นักวิจัยพบ Hacker มุ่งเป้าหมายการโจมตีไปยังช่องโหว่ผลิตภัณฑ์ Zoho ManageEngine

นักวิจัยพบ Hacker มุ่งเป้าหมายการโจมตีไปยังช่องโหว่ผลิตภัณฑ์ Zoho ManageEngine

นักวิจัยจาก Bitdefender บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้เผยแพร่รายงานการพบกลุ่ม Hacker มุ่งเป้าหมายการโจมตีไปยังช่องโหว่ของผลิตภัณฑ์ Zoho ManageEngine (CVE-2022-47966)

โดยช่องโหว่มีหมายเลข CVE-2022-47966 (คะแนน CVSS: 9.8 ระดับความรุนแรงสูงมาก) เป็นช่องโหว่ที่สามารถเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (Remote Code Execution (RCE)) และสามารถเข้าถึงระบบได้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ โดยช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ Zoho ManageEngine ต่าง ๆ มากมาย เช่น Access Manager Plus, ADManager Plus, ADSelfService Plus, Password Manager Pro, Remote Access Plus และ Remote Monitoring and Management (RMM) ซึ่งปัจจุบันได้มีการออกแพตซ์อัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

โดยนักวิจัยระบุว่า เริ่มพบเห็นการโจมตีภายหลังจากที่ Horizon3.ai ได้ปล่อย proof-of-concept (PoC) ซึ่งเป็นตัวอย่างในการโจมตีออกมา ซึ่งคาดว่า Hacker ได้เริ่มโจมตีเป้าหมายด้วยช่องโหว่ดังกล่าวเพื่อเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล และหลบเลี่ยงการตรวจสอบจาก XML signature และ Apache Santuario เพื่อทำการติดตั้ง Netcat และ Cobalt Strike Beacon บนเครื่องเหยื่อ รวมไปถึง AnyDesk เพื่อดาวน์โหลดเพย์โหลดอันตราย เช่น Buhti Ransomware เพื่อเข้ารหัสอุปกรณ์ในเครือข่ายของเหยื่อต่อไป

อีกทั้งยังพบว่ากลุ่ม Hacker ที่ใช้ช่องโหว่ดังกล่าวในการโจมตี มีลักษณะของการกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการโจมตี ซึ่งสังเกตุจากลักษณะการโจมตี ที่จะใช้ช่องโหว่ดังกล่าวในการเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าถึงระบบของเหยื่อ หลังจากนั้นจะเริ่มทำการโจมตีตามโหลดเพย์ต่อไป โดยพบว่าเป้าหมายที่ถูกโจมตีส่วนใหญ่อยู่ในออสเตรเลีย แคนาดา อิตาลี เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ ไนจีเรีย ยูเครน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

 

ที่มา : thehackernews.

WhiskerSpy Backdoor แพร่กระจายผ่านตัวติดตั้ง trojan video codec

นักวิจัยจาก Trend Micro บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ พบ Backdoor ตัวใหม่ ในชื่อ WhiskerSpy ที่ถูกเผยแพร่โดยกลุ่ม Hacker ที่มีชื่อว่า Earth Kitsune ซึ่งมุ่งเป้าหมายการโจมตีไปยังกลุ่มผู้สนับสนุนประเทศเกาหลีเหนือ โดย Trend Micro ได้เริ่มติดตามการดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม Hacker ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2019 (more…)

MyloBot Botnet แพร่กระจายอย่างรวดเร็วทั่วโลกมากกว่า 50,000 เครื่องต่อวัน

BitSight บริษัทด้านความปลอดภัย ได้ค้นพบ Botnet ที่มีความน่าสนใจซึ่งมีการแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในชื่อ MyloBot โดยเหยื่อส่วนใหญ่อยู่ในประเทศอินเดีย สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย และอิหร่าน โดยพบว่ามีเครื่องที่ติด MyloBot เพิ่มเฉลี่ย 50,000 เครื่องต่อวัน ซึ่งพบว่าลดลงจากปี 2020 ที่มีติดเฉลี่ย 250,000 เครื่องต่อวัน (more…)

Microsoft: แจ้งเตือน Exchange Server 2013 กำลังจะ end-of-support ภายในเดือนเมษายน 2023

