Citrix ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ Zero-day บน NetScaler SAML ที่กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริง

Citrix ได้ออกแพตช์อัปเดตฉุกเฉินสำหรับช่องโหว่ Denial-of-Service รายการใหม่บน NetScaler ภายใต้หมายเลข CVE-2026-88779 ซึ่งกำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีแบบ Zero-day แล้ว โดยนักวิจัยกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าช่องโหว่นี้สามารถถูกนำไปใช้เพื่อการรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (Remote Code Execution) ได้ด้วยหรือไม่

ช่องโหว่ดังกล่าวเป็นช่องโหว่ประเภท Memory Buffer ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ NetScaler ADC และ NetScaler Gateway ที่เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบ SAML ร่วมกับฟังก์ชัน Gateway หรือ AAA

คำแนะนำด้านความปลอดภัยของ Citrix ระบุว่า ช่องโหว่นี้มีระดับความรุนแรงตามคะแนน CVSS อยู่ที่ 8.7 และได้ถูกนำไปใช้ในการโจมตีแบบมุ่งเป้าไปยังระบบ NetScaler ที่ยังไม่ได้แพตช์แก้ไข ส่งผลให้เกิดสภาวะ Denial-of-Service

Citrix ระบุในบล็อกโพสต์ที่เผยแพร่ออกมาว่า "Citrix ได้ตรวจพบการโจมตีแบบมุ่งเป้าไปยังระบบ NetScaler ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขช่องโหว่ ซึ่งสามารถนำไปสู่สภาวะ Denial of Service ได้"

"หากมีการทำให้เกิดสภาวะดังกล่าวซ้ำ ๆ Service อาจจะไม่สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง จากการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อความพร้อมใช้งาน (Availability) ของ Service เท่านั้น และเรายังไม่พบผลกระทบต่อความสมบูรณ์ (Integrity) ของข้อมูลลูกค้าแต่อย่างใด"

ในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Citrix ได้ปล่อยอัปเดต NetScaler ADC และ NetScaler Gateway เวอร์ชัน 14.1-73.41 และ 13.1-64.28 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ zero-day CVE-2026-88779 นี้

สำหรับระบบที่ใช้งานแบบ FIPS ลูกค้าควรอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 14.1-73.41 FIPS ส่วนลูกค้าที่ใช้งาน NetScaler ADC FIPS และ NDcPP บน 13.1 Branch ควรติดตั้งอัปเดตเวอร์ชัน 13.1-37.282

นอกจากนี้ Citrix ยังได้จัดเตรียม Global Deny Lists เพื่อใช้บล็อกการเข้าถึงจาก IP addresses ที่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม บริษัทแนะนำให้ลูกค้าทำการติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยล่าสุดที่เพิ่งปล่อยออกมาโดยเร็วที่สุด

ทางบริษัทระบุว่า องค์กรต่าง ๆ สามารถตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของตนมีช่องโหว่ดังกล่าวหรือไม่ โดยให้ตรวจสอบว่ามีการตั้งค่าการยืนยันตัวตนแบบ SAML ไว้หรือไม่ ดังนี้

อุปกรณ์ที่ถูกตั้งค่าเป็น SAML SP
add authentication samlAction

หรือ

อุปกรณ์ที่ถูกตั้งค่าเป็น SAML IdP
add authentication samlIdPProfile

องค์กรต่าง ๆ ที่เพิ่งอัปเกรดอุปกรณ์ NetScaler เพื่อแก้ไขช่องโหว่ 2 รายการที่กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีอยู่ขณะนี้ จะต้องทำการอัปเกรดอุปกรณ์อีกครั้งเพื่อแก้ไขช่องโหว่นี้

Citrix แจ้งเตือนว่า "หากได้อัปเกรดระบบ NetScaler ด้วยซอฟต์แวร์เวอร์ชันอัปเดตที่ระบุไว้ในประกาศด้านความปลอดภัยสำหรับ CVE 2026-88771 ถึง CVE 2026-88778 และหากตรวจสอบพบว่าระบบ NetScaler ตรงตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ข้างต้น โปรดทำการอัปเกรดระบบอีกครั้ง"

นักวิจัยกำลังตรวจสอบความเป็นไปได้ในการรันโค้ด

แม้ว่า Citrix จะอธิบายว่า CVE-2026-88779 เป็นช่องโหว่ประเภท Denial-of-Service แต่ผู้ดูแลระบบ NetScaler และนักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์กลับพบกิจกรรมที่แสดงให้เห็นว่าช่องโหว่นี้สามารถถูกนำไปใช้เพื่อการรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (Remote Code Execution) ได้

