KashmirBlack Botnet อยู่เบื้องหลังแคมเปญการโจมตีแพลตฟอร์ม CMS เช่น WordPress, Joomla, Drupal

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Imperva ได้เปิดเผยถึงการวิเคราะห์บ็อตเน็ตที่มีชื่อว่า “KashmirBlack” ซึ่งเป็นบ็อตเน็ตที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่บนแพลตฟอร์ม Content Management System (CMS) ทำการโจมตีเว็บไซต์ CMS เช่น WordPress, Joomla!, PrestaShop, Magneto, Drupal, vBulletin, osCommerce, OpenCart และ Yeager จำนวนหลายแสนแห่งเพื่อทำการขยายจำนวนและใช้ในการสแปมข้อมูลและการขุดคริปโต

จากรายงานการวิเคราะห์บ็อตเน็ต KashmirBlack พบว่าบ็อตเน็ตมีการบริหารจัดการโดยเซิร์ฟเวอร์ C&C (Command and Control) เพียงหนึ่งเครื่องและใช้เซิร์ฟเวอร์มากกว่า 60 ตัวเป็นตัวแทนในการปฏิบัติการการโจมตี โดยการรับคำสั่งจากเซิร์ฟเวอร์ C&C ในการสแกนเว็บไซต์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตและจะใช้ช่องโหว่บนแพลตฟอร์ม CMS ทำการโจมตีเว็บไซต์ที่ยังไม่ได้รับการแพตซ์ความปลอดภัยและเมื่อทำการบุกรุกสำเร็จบ็อตเน็ตจะทำการติดตั้งแบ็คดอร์และใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกบุกรุกเป็นฐานในการโจมตีต่อไป

ทั้งนี้ผู้ดูแลระบบและผู้ดูแลเว็บไซต์ควรติดตามข่าวสารเกี่ยวกับช่องโหว่อยู่เสมอและควรทำการอัปเดตเเพตซ์ความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบันเพื่อเป็นการป้องกันการติดเป็นเหยื่อของบ็อตเน็ตและผู้ประสงค์ร้าย

ที่มา: zdnet.

MITRE ร่วมกับบริษัทยักษ์ใหญ่เปิดตัวเฟรมเวิร์ค Adversarial ML Threat Matrix

MITRE ร่วมกับ Microsoft, IBM, Nvidia และ Bosch ร่วมกันเปิดตัวเฟรมเวิร์คใหม่ Adversarial ML Threat Matrix ซึ่งมีเป้าหมายในการรวมกลุ่มเทคนิคในการโจมตีแอปพลิเคชันหรือระบบที่ประยุกต์แนวคิด machine learning ในลักษณะของ ATT&CK

Adversarial ML Threat Matrix ประกอบไปด้วย 7 แทคติคการโจมตีตั้งแต่ Reconnaissance, Initial Access, Execution, Persistence, Model Evasion, Exfiltration และ Impact โครงการนี้ยังมีการแนบกรณีศึกษาการโจมตีระบบ machine learning ที่น่าสนใจมาด้วย เช่น การหลบการตรวจจับเอนจินของโซลูชันด้านความปลอดภัย ProofPoint หรือการข้ามผ่านการตรวจสอบจากระบบตรวจสอบใบหน้า

ผู้ที่สนใจสามารถดูเนื้อหาของโครงการนี้ได้จาก https://github.

รัฐบาลสหรัฐฯ แจ้งเตือนการโจมตีระบบรัฐบาลช่วงการเลือกตั้ง 2020 จากแฮกเกอร์รัสเซีย

FBI และ CISA ออกรายงานร่วม Joint Security Advisory โดยมีเนื้อหาแจ้งเตือนการโจมตีจากกลุ่มแฮกเกอร์ Energetic Bear ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลรัสเซียหนุนหลัง รายงานดังกล่าวระบุกลุ่ม Energetic Bear ประสบความสำเร็จในการโจมตีระบบของรัฐบาลไปแล้วอย่างน้อย 2 ระบบและมีการนำข้อมูลของผู้ใช้จากระบบดังกล่าวออกไปด้วย

ข้อมูลเบื้องต้นจากรายงานระบุว่า กลุ่ม Energetic Bear มีการโจมตีระบบผ่านทางช่องโหว่ใน Citrix access gateway (CVE-2019-19781), Microsoft Exchange (CVE-2020-0688), Exim (CVE-2019-10149), และ Fortinet SSL VPN (CVE-2018-13379) และยังมีการตรวจพบการใช้ช่องโหว่ Zerologon (CVE-2020-1472) ในการเข้ายึดครองและขโมยข้อมูลจากระบบ Active Directory อีกด้วย

รายงานร่วมมีการระบุถึง IOC และพฤติกรรมของผู้โจมตีเอาไว้แล้ว ผู้ที่ดูแลระบบสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้จาก https://us-cert.

