ และหน้าที่หลักคือการสื่อสารกับ C&C เพื่อส่ง ID ของเครื่องที่ติด, ดาวน์โหลด และสั่งให้ payload ทำงาน

ที่มา : Securelist

Coinhive Miners Found in Android Apps, WordPress Sites

ต่อเนื่องจากข่าวมัลแวร์ที่รันสคริปต์ขุดเหมืองบนบราวเซอร์ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และล่าสุดที่พบแอพพลิเคชัน
บน Google Play Store ของแอนดรอยด์("Recitiamo Santo Rosario Free" และ "SafetyNet Wireless App") โดยพบครั้งแรกเป็นการติดตั้งบนส่วนหนึ่งของ botnet บนเว็บไซต์ WordPress ที่ถูกแฮ็ก
เนื่องจากปัจจุบันมีผู้คนจำนวนมากบนตลาดการขุดเหมือง Coinhive จึงเป็นตัวเลือกที่ถูกใช้อันดับต้นๆ ของผู้ไม่หวังดี ดังที่เราได้เห็นว่ามีการเปิดตัวบริการที่ชื่อว่า "WhoRunsCoinhive" ออกมา ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่สามารถติดตั้งและใช้โปรแกรมป้องกันโฆษณาหรือโปรแกรมป้องกันไวรัสที่สามารถบล็อกสคริปส์เหล่านี้ได้ แต่ผู้ใช้งานมือถือส่วนใหญ่ไม่มีการติดตั้งโปรแกรมดังกล่าว Trend Micro ซึ่งได้ค้นพบแอพพลิเคชันสองตัวที่มีสคริปส์การขุดเหมือง Coinhive โดยทั้งสองแอพพลิเคชันจะซ่อนสคริปส์ของ Coinhive อยู่ใน WebView ของเบราว์เซอร์ และจะทำงานเมื่อมีการเปิดใช้งานแอพ โดยปัญหาคือแอพจะไม่มีการร้องขอสิทธิ์ในการทำงาน และการขุดเหมืองที่เกิดขึ้นส่งผลให้อุปกรณ์มือถือร้อนขึ้น, ทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ลดลง, ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องลดลง, รวมถึงการสึกหรอโดยทั่วไปของอุปกรณ์มือถือ
นอกเหนือจากแอพพลิเคชันที่เป็นอันตรายแล้ว สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ให้บริการ WordPress WAF เช่น Sucuri และ Wordfence เตือนว่าได้พบการเพิ่มจำนวนของเว็บไซต์ที่ถูกแฮ็กเพื่อใช้ในการขุดเหมืองโดยเฉพาะการใช้สคริปส์จาก Coinhive นอกจากนี้ยังได้ตรวจพบแอพพลิเคชันใน Play Store ที่ชื่อว่า "Car Wallpaper HD: mercedes, ferrari, bmw and audi" อีกตัว โดยจะใช้ cryptocurrency miner ที่ซ่อนอยู่ในไลบารี ซึ่งแตกต่างกับแอพพลิเคชันสองตัวแรกที่กล่าวถึง แอพนี้ไม่ได้ทำงานในเบราว์เซอร์ แต่จะใช้งานไลบรารี CpuMiner ที่สามารถทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเบราว์เซอร์ ทาง Microsoft เองก็ได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับโดเมน cryptocurrency mining 185 [.] 14 [.] 28 [.] 10 เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้แนะนำผู้ใช้งานควรหลีกเลี่ยงแอพพลิเคชั่นที่ไม่น่าเชื่อถือ และหมั่นสังเกตสัญญาณการใช้งานที่ดูผิดปกติ เช่น เครื่องร้อนกว่าปกติหลังการลงแอพพลิเคชั่นใหม่บนเครื่อง หรือแบตเตอรี่ลดลงเร็วกว่าปกติ เป็นต้น

ที่มา : Bleepingcomputer

iPhone Apps With Camera Permissions Can Secretly Take Your Photos Without You Noticing

พบความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ร้ายแรงบน iPhone ซึ่งทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าโหมดถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอโดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้ตัว ช่องโหว่นี้ถูกค้นพบโดยนักพัฒนาชาวออสเตรียและวิศวกรของ Google Felix Krause ซึ่งระบุรายละเอียดลงในโพสต์บล็อกของเขา
การเข้าถึงกล้องบนแอพพลิเคชั่นมากมายเช่น Facebook, WhatsApp และ Snapchat ต้องมีการขอสิทธิ์เพื่อเข้าถึงกล้องของผู้ใช้ที่จะถ่ายภาพภายในแอพพลิเคชั่น แม้ส่วนนี้จะถูกมองว่าเป็นความสามารถของ Application แต่ก็สามารถถูกใช้เป็นช่องทางในการเข้าถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้จากผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ไม่หวังดีด้วยเช่นกัน ส่งผลให้สามารถถ่ายภาพและบันทึกกิจกรรมของผู้ใช้ แล้วทำการอัพโหลดได้ทันที รวมทั้งสามารถเรียกใช้การตรวจจับใบหน้าเรียลไทม์(Face Detection) เพื่ออ่านลักษณะบนใบหน้าโดยไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ โดยทั้งหมดนี้ส่งผลให้เกิดความไม่ปลอดภัยในเรื่องของความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ใช้งานได้โดยตรง
ทั้งนี้ Krause ก็ได้ทำการแจ้งไปยัง Apple เพื่อให้แนะนำวิธีที่สามารถกำหนดให้มีการใช้กล้องเพียงชั่วคราวภายในเวลาที่กำหนดเท่านั้น หรืออาจให้มีการแจ้งบนหน้าจอ หรือมีแสงไฟขึ้นเมื่อมีการใช้กล้องเพื่อผู้ใช้จะได้ทราบ อย่างเช่นการ Record Screen ที่จะมีแถบสีแดงขึ้น เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดคือควรติดตั้ง Application ที่มาจาก App Store เท่านั้น รวมถึงควรจะอ่าน Review เกี่ยวกับ Application หรือ Developer จากผู้ใช้งานคนอื่นก่อนที่จะติดตั้ง อย่างไรก็ตามหากผู้ใช้งานคนไหนสะดวกที่ใช้วิธีติด Sticker ในส่วนของกล้องเหมือนกับ Mark Zuckerberg(Facebook CEO) และ James Comey(ex-FBI Director) ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการป้องกันได้เช่นเดียวกัน

ที่มา : Thehackernews

Virtually everyone in Malaysia pwned in telco, govt data hack spree

ข้อมูลส่วนตัวของชาวมาเลเซียนับล้านรั่วไหลจากการโจมตีเซิร์ฟเวอร์ของรัฐบาล และฐานข้อมูลของบริษัทเทเลคอมหลายแห่ง

ข้อมูลบัญชีโทรศัพท์มือถือ 46.2 ล้านรายการถูกแฮ็กออกมาจากผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมในมาเลเซีย ในขณะที่ประชากรของประเทศมาเลเซียมีจำนวน 31.2 ล้านคน จะเห็นได้ว่าประชากรบางคนมีมากกว่าหนึ่งหมายเลข นอกจากข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกแฮ็กออกมายังมีข้อมูลรายละเอียด SIM Card, ข้อมูล Serial Number และที่อยู่ ซึ่งข้อมูลเหล่าสามารถถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงยังมีการเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ 80,000 รายการ นอกจากจะมีการแฮ็กเว็บไซต์ของรัฐบาล Jobstreet.

Wait, Do You Really Think That’s A YouTube URL? Spoofing Links on Facebook

สิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็น ลิงค์บน Facebook ที่ถูกแชร์อาจถูกแปลงให้เผยแพร่มัลแวร์ได้

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Barak Tawily ได้เปิดเผยวิธีการง่ายๆ ที่ทำให้ใครก็ตามสามารปลอมแปลง URL ที่ถูกแชร์บน Facebook ผ่านทางช่องโหว่ในวิธีการที่ Facebook ทำการพรีวิวลิงค์นั้นๆ ได้

โดยปกตินั้น Facebook จะทำการสแกนลิงค์เพื่อหา URL, รูปภาพและหัวข้อของเว็บนั้นๆ เพื่อนำมาพรีวิวซึ่งโดยปกตินั้นจะอยู่ในแท็ก meta ของเว็บไซต์นั้นๆ อย่างไรก็ตาม Tawily ค้นพบว่าแท้จริงแล้ว Facebook ไม่ได้ทำการตรวจสอบว่าข้อมูลที่อยู่ในแท็ก meta ตรงกับ URL จริงๆ ของเว็บไซต์นั้นๆ หรือเปล่า ทำให้ผู้ประสงค์สามารถทำการสร้างหน้าเพจปลอมหรือหน้าฟิชชิ่ง ทำการแก้ไขข้อมูลในแท็ก meta ของเว็บเพจเพื่อ "หลอก" ว่าเป็นเว็บไซต์อื่นได้

