Google Chrome และ Firefox ออกแพตซ์อัปเดตช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูง

Google และ Mozilla ประกาศออกแพตช์อัปเดตด้านความปลอดภัยใหม่สำหรับ Chrome เวอร์ชัน 133 และ Firefox เวอร์ชัน 135 ในวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2025 ที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่มีระดับความรุนแรงสูง ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาด้านความปลอดภัยของหน่วยความจำใน Browser

การอัปเดต Chrome ล่าสุดอยู่ระหว่างดำเนินการบน Windows, macOS, และ Linux พร้อมแพตช์สำหรับช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูงสองรายการ และระดับความรุนแรงปานกลางหนึ่งรายการ ซึ่งทั้งหมดถูกรายงานจากนักวิจัยภายนอกองค์กร

รายการแรกคือ CVE-2025-0999 ซึ่งเป็นช่องโหว่ Heap buffer overflow ใน JavaScript Engine V8 ที่อาจถูกใช้เพื่อดำเนินการรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (Remote Code Execution - RCE) โดยทาง Google ระบุว่า ได้มอบรางวัลสำหรับผู้ที่ค้นพบช่องโหว่ (Bug Bounty Reward) ซึ่งมีมูลค่ากว่า 11,000 ดอลลาร์สำหรับช่องโหว่นี้

โดยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยรายการที่สอง ซึ่งมีหมายเลข CVE-2025-1426 เป็นช่องโหว่ Heap buffer overflow ใน GPU component ของ Chrome โดยขณะนี้ Google ยังไม่ได้กำหนดจำนวนเงินรางวัลสำหรับช่องโหว่นี้

การอัปเดตล่าสุดของ Chrome รวมถึงการแก้ไขช่องโหว่ use-after-free ระดับความรุนแรงปานกลางใน Network component ซึ่ง Google ได้มอบรางวัลสำหรับผู้ที่ค้นพบช่องโหว่ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 4,000 ดอลลาร์สำหรับช่องโหว่นี้

Google ปฏิเสธในส่วนของการเปิดเผยข้อมูล รวมถึงรายละเอียดเชิงลึกของช่องโหว่ดังกล่าว และไม่ได้มีการระบุถึงเหตุการณ์ที่ช่องโหว่เหล่านี้ถูกนำไปใช้งาน ซึ่งเป็นไปตามปกติของโครงการฯ (Bug Bounty Programme)

Chrome เวอร์ชันล่าสุดที่อยู่ระหว่างอัปเดตคือเวอร์ชัน 133.0.6943.126/.127 สำหรับ Windows และ macOS รวมถึงเวอร์ชัน 133.0.6943.126 สำหรับ Linux

ในวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2025 Mozilla ประกาศแพตซ์อัปเดต Firefox เวอร์ชัน 135.0.1 พร้อมการแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของหน่วยความจำที่มีระดับความรุนแรงสูง ซึ่งมีหมายเลข CVE-2025-1414 โดยมีการแจ้งเตือนเพิ่มเติมว่าช่องโหว่ดังกล่าวอาจนำไปสู่การดำเนินการรันโค้ดที่เป็นอันตราย (Code Execution) ได้

Mozilla ระบุว่า “มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของหน่วยความจำ ใน Firefox เวอร์ชัน 135 โดยที่บางช่องโหว่เหล่านี้ส่งผลให้เกิดความเสียหายในหน่วยความจำ (Memory Corruption) และทางบริษัทเชื่อว่า หากผู้ไม่หวังดีมีความพยายามเพียงพอ ช่องโหว่บางรายการเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้เพื่อรันโค้ดที่เป็นอันตรายตามที่แฮ็กเกอร์ต้องการได้”

คำแนะนำ ผู้ใช้งานควรอัปเดต Browser Chrome และ Firefox ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดโดยเร็วที่สุด

ที่มา : securityweek.

