Juniper ออกเเพตซ์แก้ไขช่องโหว่ 40 รายการใน Junos OS

Juniper Network ได้เผยแพร่คำแนะนำด้านความปลอดภัยจำนวน 40 รายการเกี่ยวกับช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการ Junos OS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกใช้ในไฟร์วอลล์และ third-party component ต่างๆ

ช่องโหว่ที่มีสำคัญและถูกจัดอันดับความรุนแรงมากมีดังนี้ CVE-2020-1675 (CVSSv3: 8.3/10), CVE-2020-1676 (CVSSv3: 7.2/10) และ CVE-2020-1677 (CVSSv3: 7.2/10) เป็นช่องโหว่ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ Juniper Networks Mist Cloud UI ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองความถูกต้องของ Security Assertion Markup Language (SAML) ที่จะอนุญาตให้ผู้โจมตีระยะไกลสามารถ bypass การตรวจสอบสิทธิ์ SAML

นอกจากนี้ Juniper ยังได้ทำการเเก้ไขช่องโหว่ CVE-2020-10188 (CVSSv3: 9.8/10) ช่องโหว่การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลที่จะส่งผลกระทบต่อเซิร์ฟเวอร์ Telnet ที่ Junos OS ใช้

ทั้งนี้หน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency - CISA) ได้ออกคำแนะนำให้ผู้ดูแลระบบขององค์กรต่างๆ ควรทำการตรวจสอบและทำการอัปเดตเเพตซ์ความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุดเพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่โจมตีระบบ

ที่มา: securityweek.

TikTok ประกาศเปิดตัวโครงการ Bug Bounty ร่วมกับ HackerOne

TikTok ได้ประกาศเข้าร่วมโครงการ bug bounty ร่วมกับแพลตฟอร์ม HackerOne เพื่อเปิดโอกาสให้แฮ็กเกอร์และนักวิจัยด้านความปลอดภัยสามารถทำการให้ค้นหาช่องโหว่ในเว็บไซต์หลักซึ่งรวมถึงโดเมนย่อยต่างๆ และแอปพลิเคชันบน Android และ iOS

โดยช่องโหว่และข้อบกพร่องที่มีความรุนแรงสูง TikTok จะจ่ายให้กับผู้ค้นพบเป็นเงินรางวัลตั้งเเต่ 1,700 ถึง 6,900 ดอลลาร์(ประมาณ 53,074 ถึง 215,418 บาท) ทั้งนี้ช่องโหว่ที่มีความสำคัญและมีความรุนเเรงสูงผู้ค้นพบจะสามารถได้รับรางวัลสูงถึง 14,800 ดอลลาร์ (ประมาณ 461,959 บาท) ซึ่งจะพิจารณาจากคะแนนความรุนเเรง CVSS ของช่องโหว่

Luna Wu จากทีม TikTok Global Security ได้กล่าวว่าความร่วมมือในการหาช่องโหว่และข้อบกพร่องครั้งนี้จะช่วยให้ TikTok ได้รับข้อมูลเชิงลึกจากนักวิจัยด้านความปลอดภัยชั้นนำของโลก, นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญอิสระเพื่อเปิดเผยภัยคุกคามและช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นได้ในแอปพลิเคชัน ซึ่งจะทำให้การป้องกันความปลอดภัยของ TikTok แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ที่มา: securityweek.

นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบเบาะแสที่เชื่อมโยงระหว่าง Thanos ransomware กับกลุ่มแฮกเกอร์ชาวอิหร่าน

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก ClearSky ได้เผยถึงการพบเบาะแสที่เชื่อมโยงระหว่าง Thanos ransomware กับกลุ่ม MuddyWater ซึ่งเป็นแฮกเกอร์ที่รัฐสนับสนุนโดยอิหร่าน

นักวิจัยด้านความปลอดภัยกล่าวว่าเบาะแสที่มีเชื่อมโยงนั้นพบว่ากลุ่ม MuddyWater มักจะใช้วิธีการโจมตีอยู่สองวิธีคือ หนึ่งใช้อีเมลฟิชชิ่งที่มีเอกสาร Excel หรือ PDF ที่เป็นอันตราย ซึ่งเมื่อเหยื่อเปิดแล้วจะดาวน์โหลดและติดตั้งมัลแวร์จากเซิร์ฟเวอร์ของแฮกเกอร์ ส่วนวิธีที่สองคือการสแกนอินเทอร์เน็ตเพื่อหาเซิร์ฟเวอร์อีเมล Microsoft Exchange ที่ไม่ได้รับการเเพตซ์และใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2020-0688 ติดตั้งเว็บเชลล์บนเซิร์ฟเวอร์จากนั้นดาวน์โหลดและติดตั้งมัลแวร์ตัวเดียวกันเดียวกับที่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งมีชื่อว่า PowGoop โดยจะเป็นมัลเเวร์ที่ถูกใช้เพื่อทำการติดตั้ง Thanos ransomware ซึ่งเป็นข้อมูลจากการติดตามและรายงานโดย Palo Alto Networks

จุดน่าสนใจของ TTP ล่าสุดอยู่ในประเด็นที่ว่า Thanos ransomware ที่ตรวจพบและเกี่ยวข้องกับ MuddyWater ถูกเขียนขึ้นมาให้เข้ารหัสแบบไม่สามารถกู้คืนได้ ซึ่งเป็นความพยายามในการปกปิดเป้าหมายที่แท้จริงผ่านการอำพรางด้วยการใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่ด้วย

ที่มา: zdnet.

SAP ประกาศเเพตซ์เเก้ไขช่องโหว่จำนวน 21 รายการ ในเเพตซ์ประจำเดือนตุลาคม 2020

SAP ได้ประกาศเเพตซ์เเก้ไข SAP Security Patch Day ประจำเดือนตุลาคม ซึ่งในเดือนตุลาคม 2020 นี้ได้ออกเเพตซ์เเก้ไขความปลอดภัยจำนวน 21 รายการ โดยช่องโหว่ที่มีความสำคัญและถูกเเก้ไขมีดังนี้

ช่องโหว่ CVE-2020-6364 (CVSSv3: 10/10) เป็นช่องโหว่ของ OS Command Injection ใน CA Introscope Enterprise Manager ช่องโหว่จะช่วยให้ผู้โจมตีสามารถแก้ไขคุกกี้ในลักษณะที่สามารถเรียกใช้คำสั่ง OS Command Injection และอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุมโฮสต์ที่เรียกใช้ CA Introscope Enterprise Manager ช่องโหว่นี้จะส่งผลกระทบกับ SAP Solution Manager และ SAP Focused Run เวอร์ชัน 9.7, 10.1, 10.5, 10.7
ช่องโหว่ยังไม่ระบุ CVE เเต่มี CVSS ระดับ 9.8/10 โดยช่องโหว่จะส่งกระทบกับผลิตภัณฑ์ SAP Business Client เวอร์ชัน 6.5
ช่องโหว่ CVE-2020-6296 (CVSSv3: 8.3/10) เป็นช่องโหว่ Code Injection โดยช่องโหว่จะช่วยให้ผู้โจมตีสามารถทำการ Code Injection ไปยังแอปพลิเคชันที่เรียกใช้งานได้ ซึ่งจะทำให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมพฤติกรรมของแอปพลิเคชันได้ ช่องโหว่นี้จะส่งผลกระทบกับผลิตภัณฑ์ SAP NetWeaver (ABAP) และ ABAP Platform เวอร์ชัน 700, 701, 702, 710, 711, 730, 731, 740, 750, 751, 753, 755
ช่องโหว่ CVE-2020-6367 (CVSSv3: 8.2/10) เป็นช่องโหว่ Cross-Site Scripting (XSS) ใน SAP NetWeaver Composite Application Framework เวอร์ชัน 7.20, 7.30, 7.31, 7.40, 7.50

ทั้งนี้ผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานควรรีบทำการอัปเดตเเพตซ์เป็นการด่วนเพื่อเป็นการป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทำการโจมตีระบบ นอกจากนี้ผู้ที่สนใจรายละเอียดของโหว่โหว่เพิ่มเติมสามารถดูได้ที่แหล่งที่มา

ที่มา: wiki.