Microsoft แจ้งว่า Exchange Server 2013 จะถึงวันสิ้นสุดการ support (extended end-of-support : EOS) หลังจากนี้อีก 60 วัน (11 เมษายน 2023) โดยการประกาศนี้ได้เกิดขึ้นภายหลังจากที่บริษัทมีการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานก่อนหน้านี้สองครั้งในช่วงเดือนมกราคม และมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งมีการแนะนำให้ทำการอัปเกรด หรือย้าย Server Exchange ของตนเอง

Exchange Server 2013 เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมกราคม 2013 และถึงกำหนดวันที่สิ้นสุดการแนะนำเมื่อสี่ปีที่แล้วในเดือนเมษายน 2018

โดยหลังจากนี้เมื่อถึงวันที่ extended end-of-support (EOS) แล้ว Microsoft จะหยุดให้การสนับสนุนด้าน technical support และการแก้ไขข้อผิดพลาด หรือช่องโหว่ต่าง ๆ ที่ถูกพบใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้งานของเซิร์ฟเวอร์

ถึงแม้ Exchange Server 2013 จะยังคงสามารถใช้งานต่อไปได้ แต่จากความเสี่ยงข้างต้น Microsoft แนะนำให้ผู้ดูแลระบบอัปเกรด Server จาก Exchange 2013 ไปยัง Exchange Online หรือ Exchange 2019 เพื่อความปลอดภัยจากช่องโหว่ใหม่ ๆ โดยเร็วที่สุด

Exchange Online หรือ Server 2019

เซิร์ฟเวอร์ Exchange 2013 สามารถย้ายไปยัง Exchange Online ซึ่งมีให้บริการในรูปแบบ Office 365 subscription หรือเป็นบริการแบบ stand-alone

หลังจากย้าย Mailboxes, Public folders และข้อมูลอื่น ๆ เรียบร้อยแล้ว ผู้ดูแลระบบสามารถทำการลบ Exchange servers ภายในองค์กร และ Active Directory ได้เลย

โดย Microsoft ระบุว่า หากองค์กรใดเลือกที่จะย้าย Mailboxes ไปยัง Microsoft 365 แต่วางแผนที่จะใช้ Azure AD Connect เพื่อจัดการบัญชีผู้ใช้งานใน Active Directory ต่อไป จำเป็นต้องมี Microsoft Exchange ไว้ในองค์กรอย่างน้อย 1 server เนื่องจากหากลบ Exchange servers ทั้งหมด จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลง recipient ใน Exchange Online ได้ เพราะการจัดการนี้จะอยู่ที่ Active Directory

Microsoft ยังได้ออกแพตซ์อัปเดตด้านความปลอดภัยของ Exchange Server ในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 โดยระบุว่า "แม้ว่าจะยังไม่พบการโจมตีที่เกิดขึ้นจากช่องโหว่ แต่แนะนำให้ทำการอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกโจมตี"

 

ที่มา : bleepingcomputer

Coinbase ถูกโจมตีด้วยการมุ่งเป้าไปที่พนักงานจากการแจ้งเตือนทาง SMS ปลอม [EndUser]

Coinbase แพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยน cryptocurrency ชื่อดัง ออกมายอมรับว่าถูกแฮ็กเกอร์ขโมยข้อมูลการเข้าสู่ระบบของพนักงาน เพื่อพยายามเข้าถึงระบบของบริษัทจากภายนอก

ผลจากการโจมตีทำให้แฮ็กเกอร์ได้ข้อมูลติดต่อของพนักงาน Coinbase จำนวนหนึ่ง โดยข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลของลูกค้ายังไม่ได้รับผลกระทบ

รายละเอียดการโจมตี

แฮ็กเกอร์มุ่งเป้าไปที่ engineer ของ Coinbase จำนวนมาก ในวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ โดยมีการส่งข้อความแจ้งเตือนทาง SMS เพื่อให้ล็อกอินเข้าสู่บัญชีของบริษัทเพื่ออ่านข้อความสำคัญ โดยที่พนักงานส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจข้อความ แต่มีพนักงานคนหนึ่งคลิกลิงก์ไปยังหน้าฟิชชิ่ง และมีการป้อนข้อมูล credentials

