After Google+ data leak, Google changes Play Store policy

Google จะเปลี่ยนนโยบายของ Play Strore หลังจากที่มีการรั่วไหลข้อมูลของ Google+

Google ได้เปิดตัวนโยบาย Play Strore ใหม่ เพื่อป้องกันแอพพลิเคชั่นบนมือถือไม่ให้รวบรวมบันทึกการโทรและข้อความของผู้ใช้
การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้เกิดขึ้นหลังจากการรั่วไหลของข้อมูล Google+ ซึ่งได้เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญของผู้คนนับล้านทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงนโยบายในครั้งนี้ส่งผลให้นักพัฒนาที่ก่อนหน้านี้ได้รับอิสระในการจัดการแพลตฟอร์มถูกจำกัดสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น

Google กล่าวว่าเฉพาะแอพพลิเคชั่นที่ผู้ใช้เลือกเป็น "แอพพลิเคชั่นเริ่มต้น (default apps)" และมีความสามารถในการเข้าถึงบันทึกการโทรและข้อความเท่านั้นที่จะสามารถขอการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ นโยบายใหม่นี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม Google ได้ให้เวลา 90 วันแก่นักพัฒนาเพื่ออัพเดทแอพพลิเคชั่นของตนเองให้เป็นไปตามข้อกำหนดตามนโยบายใหม่แอพพลิเคชั่นใดๆ ก็ตามที่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวโดยตรงจำเป็นที่จะต้องถูกเปลี่ยนไปใช้ API ที่เป็นทางเลือกอื่นๆ เช่น SMS Retriever API, SMS Intent API, Share Intent API หรือ Dial Intent API แทน

นโยบายใหม่ที่ Google ออกมานี้เป็นนโยบายที่พยายามคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลักและช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของพวกเขาขณะที่เพิ่มข้อจำกัด สำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น
ประกาศจาก Google : [https://play.

DoD Weapon Systems Contain Security Vulnerabilities

พบช่องโหว่ความปลอดภัยในระบบอาวุธของกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา

อ้างอิงจากรายงานของ General Accounting Office (GAO) ระบุว่าระบบอาวุธของสหรัฐอเมริกามีความเป็นไปได้ที่จะถูกโจมตีผ่านช่องโหว่ทางไซเบอร์สูงขึ้น จากการที่ระบบดังกล่าวต้องมีการอาศัยซอฟต์แวร์และระบบเครือข่าย

GAO อ้างว่าได้ทดสอบทำการโจมตีระบบอาวุธโดยใช้ผู้ทดสอบ 2 คน ทีมนักทดสอบดังกล่าวสามารถเข้าควบคุมระบบอาวุธได้ภายใน 1 ชั่วโมง และยังมีการทดสอบใช้เครื่องมือพื้นฐานเพื่อแฮ็กระบบ การจัดการรหัสผ่านที่ไม่รัดกุมและไม่ทำการเข้ารหัสข้อมูลระหว่างส่งก็เป็น 2 ปัจจัยที่ทำให้สามารถยึดระบบดังกล่าวได้โดยไม่ถูกตรวจเจอ โดย GAO กล่าวว่าในอนาคตจะทำการทดสอบระบบอาวุธที่สำคัญอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

ที่มา : darkreading

VMware has released a security update for AirWatch Console

VMware ได้อัปเดตเพื่อแก้ไขความปลอดภัยบน AirWatch console ที่มีความรุนแรงอยู่ในระดับ Critical โดยเป็นช่องโหว่ของการ Bypass SAML authentication โดยช่องโหว่ดังกล่าวสามารถทำให้ผู้โจมตีควบคุมระบบที่ได้รับผลกระทบ

ผู้ดูแลระบบหรือผู้ใช้งานสามารถศึกษารายละเอียดได้จาก VMware Security Advisory (VMSA-2018-0024) และควรทำการอัปเดตให้เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน

