Emotet campaign used parked domains to deliver malware payloads

Emotet ออกแคมเปญใหม่ใช้ Parked Domain ในการส่งเพย์โหลดมัลแวร์ไปยังเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อ

นักวิจัยด้านความปลอดภัยทีม Unit 42 จาก Palo Alto Networks ได้เปิดเผยถึงแคมเปญฟิชชิ่งใหม่จาก Emotet botnet ที่ได้ใช้ Parked domain ที่เป็นอันตรายเป็นฐานในการส่งเพย์โหลดเพื่อการแพร่กระจายของมัลแวร์, การแพร่กระจายของโปรแกรมที่อาจไม่พึงประสงค์ (Potentially Unwanted Program - PUP) และการหลอกลวงแบบฟิชชิง

พฤติกรรมดังกล่าวเกิดจากทีมนักวิจัยจาก Unit 42 ได้ตรวจพบโดเมนที่ถูกใช้ในการโจมตีคือ valleymedicalandsurgicalclinic [.] com ซึ่งได้รับการจดทะเบียนครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2020 และได้ถูกตั้งค่าให้เป็น Parked domain แต่หลังจากวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมาโดเมนดังกล่าวถูกพบอีกครั้งเพื่อใช้ในการแพร่กระจายของมัลแวร์ Emotet ผ่านเอกสารที่แนบมากับอีเมลฟิชชิ่งมีสคริปต์มาโครที่เรียกกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ C&C ของผู้ประสงค์ร้าย ซึ่งเมื่อผู้ใช้ตกเป็นเหยื่อแล้ว มัลแวร์จะนำไปสู่การขโมยข้อมูล Credential และรวมถึงการยึดครองอุปกรณ์ของผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออีกด้วย

ทีมนักวิจัยจาก Unit 42 กล่าวอีกว่าจากการตรวจสอบ Parked domain ที่ในปัจจุบันมีจำนวนกว่า 6 ล้าน โดเมนและพบว่ามี 1 % ของ Parked domain ถูกใช้ในแคมเปญมัลแวร์หรือฟิชชิงและถูกกำหนดเป้าหมายไปยังเหยื่อที่อาจเกิดขึ้นจากหลายประเทศทั่วโลกเช่น สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส,ญี่ปุ่น, เกาหลีและอิตาลี นอกจากนี้แคมเปญของ Emotet จะมุ่งเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งแต่ภาครัฐการศึกษา, พลังงาน, การผลิต, การก่อสร้างและโทรคมนาคม

ทั้งนี้ผู้ใช้ควรทำการตรวจสอบเอกสารที่แนบมากับอีเมลทุกครั้งก่อนทำการเปิดเพื่อเป็นการป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมัลแวร์

ที่มา: bleepingcomputer

Chrome 86 มาแล้ว พร้อมฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยใหม่เพียบ

Google ประกาศการออก Chrome เวอร์ชัน 86 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยจุดน่าสนใจในรุ่นใหม่นี้นั้นอยู่ที่ฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยซึ่งถูกเพิ่มเข้ามาเป็นจำนวนมาก ตามรายการดังนี้

หากมีการบันทึก Credential ไว้ใน Chrome และมีการตรวจพบว่าได้รับผลกระทบจากข้อมูลรั่วไหล Chrome จะทำลิงค์เพื่อชี้ไปยัง <URL>/.well-known/change-password เพื่อให้ผู้ใช้งานทราบขั้นตอนในการปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนรหัสผ่านโดยอัตโนมัติ (หากไม่มีพาธดังกล่าว Chrome จะสั่งลิงค์ไปยังโฮมเพจแทน)
เพิ่ม Safety Check เอาไว้ตรวจสอบการตั้งค่าเบราว์เซอร์และข้อมูลว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ในคลิกเดียว
บล็อคการดาวโหลด mixed content หรือการดาวโหลดไฟล์ผ่านโปรโตคอล HTTP จากเว็บไซต์ HTTPS จากไฟล์ประเภท .exe, .apk, .zip, .iso และไฟล์ไบนารีอื่นๆ
นอกเหนือจากฟีเจอร์ที่ระบุมาแล้ว Chrome 86 ยังมีการแก้ไขและแพตช์ช่องโหว่ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยในขณะนี้ถึงยอดของช่องโหว่ที่ถูกแพตช์ รวมไปถึงเพิ่มฟีเจอร์ทดสอบ (experimental feature) มาอีกเป็นจำนวนมาก ผู้ที่สนใจอยากลองทดสอบฟีเจอร์ใหม่ๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแหล่งที่มา

ที่มา : bleepingcomputer

CISA เเจ้งเตือนถึงมัลแวร์ LokiBot ที่ถูกพบว่ามีการเเพร่กระจายเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่อง 3 เดือนที่ผ่านมา

หน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐอเมริกา (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency - CISA) ได้ออกเเจ้งเตือนถึงการตรวจพบกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นของมัลแวร์ LokiBot ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2020 จากระบบตรวจจับการบุกรุก EINSTEIN ของ CISA