ขั้นตอนต่อไป แฮ็กเกอร์พยายามเข้าสู่ระบบภายในของ Coinbase โดยใช้ข้อมูล credentials ที่ถูกขโมยไป แต่ล้มเหลวเนื่องจากการเข้าถึงได้รับการป้องกันด้วย multi-factor authentication (MFA) และ 20 นาทีต่อมา แฮ็กเกอร์ก็เปลี่ยนไปใช้กลยุทธ์อื่น โดยโทรหาพนักงาน และอ้างว่าติดต่อมาจากทีม IT ของ Coinbase และสั่งให้เหยื่อลงชื่อเข้าใช้งานระบบ และทำตามคำแนะนำ

CSIRT ของ Coinbase ตรวจพบพฤติกรรมที่ผิดปกติภายใน 10 นาทีนับตั้งแต่เริ่มการโจมตี และติดต่อเหยื่อเพื่อสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมล่าสุดที่ผิดปกติจากบัญชี หลังจากนั้นพนักงานก็ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ และหยุดการสื่อสารกับผู้โจมตี

การป้องกัน

Coinbase ได้แชร์ TTPs ที่สามารถใช้เพื่อระบุการโจมตีที่คล้ายกัน และเพื่อป้องกันการโจมตีดังกล่าว:

การเข้าใช้งาน web traffic ไปยังที่อยู่ : sso-[.]com, sso[.]com, login.

GoDaddy ถูกแฮ็กเกอร์ขโมยซอร์สโค้ด และติดตั้งมัลแวร์เป็นเวลาหลายปี

GoDaddy ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งยักษ์ใหญ่ออกมายอมรับถึงเหตุการณ์การถูกผู้โจมตีโดยผู้โจมตีที่ไม่ทราบชื่อ ซึ่งได้ทำการขโมยซอร์สโค้ด และติดตั้งมัลแวร์บนเซิร์ฟเวอร์ หลังจากที่ถูกโจมตีผ่านทาง cPanel shared hosting environment มาเป็นเวลาหลายปี (more…)

Hacker ใช้ Google Ads เพื่อแพร่กระจาย Malware FatalRAT โดยการปลอมเป็น Apps ยอดนิยม [EndUser]

กลุ่มผู้ใช้งานที่ใช้ภาษาจีนเป็นหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออกกำลังตกเป็นเป้าหมายของแคมเปญ Google Ads เพื่อหลอกลวงให้ดาวน์โหลด trojans ที่ใช้ในการเข้าถึงจากระยะไกล เช่น FatalRAT ไปยังเครื่องเหยื่อ

ผู้โจมตีจะใช้การซื้อโฆษณา เพื่อให้แสดงในผลของการค้นหาบน Google เมื่อผู้ใช้พยายามดาวน์โหลด Application ที่เป็นที่นิยม จะถูกนำไปยังหน้าเว็บไซต์สำหรับดาวน์โหลดโปรแกรมซึ่งถูกฝัง Trojan เอาไว้ โดย ESET ระบุในรายงานว่าปัจจุบันโฆษณาดังกล่าวได้ถูกลบออกไปแล้ว

Google Chrome ก็เป็นหนึ่งใน Application ที่มีหน้าเว็บไซต์สำหรับดาวน์โหลดปลอมขึ้นมา รวมไปถึง Mozilla Firefox, Telegram, WhatsApp, LINE, Signal, Skype, Electrum, Sogou Pinyin Method, Youdao และ WPS Office

โดย ESET ระบุในรายงานที่พบในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคม 2565 ถึงมกราคม 2566 ว่า "เว็บไซต์ และโปรแกรมที่ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ส่วนใหญ่เป็นภาษาจีน และในบางกรณีก็มีซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นภาษาจีนที่ไม่สามารถใช้งานได้ในจีนด้วยเช่นกัน"

โดยเหยื่อส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ที่ ไต้หวัน จีน ฮ่องกง มาเลเซีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเมียนมาร์

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการโจมตีคือการสร้างเว็บไซต์ที่มีโดเมนลักษณะคล้ายกัน หรือที่เรียกว่า typosquatted domain เพื่อเผยแพร่ซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย ซึ่งบางกรณีถึงแม้จะมีไฟล์ติดตั้งของซอฟต์แวร์ที่ถูกต้อง แต่ก็ยังมีการแอบติดตั้ง FatalRAT ด้วยเช่นเดียวกัน

โดยผู้โจมตีจะสามารถควบคุมเครื่องของเหยื่อได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงสั่งรันคำสั่งที่เป็นอันตราย, เก็บข้อมูลจาก web browsers และตรวจจับการพิมพ์บน Keyboard