แจ้งเตือนช่องโหว่อ่านไฟล์ใน VMware vCenter ไม่มี CVE แต่มี PoC ให้ทดสอบช่องโหว่แล้ว

ทีม Offensive จาก Positive Technologies ทวีตช่องโหว่ใหม่ที่ถูกแพตช์แล้วใน VMware vCenter 6.5u1 โดยเป็นช่องโหว่อ่านไฟล์ในระบบได้แบบไม่ต้องพิสูจน์ตัวตน ยังไม่มีการกำหนด CVE ในขณะนี้

ช่องโหว่นี้สามารถโจมตีได้โดยการส่ง HTTP GET request ไปยัง /eam/vib?id=<path> โดยเปลี่ยนพาธเป็นพาธของไฟล์ที่ต้องการอ่าน หลังจากนั้นใน HTTP response จะปรากฎ content ของไฟล์ทันที

ช่องโหว่นี้ถูกทดสอบใน VMware vCenter เวอร์ชัน 6.5.0a-f และอาจมีเวอร์ชันก่อนหน้านี้ที่ได้รับผลกระทบด้วย แนะนำให้ตรวจสอบและทำการแพตช์โดยด่วน

ที่มาและรูปภาพจาก: twitter.

Zoom เปิดตัวฟีเจอร์การเข้ารหัสแบบ E2EE สำหรับผู้ใช้ทุกคนในสัปดาห์หน้า

Zoom ได้ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์การเข้ารหัสแบบ End-to-End (E2EE) สำหรับผู้ใช้ทุกคนในสัปดาห์หน้า โดยการเปิดใช้งานในครั้งนี้เป็นการทดลองด้านเทคนิคราว 30 วัน

โดยคีย์การเข้ารหัส E2EE ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นโดยเครื่องของผู้ใช้แทนที่จะเป็นการถูกสร้างด้วยเซิร์ฟเวอร์ของ Zoom ซึ่งจะทำให้ผู้ให้บริการ Zoom หรือบุคคลภายนอกอื่น ๆ ไม่สามารถถอดรหัสข้อมูลที่ถูกแลกเปลี่ยนกันกับผู้เข้าร่วม ส่วนเซิร์ฟเวอร์ของ Zoom เป็นเพียงแค่ตัวกลางเพื่อ Relay ออกไป ดังนั้นเซิร์ฟเวอร์ Zoom จึงไม่ข้องเกี่ยวกับการเข้ารหัสของผู้ใช้ แต่การเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ E2EE จะทำให้ฟีเจอร์บางอย่างใช้งานไม่ได้เช่น Join before host, Cloud Recording, Streaming, Live Transcription, Breakout Rooms, Polling, Private Chat 1:1 และ Meeting Reaction เป็นต้น

เมื่อมีการเปิดใช้งานฟีเจอร์ E2EE แล้วผู้เข้าร่วมประชุมจะสังเกตได้จากโลโก้รูปโล่แม่กุญแจสีเขียวที่อยู่มุมซ้ายบนของหน้าต่าง โดยเบื้องต้นผู้ใช้งาน Zoom จะต้องเข้าใช้งานผ่าน Desktop Client, Mobile App หรือ Zoom Rooms เท่านั้น ในช่วงการทดสอบนี้

ทั้งนี้ห้องประชุม Zoom นั้นสามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้ถึง 200 คนในการประชุม E2EE บน Zoom และฟีเจอร์นี้จะเปิดให้บริการสำหรับผู้ใช้ทุกคนสำหรับทั้งบัญชีแบบชำระเงินและบัญชีฟรี

ที่มา: bleepingcomputer.