U.S. Charges 6 Russian Intelligence Officers Over Destructive Cyberattacks

แจ้งข้อหา 6 สายลับ GRU ของรัสเซีย เชื่อคือกลุ่ม Sandworm ผู้อยู่เบื้องหลังการแพร่กระจาย NotPetya และการโจมตี OlympicDestroyer

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ประกาศแจ้งข้อหาแก่ 6 สายลับ GRU ของรัสเซียซึ่งอยู่ในหน่วย Unitt 74455 หลังจากผลการวิเคราะห์และข้อมูลจากข่าวกรองระบุทั้ง 6 สายลับนี้คือสมาชิกของกลุ่ม APT "Sandworm" ผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์แนวทำลายล้างหลายเหตุการณ์

กลุ่ม Sandworm มีผลงานซึ่งเป็นที่รู้จักหลายเหตุการณ์ โดยเหตุการณ์หนึ่งคือการแพร่กระจายของมัลแวร์ NotPetya ในเดือนมิถุนายน 2017 ซึ่งมีเป้าหมายโจมตีบริษัทในยูเครน อีกเหตุการณ์หนึ่งคือการโจมตีเป้าหมายในเกาหลีใต้โดยทำการปลอมแปลงพฤติกรรมเป็นเกาหลีเหนือซึ่งนำไปสู่การเป็นที่รู้จักของมัลแวร์ OlympicDestroyer

อ้างอิงจากเอกสารของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สายลับทั้ง 6 นี้เป็นสายลับทั้ง 6 คนซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนมากที่สุดต่อกลุ่ม Sandworm อย่างไรก็ตามอาจเป็นไปได้ว่ากลุ่ม Sandworm ยังคงมีสมาชิกอยู่หลายคน การจับกุมอาจส่งผลเพียงแค่การ "ขัดขวาง" ปฏิบัตการ ไม่ใช่การหยุดปฏิบัติการทั้งหมด

ที่มา: zdnet
ภาพจาก: https://thehackernews.

Ransomware gang donates part of ransom demands to charity organizations

กลุ่ม Ransomware "Darkside" ประกาศบริจาคค่าไถ่บางส่วนให้กับมูลนิธิการกุศล

กลุ่ม Ransomware "Darkside" มีการประกาศในเว็บไซต์ของทางกลุ่มเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมาโดยมีการยืนยันถึงเจตนารมณ์การโจมตีซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการที่ทางกลุ่มจะโจมตีเฉพาะบริษัทใหญ่และจะนำเงินค่าไถ่บางส่วนไปบริจาคในมูลนิธิต่างๆ เพื่อการกุศล

นอกเหนือจากคำยืนยัน กลุ่ม Darkside ยังได้มีการแสดงหลักฐานบางส่วนของการโอนค่าไถ่จำนวนประมาณ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปให้กับองค์กร Children International (children.

Windows GravityRAT Malware Now Also Targets macOS and Android Devices

มัลแวร์ GravityRAT สายพันธุ์ใหม่ที่สามารถเเพร่กระจายได้บนอุปกรณ์ Android และ macOS

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Kaspersky ได้เผยถึงการตรวจพบมัลแวร์ GravityRAT สายพันธุ์ใหม่ที่สามารถเเพร่กระจายได้บนอุปกรณ์ Android และ macOS

GravityRAT เป็น Remote Access Trojan (RAT) ที่ได้รับการพัฒนาจากกลุ่มแฮกเกอร์ชาวปากีสถานอย่างน้อยตั้งแต่ 2015 เพื่อใช้ในการโจมตีเป้าหมายในหน่วยงานและองค์กรทางด้านทหารของอินเดีย

