Data of 2.4 million Blur password manager users left exposed online

บริษัท Abine ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของบริการจัดการรหัสผ่าน Blur และบริการป้องกันความเป็นส่วนตัวออนไลน์ DeleteMe เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมมีข้อมูลรั่วไหลส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ Blur เกือบ 2.4 ล้านคน

ทางบริษัท Abine ได้มีการติดตามและตรวจสอบข้อมูลที่ถูกละเมิด และแจ้งว่าไฟล์ที่ถูกปล่อยออกมาให้เข้าถึงทางออนไลน์เป็นข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้ Blur ที่ลงทะเบียนก่อน 6 มกราคม 2018 ข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วย

- อีเมลของผู้ใช้งานทั้งหมด
- ชื่อและนามสกุลของผู้ใช้บางส่วน
- คำใบ้รหัสผ่าน (password hints) ของผู้ใช้บางส่วน
- IP ของผู้ใช้งานทั้งหมดที่ใช้เข้าสู่ระบบ Blur 2 ครั้งล่าสุด
- รหัสผ่านหลักของ Blur ที่ถูกเข้ารหัสของผู้ใช้งานทั้งหมด (เป็นรหัสผ่านที่ถูกเข้ารหัสโดยใช้ bcrypt ด้วยค่า salt ที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละผู้ใช้ ไม่ใช่รหัสผ่านตัวจริง)

ทาง Abine ยังไม่พบว่ามีข้อมูลทางการเงิน การชำระเงินของผู้ใช้ รหัสผ่านที่ถูกจัดเก็บใน Blur และข้อมูลของทางบริการ DeleteMe รั่วไหลออกมา

ทาง Abine ขอให้ผู้ใช้เปลี่ยนรหัสผ่านหลักของ Blur และเปิดใช้งานการตรวจสอบสิทธิ์แบบสองปัจจัย (two-factor authentication)

ที่มา: zdnet

SandboxEscaper released PoC code for a new Windows zero-day

นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ออกมาเปิดเผยช่องโหว่ Zero-day บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ทำให้สามารถบันทึกหรือเขียนไฟล์ทับข้อมูลของเป้าหมายได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องได้รับอนุญาต การทำงานของ Proof-of-Concept (PoC) ที่เผยแพร่ออกมานั้น เป็นช่องโหว่ที่ทำให้เกิดการบันทึก 'pci.

Ryuk Ransomware Involved in Cyberattack Stopping Newspaper Distribution

มีรายงานถึงการโจมตีของ Ryuk ransomware ส่งผลกระทบต่อบริษัทที่ให้บริการพิมพ์และส่งหนังสือพิมพ์รายใหญ่ Tribune Publishing และ Los Angeles Times ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ให้บริการแก่ Wall Street Journal, New York Times, Los Angeles Times, Chicago Tribune, Baltimore Sun, Lake County News-Sun, Post-Tribune, Hartford Courant, Capital Gazette, และ Carroll County Times ส่งผลให้การส่งหนังสือพิมพ์ล่าช้าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

Ryuk ransomware เป็นที่รู้จักในเดือน สิงหาคม 2018 สามารถเรียกค่าไถ่ได้มากกว่า $640,000 ลักษณะการทำงานของ Ryuk ransomware มีความคล้ายคลึงกับ ransomware ที่ถูกสร้างโดยกลุ่ม Lazarus ที่เชื่อว่ามีรัฐบาลเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตามยังเร็วไปที่จะยืนยันได้ว่า ransomware ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือ โดยผู้ไม่หวังดีจะโจมตีเหยื่อโดยการทำ phishing หรืออาจจะผ่านทาง remote desktop

ทางสำนักพิมพ์ประกาศว่า จากการโจมตีดังกล่าวไม่พบว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกออนไลน์และลูกค้าโฆษณาได้รับผลกระทบจากการถูกโจมตีในครั้งนี้แต่อย่างใด

ที่มา: bleepingcomputer

Cisco ASA is affacted by a privilege escalation flaw. Patch it now!

