ผู้โจมตีกำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2026-5027 ซึ่งเป็นช่องโหว่ประเภท Path Traversal ระดับความรุนแรงสูงใน Langflow เพื่อเขียนไฟล์ตามที่ต้องการลงบนเซิร์ฟเวอร์ที่เปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ต (more…)
ผู้โจมตีกำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2026-5027 ซึ่งเป็นช่องโหว่ประเภท Path Traversal ระดับความรุนแรงสูงใน Langflow เพื่อเขียนไฟล์ตามที่ต้องการลงบนเซิร์ฟเวอร์ที่เปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ต (more…)
เซิร์ฟเวอร์ Oracle PeopleSoft กำลังตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีเพื่อขโมยข้อมูลอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่ม ShinyHunters ซึ่งอ้างว่าได้ทำการขโมยข้อมูลจากองค์กรต่าง ๆ ไปแล้วกว่า 100 แห่ง (more…)
นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้ปล่อยโค้ด exploit สำหรับช่องโหว่ zero-day ตัวใหม่บน Microsoft Defender ในชื่อ "RoguePlanet" เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก Microsoft เพิ่งออกอัปเดต Patch Tuesday ในเดือนมิถุนายน 2026
นักวิจัยที่ใช้นามแฝงว่า Nightmare Eclipse ระบุว่า ช่องโหว่ใหม่นี้ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ Windows 10 และ Windows 11 ที่อัปเดตแพตช์ล่าสุดแล้ว โดยช่วยให้ผู้โจมตีสามารถเปิด command prompt ที่มีสิทธิ์ระดับ SYSTEM ผ่านช่องโหว่ประเภท race condition บน Microsoft Defender ได้
นักวิจัยได้แชร์โค้ด POC เมื่อบ่ายวันอังคารที่ผ่านมาใน self-hosted Git repository หลังจากระบุว่าคลังเก็บซอร์สโค้ด (Repository) บน GitHub และ GitLab ที่เคยโฮสต์ของพวกเขาได้ถูก Microsoft ลบออกไปก่อนหน้านี้
Nightmare Eclipse เขียนไว้ใน repository ว่า "การโจมตีนี้เป็นแบบ race condition ดังนั้นผลลัพธ์จึงมีทั้งสำเร็จ และล้มเหลว แต่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้ถึง 100% บนคอมพิวเตอร์บางเครื่อง ในขณะที่บางเครื่องก็รันได้ค่อนข้างลำบาก"
มีรายงานว่าช่องโหว่นี้ได้รับการทดสอบกับ Windows 11 เวอร์ชัน Official และ Canary รวมถึงระบบ Windows 10 ที่ติดตั้ง security updates รอบเดือนมิถุนายน 2026 แล้ว
เมื่อการโจมตีสำเร็จ command prompt จะถูกเปิดขึ้นมาพร้อมสิทธิ์ระดับ SYSTEM
บริษัท ThreatLocker เปิดเผยกับ BleepingComputer ว่า พวกเขาสามารถทดสอบ และทำซ้ำ exploit นี้ได้สำเร็จ และยืนยันว่าโค้ดโจมตีนี้ทำงานได้จริงบนระบบ Windows 11 ที่อัปเดตแพตช์ KB5094126 เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งแชร์วิดีโอสาธิตการทำงาน
Danny Jenkins CEO ของ ThreatLocker ให้ข้อมูลกับ BleepingComputer ว่า "การวิเคราะห์เบื้องต้นของเรายืนยันว่า การโจมตี RoguePlanet นั้นใช้งานได้จริง และทำงานตามที่อธิบายไว้ องค์กรที่ใช้ระบบ application allowlisting สามารถป้องกันไม่ให้โค้ดโจมตีนี้ทำงานได้ ซึ่งถือเป็นเลเยอร์การป้องกันที่มีประสิทธิภาพต่อการโจมตีนี้"
ข้อมูลจาก Nightmare Eclipse ระบุว่า เดิมที RoguePlanet ถูกพัฒนาขึ้นมาในฐานะช่องโหว่ประเภท RCE ที่ใช้ประโยชน์จากการที่ Microsoft Defender จัดการกับไฟล์ที่โฮสต์อยู่บน remote SMB shares
นักวิจัยอธิบายในบล็อกโพสต์ว่า "ในการพัฒนาช่วงแรก ได้รับการยืนยันแล้วว่าช่องโหว่นี้คือ RCE มันต้องการให้ผู้โจมตีล่อให้เหยื่อเปิดไฟล์ .vhd ใน remote SMB server ซึ่งหากโจมตีสำเร็จจะส่งผลให้ Defender เขียนทับไฟล์ของตัวเอง และผลลัพธ์สุดท้ายก็คือ RCE อย่างชัดเจน"