การโจมตีครั้งใหม่นี้ได้รับรายงานครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากผู้ดูแลระบบ NetScaler รายงานว่า อุปกรณ์ที่เพิ่งได้รับการแพตช์มีอาการ Reboot ตัวเองโดยไม่คาดคิด

ในกระทู้บน Reddit ผู้ดูแลระบบ NetScaler รายหนึ่งระบุว่า ลูกค้าหลายรายที่ใช้งาน NetScaler เวอร์ชัน 14.1-73.37 กำลังประสบปัญหากับการถูกบังคับ Reboot ซ้ำ ๆ แม้ว่าจะติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยล่าสุดที่มีในขณะนั้นแล้วก็ตาม

ผู้ดูแลระบบรายอื่น ๆ ก็ได้รายงานพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงบนอุปกรณ์ที่ถูกติดตั้งระบบใหม่จาก Image ต้นฉบับด้วย กระทู้ Reddit อีกกระทู้หนึ่งระบุว่าโปรเซส nsaaad เกิดการ Crashing ซ้ำ ๆ จนกระทั่งโปรเซส Pitboss ของ NetScaler ทำงานถึงขีดจำกัดการ Restart และส่งผลให้อุปกรณ์ทำการ Reboot ในที่สุด

ในตอนแรกยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เครื่องมือสแกนหาช่องโหว่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิด Bug ใน Firmware ที่เพิ่งปล่อยออกมา หรือผู้โจมตีกำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ใหม่บนอุปกรณ์ NetScaler กันแน่

อย่างไรก็ตาม ผู้ดูแลระบบรายหนึ่งที่กำลังตรวจสอบเหตุการณ์เหล่านี้บนอุปกรณ์ NetScaler เวอร์ชัน 14.1-73.37 พบว่ามีการสร้าง Usernames สำหรับการยืนยันตัวตนที่แฝงคำสั่ง Shell ซึ่งทำหน้าที่ดาวน์โหลด Payload จาก IP address : 213.209.159[.]55 นำมาบันทึกเป็นไฟล์ชื่อ /v และทำการรันไฟล์ดังกล่าว

ตามที่ผู้ดูแลระบบระบุว่า Requests เหล่านี้ปรากฏขึ้นทันทีก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์โปรเซส nsaaad crash ที่ได้รับการยืนยันจำนวน 3 ครั้งบนอุปกรณ์เครื่องหนึ่ง และมุ่งเป้าโจมตีไปที่ SAML authentication factors หลายรูปแบบ

ผู้ดูแลระบบยังเน้นย้ำว่า แม้ข้อมูลใน Logs จะแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการนำช่องโหว่ไปใช้ และเหตุการณ์ Crashes ที่เกี่ยวข้องกัน แต่ก็ไม่ได้เป็นการยืนยันว่าคำสั่งเหล่านั้นถูกรันสำเร็จแต่อย่างใด

ผู้ดูแลระบบรายอื่น ๆ ได้รายงานถึงรูปแบบการ Crash ของโปรเซส nsaaad และ Pitboss ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งรวมถึงบนระบบที่ได้รับการอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 14.1-73.37 แล้วด้วย

ในขณะที่ผู้ดูแลระบบยังคงดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์ Crashes ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Citrix ได้เผยแพร่ประกาศด้านความปลอดภัยโดยระบุว่า ทีมวิศวกร และทีมสนับสนุนของบริษัทกำลังติดตามช่องโหว่ใหม่ที่เพิ่งพบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการยืนยันตัวตนแบบ SAML ในระบบ NetScaler ที่ลูกค้าเป็นผู้ดูแล

ทางบริษัทระบุว่ารูปแบบการตั้งค่าที่ได้รับผลกระทบ จะมีการตั้งค่า authentication samlAction หรือ authentication samlIdPProfile รวมอยู่ด้วยอย่างใดอย่างหนึ่ง และแนะนำให้ลูกค้าที่ประสบปัญหาดังกล่าวติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Citrix

นอกจากนี้ Citrix ยังยืนยันด้วยว่าช่องโหว่ดังกล่าวเป็นคนละช่องโหว่กับช่องโหว่ของ NetScaler ที่เคยเปิดเผยไปก่อนหน้านี้