ในขณะนี้ช่องโหว่ดังกล่าวได้ถูกแจ้งไปยัง Facebook แล้ว แต่กลับถูกมองว่าไม่ใช่ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยซึ่งทำให้ช่องโหว่ไม่ถูกแก้ Facebook กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยปกตินั้นลิงค์ทุกลิงค์ถูกตรวจสอบโดยระบบที่เรียกว่า Linkshim ซึ่งคอยเปรียบเทียบ URL กับฐานข้อมูล URL ที่เป็นอันตรายอยู่แล้ว (ซึ่งแน่นอนว่าถ้าผู้โจมตีสร้างโดเมนใหม่เพื่อโจมตีก็อาจเป็นไปได้ที่ Linkshim จะตรวจไม่เจอ)

ตอนนี้ยังไม่มีวิธีการใดที่จะใช้เพื่อตรวจสอบลิงค์ที่ถูกแชร์มาใน Facebook ได้ ทำให้ยังไม่มีวิธีการป้องกันการโจมตีช่องโหว่นี้ในตอนนี้ได้

ที่มา : thehackernews

iOS 11.1 Released with New Emojis and Fixes for the KRACK Vulnerabilities

Apple ออก iOS 11.1 และ macOS High Sierra 10.13.1 แก้ไขปัญหาต่างๆ รวมทั้งช่องโหว่ WPA2 KRACK ซึ่งเป็นการโจมตีผ่านช่องโหว่ WPA2 ของ ​Wi-Fi และเพิ่ม Emojis ใหม่กว่า 70 รายการ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงสำหรับ tvOS, watchOS, Safari, iTunes และ iCloud
การเปลี่ยนแปลงบน iOS 11.1 ประกอบด้วย

Emoji
- เพิ่มอิโมจิแบบใหม่กว่า 70 ตัว ซึ่งมีทั้งอาหารประเภทใหม่ๆ, สัตว์ในตำนาน, การแต่งกาย, หน้ายิ้ม, ตัวละครที่มีเพศเป็นกลาง และอื่น ๆ

รูปภาพ (Photos)
- แก้ไขปัญหาที่อาจทำให้รูปภาพบางรูปมัว
- แก้ไขปัญหาที่ทำให้เอฟเฟคของ Live Photo ทำงานช้า
- แก้ไขปัญหาที่ทำให้รูปภาพบางรูปไม่แสดงในอัลบั้ม People เมื่อกู้คืนจาก iCloud Backup
- แก้ไขปัญหาที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานเมื่อปัดไปมาระหว่างภาพหน้าจอต่างๆ

การเข้าถึง (Accessibility)
- ปรับปรุงการรองรับอักษรเบรลล์สำหรับชนิด Grade 2
- ปรับปรุงการเข้าถึง PDF แบบหลายหน้าผ่านการใช้ VoiceOver
- ปรับปรุงการทำงานของ VoiceOver rotor สำหรับการแจ้งเตือนที่ส่งเข้ามา
- ปรับปรุงเมนูการทำงานของ VoiceOver rotor เมื่อนำแอพพลิเคชั่นออกผ่านการใช้ App Switcher
- แก้ปัญหาของผู้ใช้บางรายที่พบปุ่มอักขระไม่แสดงในระหว่างที่ใช้ VoiceOver ด้วยการป้อนแบบสัมผัส(Touch Typing)
- แก้ไขปัญหา VoiceOver rotor กลับสู่ค่าเริ่มต้นตลอดเวลาใน Mail
- แก้ไขปัญหา VoiceOver rotor ไม่ลบข้อความ

การปรับปรุงและการแก้ไขอื่น ๆ
- กลับไปรองรับฟีเจอร์สลับแอพพลิเคชั่นด้วย 3D Touch
- แก้ไขปัญหาที่ทำให้การแจ้งเตือนของแอพพลิเคชั่นเมล์ที่ลบแล้วปรากฏขึ้นอีกครั้งบน Lock screen
- แก้ไขปัญหาที่มีการป้องกันการย้ายข้อมูลระหว่างแอพพลิเคชั่นภายในองค์กร
- แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์เสริม GPS บางรุ่นของบริษัทอื่นที่ทำให้ระบุข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งได้ไม่ถูกต้อง
- แก้ไขปัญหาที่ทำให้การตั้งค่าการแจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจปรากฎขึ้นในแอพพลิเคชั่น Apple Watch (รุ่นที่ 1)
- แก้ไขปัญหาที่ทำให้ไอคอนของแอพพลิเคชั่นไม่ปรากฎในการแจ้งเตือนบน Apple Watch

ที่มา : bleepingcomputer