พบช่องโหว่ Wi-Fi ใน Linux ระดับ critical ใช้ยึดเครื่องได้

 

ข้อผิดพลาด (CVE-2019-17666) ถูกจัดอยู่ในความรุนแรงระดับ critical เกิดขึ้นในไดร์เวอร์ “rtlwifi” ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่อนุญาตให้ Realtek Wi-Fi module เชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการณ์ Linux โดยไดร์เวอร์นีมีช่องโหว่ buffer overflow ซึ่งทำให้เมื่อเขียนข้อมูลเกินหน่วยความจำที่กำหนดจะทำให้ข้อมูลส่วนเกินนี้เปลี่ยนแปลงพื้นที่ใกล้เคียงในหน่วยความจำและอาจแก้ไขข้อมูลอื่นๆ เป็นการเปิดช่องทางของการโจมตีได้ ซึ่งการโจมตีนี้อาจเป็นได้ตั้งแต่การทำให้เครื่องหยุดทำงานไปจนถึงยึดเครื่อง

ส่วนที่มีช่องโหว่ของไดร์เวอร์ rtlwifi คือฟีเจอร์ที่เรียกว่าโปรโตคอล Notice of Absence โปรโตคอลนี้ช่วยอุปกรณ์ปิดสัญญาณวิทยุโดยอัตโนมัติเพื่อประหยัดพลังงาน ข้อบกพร่องนี้อยู่ในวิธีที่ไดร์เวอร์จัดการกับแพ็คเก็ต Notice of Absence มันไม่ได้ตรวจสอบแพ็คเก็ตที่ได้รับว่ามีความยาวที่ทำหนดหรือไม่ ทำให้ผู้โจมตีอาจเพิ่มองค์ประกอบข้อมูลเฉพาะเพิ่มไปในแพ็คเก็ตเพื่อโจมตีช่องโหว่

ความร้ายแรงคือผู้โจมตีสามารถโจมตีได้เมื่ออยู่ในระยะสัญญาณ Wi-Fi และโจมตีได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตนใดๆ
Linux kernel ที่ได้รับผลกระทบคือตั้งแต่รุ่น 5.3.6 และนักวิจัยกล่าวว่าอยู่มากว่า 4 ปีก่อนจะถูกพบ ซึ่งทีม Linux kernel กำลังพัฒนาแพตช์เพื่อแก้ช่องโหว่นี้

ที่มา : threatpost

พบช่องโหว่ Critical ยอมให้เข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตใน Cisco Aironet APs

 

Cisco แจ้งว่าพบช่องโหว่ Critical ในอุปกรณ์ Aironet access points (APs) บางรุ่น ทำให้โจมตีจากระยะไกลได้

ช่องโหว่ (CVE-2019-15260) มีสาเหตุมาจาก URL บางตัวที่กำหนดกำหนดการอนุญาตเข้าถึงไม่เพียงพอ ที่ยอมให้ผู้โจมตียกระดับสิทธิ์โดยการร้องขอไปยัง URL เหล่านั้นบนอุปกรณ์ Cisco Aironet AP ซึ่งการยกระดับสิทธิ์นี้ทำให้ผู้โจมตีสามารถดูข้อมูลสำคัญและแทนที่การตั้งค่าบางอย่างด้วยค่าที่พวกเขาเลือก โดยหมายรวมถึงการตั้งค่า wireless network ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถปิดการใช้งาน AP หรือ ทำให้เกิดการหยุดทำงาน (DoS) กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ AP ตัวนั้น

ช่องโหว่นี้มีผลกระทบต่อ Aironet AP ซีรี่ส์ 1540, 1560, 1800, 2800, 3800 และ 4800

นอกจากช่องโหว่ระดับ Critical แล้ว Aironet APs ยังได้รับผลกระทบจากสองช่องโหว่ระดับ high ที่สามารถใช้มันโดยไม่ต้องผ่านยืนยันตัว ทำให้เกิดการหยุดทำงาน (DoS) ได้ หนึ่งในข้อผิดพลาดมีผลกับฟังก์ชันการประมวลผลของ Point-to-Point Tunneling Protocol (PPTP) VPN แพ็คเกต ขณะที่อีกตัวอยู่ใน Control and Provisioning of Wireless Access Points (CAPWAP)

ผู้ดูแลระบบควรอัปเดตแพตช์ให้กับ Cisco Aironet APs

ที่มา : securityweek

Microsoft เพิ่มประวัติการลงชื่อเข้าใช้ด้วย Azure AD เพื่อตรวจหาเหตุการณ์ที่ผิดปกติ

 