Kevin Beaumont ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ยังได้รายงานด้วยว่า ระบบ Honeypot ของ NetScaler เวอร์ชัน 13.1 และ 14.1 ที่ได้รับการแพตช์แล้ว เกิดการ Crashing หลังจากได้รับ Requests จาก IP addresses ต้นทางหลายแห่ง โดยเขาอธิบายว่ากิจกรรมดังกล่าวน่าจะเป็นช่องโหว่สไตล์ "PitScaler" อีกตัวหนึ่ง

ในเวลาต่อมา เขาระบุว่ากิจกรรมดังกล่าวน่าจะมีอะไรที่ร้ายแรงกว่าแค่การโจมตีแบบ Denial-of-Service หลังจากที่เขาพบว่าหนึ่งใน Honeypot ที่ได้รับการแพตช์แล้วของเขากำลังรันมัลแวร์ Payload ที่ถูกดาวน์โหลดมา

Beaumont ระบุว่า "บนหนึ่งในระบบ Honeypot ของเรามีการรันไฟล์ Binary มัลแวร์ที่ถูกดาวน์โหลดมา ทั้งสองระบบได้รับการแพตช์แล้ว ดังนั้นนี่จึงเป็นช่องโหว่ใหม่"

"มันกำลังถูกโจมตีแบบ Spray and pray หนึ่งในระบบ Honeypot ไม่มีแม้กระทั่ง SSL certificate ที่ถูกต้องด้วยซ้ำ เพราะได้ปล่อยให้มันหมดอายุไปแล้ว"

Beaumont ยังระบุอีกว่า CVE-2026-88779 ถูกอธิบายว่าเป็น "ช่องโหว่ Memory Overflow ที่นำไปสู่สภาวะ Denial of Service" ซึ่งคล้ายคลึงกับกรณีช่องโหว่ CVE-2025-6543 ที่เคยเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งในตอนแรกก็ถูกระบุลักษณะไว้แบบเดียวกัน ก่อนที่การโจมตีในเวลาต่อมาจะแสดงให้เห็นว่ามันสามารถถูกนำไปใช้เพื่อรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้

watchTowr Labs บริษัท Cybersecurity ยังได้ออกมายืนยันว่าพวกเขาสามารถจำลองการทำงาน (Reproduce) ของช่องโหว่นี้ได้สำเร็จ หลังจากที่ได้เริ่มตรวจสอบรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมบนระบบ Honeypot ของ NetScaler

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับวิธีการที่พวกเขาสามารถจำลองช่องโหว่ดังกล่าวได้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา CISA ได้เพิ่มหมายเลข CVE-2026-88779 ลงใน Catalog KEV ซึ่งเป็นการยืนยันว่าช่องโหว่นี้กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริง พร้อมทั้งกำหนดให้หน่วยงาน FCEB ดำเนินการแก้ไขเพื่อลดผลกระทบภายในวันที่ 7 ตุลาคม

ที่มา : bleepingcomputer.

Citrix ยืนยันช่องโหว่ Zero-Day ประเภท RCE 2 รายการใน NetScaler กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตี

 

Citrix ได้ยืนยันว่า ช่องโหว่ Remote Code Execution ระดับ Critical 2 รายการใน NetScaler ได้แก่ CVE-2026-88771 และ CVE-2026-88772 กำลังถูกนำไปใช้ในการโจมตี และได้ออกแพตช์อัปเดตด้านความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวแล้ว (more…)

Citrix แจ้งเตือนให้ผู้ดูแลระบบแพตช์ช่องโหว่ NetScaler โดยเร็วที่สุด

Citrix ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ 2 รายการ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์เครือข่าย NetScaler ADC และ NetScaler Gateway secure remote access โดยหนึ่งในช่องโหว่นี้มีความคล้ายกับช่องโหว่ CitrixBleed และ CitrixBleed2 ที่เคยถูกนำมาใช้โจมตีแบบ Zero-day ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

(more…)

พบแคมเปญการสแกนช่องโหว่ Citrix NetScaler จาก Residential Proxy หลายหมื่นเครื่อง

พบแคมเปญการสแกนช่องโหว่ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ Citrix NetScaler โดย Residential Proxy หลายหมื่นเครื่องเพื่อค้นหา Login Panel (more…)

Citrix แก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical บน NetScaler ที่กำลังถูกโจมตีแบบ Zero-Day

