กลุ่มผู้โจมตีกำลังใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มโฆษณาของ Meta โดยการสร้างโฆษณาปลอมที่เสนอตัวเป็นแอปพลิเคชัน TradingView Premium ให้ดาวน์โหลดฟรี เพื่อใช้เป็นช่องทางในการแพร่กระจายมัลแวร์ Brokewell บนระบบ Android
(more…)
กลุ่มผู้โจมตีกำลังใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มโฆษณาของ Meta โดยการสร้างโฆษณาปลอมที่เสนอตัวเป็นแอปพลิเคชัน TradingView Premium ให้ดาวน์โหลดฟรี เพื่อใช้เป็นช่องทางในการแพร่กระจายมัลแวร์ Brokewell บนระบบ Android
(more…)
Jaguar Land Rover (JLR) เปิดเผยว่า เหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ ทำให้บริษัทต้องปิดระบบบางส่วนลง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเพื่อลดผลกระทบ
แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะดูเหมือนส่งผลกระทบอย่างมากต่อสายการผลิต และการดำเนินงานด้านการค้าปลีกของผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ แต่ในประกาศฉบับย่อที่เผยแพร่บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการได้ระบุว่า ข้อมูลของลูกค้าน่าจะยังไม่ได้รับผลกระทบ
(more…)
Palo Alto Networks ประสบเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล ซึ่งทำให้ข้อมูลลูกค้า และ support cases ถูกเปิดเผย หลังจากที่ผู้โจมตีใช้ประโยชน์จาก OAuth tokens ที่ได้จากการรั่วไหลของ Salesloft Drift เพื่อเข้าถึงระบบ Salesforce ของบริษัท (more…)
พบช่องโหว่ความปลอดภัยระดับ Critical ใน Linux UDisks daemon ที่อาจทำให้ผู้โจมตีที่ไม่มีสิทธิ์ สามารถเข้าถึงไฟล์ที่เป็นของผู้ใช้ที่มีสิทธิ์สูงได้
ช่องโหว่นี้มีหมายเลข CVE-2025-8067 และถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2025 โดยถูกจัดระดับความรุนแรงเป็น Important พร้อมคะแนน CVSS v3 ที่ 8.5
ช่องโหว่ D-Bus Privilege Escalation ของ UDisks
ช่องโหว่นี้เกิดจากการตรวจสอบ input validation อย่างไม่เหมาะสม ภายใน loop device handler ของ UDisks daemon ซึ่งประมวลผลผ่าน D-BUS interface
ช่องโหว่นี้เกิดขึ้นเมื่อ daemon จัดการกับพารามิเตอร์ที่สำคัญสองตัว ได้แก่ file descriptor list และ index value ที่ใช้ระบุไฟล์สำรองสำหรับการสร้างอุปกรณ์ loop
แม้ว่า daemon จะตรวจสอบค่า upper bound ของ index parameter ได้อย่างถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้เกินค่าสูงสุดที่อนุญาต แต่กลับล้มเหลวในการตรวจสอบค่า lower bound
ความผิดพลาดนี้ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งค่า negative index เข้ามาได้ ซึ่งส่งผลให้เกิดเงื่อนไข out-of-bounds read ที่ถูกจัดประเภทเป็น CWE-125
ช่องโหว่นี้ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่มีสิทธิ์สามารถสร้างอุปกรณ์ loop ผ่าน D-BUS interface ได้ ซึ่งอาจทำให้ UDisks daemon หยุดทำงาน หรือที่ร้ายแรงกว่านั้นคือช่วยให้มีการยกระดับสิทธิ์ภายในเครื่องได้
ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้เพื่อเข้าถึงไฟล์ที่มีความสำคัญซึ่งเป็นของผู้ใช้ที่มีสิทธิ์สูง โดย bypass การควบคุมสิทธิ์ตามปกติ
นักวิจัยด้านความปลอดภัย Michael Imfeld (born0monday) เป็นผู้ค้นพบ และรายงานช่องโหว่นี้ต่อ Red Hat
ระบบที่ได้รับผลกระทบ
ทีมงานด้านความปลอดภัยของ Red Hat ได้จัดระดับช่องโหว่นี้เป็น Important เนื่องจากมีความซับซ้อนในการโจมตีต่ำ แต่มีศักยภาพสูงในการยกระดับสิทธิ์
ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อหลายเวอร์ชันของ Red Hat Enterprise Linux ได้แก่
Red Hat Enterprise Linux 10 (udisks2)
Red Hat Enterprise Linux 9 (udisks2)
Red Hat Enterprise Linux 8 (udisks2)
Red Hat Enterprise Linux 7 (udisks2)
Red Hat Enterprise Linux 6 (udisks – หมดระยะเวลาการสนับสนุนแล้ว)
ผลกระทบทางเทคนิคอาจรวมถึงการเปิดเผยหน่วยความจำที่เก็บคีย์เข้ารหัส, ข้อมูลส่วนบุคคล และ memory addresses ซึ่งสามารถใช้เพื่อ bypass การป้องกันแบบ Address Space Layout Randomization (ASLR)
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการลดความเสี่ยง นอกจากการติดตั้งแพ็กเกจอัปเดตเมื่อมีการเผยแพร่ออกมา
องค์กรที่ใช้งาน Linux เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบควรให้ความสำคัญกับการติดตั้งแพตช์ด้านความปลอดภัยทันทีที่มีการเปิดตัว เพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจใช้ช่องโหว่นี้ในการยกระดับสิทธิ์
ที่มา : cybersecuritynews
นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้รับการแจ้งเตือนมาเป็นระยะเวลาหนึ่งเกี่ยวกับหน้าเว็บตรวจสอบยืนยันตัวตนปลอมที่หลอกผู้ใช้ Windows ให้ติดตั้งมัลแวร์โดยไม่ได้ตั้งใจ โดยแคมเปญนี้เพิ่งถูกเปิดเผยเมื่อไม่นานนี้ (more…)
ผู้โจมตีมุ่งเป้าไปที่องค์กรในตะวันออกกลาง โดยใช้มัลแวร์ที่ปลอมเป็น Palo Alto GlobalProtect ซึ่งสามารถขโมยข้อมูล และเรียกใช้คำสั่ง PowerShell จากระยะไกล เพื่อแทรกซึมเข้าไปภายในเครือข่ายขององค์กรได้ (more…)
พบช่องโหว่ใหม่ใน GitHub อาจทำให้ repositories หลายพันรายการเสี่ยงต่อการถูกโจมตีด้วยวิธีการ Repojacking
จากรายงานของ Elad Rapoport นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Checkmarx ที่แชร์กับ The Hacker News ระบุว่า ช่องโหว่นี้อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จาก race condition ในการดำเนินการสร้าง repository และเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ของ GitHub
(more…)
แฮ็กเกอร์ที่รู้จักกันในชื่อ W3LL ได้พัฒนาชุดเครื่องมือฟิชชิงที่สามารถ bypass multi-factor authentication พร้อมกับเครื่องมืออื่น ๆ ที่ทำให้สามารถโจมตีบัญชี Microsoft 365 ขององค์กรมากกว่า 8,000 บัญชี