ด้วยความสามารถใหม่นี้มัลแวร์ GravityRAT ที่ปัจจุบันปลอมตัวเป็นแอป Android และ macOS ที่ถูกต้องจะมีความสามารถในการดักจับข้อมูลของอุปกรณ์, รายชื่อผู้ติดต่อ, ที่อยู่, อีเมล,บันทึกการโทรและข้อความ หลังจากนั้นจะทำการส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุมโดยผู้โจมตี ทั้งนี้มัลแวร์ GravityRAT ยังมีความสามารถในการค้นหาไฟล์ในคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ removable disk ที่มีนามสกุล. doc, .docx, .ppt, .pptx, .xls, .xlsx, .pdf, .odt, .odp และ. ods และอัปโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์, ตรวจสอบโปรเซสที่กำลังทำงานอยู่, ล็อคกดแป้นพิมพ์, ถ่ายภาพหน้าจอ, รันคำสั่งเชลล์โค้ดได้, บันทึกเสียงและสแกนพอร์ต

ทั้งนี้ผู้ใช้งานควรระมัดระวังในการเปิดเอกสารหรือดาวน์โหลดไฟล์จากเเหล่งที่ไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจนและควรพิจารณาใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสที่มีประสิทธิภาพเพื่อเป็นการป้องกันการตกเป็นเหยื่อของผู้ประสงค์ร้าย

ที่มา: bleepingcomputer

Oracle Releases October 2020 Security Bulletin

Oracle ออกเเพตซ์เเก้ไขช่องโหว่ 402 รายการใน Critical Patch Update October 2020

Oracle ได้ออกประกาศ Critical Patch Update October 2020 ซึ่งเป็นการประกาศอัปเดตเเพตซ์ความปลอดภัยประจำเดือนตุลาคม 2020 ของ Oracle โดยในเดือนตุลาคมนี้ Oracle ได้ทำการเเก้ไขเเพตซ์ความปลอดภัยเป็นจำนวน 402 รายการในผลิตภัณฑ์ 27 ตระกูลผลิตภัณฑ์ของ Oracle ทั้งนี้ช่องโหว่ที่มีความรุนเเรงละมีความสำคัญมีดังนี้

ช่องโหว่ CVE-2020-14825, CVE-2020-14841 และ CVE-2020-14859 (CVSSv3: 9.8/10) เป็นช่องโหว่ใน Oracle WebLogic Server โดยช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์เข้าถึงเครือข่ายผ่านทาง Oracle T3 หรือ Internet Inter-ORB Protocol (IIOP) เพื่อทำการบุกรุกเซิร์ฟเวอร์ ทั้งนี้ช่องโหว่ทั้งสามมีผลกับเวอร์ชัน Oracle WebLogic Server เวอร์ชัน 12.2.1.3.0, 12.2.1.4.0 และ 14.1.1.0.0 ส่วน CVE-2020-14841 และ CVE-2020-14859 จะมีผลกับเวอร์ชัน 10.3.6.0.0 และ 12.1.3.0.0
ช่องโหว่ CVE-2020-14882 (CVSSv3: 9.8/10) เป็นช่องโหว่ในคอมโพเนนต์คอนโซลของ Oracle WebLogic Server ช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับการรับรองความถูกต้องสามารถโจมตีเซิร์ฟเวอร์ Oracle WebLogic ผ่าน HTTP ซึ่งช่องโหว่จะส่งผลให้เกิดการยึดครองเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นเป้าหมาย ช่องโหว่นี้มีผลกับ Oracle WebLogic Server เวอร์ชัน 10.3.6.0.0, 12.1.3.0.0, 12.2.1.3.0, 12.2.1.4.0 และ 14.1.1.0.0
ช่องโหว่ CVE-2019-17267 (CVSSv3: 9.8/10) เป็นช่องโหว่ในส่วนประกอบ Centralized Third Party Jars (jackson-databind) ของ Oracle WebLogic Server ช่องโหว่จะทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับการรับรองความถูกต้องสามารถโจมตีเซิร์ฟเวอร์ Oracle WebLogic ผ่าน HTTP ซึ่งช่องโหว่จะส่งผลให้เกิดการยึดครองเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นเป้าหมาย ช่องโหว่นี้มีผลกับ Oracle WebLogic Server เวอร์ชัน 12.2.1.3.0
ทั้งนี้ผู้ดูแลระบบควรทำการอัปเดตเเพตซ์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อทำการเเก้ไขช่องโหว่และเพื่อเป็นการป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทำการโจมตีระบบ ผู้ที่สนใจรายละเอียดของช่องโหว่เพิ่มเติมสามารถดูได้ที่นี่: https://www.