Microsoft ประกาศการเพิ่มคุณสมบัติประวัติการลงชื่อเข้าใช้ด้วย Azure Active Directory (AD) ที่จะอนุญาตให้ผู้ใช้รับภาพรวมของการลงชื่อเข้าใช้ในอดีตและตรวจพบการเข้าสู่ระบบที่ผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว

การมีภาพรวมของการพยายามในการเข้าสู่ระบบทั้งหมด ทำให้ผู้ใช้ Azure AD สามารถค้นพบการโจมตีด้วยรหัสผ่านได้ง่ายขึ้นและดำเนินการเพื่อจำกัดผลกระทบที่เป็นอันตราย

ประวัติการลงชื่อเข้าใช้บัญชี Azure AD สามารถเข้าถึงได้ผ่าน https://mysignins.

นักวิจัยด้านความปลอดภัยเผยแพร่โค้ดเจาะช่องโหว่ใน Android ที่เพิ่งถูกแพตช์

 

นักวิจัยด้านความปลอดภัยชาวสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่โค้ด proof-of-concept บน GitHub สำหรับ CVE-2019-2215

ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2019 ที่ผ่านมามีการเปิดเผยช่องโหว่ CVE-2019-2215 โดยนักวิจัยจาก Google Project Zero ซึ่งช่องโหว่นี้กำลังถูกใช้โจมตีอยู่ ซึ่งนักวิจัยได้เปิดเผยโค้ด proof-of-concept (PoC) ด้วย แต่มีข้อจำกัดคือสามารถอ่านหรือเขียนบน kernel เท่านั้น

ซึ่งข้อจำกัดดังกล่าวทำให้ผู้ที่สนใจจะทดลองใช้โค้ดดังกล่าวเพื่อโจมตีต้องหาวิธีเพิ่มเติมในการหลบหลีกการป้องกัน Android kernel เอาเอง

แต่ล่าสุด Grant Hernandez นักศึกษาระดับปริญญาเอกของ Florida Institute of Cyber Security ได้ออกมาเผยแพร่โค้ดที่รวมเอาความสามารถในการหลบหลีกมาแล้ว ชื่อ Qu1ckR00t

Qu1ckR00t สามารถข้าม DAC (Discretionary Access Control) และ Linux Capabilities (CAP) นอกจากนี้ยังสามารถปิดใช้งาน SELinux (Linux-Enhanced Security), SECCOMP (Secure Computing Mode) และ MAC (Mandatory Access Control)

ผลลัพธ์ที่ได้คือ Qu1ckR00t จะทำให้ได้สิทธิ root บนอุปกรณ์แอนดรอยด์ ซึ่งโค้ดที่เผยแพร่ใน GitHub ของ Grant Hernandez เป็น source code ที่ต้อง compile เป็น APK เอง ซึ่งเมื่อลง APK บนเครื่องแล้วจะสามารถ root เครื่องได้เพียงแค่การกดในครั้งเดียว

Hernandez กล่าวว่าเขาได้ทดสอบ Qu1ckR00t ด้วยโทรศัพท์มือถือ Pixel 2 เท่านั้นและเตือนผู้ใช้ที่ไม่มีประสบการณ์ว่าอาจทำให้เครื่องพังแบบซ่อมไม่ได้ (brick) และข้อมูลหาย

ข้อเสียของการเผยแพร่เครื่องมือ Qu1ckR00t ในครั้งนี้ทำให้ผู้เขียนมัลแวร์สามารถนำโค้ดไปประยุกต์ใช้กับมัลแวร์เพื่อให้ได้สิทธิ์ root ได้

เพื่อลดความเสี่ยง ผู้ใช้งานควรอัปเดตแพตช์ ซึ่ง CVE-2019-2215 ถูกแก้ไขแล้วในแพตช์ประจำเดือนตุลาคม 2019 ของ Android และไม่ติดตั้งแอป APK ที่ไม่แน่ใจว่าปลอดภัยหรือไม่

ที่มา zdnet

VMware Cloud Foundation และ VMware Harbor มีช่องโหว่ Access control

 

VMware ออกแพตช์ให้กับช่องโหว่ระดับ Critical (CVE-2019-16919) ซึ่งมีผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ VMware Cloud Foundation และ VMware Harbor Container Registry สำหรับ PCF

มีการเปิดเผยถึงช่องโหว่ access control ใน Harbor ซึ่งเป็นโครงการ Open Source ในชื่อ Cloud Native Computing Foundation (CNCF)