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Tenable ตรวจพบช่องโหว่ใน Cisco Adaptive Security Appliance (ASA) ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์การจัดการ Web management ได้จากระยะไกล (CVE-2018-15465) ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่โดยการส่งคำขอ HTTP ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะผ่าน HTTPS ไปยังอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบได้

ช่องโหว่ดังกล่าวเป็นปัญหาในส่วนซอฟต์แวร์ของ authorization subsystem ของ Cisco Adaptive Security Appliance (ASA) และเปิดให้สามารถเข้าถึง web management ได้ จากรายงานของ Tenable ยังระบุว่าผู้โจมตีสามารถที่จะเขียน Firmware เก่าทับ Firmware ที่ใช้งานอยู่ เพื่ออาศัยช่องโหว่เก่าๆ เพื่อใช้ในการโจมตีได้ด้วย อย่างไรก็ตามบริษัทได้ออกมายื่นยันว่าซอฟต์แวร์ของ Cisco Firepower Threat Defense (FTD) ไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ดังกล่าว

ทาง Cisco แนะนำให้ลูกค้าอัพเดทแพทช์เป็นเวอร์ชั่นที่ไม่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ 9.4.4.29, 9.6.4.20, 9.8.3.18, 9.9.2.36 หรือ 9.10.1.7 และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบที่ใช้ Adaptive Security Device Manager (ASDM) เพื่อจัดการ ASA อยู่ ควรเปิดใช้ความสามารถในการตรวจสอบสิทธิ์ของคำสั่งที่มีอยู่ใน ASDM

ที่มา: securityaffairs

Fake Amazon Order Confirmations Push Banking Trojans on Holiday Shoppers

EdgeWave บริษัทรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับอีเมล ค้นพบแคมเปญ Phishing และ Malspam โดยผู้โจมตีจะส่งอีเมลที่ปลอมเป็นหน้ายืนยันการสั่งซื้อของ Amazon ที่ดูน่าเชื่อถือ และมีหัวข้อ (Subject) ของอีเมลว่า "Your Amazon.

Huawei Router Flaw Leaks Default Credential Status

พบช่องโหว่ในเราเตอร์ Huawei (CVE-2018-7900) ส่งผลให้ผู้ไม่หวังดีสามารถรู้ได้ว่าเราเตอร์ใช้ default password อยู่หรือไม่

ช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลให้เว็บไซต์อย่าง ZoomEye หรือ Shodan ที่ใช้สำหรับค้นหารายการอุปกรณ์ที่มีช่องโหว่ทั่วโลก สามารถทราบได้ว่ามีเราเตอร์ตัวไหนบ้างที่มีการใช้ default password อยู่ โดยเป็นปัญหาที่มาจากตัวแปรบางตัวของ html source code ในหน้า Login ที่มีการเก็บค่าเฉพาะบางอย่างที่สามารถบ่งบอกได้ว่าอุปกรณ์มีการใช้ default password อยู่หรือไม่

Huawei ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของช่องโหว่หรือจำนวนอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ

ที่มา: threatpost

File Inclusion Bug in Kibana Console for Elasticsearch Gets Exploit Code

พบช่องโหว่ Local File Inclusion (LFI) ในปลั๊กอิน Kibana data visualization tool ใช้สำหรับแสดงผลข้อมูลจาก Elasticsearch

Kibana เป็นเครื่องมือที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายเพื่อแสดงผลข้อมูลจาก Elasticsearch ให้อยู่ในรูปแบบต่างๆ มีประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลและการสร้างภาพข้อมูลในรูปแบบต่างๆ จาก PoC code ที่ได้มีการเผยแพร่ออกมาเป็นเพียง code 1 บรรทัดที่มีตัวอักษรประมาณ 110 ตัว ซึ่งใน code จะมีการระบุถึงพาธของ Directory ที่ใช้เก็บ Password (/etc/passwd) รวมอยู่ด้วย เมื่อมีการรัน credential ที่อยู่ในพาธดังกล่าวจะถูกบันทึกไปยัง Kibana Log ด้วย