ที่มา: us-cert

Adobe has released security updates to address multiple vulnerabilities in Adobe Acrobat and Reader

Adobe ได้ปล่อยอัพเดทเพื่อแก้ไขช่องโหว่ใน Adobe Acrobat and Reader บน Windows และ MacOS ซึ่งผู้โจมตีสามารถทำการเข้าถึงและควบคุมระบบที่มีช่องโหว่เพื่อรัน code ที่เป็นอันตรายได้ สามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ และเวอร์ชั่นที่ได้รับผลกระทบได้จากลิ้งค์ด้านล่าง และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบหรือผู้ใช้งานทำการอัปเดตแพทช์ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด
Link

ที่มา : US-CERT

Cobalt threat group serves up SpicyOmelette in fresh bank attacks

Secureworks Counter Threat Unit (CTU) พบว่าแฮกเกอร์กลุ่ม Cobalt หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า "Gold Kingswood" ที่มีเป้าหมายโจมตีสถาบันการเงินทั่วโลก กำลังดำเนินการแพร่กระจายมัลแวร์ "SpicyOmelette"

SpicyOmelette เป็น javascript ที่มีความซับซ้อน มีความสามารถถูกใช้ในการ remote ทำให้แฮกเกอร์สามารถโจมตีระบบได้จากระยะไกล มัลแวร์ตัวนี้ถูกแพร่กระจายผ่านช่องทาง Phishing e-mail โดยมุ่งเป้าไปที่พนักงานในบริษัท ใน e-mail จะมีไฟล์ PDF แนบมาด้วย เมื่อเปิดไฟล์จะถูก redirect ไปยัง URL ที่ถูกชี้ไปยัง AWS ที่แฮกเกอร์เป็นคนควบคุม เมื่อเข้าหน้าเว็บที่ถูก redirect ไปนี้จะถูกทำการติดตั้ง SpicyOmelette ซึ่งหน้าเว็บดังกล่าวจะมีการ sign ด้วย trusted certificate เมื่อ SpicyOmelette ติดตั้งลงบนเครื่องของเป้าหมาย จะทำการรวบรวมข้อมูล IP, ชื่อระบบ และทำการติดตั้งไฟล์อันตรายอื่นเพิ่มเติม รวมทั้งสามารถสแกนหา antivirus ที่ติดตั้งอยู่ภายในเครื่องได้ มัลแวร์ยังสามารถเพิ่มสิทธิ์ตัวเอง (privilege escalation) ด้วยการขโมย credential อื่นๆ บนเครื่อง สามารถทำการเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการระบุว่าเป็นระบบที่มีความสำคัญหรือไม่ เช่น Payment Gateway หรือรูปแบบโครงสร้างของเครื่อง ATM

ก่อนหน้านี้เชื่อว่ากลุ่ม Cobalt มีส่วนเกี่ยวข้องในการขโมยเงินหลายล้านดอลลาร์จากสถาบันการเงินทั่วโลก แม้จะมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แต่ทาง CTU คาดว่ากลุ่มแฮกเกอร์ดังกล่าวจะไม่มีการหยุดกระทำการใดๆ และยังคงมีการพัฒนาการโจรกรรมต่อไปเรื่อยๆ และองค์กรการเงินยังคงอยู่ในความเสี่ยงต่อภัยคุกคามจากกลุ่มนี้อยู่

ที่มา : ZDNet

Facebook Hacked — 10 Important Updates You Need To Know About

ถ้าหากพบว่า Account facebook ของคุณถูก logout โดยที่ไม่ทราบสาเหตุในช่วงนี้ ไม่ต้องกังวลไป เป็นฝีมือของ facebook เอง ผู้ใช้งานมากกว่า 90 ล้านคนจะถูกบังคับให้ออกจากระบบ เพื่อป้องกันการรั่วไฟลของข้อมูลผู้ใช้งานที่มาจากช่องโหว่ล่าสุด

โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แฮกเกอร์ ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่บนเว็บไซต์ 3 ช่องโหว่ในการเข้าถึงข้อมูล facebook account ของผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านราย Guy Rosen ได้ทำการเผยแพร่ข้อมูลเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วย 10 ข้อมสำคัญ ดังต่อไปนี้
1. Facebook ตรวจพบการรั่วไหลของข้อมูลหลังจากพบการเข้าถึงที่เพิ่มขึ้นมากผิดปกติ
2. แฮกเกอร์ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทั้งหมด 3 ช่องโหว่ด้วยกัน ได้แก่ ในส่วนของการอัปโหลดไฟล์วีดีโอ happy birthday ในส่วนของ view as , การสร้าง token ที่ไม่ถูกต้องเมื่อทำการอัปโหลดวีดีโอผ่าน facebook แอพพลิเคชั่นบน mobile และการสร้าง token ที่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของบัญชีให้กับ viewer ที่ดูผ่าน view as
3. แฮกเกอร์ ได้ token ที่สามารถใช้เข้าดูข้อมูลของผู้ใช้งาน facebook ไปกว่า 50 ล้านราย
4. แฮกเกอร์ ไม่ได้รหัสผ่านของผู้ใช้งานที่ข้อมูลรั่วไหลแต่อย่างใด หากแต่สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้จาก access token ที่ได้ ผ่านทาง api ที่ app ต่างๆมีการใช้งานอยู่
5. แฮกเกอร์สามารถดาวโหลดข้อมูลของผู้ใช้งานได้ผ่าน API facebook
6. Application อื่นๆ ที่สามารถทำการ login ด้วย facebook มีความเสี่ยงที่จะถูกเข้าถึงได้ เช่นเดียวกับ facebook
7. Facebook ทำการ reset access token ของผู้ใช้งานจำนวนกว่า 90 ล้านบัญชี
8. ผู้ใช้งานควรตรวจสอบการเข้าใช้งาน facebook จากอุปกรณ์ต่างๆ ว่ามีการเข้าถึงบัญชีบนอุปกรณ์ต่างๆ จากตำแหน่งที่ผิดปกติหรือไม่
9. จากเหตุการณ์นี้ อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับแฮกเกอร์ชาวไต้หวัน Chang Chi-Yuang ที่เคยแจ้งว่าพบช่องโหว่ zero-day บน facebook ก่อนหน้านี้
10. Facebook กำลังถูกดำเนินคดี กับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่นี้

เหตุการณ์ในครั้งนี้ทาง facebook ได้ทำการ reset การ login ให้กับผู้ใช้งานหลายสิบล้านบัญชี และให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบ ให้ยกเลิกการเชื่อมต่อไปยัง application ที่สามารถทำการ login จาก facebook ได้ ในขณะนี้ช่องโหว่ที่พบได้รับการแก้ไขแล้ว และ facebook กำลังร่วมมือกับ FBI ตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด

ที่มา : The Hacker News

Malware Masked as Job Offers attacks the freelancers

เว็บ Fiverr และ Freelancer ที่เป็นเว็บเสนองานให้กับผู้รับทำงานฟรีแลนซ์ทั่วโลกถูกผู้โจมตีใช้แพร่ malware โดยเว็บสองเว็บดังกล่าวถูกใส่ malware ไปในข้อเสนอการทำงาน เมื่อเหยื่อเปิดไฟล์แนบที่ปลอมเป็นรายละเอียดงาน malware จะทำงานและแอบติดตั้ง Keylogger โดยเหยื่อไม่รู้ตัว AgentTesla และ Remote Access Trojans (RATs) เป็นตัวอย่างของ Keylogger ที่เป็นไปได้ว่าจะถูกติดตั้งให้กับเหยื่อโดยอ้างอิงจากรายงานของทีม MalwareHunterTeam โดยสามารถโจมตีได้หลายรูปแบบ เช่น โจมตีคอมพิวเตอร์ของเหยื่อเมื่อเหยื่อเปิดไฟล์ดังกล่าว หรือ ถ้าผู้โจมตีต้องการยึดครองโทรศัพท์ของเหยื่อ ไฟล์แนบปลอมจะแจ้งเหยื่อว่าไฟล์นั้นเปิดได้แค่ผ่านทางโทรศัพท์ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อแล้วเปิดไฟล์ดังกล่าวในโทรศัพท์แทน