ช่องโหว่ access control ดังกล่าวอยู่ใน API ของ Harbor ยอมให้ผู้ที่เข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตสามารถ push pull หรือแก้ไข image ในโปรเจกต์ได้ โดยจากการคำนวณ CVSSv3 มีความร้ายแรงอยู่ที่ 9.1

การแก้ไขปัญหานี้ ถูกแนะนำให้ทำการอัปเดตแพตช์ตามข้อมูลต่อไปนี้

VMware Cloud Foundation กำลังอยู่ระหว่างการออกแพตช์

VMware Harbor Container Registry for PCF รุ่น 1.8.x ควรอัปเดตเป็นรุ่น 1.8.4

สำหรับ VMware Harbor Container Registry for PCF 1.7.x ไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ดังกล่าว

ที่มา : vmware

Mozilla เปิดตัวมาตรการป้องกันเพื่อป้องกัน Code Injection ใน Firefox

 

Mozilla เปิดตัวมาตรการป้องกันเพื่อป้องกันการโจมตีด้วย Code Injection ด้วยการลด attack surface ด้วยการนำฟังก์ชัน eval() และฟังก์ชั่นที่คล้ายๆ กันออกไป รวมถึงนำ inline script ออกไปจากหน้า about:pages ของ Firefox

ปกติเราสามารถเข้าถึงหน้า about:pages ของ Firefox ได้ โดยหน้าดังกล่าวมาพร้อมกับเบราว์เซอร์เขียนด้วย HTML และ JavaScript เหมือนกับหน้าเว็บไซต์ทั่วไป ทำให้หน้า about:pages ของ Firefox ตกเป็นเหยื่อการโจมตีแบบ Code Injection ได้

ดังนั้น Mozilla จึงเขียน inline event handler ใหม่ให้มีความปลอดภัยขึ้น รวมถึงนำ inline JavaScript ที่เคยอยู่ในหน้า about:pages ทั้งหมดออกไป รวมถึงใช้ Content Security Policy (CSP) ที่หนาแน่นกว่าเดิม เพื่อให้เมื่อมีความพยายามทำ Code Injection ตัวโค้ดที่ถูกแทรกมาจะไม่ทำงาน

นอกจากนี้ Mozilla ได้ลดความเสี่ยงของ eval() รวมถึงฟังก์ชั่นที่คล้ายๆ กันอย่าง ‘new Function’ และ ‘setTimeout()/setInterval()’ ซึ่งมีโอกาสใช้เพื่อการโจมตีด้วย Code Injection ด้วยการเขียนโค้ดใหม่เช่นกัน

ที่มา bleepingcomputer และ mozilla

Adobe ออกแพตช์รักษาความปลอดภัยนอกรอบ แก้ 82 ช่องโหว่ในหลายผลิตภัณฑ์

 

Adobe ออกแพตช์รักษาความปลอดภัยนอกรอบ โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบที่ได้รับแพตช์รักษาความปลอดภัยในปัจจุบัน ได้แก่ Adobe Acrobat, Adobe Reader, Adobe Experience Manager, Adobe Experience Manager Forms และ Adobe Download Manager

ช่องโหว่ทั้ง 82 ช่องโหว่มีช่องโหว่ความรุนแรงระดับ critical 45 ช่องโหว่ พบใน Adobe Acrobat และ Adobe Reader ทั้งหมด

นอกจากช่องโหว่ความรุนแรงระดับ critical ยังมีการแก้ไขช่องโหว่ระดับ important อีก 23 ช่องโหว่ใน Adobe Acrobat และ Adobe

ส่วน Adobe Experience Manager Forms ได้รับการแก้ไขโหว่ทั้งหมด 12 ช่องโหว่ Adobe Experience Manager Forms 2 ช่องโหว่ และ Adobe Download Manager 1 ช่องโหว่

ไม่มีการอัปเดต Adobe Flash Player ในแพตช์ครั้งนี้ แต่ควรตระหนักว่า Adobe จะหยุดให้บริการอัปเดตสำหรับ Flash Player ในสิ้นปี 2020

ขอแนะนำให้คุณดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุดของซอฟต์แวร์ที่ได้รับผลกระทบและปรับใช้โปรแกรมแก้ไขโดยเร็วที่สุด

ที่มา thehackernews

กลุ่ม Winnti ใช้มัลแวร์ตัวใหม่ PortReuse กับกลุ่มผู้ผลิตซอฟต๋แวร์และฮาร์ดแวร์รายใหญ่ของเอเชีย

 