ช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดสคริปต์ที่เป็นอันตรายและสามารถเข้าถึงระบบจากระยะ มีผลกระทบต่อ Kibana เวอร์ชั่นก่อน 6.4.3 และ 5.6.13 ซึ่งทีม Slow Mist Technology เป็นผู้เปิดเผยรายละเอียดของช่องโหว่ CVE-2018-17246

แนะนำให้ผู้ใช้งานอัพเกรด Elastic Stack เป็นเวอร์ชันใหม่กว่า 6.4.3 หรือ 5.6.13 หรือปิดการใช้ปลั๊กอิน Kibana ซึ่งสามารถทำได้จากการกำหนดค่า ('kibana.

Latin America suffers 1 billion malware attacks in 2018

ในละตินอเมริกาพบการโจมตีของมัลแวร์เฉลี่ย 3.7 ล้านรายต่อวัน รวมแล้วประมาณ 1 พันล้านครั้งต่อปีตามรายงานของ Kaspersky Lab ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่ามีการโจมตีของมัลแวร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.5 ในภูมิภาคตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2017จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2018

ประเทศแถบละตินที่เป็นเป้าหมายของการโจมตีมากที่สุดคืออาร์เจนตินาซึ่งมีการโจมตีของมัลแวร์เพิ่มขึ้นราว 62% ตามด้วยเปรู 39% และเม็กซิโก 35% ซึ่งเพิ่มจำนวนการโจมตีมากขึ้น บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ตรวจสอบพบการโจมตี 192,000 ครั้งต่อวันมีจำนวนเพิ่มขึ้นประมาณ 115% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนพฤศจิกายนในปี 2016 กับพฤศจิกายนในปี 2017

ประเทศในแถบละตินอเมริกาที่พบการโจมตีแบบฟิชชิ่ง (Phishing) มากที่สุดคือประเทศเม็กซิโกครองอันดับหนึ่ง ซึ่งพบการโจมตีฟิชชิ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 120% ตามมาด้วยโคลัมเบียประมาณ 118% และบราซิล 110 %

สัปดาห์ที่ผ่านมาปรากฏว่ามีผู้ใช้บริการธนาคารผ่านระบบมือถือกว่า 2,000 รายในบราซิลที่ดาวน์โหลดมัลแวร์ผ่านทางระบบแอนดรอยด์โดยไม่รู้ตัว ซึ่งทำให้อุปกรณ์ถูกควบคุมรวมถึงขโมยข้อมูลส่วนบุคคลอีกด้วย เช่นเดียวกับธนาคาร Bradesco สถาบันทางการเงินที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศบราซิลพบว่าถูกโจมตีด้วยการทำฟิชชิ่งผ่านการใช้มัลแวร์บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ นอกจากนี้มัลแวร์ยังมีการหลอกขโมยข้อมูลจากแอพพลิเคชั่นอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย เช่น Uber, Netflix และ Twitter

ที่มา : zdnet

US ballistic missile defense systems (BMDS) open to cyber attacks

ผู้ตรวจการทั่วไปของกระทรวงกลาโหมประเทศสหรัฐอเมริกาออกรายงานเรื่องความไม่ปลอดภัยของระบบการป้องกันขีปนาวุธ (BMDS) ว่ายังไม่เพียงพอต่อการป้องกันการเข้าถึงทางไซเบอร์ในขณะนี้ เนื่องจากระบบต่างๆได้รับการควบคุมโดยคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์จึงเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์โดยผู้ก่อการร้ายระดับชาติที่อาจพยายามเข้าควบคุมระบบ สร้างความเสียหาย ขโมยข้อมูลและรหัสแหล่งข้อมูล หรืแม้แต่สั่งยิงขีปนาวุธ