Permalink SonicWall ปล่อยแพตช์อุด 11 ช่องโหว่ความปลอดภัย ช่องโหว่ร้ายแรงสุดทำ RCE ได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องล็อกอิน

SoniclWall ออกประกาศแพตช์อุด 11 ช่องโหว่ความปลอดภัย โดยหนึ่งในช่องโหว่ความปลอดภัยรหัส CVE-2020-5135 เป็นช่องโหว่ stack-based buffer overflow ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดที่เป็นอันตรายกับอุปกรณ์ที่มีช่องโหว่ด้านโดยไม่ต้องมีการพิสูจน์ตัวตน

Nikita Abramov จาก Positive Technologies และ Craig Young จาก TripWrie ซึ่งมีส่วนร่วมในการค้นพบช่องโหว่นี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ช่องโหว่ดังกล่าวอยู่ในเซอร์วิส product management และ SSL VPN remote access ที่สามารถถูกสแกนเจอได้จากบริการอย่าง Shodan

นอกเหนือจาก CVE-2020-5135 แล้ว ช่องโหว่ที่น่าสนใจอีกช่องโหว่หนึ่งคือ CVE-2020-5142 ซึ่งผู้โจมตีสามารถสร้างโค้ดจาวาสคริปต์ไปที่หน้า SSL-VPN portal เพื่อทำ DoS อุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องมีการพิสูจน์ตัวตน

ในขณะนี้อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบคือ SonicOS 6.5.4.7-79n และรุ่นก่อนหน้า, SonicOS 6.5.1.11-4n และรุ่นก่อนหน้า, SonicOS 6.0.5.3-93o และรุ่นก่อนหน้า, SonicOS 6.5.4.4-44v-21-794 และรุ่นก่อนหน้า และ SonicOS 7.0.0.0-1 ขอให้ทำการอัปเดตอุปกรณ์เพื่อจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากช่องโหว่โดยด่วน

ที่มา: threatpost.

แจ้งเตือนช่องโหว่ BleedingTooth แฮกแบบ Zero-Click ผ่านช่องโหว่ Bluetooth

Andy Nguyen นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Google เปิดเผยชุดช่องโหว่ใหม่ภายใต้ชื่อ BleedingTooth ในโค้ด BlueZ ซึ่งอิมพลีเมนต์โปรโตคอล Bluetooth ทั้งหมด 3 CVE ได้แก่ CVE-2020-12351, CVE-2020-12352 และ CVE-2020-24490 ช่องโหว่ที่มีความร้ายแรงที่สุด (CVSSv3 8.3) นั้นคือช่องโหว่ CVE-2020-12351

ช่องโหว่ CVE-2020-12351 เป็นช่องโหว่ heap overflow ในโค้ดของ Bluetooth ในลินุกซ์เคอร์เนล ช่องโหว่นี้สามารถทำให้ผู้โจมตีซึ่งอยู่ในระยะของเครือข่าย Bluetooth ส่งแพ็คเกต l2cap แบบพิเศษที่ทำให้เกิดการ DoS หรือรันคำสั่งอันตรายในอุปกรณ์ด้วยสิทธิ์ของระบบได้ Andy มีการเปิดเผย PoC ของช่องโหว่นี้ไว้ใน GitHub อีกด้วยที่ https://github.