กลุ่มภัยคุกคาม Winnti ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน (Blackfly และ Suckfly โดย Symantec, Wicked Panda โดย CrowdStrike, BARIUM โดย Microsoft, APT41 โดย FireEye) มีการเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปี 2011 โดยในปี 2011 นั้น Kaspersky พบโทรจันของกลุ่ม Winnti บนระบบเกมส์ เป็นการโจมตีโดยแพร่กระจายมัลแวร์เข้าสู้เซิร์ฟเวอร์เกมส์

นักวิจัยของ ESET พบความเคลื่อนไหวล่าสุดของกลุ่ม Winnti โดยการใช้มัลแวร์ตัวใหม่ที่เรียกว่า PortReuse ซึ่งเมื่อติดเชื้อ PortReuse จะดัก network traffic จนกว่าจะได้รับ packet ที่ทำเป็นพิเศษถึงจะเริ่มทำงาน นักวิจัยพบว่าสายพันธุ์ของ PortReuse มีความหลากหลาย แต่ละสายพันธุ์จะใช้งาน port ที่ต่างกัน เช่น DNS ผ่าน TCP (53), HTTP (80), HTTPS (443), Remote Desktop Protocol (3389) และ Remote Windows (5985) หลังจากนั้น ESET ได้ทำการสแกนระบบผ่านอินเทอร์เน็ต พบเครื่องที่ติดเชื้อ PortReuse 8 เครื่องเป็นของบริษัทเดียวกันคือบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์รายใหญ่ของเอเชีย

เป็นไปได้ว่ากลุ่ม Winnti จะโจมตีกลุ่มผู้ผลิตซอร์ฟแวร์และฮาร์ดแวร์เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ได้เป็นวงกว้างที่สุด

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมัลแวร์ Winnti อยู่ในบล็อคโพสต์ของ ESET และเอกสารทางเทคนิค https://www.

Microsoft Office 2010 และ Windows 10 Creators Update กำลังจะสิ้นสุดการสนับสนุนในอีกหนึ่งปี

 

Microsoft ประกาศว่าความสนับสนุน Office 2010 จะสิ้นสุดในวันที่ 13 ตุลาคม 2020 และได้มีการแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ Office 365 ProPlus หรือ Office 2019 แทน

อีกหนึ่งข่าวคือ Microsoft ได้ประกาศว่า Windows 10 เวอร์ชัน 1703 หรือที่รู้จักในชื่อ Creators Update จะสิ้นสุดในการให้บริการและจะไม่ได้รับฟีเจอร์หรืออัปเดทด้านความปลอดภัย ซึ่งได้ถูกแนะนำให้ใช้เวอร์ชัน 1903 ที่ปล่อยออกมาล่าสุด

Microsoft ได้ให้รายการทั้งหมดที่จะสิ้นสุดการสนับสนุนในปี 2020 นี้ https://support.

Google ออกอัปเดตความปลอดภัยระบบปฏิบัติการ Android ประจำเดือนตุลาคม 2019

 

Google ได้เปิดตัวการแก้ไขสำหรับช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับ critical สามจุดใน Media framework ของระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งถูกใช้โจมตีด้วยการรันคำสั่งจากระยะไกลได้

ช่องโหว่ remote code execution (RCE) เป็นส่วนหนึ่งของแพตช์อัปเดตความปลอดภัยระบบปฏิบัติการ Android ประจำเดือนตุลาคม 2019 ของ Google ซึ่งการแก้ไขช่องโหว่ระดับ critical และ high เชื่อมโยงกับ CVE ทั้งหมด 9 หมายเลข นอกจากนี้ Qualcomm เป็นผู้ผลิตชิปที่ใช้ในอุปกรณ์ Android ได้ทำการแก้ไขช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับ critical และ high 18 จุด

จุดบกพร่องระดับ critical สามข้อที่ Google ออกแพตช์ (CVE-2019-2184, CVE-2019-2185, CVE-2019-2186) มีอยู่ใน Media framework Android ซึ่งใช้ในการรองรับการเล่นสื่อประเภทต่าง ๆ ในระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1, 7.1.2, 8.0, 8.1 และ 9 จะได้รับผลกระทบโดยเฉพาะจากข้อบกพร่องเหล่านี้

Google กล่าวว่าช่องโหว่เหล่านี้สามารถใช้โจมตีจากระยะไกลได้ โดยผู้โจมตีจะใช้ไฟล์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อรันโค้ดอันตรายบนเครื่องของเหยื่อเมื่อเหยื่อเปิดไฟล์ ขณะนี้ยังไม่พบการโจมตี

สามารถศึกษารายละเอียดช่องโหว่ทั้งหมดที่ได้รับการอัปเดตได้จาก android และ qualcomm

ที่มา threatpost