นักวิจัยระบุว่า อีกสถานการณ์หนึ่งของการโจมตีอาจนำไปสู่ RCE ได้ง่าย ๆ เพียงแค่ล่อให้เหยื่อเปิด SMB share หากมีการเปิดใช้งานการตั้งค่า symlink evaluation ไว้
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยอ้างว่า Microsoft ได้แอบทำการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Defender ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม โดยการแพตช์ API "mpengine!SysIO*" ซึ่งบล็อกการโจมตีแบบ junction attacks ไว้
นักวิจัยระบุว่า "การเขียนโค้ด RoguePlanet ใหม่เพื่อให้ใช้งานได้อีกครั้งนั้นต้องใช้ความพยายามอย่างมาก และไม่สามารถทำสถานการณ์การโจมตีรูปแบบอื่นให้เสร็จสมบูรณ์ได้ ในตอนนี้จึงยังไม่ชัดเจนว่า RoguePlanet จะถูกจำกัดอยู่แค่ LPE (Local Privilege Escalation) หรือจะมีวิธีบางอย่างในการเปลี่ยนมันให้เป็น RCE"
การปล่อยโค้ดโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่าง Nightmare Eclipse และ Microsoft เกี่ยวกับแนวทางการเปิดเผยช่องโหว่ และโครงการ bug bounty ของบริษัท
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นักวิจัยรายนี้ได้เปิดเผยช่องโหว่ zero-days ของ Windows ออกสู่สาธารณะหลายตัว ซึ่งรวมถึงช่องโหว่ BlueHammer, RedSun, GreenPlasma และ YellowKey โดย zero-days บางตัวมีเป้าหมายที่ Microsoft Defender ในขณะที่ตัวอื่น ๆ มุ่งเป้าไปที่ BitLocker และส่วนประกอบของ Windows
Microsoft ได้แก้ไขช่องโหว่ GreenPlasma และ YellowKey ในวันนี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดต Patch Tuesday ในเดือนมิถุนายน 2026
ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยตอบโต้การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วยการแจ้งเตือนว่าจะร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเมื่อมีผู้ทำ "กิจกรรมที่เป็นอันตรายซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายจริงต่อลูกค้า" ซึ่งทำให้หลายคนในชุมชน Cyber Security มองว่า Microsoft กำลังข่มขู่นักวิจัย
Nightmare Eclipse อ้างว่า Microsoft มุ่งเป้า และลบ repository ก่อนหน้านี้ที่โฮสต์บน GitHub และ GitLab ซ้ำ ๆ ส่งผลให้ต้องสร้างแพลตฟอร์มโค้ดที่โฮสต์เองขึ้นมาที่ projectnightcrawler[.]dev
อัปเดต 10-06-2026 :
หลังจากเผยแพร่เรื่องนี้ Microsoft แจ้งกับ BleepingComputer ว่า พวกเขาทราบถึงช่องโหว่ที่ถูกรายงาน และกำลังตรวจสอบอยู่ โดยโฆษกของไมโครซอฟต์ให้ข้อมูลกับ BleepingComputer ว่า “Microsoft รับทราบถึงช่องโหว่ที่ถูกรายงาน และกำลังตรวจสอบความถูกต้อง และความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลกระทบจากข้อกล่าวอ้างเหล่านี้อย่างจริงจัง บริษัทมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบปัญหาด้านความปลอดภัย และอัปเดตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบเพื่อปกป้องลูกค้าโดยเร็วที่สุด” “ที่สำคัญ เราสนับสนุนการเปิดเผยช่องโหว่แบบประสานงาน ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ปกป้องลูกค้า และสนับสนุนชุมชนนักวิจัยโดยการรับรองว่าผลการค้นพบของพวกเขาได้รับการตรวจสอบ และแก้ไขอย่างละเอียดก่อนที่จะถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ”
ที่มา : bleepingcomputer.