ในระยะเวลา 10 เดือน นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบว่าเครื่องมือ และโครงสร้างพื้นฐานของ W3LL ถูกใช้ในการสร้างฟิชชิงประมาณ 850 ครั้ง ซึ่งกำหนดเป้าหมายไปที่ข้อมูลส่วนบุลคลของบัญชี Microsoft 365 มากกว่า 56,000 บัญชี
การเติบโตของธุรกิจ
ผู้โจมตีอย่างน้อย 500 รายได้ใช้เครื่องมือฟิชชิ่งแบบ custom ของ W3LL ในการโจมตีแบบ Business Email Compromise (BEC) ทำให้เกิดความสูญเสียทางการเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
นักวิจัยระบุว่า W3LL ครอบคลุมเกือบทั้งหมดสำหรับการโจมตีแบบ BEC และสามารถใช้งานได้โดย "ผู้โจมตีที่มีทักษะทางเทคนิคในทุกระดับ"
ในรายงานจากบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ Group-IB ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับ W3LL ที่กลายมาเป็นหนึ่งในนักพัฒนามัลแวร์ขั้นสูงสำหรับกลุ่มผู้โจมตีที่มักใช้วิธี BEC
หลักฐานแรกในการดำเนินการของ W3LL ถูกพบครั้งแรกในปี 2017 เมื่อผู้พัฒนาเริ่มใช้เครื่องมือ custom สำหรับการส่งอีเมลจำนวนมากที่ชื่อว่า "W3LL SMTP Sender" ซึ่งถูกใช้สำหรับการส่งสแปม
ความนิยม และธุรกิจของกลุ่มแฮ็กเกอร์เริ่มเติบโตขึ้นเมื่อเริ่มมีการขายชุดเครื่องมือฟิชชิงแบบ custom ที่มุ่งเน้นไปที่บัญชีองค์กรของ Microsoft 365
นักวิจัยระบุว่า ในปี 2018 W3LL ได้เปิดตัว W3LL Store ซึ่งเป็นตลาดภาษาอังกฤษที่สามารถโปรโมต และขายเครื่องมือของตนให้กับ community ของอาชญากรทางไซเบอร์
"เครื่องมือหลักของ W3LL คือ W3LL Panel ซึ่งอาจถือเป็นหนึ่งในชุดเครื่องมือสำหรับการโจมตีแบบฟิชชิงที่ล้ำสมัยที่สุดในระดับเดียวกัน โดยมีฟังก์ชันการทำงานแบบ adversary-in-the-middle, API, การป้องกันซอร์สโค้ด และความสามารถเฉพาะทางอื่น ๆ"
ชุดเครื่องมือของ W3LL สำหรับการโจมตีแบบ BEC
นอกจาก W3LL Panel ซึ่งถูกออกแบบเพื่อ bypass multi-factor authentication (MFA) ผู้โจมตียังมีเครื่องมืออีก 16 รายการที่เตรียมไว้สำหรับการโจมตี BEC (Business Email Compromise) รวมถึง:
SMTP senders PunnySender และ W3LL Sender
เครื่องมือ link stager ที่เป็นอันตรายชื่อ W3LL Redirect
เครื่องมือสแกนช่องโหว่ชื่อ OKELO
เครื่องมือค้นหาบัญชีอัตโนมัติชื่อ CONTOOL
โปรแกรมตรวจสอบอีเมลชื่อ LOMPAT
สำหรับการโจมตี BEC มีขั้นตอนเริ่มต้นที่การเลือกเป้าหมาย, การโจมตีแบบฟิชชิงผ่านอีเมลที่ที่มีไฟล์แนบ (ค่าเริ่มต้น หรือปรับแต่งเองได้), ไปจนถึงการส่งอีเมลฟิชชิงเข้าไปในกล่องจดหมายของเหยื่อ
นักวิจัยระบุว่า W3LL เชี่ยวชาญมากพอที่จะปกป้องเครื่องมือของตนจากการถูกตรวจจับ หรือปิดกั้นได้ โดยการนำไปใช้งานบนโฮสต์เซิร์ฟเวอร์ และบริการที่โจมตีมาอีกที
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานยังมีตัวเลือกในการใช้เครื่องมือสแกน OKELO ของ W3LL เพื่อค้นหาระบบที่มีช่องโหว่ และเข้าถึงระบบได้ด้วยตนเอง