เพื่อป้องกันการโจมตีลักษณะนี้ ผู้ใช้งานควรอัพเดทแอนติไวรัสและ OS patch เสมอและถ้าหากเจอไฟล์ที่ไม่ไว้วางใจอาจนำไปแสกนใน Virustotal เพื่อตรวจสอบก่อน

ที่มา : E Hacking News

Ransomware-spreading botnet takes desktop screenshots

แม้ว่าช่วงครึ่งปีแรกของ 2560 ไม่พบการโจมตีใดๆ จาก Necurs botnet เลย แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการพบว่าถูกใช้ในการแพร่กระจาย Locky ransomware ผ่านอีเมลล์นับล้านฉบับ

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Symantec พบว่ากลุ่มแฮกเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลัง Necurs botnet ได้มีการเพิ่มฟังค์ชันบางอย่างในชุดเครื่องมือหลัก เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมของเหยื่อผ่านการใช้ Screenshots และส่งกลับไป นอกจากนี้ผู้โจมตีได้ทำการอัพเกรดมัลแวร์ ให้มีฟีเจอร์สำหรับรายงานข้อผิดพลาด (error-reporting) ในกรณีที่เกิดปัญหาในการดาวน์โหลด เพื่อส่งข้อมูลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของแฮกเกอร์ คล้ายกับฟีเจอร์สำหรับรายงานข้อผิดพลาด (error-reporting ) ของซอฟต์แวร์ที่ถูกต้อง

Necurs botnet มีการแพร่กระจายอยู่เพียง 5 ปีเท่านั้น แต่มันสามารถทำให้เครื่องของเหยื่อเป็นฐานในการแพร่กระจายมัลแวร์ (Zombie) ได้ถึง 6 ล้านเครื่อง ส่งผลทำให้เครื่องเหยื่อมีการดาวน์โหลด banking Trojans และ Ransomware ผ่านอีเมลล์ไปแล้วนับล้านฉบับ โดยส่วนใหญ่ผู้โจมตีจะปลอมแปลงอีเมลล์เป็นใบแจ้งหนี้ (INVOICE) โดยมีรายละเอียดดังนี้

Subject: Status of invoice [หมายเลขใบ INVOICE ปลอม]
Attachment: [หมายเลขใบ INVOICE ปลอม].html
เนื้อหาของอีเมลล์ประกอบด้วยข้อความที่จูงใจให้ผู้อ่านอยากเปิดเอกสารแนบเพื่อตรวจสอบใบแจ้งหนี้ หากผู้ใช้เปิดไฟล์ .html ที่แนบมา ระบบจะทำการดาวน์โหลด JavaScript ผ่านทาง iframe ที่ฝังมาเพื่อดาวน์โหลด Payload ที่อาจเป็น Locky หรือ Trickybot มาด้วย

วิธีป้องกันอันตรายจากอีเมลล์
1. ไม่ทำการเปิด หรือทำการลบอีเมลล์ที่ไม่มีแหล่งที่มาน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นอีเมลล์ที่มีลิงก์หรือไฟล์เอกสารแนบ
2. อัพเกรดโปรแกรมรักษาความปลอดภัยและซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ
3. ทำการสำรองข้อมูลของเครื่องอย่างสม่ำเสมอ