SAP ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ 15 รายการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนมิถุนายน 2026 โดยในจำนวนนี้รวมถึงช่องโหว่ระดับ Critical 4 รายการ ที่ส่งผลกระทบต่อ SAP NetWeaver และ SAP Commerce Cloud
NetWeaver เป็นแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันหลัก และ Middleware stack ของ SAP ที่เป็นรากฐานของแอปพลิเคชันทางธุรกิจของ SAP หลายอย่าง รวมถึงระบบ ERP โดยทำหน้าที่จัดการฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น การให้บริการแอปพลิเคชัน, การเชื่อมต่อระบบ, การยืนยันตัวตน, การจัดการผู้ใช้งาน และการประมวลผลข้อมูล
Commerce Cloud เป็นแพลตฟอร์ม e-commerce ระดับองค์กร (เดิมชื่อ Hybris) ที่ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถสร้าง และจัดการร้านค้าออนไลน์ ช่องทางการขายดิจิทัล แคตตาล็อกสินค้า บัญชีลูกค้า และระบบจัดการคำสั่งซื้อสำหรับการค้าทั้งแบบ B2B และ B2C
ในประกาศความปลอดภัย (Security Bulletin) ประจำเดือนนี้ SAP ได้ระบุถึงช่องโหว่ Critical ที่ได้รับการแก้ไขแล้ว ดังต่อไปนี้
CVE-2026-44748 (CVSS 9.9) เป็นช่องโหว่ XML Signature Wrapping ใน SAP NetWeaver AS ABAP และ ABAP Platform ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ผู้โจมตีสามารถ bypass การยืนยันตัวตนใน environments ที่ใช้งาน SAML ได้
CVE-2026-27671 (CVSS 9.8) เป็นช่องโหว่ Memory corruption flaw ใน SAP NetWeaver/ABAP Platform Application Server ABAP
CVE-2026-22732 (CVSS 9.1) เป็นช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับ Spring Security ซึ่งส่งผลกระทบต่อ SAP Commerce Cloud และ SAP Data Hub
CVE-2026-40128 (CVSS 9.0) เป็นช่องโหว่ Directory traversal ใน Web Container ของ SAP NetWeaver Application Server Java
คำอธิบายของ CVE-2026-44748 ระบุว่า SAP NetWeaver Application Server ABAP และ ABAP Platform เป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์ทั่วไปสามารถรับ signed message อย่างถูกต้อง และยังสามารถส่งเอกสาร XML ที่มีการ signed และถูกปลอมแปลงไปยัง Verifier ได้
เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้ระบบยอมรับข้อมูลระบุตัวตนที่ถูกปลอมแปลง ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลสำคัญของผู้ใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจส่งผลกระทบให้ระบบล่มได้
ในกรณีของช่องโหว่ CVE-2026-27671 ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ได้โดยไม่ต้องทำการยืนยันตัวตน ผ่านการส่ง RFC request ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษไปยัง endpoints ที่มีช่องโหว่ โดยอาศัยประโยชน์จากการตรวจสอบที่ไม่ครอบคลุมของ kernel จนทำให้หน่วยความจำเสียหาย
นอกเหนือจากช่องโหว่ด้านความปลอดภัยระดับ Critical ข้างต้นแล้ว SAP ยังได้แก้ไขช่องโหว่ระดับ High อีกสองรายการ ได้แก่ CVE-2026-29145 ซึ่งประกอบด้วยช่องโหว่ของ Apache Tomcat หลายรายการที่ส่งผลกระทบต่อ Commerce Cloud และ CVE-2026-44751 ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ขาดการตรวจสอบสิทธิ์ใน NetWeaver AS ABAP