Security Testing Company NSS Labs Ceases Operations

ถึงคราวต้องโบกมือลา NSS Labs บริษัทประเมินคุณภาพโปรดักส์ความปลอดภัยชื่อดังยุติการให้บริการ

NSS Labs บริษัทประเมินคุณภาพโปรดักส์ความปลอดภัยชื่อดังประกาศยุติการให้บริการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แถลงการณ์เบื้องต้นของบริษัทหน้าเว็บไซต์มีการกล่าวถึงผลกระทบจากการแพร่กระจายของ COVID-19 การยุติการให้บริการมีผลแล้วในวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา

นอกเหนือประกาศอย่างเป็นทางการ ซีอีโอของ NSS Labs "Jason Brvenik" ออกมาประกาศเพิ่มเติมใน LinkedIn ของเขาโดยมีการช่วยโปรโมตอดีตพนักงานของ NSS Labs ในการหางานใหม่ด้วย

ที่มา : securityweek

NSA Releases Advisory on Chinese State-Sponsored Actors Exploiting Publicly Known Vulnerabilities

เปิดประเทศก็พอ ไม่ต้องเปิดระบบให้เขาเข้ามา! NSA ออกรายงานช่องโหว่ซึ่งมักถูกใช้โดยกลุ่มแฮกเกอร์จีนในการโจมตีระบบ

NSA ออก Cybersecurity Advisory เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาโดยมีเนื้อหาเป็นการรวบรวมและแจ้งเตือนช่องโหว่ซึ่งมักถูกใช้โดยกลุ่มแฮกเกอร์ที่ถูกสนับสนุนโดยรัฐบาลจีนในการโจมตี พร้อมคำแนะนำในการรับมือและความเสี่ยงในการถูกโจมตีด้วย

ช่องโหว่ที่ถูกระบุในรายงานมีทั้งสิ้น 25 ช่องโหว่ โดยมีการระบุถึงช่องโหว่ชื่อดังอย่าง CVE-2019-19781 ใน Citrix ADC ซึ่งถูกใช้ทั้งจากกลุ่มแฮกเกอร์ที่รัฐบาลจีนสนับสนุนและกลุ่มแฮกเกอร์ที่รัฐบาลอิหร่านสนับสนุน แนะนำให้ตรวจสอบรายงานดังกล่าวและดำเนินการตามความเหมาะสมเพื่อลดผลกระทบจากการถูกโจมตีโดยช่องโหว่เหล่านี้

ที่มา : CISA

VMware Releases Security Updates for Multiple Products

VMware ออกเเพตซ์แก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical จำนวน 6 รายการในผลิตภัณฑ์ ESXi, Workstation, Fusion และ NSX-T

VMware ได้ประกาศออกเเพตซ์แก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical จำนวน 6 ช่องโหว่ในผลิตภัณฑ์ ESXi, Workstation, Fusion และ NSX-T โดยจาก 6 ช่องโหว่นี้ มีช่องโหว่ที่น่าสนใจคือ

ช่องโหว่ CVE-2020-3992 (CVSSv3: 9.8/10) เป็นช่องโหว่ประเภท use-after-free ที่ส่งผลกระทบต่อบริการ OpenSLP ใน ESXi โดยช่องโหว่นี้จะสามารถอนุญาตให้ผู้โจมตีจากระยะไกลเรียกใช้โค้ดได้โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ผู้โจมตีที่จะสามารถใช้ประโยชน์ช่องโหว่นี้ได้ต้องอยู่ในเครือข่ายการจัดการและต้องสามารถเข้าถึงพอร์ต 427 บนเครื่อง ESXi ได้จึงจะสามารถช้ประโยชน์จากช่องโหว่ได้
ช่องโหว่ CVE-2020-3993 (CVSSv3: 7.5/10) เป็นช่องโหว่ที่เกิดจากการที่โฮสต์ KVM อนุญาตให้ดาวน์โหลดและติดตั้งแพ็กเกจจาก NSX manager ด้วยข้อบกพร่องนี้อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถทำการ Man-in-the-middle attack (MitM) เพื่อโจมตี Transport Node
ช่องโหว่ CVE-2020-3994 (CVSSv3: 7.5/10) เป็นช่องโหว่ที่ทำให้สามารถ hijack เซสชัน vCenter Server ในฟังก์ชันของการอัปเดต
ทั้งนี้ผู้ดูแลระบบควรทำการอัปเดตเเพตซ์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อทำการเเก้ไขช่องโหว่และเพื่อเป็นการป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทำการโจมตีระบบ

ที่มา : securityaffairs | vmware