Insight Partners บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนถูกโจมตีทางไซเบอร์

Insight Partners บริษัทด้านการลงทุนจากทุนร่วม และทุนเอกชนที่ตั้งอยู่ในนิวยอร์ก เปิดเผยว่าระบบของพวกเขาถูกโจมตีในเดือนมกราคม 2025 ภายหลังจากการโจมตีทางไซเบอร์แบบ Social Engineering

(more…)

WinRAR 7.10 ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวบน Windows โดยการลบข้อมูล Mark of the Web

WinRAR 7.10 เปิดตัวเมื่อวานนี้พร้อมด้วยฟีเจอร์มากมาย เช่น การรองรับหน่วยความจำขนาดใหญ่ขึ้น, Dark Mode และความสามารถในการปรับแต่ง Mark-of-the-Web flags (MoTW) ของ Windows เมื่อทำการ extracted ไฟล์

(more…)

ช่องโหว่ใน Juniper Session Smart Routers อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถ Bypass ขั้นตอนการยืนยันตัวตนได้

Juniper Networks ออกแพตช์อัปเดตด้านความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ที่ส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ Session Smart Router, Session Smart Conductor และ WAN Assurance Router ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในการโจมตีเพื่อเข้าควบคุมอุปกรณ์ที่มีช่องโหว่ได้

(more…)

พบช่องโหว่ใหม่ของ OpenSSH ที่ทำให้ SSH servers เสี่ยงถูกโจมตีแบบ MiTM และ DoS

OpenSSH ออกแพตซ์อัปเดตด้านความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ 2 รายการ ได้แก่ ช่องโหว่แบบ Man-in-The-Middle (MitM) และช่องโหว่ Denial of Service(DoS) โดยหนึ่งในช่องโหว่นี้เพิ่งถูกค้นพบหลังจากมีการใช้งานมานาน โดย Qualys เป็นผู้ค้นพบช่องโหว่ทั้ง 2 รายการ และสาธิตวิธีการโจมตีให้แก่ผู้ดูแลระบบ OpenSSH รับทราบ

OpenSSH (Open Secure Shell) เป็นการนำ SSH (Secure Shell) protocol มาใช้งานแบบ open-source ซึ่งให้การเชื่อมต่อแบบเข้ารหัสสำหรับการเข้าถึงจากระยะไกลอย่างปลอดภัย, การถ่ายโอนไฟล์ และการสร้าง tunneling ผ่านเครือข่ายที่ไม่น่าเชื่อถือ โดยเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในโลก และมีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายในระบบ Linux และ Unix (BSD, macOS) ในสภาพแวดล้อมระดับองค์กร, IT, DevOps, cloud computing และ cybersecurity applications

ช่องโหว่ทั้ง 2 รายการ

CVE-2025-26465 (คะแนน CVSS 6.8/10 ความรุนแรงระดับ Medium) เป็นช่องโหว่ Man-in-The-Middle (MitM) ที่พบใน OpenSSH 6.8p1 ซึ่งเปิดตัวในปี 2014 โดยช่องโหว่นี้ไม่เคยถูกค้นพบมาเป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ

โดยช่องโหว่ส่งผลกระทบต่อ OpenSSH clients เมื่อเปิดใช้งาน 'VerifyHostKeyDNS' option ซึ่งทำให้สามารถโจมตีแบบ MitM ได้ โดยไม่สนใจว่า VerifyHostKeyDNS option จะถูกตั้งค่าเป็น "yes" หรือ "ask" (ค่าเริ่มต้นคือ "no"), ไม่จำเป็นต้องมีการโต้ตอบจากผู้ใช้ และไม่ขึ้นอยู่กับการมี SSHFP resource record (an SSH fingerprint) ใน DNS

เมื่อมีการเปิดใช้งาน VerifyHostKeyDNS และเนื่องจากการจัดการ error ที่ไม่เหมาะสม Hacker สามารถหลอก clients ให้ยอมรับ server key ปลอม ด้วยการทำให้เกิด out-of-memory error ระหว่างการตรวจสอบได้

ด้วยการดักจับการเชื่อมต่อ SSH และการใช้ large SSH key ที่มี certificate extensions ที่มากเกินไป Hacker สามารถทำให้ memory ของฝั่งไคลเอนต์ถูกใช้งานจนหมด, สามารถ bypass การตรวจสอบโฮสต์, ยึดเซสชันเพื่อขโมยข้อมูล credentials, inject commands และขโมยข้อมูลออกไปได้

แม้ว่า 'VerifyHostKeyDNS' option จะถูกปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นใน OpenSSH แต่ option นี้ถูกเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นบน FreeBSD มาตั้งแต่ปี 2013 ถึงปี 2023 ทำให้ระบบต่าง ๆ มากมายเสี่ยงต่อการโจมตีเหล่านี้

CVE-2025-26466 เป็นช่องโหว่ Denial of Service (DoS) ก่อนการยืนยันตัวตนใน OpenSSH 9.5p1 ซึ่งเปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2023 เกิดจากการจัดสรรหน่วยความจำที่ไม่จำกัดในระหว่างการแลกเปลี่ยน key ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมการใช้งาน resource ได้