Bypassing filters และ security agents
บางเทคนิคที่ W3LL ใช้ คือการ bypass email filters และ security agents รวมถึงปลอมแปลงหัวเรื่องอีเมล และเนื้อหาในข้อความ (Punycode, แท็ก HTML, รูปภาพ, ลิงก์ที่มีเนื้อหาจากภายนอก)
phishing links ใช้วิธีการหลายอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ หนึ่งในนั้นคือการแนบไฟล์ฟิชชิง แทนที่จะฝังไว้ในเนื้อหาของอีเมล
นักวิจัยพบว่าลิงก์นั้นถูกวางไว้ในไฟล์ HTML ที่แนบมา เมื่อเหยื่อเปิดไฟล์ HTML ที่เป็นอันตรายซึ่งอาจปลอมเป็นเอกสาร หรือข้อความเสียง เบราว์เซอร์จะเปิดขึ้นพร้อมกับการแสดงผลที่คล้ายกับ MS Outlook animation
ซึ่งนี่คือ W3LL Panel phishing page ที่พร้อมใช้งานสำหรับการเก็บข้อมูลของบัญชี Microsoft 365
ในการวิเคราะห์ไฟล์แนบจากการโจมตีแบบฟิชชิงจาก W3LL ที่พบ Group-IB ได้สังเกตว่าเป็นไฟล์ HTML ที่แสดงเว็ปไซต์ใน iframe โดยใช้ JavaScript ที่ถูกเข้ารหัส base64
ในเวอร์ชันใหม่ล่าสุด ซึ่งอัปเดตในช่วงปลายเดือนมิถุนายน W3LL ได้เพิ่ม การสร้างความสับสน และการเข้ารหัสแบบ multiple layers โดยจะโหลดสคริปต์โดยตรงจาก W3LL Panel แทนที่จะรวมไว้ในโค้ด HTML
ลำดับการทำงานสำหรับเวอร์ชันล่าสุดมีลักษณะดังนี้ :
การโจมตีบัญชีองค์กร Microsoft 365
นักวิจัยของ Group-IB อธิบายว่าลิงก์เริ่มต้นในการโจมตีฟิชชิงไม่ได้นำไปสู่หน้าการเข้าสู่ระบบ Microsoft 365 ที่ถูกปลอมแปลงใน W3LL Panel การเชื่อมต่อลักษณะดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นเพื่อป้องกันการตรวจสอบหน้าฟิชชิงของ W3LL Panel
เพื่อที่ W3LL จะโจมตีบัญชี Microsoft 365 นั้นจะใช้เทคนิค Adversary/Man-in-the-middle (AitM/MitM) โดยการเชื่อมต่อระหว่างเหยื่อ และเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft จะผ่าน W3LL Panel และ W3LL Store ที่ทำหน้าที่เป็นระบบ backend
เป้าหมายคือการได้มาซึ่งคุกกี้เซสชันการ authentication ของเหยื่อ สำหรับวิธีนี้ W3LL Panel จำเป็นต้องดำเนินการหลายขั้นตอน ซึ่งรวมถึง:
ผ่านการตรวจสอบ CAPTCHA
ตั้งค่าหน้าการเข้าสู่ระบบที่ปลอมแปลงให้เหมือนจริง
ตรวจสอบบัญชีของเหยื่อ
ได้มาซึ่งอัตลักษณ์ขององค์กรเป้าหมาย (เช่น ชื่อแบรนด์, โลโก้ฯ)
รับคุกกี้สำหรับการเข้าสู่ระบบ
ระบุประเภทของบัญชี
ตรวจสอบรหัสผ่าน
รับรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP)
รับคุกกี้เซสชันที่ผ่านการ authentication
หลังจากที่ W3LL Panel ได้รับคุกกี้เซสชันที่ผ่านการ authentication แล้ว บัญชีจะถูกเข้าถึงได้ และเหยื่อจะเห็นเอกสาร PDF เพื่อทำให้ดูเหมือนการเข้าสู่ระบบนั้นถูกต้อง
ขั้นตอนการค้นหาบัญชี
เมื่อใช้ CONTOOL ผู้โจมตีสามารถทำให้การค้นหาอีเมล, เบอร์โทรศัพท์, ไฟล์แนบ, เอกสาร, หรือ URL ที่เหยื่อใช้โดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจช่วยในการโจมตีไปยังระบบอื่น ๆ