นักวิจัยระบุว่า "Hacker ใช้ความพยายามในการตั้งชื่อโดเมนให้มีความคล้ายกับชื่อที่เป็นทางการมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และ website ปลอมส่วนมากจะมีหน้าตาเหมือนกันกับ website ที่ถูกต้อง"

การค้นพบนี้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากที่ Trend Micro เปิดเผยแคมเปญ Purple Fox ที่ใช้ประโยชน์จากซอฟต์แวร์ที่เลียนแบบ Adobe, Google Chrome, Telegram และ WhatsApp เพื่อเผยแพร่ FatalRAT

ที่มา : thehackernews

พบแคมเปญหลอกลวง AdSense ส่งผลให้เว็บไซต์ WordPress กว่า 10,000 เว็บไซต์ติดมัลแวร์ [EndUser]

แฮกเกอร์ที่เกี่ยวข้องกับการทำแคมเปญมัลแวร์เพื่อเปลี่ยนเส้นทาง ได้มีการขยายขนาดของแคมเปญโดยการใช้โดเมนปลอมมากกว่า 70 โดเมน ที่เลียนแบบตัวย่อ URL และทำให้เว็บไซต์กว่า 10,800 เว็บไซต์ติดมัลแวร์ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือเพิ่มการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ที่มี AdSense ID ที่มีโฆษณาของ Google เพื่อสร้างรายได้ให้แฮกเกอร์จากการเพิ่มจำนวนการเข้าชมที่เกินจริง และทำให้ Google เข้าใจว่ายอดผู้ชมเหล่านั้นเป็นคนจริง ๆ ที่คลิกเข้าชมจาก IP ที่ต่างกัน

Ben Martin นักวิจัยของ Sucuri ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Web Security กล่าวในรายงานที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าพบแคมเปญที่เป็นอันตรายที่ถูกเปิดเผยครั้งแรกโดยบริษัท GoDaddy ในเดือนพฤศจิกายน 2022 โดยแฮกเกอร์ได้เพิ่มประสิทธิ์ภาพของเว็บไซต์เหล่านี้ให้แสดงในผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหาเพื่อนำผู้ชมไปยังเว็บไซต์อื่น โดยสิ่งสำคัญของแคมเปญในครั้งนี้ คือการใช้ลิงก์ผลการค้นหาของ Bing และบริการย่อลิงก์ (t[.]co) ของ Twitter ร่วมกับ Google ในการเปลี่ยนเส้นทาง

นอกจากนี้ยังมีโดเมน URL ปลอมยอดนิยม เช่น Bitly, Cuttly หรือ ShortURL ที่จะนำพาผู้ชมไปยังเว็บไซต์ Q&A ที่สร้างขึ้นมาโดยแฮกเกอร์ Sucuri ระบุว่าเว็บไซต์ Q&A นั้นเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ blockchain และ cryptocurrency ซึ่งโดเมน URL เหล่านี้อยู่บน DDoS-Guard ที่เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตของรัสเซียที่ให้บริการป้องกันด้าน DDoS สำหรับโฮสติ้ง และแฮกเกอร์ยังเพิ่มมัลแวร์เข้าไปในไฟล์ wp-blog-header.

พบช่องโหว่ ProxyShell ใน Microsoft Exchange ถูกใช้ในการโจมตีแบบ crypto-mining attack ในชื่อ ‘ProxyShellMiner’

พบมัลแวร์ตัวใหม่ที่มีชื่อว่า 'ProxyShellMiner' ได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของ Microsoft Exchange ProxyShell เพื่อติดตั้งเครื่องขุด cryptocurrency ผ่านทาง Windows domain เพื่อขุดเหรียญ cryptocurrency ให้กับ Hacker

ProxyShell เป็นชื่อของช่องโหว่ Exchange สามรายการที่ถูกพบ และได้รับการแก้ไขไปแล้วโดย Microsoft ในปี 2021 โดยเมื่อใช้งานร่วมกันทั้งสามช่องโหว่ จะทำให้สามารถหลบเลี่ยงการตรวจสอบ และเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้ (Remote Code Execution (RCE)) จึงทำให้สามารถเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ Exchange ได้อย่างสมบูรณ์และเข้าถึงระบบอื่น ๆ บนเครือข่ายของเป้าหมายได้อีกด้วย