Hacker สามารถส่งข้อความ ping ขนาดเล็ก 16-byte ซ้ำ ๆ ได้ ซึ่งจะบังคับให้ OpenSSH บัฟเฟอร์ responses ขนาด 256-byte โดยไม่มีการจำกัด

ในระหว่างการแลกเปลี่ยน key ข้อมูลการ responses จะถูกเก็บไว้อย่างไม่มีกำหนดเวลา ส่งผลให้มีการใช้หน่วยความจำมากเกินไป และ CPU โอเวอร์โหลด ซึ่งอาจทำให้ระบบขัดข้องได้

ผลที่ตามมาจากการโจมตีช่องโหว่ CVE-2025-26466 อาจไม่รุนแรงเท่ากับช่องโหว่ CVE-2025-26465 แต่การโจมตีที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องมีการยืนยันตัวตน และทำให้ระบบหยุดทำงาน ถือว่ามีความเสี่ยงที่สูงมาก

Security updates released

ทีมงาน OpenSSH ออกอัปเดตเวอร์ชัน 9.9p2 ซึ่งได้แก้ไขช่องโหว่ทั้ง 2 รายการ ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ทำการอัปเดตเป็นเวอร์ชันดังกล่าวโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ขอแนะนำให้ปิดใช้งาน VerifyHostKeyDNS เว้นแต่จำเป็นจริง ๆ และอาศัยการตรวจสอบ key fingerprint verification ด้วยตนเองเพื่อให้แน่ใจว่าการเชื่อมต่อ SSH นั้นมีความปลอดภัย

เกี่ยวกับปัญหา DoS ผู้ดูแลระบบควรบังคับใช้การจำกัดอัตราการเชื่อมต่ออย่างเข้มงวด และตรวจสอบการรับส่งข้อมูล SSH เพื่อดูรูปแบบที่ผิดปกติ เพื่อหยุดการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นตั้งแต่เนิ่น ๆ

ที่มา : bleepingcomputer.

พบช่องโหว่ใหม่ในเครื่อง Printer Xerox ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถขโมยข้อมูล Credentials ของ Windows Active Directory ได้

มีการเปิดเผยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในเครื่อง Printer Xerox VersaLink รุ่น C7025 ที่อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถขโมยข้อมูล credentials สำหรับการ authentication ผ่านการโจมตีแบบ pass-back โดยผ่าน Services โปรโตคอล Lightweight Directory Access Protocol (LDAP) และ SMB/FTP ได้

(more…)

ช่องโหว่ในไฟร์วอลล์ของ SonicWall กำลังถูกใช้ในการโจมตีหลังจากมีการเผยแพร่ PoC exploit ออกมา

ผู้ไม่หวังดีกำลังใช้ช่องโหว่ Authentication Bypass ที่ส่งผลกระทบต่อไฟร์วอลล์ของ SonicWall หลังจากมีการปล่อย proof-of-concept (PoC) ออกมาในเวลาไม่นาน (more…)

พบแคมเปญฟิชชิ่งโดยใช้ CAPTCHA ซ่อนในไฟล์ PDF บน Webflow CDN เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

พบแคมเปญฟิชชิ่งด้วยการใช้เอกสาร PDF ปลอมที่โฮสต์อยู่บน Webflow CDN โดยมุ่งเป้าหมายที่จะขโมยข้อมูลบัตรเครดิต และข้อมูลทางการเงิน (more…)

พบแคมเปญฟิชชิ่งโดยใช้ CAPTCHA ซ่อนในไฟล์ PDF บน Webflow CDN เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

พบแคมเปญฟิชชิ่งด้วยการใช้เอกสาร PDF ปลอมที่โฮสต์อยู่บน Webflow CDN โดยมุ่งเป้าหมายที่จะขโมยข้อมูลบัตรเครดิต และข้อมูลทางการเงิน (more…)

การโจมตีแบบ whoAMI ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถรันโค้ดบนอินสแตนซ์ Amazon EC2 ได้

นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบการโจมตีแบบ Name confusion attack ที่ทำให้บุคคลใดก็ตามสามารถเข้าถึงบัญชี Amazon Web Services (AWS) ได้ เพียงแค่ publishes Amazon Machine Image (AMI) โดยใช้ชื่อเฉพาะ (more…)