เงินดีเลยเอาด้วย FIN11 กระโดดร่วมวงแพร่กระจายมัลแวร์เรียกค่าไถ่แล้ว ใช้ Clop ransomware ช่วยหาเงิน

FireEye เปิดเผยความเคลื่อนไหวล่าสุดหลังจากมีการตรวจพบว่ากลุ่ม FIN11 ร่วมมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มาเน้นการแพร่กระจาย ransomware เพื่อหาเงิน รวมไปถึงมีการขู่ปล่อยข้อมูลโดยที่ไม่มีการใช้ ransomware ด้วย

FIN11 เป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่เป้าหมายคือเงินและเริ่มปฏิบัติการมาตั้งแต่ปี 2016 โดยในยุคแรกนั้นกลุ่ม FIN11 พุ่งเป้าโจมตีสถาบันทางการเงิน, กลุ่มร้านค้าและร้านอาหารด้วยการโจมตีระบบ Point of Sale (POS) อย่างไรก็ตามข้อมูลล่าสุดของ FieEye เปิดเผยว่ากลุ่ม FIN11 เริ่มมีเป้าหมายการโจมตีที่กว้างมากขึ้นและยังมีการใช้ ransomware ชื่อดังคือ Clop เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ

Clop ransomware เป็นที่รู้จักกันว่าเป็น ransomware ที่ได้รับมักถูกใช้โดยกลุ่ม TA505 ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ชื่อดังอีกกลุ่มหนึ่ง พฤติกรรมของ FIN11 และ TA505 ยังมีบางส่วนที่เหมือนกันเช่นการใช้โปรแกรมในการช่วยดาวโหลดมัลแวร์ตัวเดียวกัน ทั้งนี้ FireEye ยังคงกล่าวว่าความเหมือนของพฤติกรรมยังคงมีน้อยกว่าความแตกต่างและประวัติในการโจมตี ทำให้แฮกเกอร์สองกลุ่มนี้ยังไม่ถูกมองว่ามีความเกี่ยวข้องกับในลักษณะใด

จุดน่าสนใจของพฤติกรรมของ FIN11 อีกลักษณะหนึ่งคือ FIN11 พยายามเป็นอย่างยิ่งในทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เงินมาจากเหยื่อ ในบาง incident ที่ FireEye เข้าให้บริการนั้นยังมีการตรวจพบว่า FIN11 มีการโจมตีเหยื่อเดิมซ้ำเพื่อเรียกค่าไถ่ด้วย

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมใหม่ของ FIN11 ได้จาก https://www.

phpMyAdmin ออกเเพตซ์ใหม่เเก้ไขช่องโหว่ XSS และ SQL injection ใน phpMyAdmin 4.9.x และ 5.0.x

phpMyAdmin ได้ออกประกาศอัปเดตความปลอดภัยหมายเลขที่ PMASA-2020-5 และ PMASA-2020-6 โดยทั้งสองประกาศนั้นได้ทำการเเก้ไขช่องโหว่ Cross Site Scripting (XSS) และ SQL injection

ตามประกาศเเรกหมายเลข PMASA-2020-5 ช่องโหว่ Cross Site Scripting (XSS) ถูกพบในฟีเจอร์ transformation โดยผู้โจมตีสามารถส่งลิงค์ JavaScript ของระบบ phpMyAdmin ที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษและเป็นอันตรายไปยังเหยื่อและเมื่อเหยื่อคลิกที่ลิงค์ JavaScript จะทำงานและทำตามคำสั่งของผู้โจมตี เป้าหมายของผู้โจมตีอาจเป็นการขโมยคุกกี้สำหรับการพิสูจน์ตัวตน

ตามประกาศที่สองหมายเลข PMASA-2020-6 เป็นช่องโหว่ SQL injection ที่อยู่ในฟีเจอร์ SearchController ผู้โจมตีสามารถใช้ข้อบกพร่องนี้เพื่อทำการแทรก SQL ที่เป็นอันตรายลงใน query

ช่องโหว่ทั้งสองจะมีผลกระทบกับ phpMyAdmin เวอร์ชันก่อน 4.9.6 และเวอร์ชันก่อน 5.0.3 ทั้งนี้ผู้ใช้ควรทำการอัปเกรด phpMyAdmin เป็นเวอร์ชัน 4.9.6 หรือ 5.0.3 หรือล่าสุดเพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทำการโจมตีระบบ

ที่มา:

phpmyadmin.