บริษัทยังได้แก้ไขช่องโหว่การโจมตีแบบ SQL injection, path traversal, cross-site scripting (XSS), การปลอมแปลงอีเมล และ Authorization bypass ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ SAP หลายรายการ
สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับช่องโหว่เหล่านี้ รวมถึงคำแนะนำในการลดผลกระทบ หรือแนวทางการแก้ไขปัญหาชั่วคราวจะเปิดให้เข้าถึงได้เฉพาะลูกค้าของ SAP ที่มีบัญชี Security portal account เท่านั้น
องค์กรที่ใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบควรจัดลำดับความสำคัญในการติดตั้งแพตช์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องโหว่การยืนยันตัวตน SAML (CVE-2026-44748) และปัญหาหน่วยความจำเสียหาย (CVE-2026-27671) ซึ่งถูกประเมินว่ามีความรุนแรงสูง และอาจส่งผลกระทบต่อ environments ระบบขององค์กรได้
ที่มา : bleepingcomputer.
บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของอิสราเอล Check Point ได้ออกอัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้งาน Remote Access VPN และ cc ซึ่งกำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีแบบ Zero-day
ช่องโหว่นี้มีหมายเลข CVE-2026-50751 ทำให้ผู้โจมตีจากภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตสามารถ bypass authentication สำหรับการเข้าถึงผ่าน Mobile Access, SSL VPNs, Remote Access VPNs หรือไฟร์วอลล์ที่ตกเป็นเป้าหมาย และสร้างการเชื่อมต่อ VPN ได้
ทางบริษัทระบุว่า ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบเฉพาะการใช้งานที่กำหนดค่าให้ใช้โปรโตคอลสำหรับการแลกเปลี่ยนคีย์ IKEv1 ที่เลิกใช้แล้ว กับ security gateways ที่ยอมรับ Remote Access clients แบบเดิม และไม่ต้องการ certificate ที่ตรวจสอบ machine ที่มีการเชื่อมต่อ
การโจมตีเริ่มขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคม และทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นเดือนมิถุนายน และส่งผลกระทบต่อองค์กรเพียงไม่กี่สิบแห่งทั่วโลก โดยอย่างน้อยหนึ่งเหตุการณ์มีความเชื่อมโยงกับการปฏิบัติการของกลุ่ม Qilin Ransomware
บริษัทระบุว่า "นักวิจัยของ Check Point ได้ตรวจพบการโจมตีช่องโหว่ CVE-2026-50751 ซึ่งเป็นช่องโหว่ authentication bypass ระดับ Critical ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้งาน Check Point Remote Access VPN และ Mobile Access ที่กำหนดค่าให้ใช้โปรโตคอลการแลกเปลี่ยนคีย์ IKEv1 ที่ล้าสมัย"
"จนถึงปัจจุบัน พบการโจมตีอยู่เพียงไม่กี่สิบองค์กรเป้าหมายทั่วโลก หนึ่งในนั้นเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหลังการเจาะระบบที่ได้รับการยืนยันแล้วว่า เชื่อมโยงกับกลุ่มพันธมิตรของ Qilin Ransomware ลูกค้าที่ใช้โปรโตคอลการแลกเปลี่ยนคีย์ IKEv1 ควรติดตั้งการอัปเดตความปลอดภัยทันที"