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2014 หัวหน้าข้อมูลสารสนเทศของกระทรวงกลาโหมประกา่ศแผนที่จะใช้มาตราฐานการควบคุมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยี (NIST) เพื่อปกป้องระบบซึ่งรวมถึง BMDS แต่เมื่อผ่านไปสี่ปี ผู้ตรวจสอบกลับพบว่า BMDS ล้มเหลวในการใช้การควบคุมด้านความปลอดภัยที่จำเป็น เช่น ไม่มีการใช้ระบบยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Multifactor Authentication), ไม่มีการประเมินความเสี่ยงระบบสารสนเทศโดยการตรวจสอบหาช่องโหว่ (Vulnerability Assessment), ไม่มีการควบคุมความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์, ไม่มีการป้องกันข้อมูลที่จัดเก็บไว้บนอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่สามารถถอดเคืร่องย้ายได้, ไม่มีการเข้ารหัสข้อมูลทางเทคนิค รวมไปถึงไม่มีกล้องและเซนเซอร์สำหรับป้องกันการบุกเข้ามายังสถานที่โดยตรง นอกจากนี้ในรายงานยังกล่าวว่าไม่มีการอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยให้กับระบบ BMDS โดยพบว่าในบางฐานไม่มีการอัปเดตแพตช์เพื่อแก้ไขช่องโหว่ที่พบตั้งแต่ปี 1990 ซึ่งในรายงานระบุให้แก้ไขปัญหาเหล่านี้และทำตามข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐ

ทั้งนี้ยังไม่มีความเห็นจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับระบบ BMDS ซึ่งสำนักงานผู้ตรวจการได้ขอให้ผู้อำนวยการ นายพล และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอื่นๆ ในกระทรวงกลาโหมประเทศสหรัฐอเมริกาชี้แจงเกี่ยวกับรายงานนี้ภายใน 8 มกรา 2019

ที่มา: bleepingcomputer

Twitter discloses suspected state-sponsored attack

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมาทาง Twitter ได้ออกมาประกาศว่าพบการรั่วไหลของข้อมูลที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม ระบุว่าก่อนหน้านี้ทางทวิตเตอร์ได้ตรวจพบการโจมตีในวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยพบการเรียกดูข้อมูลจำนวนมากมาจาก IP ประเทศจีนและซาอุดิอาระเบียผ่านทาง support form ของบริษัทที่ถูกใช้ในการรายงานปัญหาไปยังเจ้าหน้าที่ของ Twitter โดยสงสัยว่าน่าจะเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล (State-sponsored Attack)

ข้อบกพร่องของ API ในส่วนของ support form ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่าง เช่น รหัสประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ที่เชื่อมโยงกับบัญชี Twitter ของผู้ใช้ ถูกเปิดเผย ซึ่งได้มีบางส่วนที่รั่วไหลออกไปแต่ไม่ทั้งหมด โดยครั้งนี้นับเป็นปัญหาเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลครั้งที่สองแล้วในปีนี้ โดยครั้งแรกพบในเดือนกันยายนเป็นปัญหาช่องโหว่ของ API ทำให้ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นบางรายสามารถเข้าถึงข้อมูลการพูดคุยส่วนตัวของผู้ใช้งาน

Twitter ได้ให้ความมั่นใจกับผู้ใช้ว่าการโจมตีครั้งนี้ ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ที่รั่วไหลออกไปไม่ใช่เบอร์เต็มและข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญอื่นๆ ของผู้ใช้ไม่ได้ถูกเปิดเผย และได้ประกาศว่าทำการแก้ไขช่องโหว่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม Twitter ไม่ได้ให้ข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับเกี่ยวกับการโจมตีดังกล่าว หรือข้อมูลจำนวนบัญชีของผู้ใช้ (Account) ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีในครั้งนี้แต่อย่างใด

ที่มา:zdnet.