Citrix ได้แก้ไขช่องโหว่จำนวน 3 รายการบน NetScaler ADC และ NetScaler Gateway ในวันนี้ (26 สิงหาคม 2025) รวมถึงช่องโหว่ระดับ Critical ที่นำไปสู่การรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (Remote Code Execution) ซึ่งมีหมายเลข CVE-2025-7775 และมีการโจมตีจริงในลักษณะ Zero-Day แล้ว

(more…)

Citrix เผยแพร่วิธีป้องกันการโจมตีแบบ Password Spray Attack ที่เกิดขึ้นกับ Netscaler

Citrix Netscaler ได้กลายเป็นเป้าหมายล่าสุดของการโจมตีในรูปแบบ Password Spray ในปีนี้ โดยมุ่งเป้าไปที่อุปกรณ์ edge networking และ cloud platform เพื่อโจมตีเครือข่ายขององค์กร

ในเดือนมีนาคม 2024 ทาง Cisco รายงานว่าพบ Hacker กำลังทำการโจมตีแบบ Password Spray บนอุปกรณ์ VPN ของ Cisco ซึ่งบางครั้งการโจมตีดังกล่าวทำให้เกิด Denial-of-Service ทำให้ Cisco ค้นพบช่องโหว่ DDoS ซึ่งได้ทำการแก้ไขไปแล้วในเดือนตุลาคม 2024

ในเดือนตุลาคม 2024 ทาง Microsoft ได้แจ้งเตือนว่า Quad7 Botnet กำลังมุ่งเป้าโจมตีอุปกรณ์เครือข่าย เช่น TP-Link, Asus, Ruckus, Axentra และ Zyxel เพื่อโจมตีแบบ Password Spray ผ่าน cloud services

รวมถึงหน่วยงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ของเยอรมนี (BSI) ได้แจ้งเตือนถึงรายงานจำนวนมากที่ระบุว่าอุปกรณ์ Citrix Netscaler ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยวิธีการ Password Spray ในลักษณะที่คล้ายกัน เพื่อขโมยข้อมูล login credentials เพื่อเข้าสู่เครือข่าย

ข่าวการโจมตี Citrix Netscaler ดังกล่าวได้รับการรายงานครั้งแรกโดย Born City เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยผู้ใช้งานระบุว่าพวกเขาเริ่มประสบกับการโจมตีแบบบ Brute Force Attacks บนอุปกรณ์ Citrix Netscaler ของพวกเขามาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 และต่อเนื่องถึงเดือนธันวาคม 2024

ผู้ใช้งานบางรายระบุว่า ได้ถูกโจมตีเพื่อเข้าถึงข้อมูล account credentials โดยใช้ชื่อผู้ใช้ทั่วไปหลากหลายประเภทระหว่าง 20,000 ถึง 1 ล้านครั้ง โดยมีรายละเอียดดังนี้:

test, testuser1, veeam, sqlservice, scan, ldap, postmaster, vpn, fortinet, confluence, vpntest, stage, xerox, svcscan, finance, sales

รวมไปถึง การโจมตีแบบ Password Spray ได้แก่ ชื่อ, ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่อีเมล

Citrix ออกคำแนะนำการป้องกัน

Citrix ได้ออกเอกสารแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับการโจมตีด้วยวิธีการ Password Spray ที่กำลังเพิ่มมากขึ้นในอุปกรณ์ Netscaler และได้ให้แนวทางแก้ไขเกี่ยวกับวิธีลดผลกระทบจากการโจมตีดังกล่าว

Citrix ระบุว่าการโจมตีด้วยวิธีการ Password Spray นั้นมีต้นทางจาก IP addresses ที่หลากหลาย ทำให้ยากต่อการบล็อก IP หรือการทำ rate limiting รวมถึงการพยายาม authentication จำนวนมากที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันอาจทำให้อุปกรณ์ Citrix Netscaler ที่กำหนดค่าไว้ให้ใช้ normal login volume เกิดการบันทึกข้อมูล log ที่มากขึ้น และทำให้ไม่สามารถใช้อุปกรณ์ได้ หรือมีปัญหาด้านประสิทธิภาพการทำงาน

ทั้งนี้การโจมตีที่ถูกพบ authentication requests จะมุ่งเป้าไปที่ pre-nFactor endpoints ซึ่งเป็น historical authentication URL ที่ใช้เพื่อความเข้ากันได้กับ legacy configurations