ที่มา : digitaljournal

Ubuntu 17.10 brings enhanced security and productivity for developers

Canonical เปิดตัว Ubuntu 17.10 พร้อมด้วยเดสก์ท็อป GNOME ใหม่บน Wayland และ KDE, MATE, Budgie รุ่นใหม่ รวมถึงการนำ Kubernetes 1.8 มาช่วยจัดการ Container ซึ่งตอนนี้ Support ทั้ง Docker และ Google Container Engine นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง และเพิ่มเติมบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น
- เล็งเห็นถึงความนิยมในหมู่ Developer ที่ใช้ Atom editor ร่วมกับการใช้ Microsoft Visual Studio Code ในการพัฒนาโปรแกรม
- รองรับ Firefox 56 และ Thunderbird 52 และโปรแกรม LibreOffice 5.4.1
- รองรับ Driverless printing อาทิ IPP Everywhere, Apple AirPrint, Mopria และ WiFi Direct
- รองรับ Snaps สำหรับ Install และอัพเดตแอพพลิเคชั่น ที่ทำงานได้รวดเร็วและมีขนาดที่เล็กกว่า deb
- รองรับ catkin Snapcraft plugin สำหรับ Robot Operating System (ROS) ซึ่งเป็น framework สำหรับการอัพเดท software บน robots และ drones ที่มีความปลอดภัย และง่ายในการใช้งาน
- ใช้ Linux kernel 4.13 รองรับ Hardware จาก ARM, IBM, Dell, Intel รวมทั้ง OPAL HDD ซึ่งมี SED(self-encrypting-drives) เพิ่มความปลอดภัยของ HDD มากขึ้น
- มีการใช้ Netplan ที่อยู่ในรูปแบบ YAML เป็นค่าเริ่มต้น สำหรับเข้ามาใช้เป็นตัวจัดการ Network

ที่มา : helpnetsecurity

‘IOTROOP’ BOTNET COULD DWARF MIRAI IN SIZE AND DEVASTATION, SAYS RESEARCHER

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก CheckPoint ได้ค้นพบมัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ IoTroop เมื่อเดือนกันยายน และพบว่า 60% อุปกรณ์ Network มีช่องโหว่

IoTroop มีเป้าหมายเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับการป้องกัน เช่น Routers และ Wireless IP Cameras ที่ผลิตโดย D-Link, TP-Link, Avtech, Netgear, MikroTik, Linksys, Synology และ GoAhead มัลแวร์จะแพร่กระจายไปยังอุปกรณ์ IoT ที่เข้าถึงได้จาก Default Password และ Usernames จากนั้นทำการเปลี่ยนให้อุปกรณ์ IoT กลายเป็น Botnet และโจมตี Distributed Denial of Service (DDoS) มีองค์กรต่างๆ ทั่วโลกกว่าล้านแห่งที่ได้รับผลกระทบและยังคงเพิ่มสูงขึ้น

มัลแวร์ IoTroop มีความคล้ายคลึงกับ Mirai แต่มีความแตกต่างระหว่างมัลแวร์ตัวนี้กับ Mirai คือมีความซับซ้อนมากขึ้นและใช้ช่องโหว่มากกว่าสิบรายการเข้าควบคุมอุปกรณ์ ในกรณี Wireless IP Camera ของ GoAhead ผู้บุกรุกใช้ช่องโหว่การ Bypass Authentication (CVE-2017-8225) ซึ่งมีผลกระทบมากกว่า 1,250 รุ่น สำหรับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น Linksys RangePlus WRT110 Wireless Router ถูกโจมตีผ่านช่องโหว่ Remote command execution ช่องโหว่นี้มีอยู่เพราะ router’s web interface ไม่สามารถ sanitize ping เป้าหมายและขาดการป้องกันการปลอมแปลง Tokens ผู้ที่อยู่เบื้องหลังมีการระบุเซิร์ฟเวอร์คำสั่ง ควบคุมและมีการอัพเดตกลุ่มที่อยู่ไอพีสำหรับเข้าโจมตี

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง malware/botnet แฮกเกอร์มีเป้าหมายที่ใด และมีระยะเวลาในการโจมตีนานเท่าใด

ที่มา : threatpost