Check Point ยังได้แชร์มาตรการลดผลกระทบสำหรับลูกค้าที่ไม่สามารถแก้ไขระบบที่มีช่องโหว่ได้ทันที โดยแนะนำให้ยกเลิกการรองรับซอฟต์แวร์ฝั่งไคลเอนต์รุ่นเก่า กำหนดคุณสมบัติสำหรับการตรวจสอบสิทธิ์ (Global Properties) ในการ VPN เป็น IKEv2 เท่านั้น บังคับตั้งค่าการตรวจสอบสิทธิ์ด้วย Machine Certificate รวมถึงเปิดใช้งาน IPS และดาวน์โหลด Signatures มาใช้งาน
ขณะตรวจสอบช่องโหว่ CVE-2026-50751 นั้นทาง Check Point ได้พบช่องโหว่ที่สองที่มีหมายเลข CVE-2026-50752 ที่ส่งผลกระทบต่อ certificate validation ในการแลกเปลี่ยนคีย์ IKEv1 ที่ล้าสมัย ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ในการโจมตีแบบ man-in-the-middle บน VPN site-to-site ได้
แม้ว่า Check Point ยังไม่พบหลักฐานการโจมตีจากช่องโหว่ CVE-2026-50752 แต่ทางบริษัทได้แนะนำให้ลูกค้าดำเนินการอัปเดตระบบเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับกลุ่ม Qilin Ransomware ถูกพบครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2022 ในรูปแบบ Ransomware-as-a-Service หรือ RaaS ภายใต้ชื่อ "Agenda" และนับตั้งแต่นั้นมา กลุ่มนี้ได้อ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการโจมตีเหยื่อ บนเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลรั่วไหลไปแล้วกว่า 400 ราย
รายชื่อของเหยื่อของกลุ่มดังกล่าวนี้ ยังรวมถึงองค์กรระดับโลกที่มีชื่อเสียง เช่น Yangfeng บริษัทด้านยานยนต์, Nissan, Asahi บริษัทเบียร์ของญี่ปุ่น, Lee Enterprises บริษัทด้านธุรกิจสิ่งพิมพ์, Synnovis ผู้ให้บริการด้านพยาธิวิทยา และ Court Services Victoria หน่วยงานบริการศาลของประเทศออสเตรเลีย
ที่มา: bleepingcomputer.
พบการโจมตี 5 ขั้นตอน ที่สามารถแอบเปลี่ยนเส้นทาง Model Context Protocol (MCP) traffic ของ Claude Code ให้วิ่งผ่าน Infrastructure ที่ผู้โจมตีควบคุมอยู่ ส่งผลให้สามารถดักจับ OAuth bearer tokens ซึ่งใช้สำหรับเข้าถึงแพลตฟอร์ม SaaS เช่น Jira, Confluence และ GitHub ได้ (more…)
Google ได้ออกแพตช์อัปเดตฉุกเฉินเพื่อแก้ไขช่องโหว่ Zero-day บน Chrome อีกหนึ่งรายการ ที่พบว่ากำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริง ซึ่งถือเป็นช่องโหว่ Zero-day รายการที่ 5 ที่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา (more…)
Patch Tuesday ประจำเดือนมิถุนายน 2026 ของ Microsoft มีการอัปเดตด้านความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ต่าง ๆ จำนวน 200 รายการ และช่องโหว่ Zero-day ที่ถูกเปิดเผยออกสู่สาธารณะอีก 3 รายการ (more…)
Veeam ได้ออกแพตช์อัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับ critical ใน Backup & Replication ซึ่งสามารถถูกโจมตีเพื่อเข้าควบคุม และรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (RCE) บนเซิร์ฟเวอร์สำรองข้อมูลที่อยู่ในโดเมนได้
(more…)
Meta เปิดเผยว่ามีผู้ใช้งาน Instagram กว่า 20,000 รายถูกเข้าถึงบัญชีในเหตุการณ์การโจมตีล่าสุด ซึ่งผู้โจมตีได้ใช้ระบบ AI-powered support ของ Meta ในการรีเซ็ตรหัสผ่าน
(more…)