เครื่องมือนี้ยังสามารถตรวจสอบ กรอง และแก้ไขอีเมลที่เข้ามาได้ รวมทั้งรับการแจ้งเตือนผ่านบัญชี Telegram โดยขึ้นอยู่กับ keywords ที่ระบุไว้
ตามรายงานของ Group-IB ผลลัพธ์ทั่วไปของการโจมตีคือ :
การขโมยข้อมูล
ใบแจ้งหนี้ปลอมที่มีข้อมูลการชำระเงินของผู้โจมตี
การปลอมตัวเป็นบริการเพื่อส่งคำขอชำระเงินปลอมให้กับลูกค้า
Classic BEC fraud - เพื่อเข้าถึงผู้บริหารระดับสูง และดำเนินการเพื่อสั่งให้พนักงานโอนเงิน หรือซื้อสินค้า
แพร่กระจายมัลแวร์
การทำเงินของกลุ่ม W3LL
รายงานของ Group-IB ได้ศึกษาลึกลงไปในฟังก์ชันของ W3LL Panel โดยอธิบายในระดับเทคนิคว่าคุณสมบัติบางอย่างทำงานอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นการหลบเลี่ยงการตรวจจับ หรือการรวบรวมข้อมูล
โดยเป็นส่วนสำคัญที่มีค่าแก่ผู้พัฒนา และมีราคา 500 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับการใช้งานระยะเวลา 3 เดือน และราคาต่ออายุ 150 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน ซึ่งผู้ใช้จำเป็นต้องซื้อ license เพื่อเปิดใช้งานด้วยอีกด้วย
กลุ่มผู้โจมตี W3LL ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว และมีแฮ็กเกอร์ใช้งานมากกว่า 500 คน โดยมีฟีเจอร์ให้เลือกใช้งานมากกว่า 12,000 รายการ
นอกจากเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีด้วยฟิชชิ่ง และ BEC ที่กล่าวมาแล้ว W3LL ยังให้บริการเข้าถึงบริการเว็ปไซต์ที่ถูกโจมตี (web shell, อีเมล, ระบบการจัดการเนื้อหา) และเซิร์ฟเวอร์ SSH และ RDP, บัญชีโฮสติ้ง และบริการคลาวด์, โดเมนอีเมลธุรกิจ, บัญชี VPN, และบัญชีอีเมลที่ถูกยึดครอง (hijacked email accounts) ให้บริการอีกด้วย
นักวิจัยจาก Group-IB รายงานว่า ระหว่างเดือนตุลาคม ปี 2022 ถึงกรกฎาคม ปี 2023 W3LL ขายเครื่องมือนี้ได้มากกว่า 3,800 รายการ โดยมีรายได้โดยประมาณมากกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา : bleepingcomputer
ทีมตอบสนองเหตุภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์ของญี่ปุ่น (JPCERT) แชร์รูปแบบการโจมตี 'MalDoc in PDF' รูปแบบใหม่ที่ตรวจพบในเดือนกรกฎาคม 2023 ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจจับได้โดยการฝังไฟล์ Word ที่เป็นอันตรายลงในไฟล์ PDF
ไฟล์ตัวอย่างที่ถูกวิเคราะห์โดย JPCERT เป็นไฟล์ polyglot ที่เครื่องมือการสแกนส่วนใหญ่รู้จักในรูปแบบ PDF แต่แอปพลิเคชัน Office ก็สามารถเปิดเป็นเอกสาร Word ปกติ (.doc) ได้
Polyglots เป็นไฟล์ที่มีรูปแบบไฟล์ที่แตกต่างกันสองรูปแบบ ซึ่งสามารถตีความ และดำเนินการเป็นไฟล์ได้มากกว่าหนึ่งประเภท ขึ้นอยู่กับแอปพลิเคชันที่อ่าน/เปิดไฟล์เหล่านั้น
ตัวอย่างเช่น เอกสารที่เป็นอันตรายในแคมเปญนี้เป็นการผสมระหว่างไฟล์ PDF และ Word documents ซึ่งสามารถเปิดได้ในทั้งรูปแบบไฟล์ทั้งสอง