LokiBot หรือที่เรียกว่า Lokibot, Loki PWS และ Loki-bot เป็นมัลแวร์โทรจันที่ถูกใช้เพื่อขโมยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเช่น ชื่อผู้ใช้, รหัสผ่าน, Cryptocurrency wallet และ Credential อื่นๆ โดยเมื่อเหยื่อติดมัลแวร์แล้วมัลแวร์จะทำการค้นหาแอปที่ติดตั้งในเครื่องและแยกข้อมูล Credential จากฐานข้อมูลภายในและทำการส่งข้อมูลที่ค้บพบกลับมาที่เซิฟเวอร์ C&C ของเเฮกเกอร์ นอกจากนี้ LokiBot ได้ทำการพัฒนาขึ้นเพื่อทำให้สามารถ keylogger แบบเรียลไทม์เพื่อจับการกดแป้นพิมพ์และขโมยรหัสผ่านสำหรับบัญชีที่ไม่ได้เก็บไว้ในฐานข้อมูลภายในของเบราว์เซอร์และยังมีความสามารถ Desktop screenshot เพื่อทำการบันทึกเอกสารที่ถูกเปิดบนคอมพิวเตอร์ของเหยื่อ

LokiBot นอกจากจะถูกใช้เพื่อในการขโมยข้อมูลแล้วตัวบอทยังทำหน้าที่เป็นแบ็คดอร์ทำให้แฮกเกอร์สามารถเรียกใช้มัลแวร์อื่นๆ บนโฮสต์ที่ติดไวรัสและอาจทำให้การโจมตีเพิ่มขึ้น

ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตควรทำการระมัดระวังในการใช้งานไม่ควรทำการดาวน์โหลดไฟล์จากเเหล่งที่มาที่ไม่เเน่ชัดหรือเข้าคลิกเข้าเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก นอกจากนี้ผู้ใช้ควรทำการใช้ซอฟเเวร์ป้องกันไวรัสและทำการอัปเดต Signature อยู่เสมอเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมัลแวร์ ทั้งนี้ผู้ที่สนใจรายละเอียด IOC สามารถดูได้ที่ : CISA

ที่มา : ZDnet

Cyber Attack Shuts Down Hoya Corp’s Thailand Plant for Three Days

Hoya บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับการมองห็นและเลนส์สายตาของญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้ต้องหยุดการผลิตบางส่วนในประเทศไทยเป็นเวลาสามวัน

ทางบริษัทเปิดเผยว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ประมาณ 100 เครื่องของบริษัทติดมัลแวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้จากเครื่องที่มีช่องโหว่และทำการฝังมัลแวร์ขุดสกุลเงินดิจิตอล จากรายงานระบุว่าทางบริษัทสามารถหยุดยั้งกระบวนการทำงานของมัลแวร์ขุดสกุลเงินดิจิตอลได้ หลังจากสังเกตพบพฤติกรรมการพยายามขโมยข้อมูลสำคัญ (credential) ของมัลแวร์ในระบบเครือข่าย

ไม่ใช่เพียงแค่ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงงานในประเทศไทยที่ตกเป็นเหยื่อเท่านั้น แต่มีการตรวจพบว่าระบบคอมพิวเตอร์ในสำนักงานใหญ่ของญี่ปุ่นก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งถือว่าการโจมตีในครั้งนี้มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการผลิต แต่ไม่พบการรั่วไหลของข้อมูลของบริษัท

ที่มา : bleepingcomputer

DarkHydrus Relies on Open-Source Tools for Phishing Attacks

DarkHydrus ใช้ Open-Source เป็นเครื่องมือสำหรับช่วยการโจมตี spear-phishing ซึ่งออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูล Credential จากรัฐบาลและสถาบันการศึกษาในตะวันออกกลาง

นักวิจัยของ Palo Alto Networks Unit 42 พบว่ากลุ่มที่มีชื่อว่า "DarkHydrus" ได้ใช้เครื่องมือ Open-Source จาก GitHub ที่ชื่อว่า "Phishery" ช่วยในการโจมตีเพื่อขโมยมูล Credential โดยก่อนหน้านี้เคยใช้เป็น Meterpreter, Cobalt Strike, Invoke-Obfuscation, Mimikatz, PowerShellEmpire และ Veil ร่วมกับเอกสารที่เป็น Microsoft Office เพื่อรับคำสั่งจากระยะไกล

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายนพบว่ากลุ่มดังกล่าวได้ทำการโจมตีสถาบันการศึกษา โดยการส่งอีเมลล์ที่ใช้ Subject ว่า "Project Offer" และแนบเอกสารไฟล์ Word เพื่อหลอกให้ผู้ใช้กรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน จากนั้นจึงส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่เตรียมไว้

การโจมตีในลักษณะนี้ไม่ใช่วิธีการใหม่ ตัวอย่างเช่น WannaCry และ NotPetya เมื่อปีที่แล้ว ก็ได้มีการใช้ Mimikatz ช่วยในการขโมยข้อมูล Credential และใช้ PsExec เพื่อรับคำสั่งจากระยะไกล

ที่มา: bleepingcomputer