Citrix ได้เผยแพร่แนวทางลดผลกระทบจากการโจมตี ได้แก่:

เปิดใช้งาน multi-factor authentication (MFA) ก่อน LDAP factor
เนื่องจากการโจมตีมุ่งเป้าไปที่ IP addresses ทาง Citrix แนะนำให้สร้าง Policy เพื่อให้ authentication requests ถูกยกเลิก ยกเว้นจะพยายาม authentication กับชื่อโดเมนที่ระบุไว้
บล็อก Netscaler endpoints ที่เกี่ยวข้องกับ pre-nFactor authentication requests เว้นแต่จะจำเป็นต้องใช้สำหรับ environment ขององค์กร
ใช้ Web application firewall (WAF) เพื่อบล็อกที่ IP addresses ที่มีความเสี่ยง ที่เกิดจากพฤติกรรมอันตรายก่อนหน้า
Citrix ระบุว่าลูกค้าที่ใช้บริการ Gateway ไม่จำเป็นต้องใช้แนวทางลดผลกระทบเหล่านี้ เนื่องจากแนวทางเหล่านี้ใช้กับอุปกรณ์ NetScaler/NetScaler Gateway ที่ติดตั้งภายใน On premise หรือ On cloud เท่านั้น ซึ่งจะส่งผลกระทบเฉพาะ NetScaler firmware versions ที่สูงกว่า หรือเท่ากับ 13.0 เท่านั้น

สามารถตรวจสอบคำแนะนำโดยละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้แนวทางลดผลกระทบเหล่านี้ได้ใน Citrix advisory

ที่มา : bleepingcomputer

FBI, CISA และ NSA เปิดเผยช่องโหว่ที่ถูกโจมตีมากที่สุดในปี 2023

หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ FBI, NSA และ Five Eyes ได้เผยแพร่รายชื่อช่องโหว่ที่ถูกใช้ในการโจมตีอยู่อย่างต่อเนื่อง 15 อันดับแรกตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่ถูกโจมตีครั้งแรกในลักษณะ zero-day (more…)

Citrix NetScaler ADC และเซิร์ฟเวอร์เกตเวย์หลายร้อยเครื่องถูกแฮ็กจากการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่

รายงานจาก Shadowserver Foundation พบว่า เซิร์ฟเวอร์ Citrix NetScaler ADC และเกตเวย์จำนวนมากถูกโจมตีโดยผู้ไม่หวังดีเพื่อทำการติดตั้ง web shells
Shadowserver ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2023-3519 ซึ่งเป็นช่องโหว่ code injection ระดับ Critical ที่อาจจะนำไปสู่การเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน
ก่อนหน้านี้ การโจมตีโดยใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2023-3519 เพื่อทำการติดตั้ง web shells ได้รับการเปิดเผยโดยหน่วยงานด้านความมั่นคงทางไซเบอร์สหรัฐ (CISA) ซึ่งพบว่าในเดือนมิถุนายน 2566 มีการโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่องค์กรที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ

โดยปัจจุบันช่องโหว่ดังกล่าวได้รับการแก้ไขจาก Citrix ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา
IP Address ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากที่สุดอยู่ในเยอรมนี รองลงมาคือฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี สวีเดน สเปน ญี่ปุ่น จีน ออสเตรีย และบราซิล

รายงานดังกล่าวถูกเปิดเผยภายหลังจากที่ GreyNoise เคยระบุว่ามีการตรวจพบ IP Address 3 รายการที่พยายามใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2023-24489 (คะแนน CVSS: 9.1) ซึ่งเป็นช่องโหว่ระดับ Critical อีกรายการหนึ่งในซอฟต์แวร์ Citrix ShareFile ที่ทำให้สามารถอัปโหลดไฟล์ได้ตามที่ต้องการโดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน และยังสามารถเรียกใช้โค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกลได้ โดยช่องโหว่นี้ได้รับการแก้ไขแล้วใน ShareFile storage zones controller เวอร์ชัน 5.11.24 และใหม่กว่า
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2023 Shadowserver Foundation ระบุว่า NetScaler ADC และ Gateway ที่มีช่องโหว่ CVE-2023-3519 เกือบ 7,000 รายการ กำลังถูกโจมตีเพื่อติดตั้ง PHP web shells บนเซิร์ฟเวอร์ที่มีช่องโหว่ เพื่อทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงได้จากระยะไกล

ที่มา : thehackernews.