โดยทั่วไปแล้วผู้โจมตีใช้ polyglots เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ หรือทำให้เครื่องมือวิเคราะไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากไฟล์เหล่านี้อาจดูเหมือนไม่มีความอันตรายในรูปแบบหนึ่ง ในขณะที่ซ่อน code ที่เป็นอันตรายในอีกรูปแบบหนึ่งได้
ในกรณีนี้ PDF document ประกอบด้วย Word document ที่มี VBS macro เพื่อดาวน์โหลด และติดตั้งไฟล์มัลแวร์ MSI หากไฟล์ถูกเปิดในรูปแบบ .doc ใน Microsoft Office อย่างไรก็ตาม Japan CERT ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของมัลแวร์ที่ถูกติดตั้ง
อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า MalDoc ในรูปแบบ PDF ไม่สามารถ bypass การตั้งค่าความปลอดภัยที่ปิดการทำงานอัตโนมัติของ macros บน Microsoft Office ได้ ดังนั้นมาตรการนี้ของ Microsoft Office ยังถือว่าเพียงพอในการป้องกันการโจมตี ซึ่งหาก MalDoc จะทำงานได้ ผู้ใช้งานจำเป็นต้องปิดการตั้งค่าความปลอดภัยด้วยตนเองโดยการคลิกที่ปุ่มที่เกี่ยวข้อง หรือยกเลิกการบล็อกไฟล์
JPCERT ได้เผยแพร่วิดีโอต่อไปนี้บน YouTube เพื่อสาธิตว่า MalDoc ในรูปแบบไฟล์ PDF ทำงานบน Windows อย่างไร
ตัวอย่าง MalDoc ในรูปแบบ PDF : hxxps://www[.]youtube.
ข้อมูลที่ถูกพบล่าสุดแสดงให้เห็นว่าผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากเทคนิคการหลบเลี่ยงการตรวจจับมัลเเวร์ และ bypass endpoint security solutions โดยการปรับเเต่ง Windows Container Isolation Framework
การค้นพบนี้ถูกนำเสนอโดย Daniel Avinoam นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Deep Instinct ในการประชุมด้านความปลอดภัย DEF CON ที่จัดขึ้นเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
โครงสร้างของ Microsoft container (และที่เกี่ยวข้องกับ Windows Sandbox) ใช้สิ่งที่เรียกว่า dynamically generated image เพื่อแยก file system ของแต่ละ container ไปยังโฮสต์ และในเวลาเดียวกันจะหลีกเลี่ยงการทำซ้ำของ file system
โดยมันเป็นเพียง "operating system image ที่มี clean copies ของไฟล์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่เป็นลิงก์ไปยังไฟล์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ซึ่งอยู่ในอิมเมจ Windows ที่มีอยู่แล้วบนโฮสต์" จึงทำให้ขนาดโดยรวมของระบบปฏิบัติการเต็มลดลง
Avinoam ระบุในรายงานที่แชร์กับ The Hacker News ว่า "ผลลัพธ์ที่ได้คือ images ที่มี 'ghost files' ซึ่งไม่ได้เก็บข้อมูลจริง แต่จะชี้ไปยัง volume ที่แตกต่างกันของระบบ" ในจุดนี้จึงทำให้เกิดความคิดว่า จะเป็นอย่างไรถ้าสามารถใช้ redirection mechanism เพื่อซ่อนรายละเอียดกับ file system operation และทำให้เครื่องมือด้านความปลอดภัยไม่สามารถตรวจจับได้
นี่คือจุดที่ไดรเวอร์ minifilter ของ Windows Container Isolation FS (wcifs.