ProxyShellMiner

Morphisec บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้เปิดเผยการค้นพบมัลแวร์ตัวใหม่ที่ชื่อว่า 'ProxyShellMiner' ที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2021-34473 และ CVE-2021-34523 ในการเข้าถึงเครือข่ายของเหยื่อ

จากนั้น Hacker จะปล่อยเพย์โหลดมัลแวร์ .NET ลงในโฟลเดอร์ NETLOGON ของ domain controller เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ทั้งหมดบนเครือข่ายจะเรียกใช้มัลแวร์ อีกทั้งเพื่อให้มัลแวร์สามารถใช้งานได้ จำเป็นต้องมีพารามิเตอร์บรรทัดคำสั่งที่เหมือนกับรหัสผ่านสำหรับส่วนประกอบของ XMRig miner

โดย ProxyShellMiner ใช้ embedded dictionary ซึ่งเป็นอัลกอริธึมแบบ XOR decryption ที่ดาวน์โหลดจากเซิร์ฟเวอร์ภายนอก จากนั้นจะใช้ตัวสั่งการที่ใช้ภาษา C# ในชื่อ CSC.exe และพารามิเตอร์ "InMemory" เพื่อดำเนินการใช้โมดูล embedded code ต่อไป

ต่อมา ProxyShellMiner จะดาวน์โหลดไฟล์ชื่อ "DC_DLL" และสั่ง .NET reflection เพื่อแยกอาร์กิวเมนต์สำหรับตัวกำหนด task scheduler, ค่า XML และ XMRig key ซึ่งไฟล์ DLL จะใช้สำหรับการถอดรหัสไฟล์เพิ่มเติม นอกจากนี้โปรแกรมทั้งสองรายการที่ทำการดาวน์โหลดมาก่อนหน้านี้จะทำการฝังตัวในระบบ (Persistence) ด้วยการสร้าง task scheduler ให้ทำงานเมื่อมีผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ และทำการดาวน์โหลด malware loader มาอีก 2 รายการพร้อมไฟล์อื่น ๆ อีกสี่ไฟล์

หลังจากนั้นจะทำการติดตั้งไปยัง browser ในระบบของเหยื่อเพื่อทำการฝังตัวในพื้นที่หน่วยความจำ ซึ่งเรียกกระบวนการนี้ว่า "process hollowing" จากนั้นจะเลือกกลุ่มการขุดแบบสุ่มจากรายการในฮาร์ดโค้ด และเริ่มการขุดเหรียญ cryptocurrency บนระบบของเหยื่อ

ในขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการโจมตี ProxyShellMiner จะทำการสร้าง firewall rule เพื่อบล็อกการรับส่งข้อมูลขาออกทั้งหมด โดยปรับใช้กับ Windows Firewall profile เพื่อป้องกันไม่ให้เหยื่อรู้ตัว รวมไปการถึงป้องกันการตรวจจับจากอุปกรณ์ป้องกันด้านความปลอดภัย โดยมัลแวร์จะรออย่างน้อย 30 วินาทีหลังจากที่ติดตั้งบน browser และก่อนที่จะสร้าง firewall rule เพื่อสร้าง backdoor ในการเรียกออกไปภายนอก

Morphisec ระบุว่า นอกจากผลกระทบที่จะทำให้ระบบเกิดปัญหา ประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์ลดลง และเครื่องร้อนเกินไปแล้วนั้น Hacker ยังสามารถโจมตีในรูปแบบอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น เรียกใช้คำสั่งที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (RCE) จึงแนะนำให้ผู้ดูแลระบบทำการอัปเดตแพตซ์ด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงจัดหาระบบตรวจจับ และป้องกันภัยคุกคามที่ครอบคลุม และหลากหลายเพื่อป้องกันระบบ

ที่มา : bleepingcomputer

Fortinet ออกอัปเดตแก้ไขช่องโหว่ระดับ critical ใน FortiNAC และ FortiWeb ที่ทำให้สามารถโจมตีแบบ RCE ได้

Fortinet บริษัทโซลูชั่นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ออกอัปเดตแก้ไขช่องโหว่สำหรับผลิตภัณฑ์ FortiNAC และ FortiWeb โดยระบุถึงช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับ critical 2 รายการ ซึ่งทำให้สามารถโจมตีเข้ามาโดยหลบเลี่ยงการตรวจสอบสิทธิ และสามารถสั่งรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้ (Remote Code Execution (RCE)) (more…)