Anonymous hacktivists leak Mafia, corruption documents compromised from Italian Government

แฮกเกอร์กลุ่ม Anonymous ทำให้เอกสารสำคัญจำนวนมากรั่วไหลออกมาจากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของผู้บริหาร อาทิ เช่น ประธานาธิบดีของ Calabria, Lombardia, Sicilia, Toscana, Campania และ Puglia

นับเป็นครั้งแรกที่มีการรั่วไหลของเอกสารจากเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และอุปกรณ์มือถือของ Giuseppe Scopelliti ซึ่งเป็นนักการเมืองอิตาลี โดยแฮกเกอร์กลุ่มดังกล่าวได้โพส archive file ขนาด 400 MB ประกอบด้วยเอกสาร 1,000 เอกสาร และแกลลอรี่ 27 เอกสาร
แฮกเกอร์ได้กล่าวว่า "นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น คนอิตาลีมีสิทธิที่จะรู้ว่าสิ่งที่รัฐบาลทำนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในภูมิภาค"

ที่มา : ehackingnews

New IE Zero-day vulnerability exploited in the wild, infects with malware

นักวิจัยระบบรักษาความปลอดภัยที่ FireEye Labs เตือนช่องโหว่ใน Internet Explorer ที่ใช้ประโยชน์จาก zero-day ในการโจมตี Watering Hole Attack ซึ่งผู้เข้าชมเว็บไซต์อันตรายที่มีมัลแวร์ฝังอยู่ อาจทำให้ติดมัลแวร์ได้

ช่องโหว่ที่มีการรั่วไหลของข้อมูล มีผลกระทบกับ windows IE8 บน Windows XP และ IE9 บน windows 7

อีกช่องโหว่หนึ่งเป็นช่องโหว่ของการเข้าถึงหน่วยความจำที่ออกแบบมาเพื่อทำงานใน IE 7 และ IE 8 บน Windows XP และ Windows 7 นักวิจัยยังพบว่าช่องโหว่นี้มีผลกระทบกับ IE 7,IE 8,IE 9 และ IE 10 อีกด้วย

หลังจากโจมตีสำเร็จ shellcode ที่ถูกใช้ในช่องโหว่ดังกล่าวจะทำการรันไฟล์ rundll3d.exe และ ทำการแทรกโค๊ดที่เป็นอันตรายลงไป จากนั้นทำการดาวน์โหลด แล้วรันไฟล์ที่มีมัลแวร์จากเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตี

ที่มา : ehackingnews

Snowden used colleagues' passwords to access secret files, report says

Edward Snowden สามารถดาวน์โหลดเอกสารลับจำนวนมาก เพราะเขาได้ขอชื่อเข้าสู่ระบบและรหัสผ่านจากเพื่อนร่วมงานจำนวน 25 คน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Snowden บอกเพื่อนร่วมงานในหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) ที่ฮวายว่า เขาจำเป็นต้องขอชื่อเข้าสู่ระบบและรหัสผ่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานในฐานะที่เป็นผู้ดูแลระบบ ต่อมา Snowden ใช้รายละเอียดการล็อกอินเหล่านั้นเพื่อเข้าถึงและดาวน์โหลดเอกสารที่เป็นความลับกว่า 1000 เอกสาร จากนั้นเขาก็แชร์ให้กับนักข่าว

ล่าสุดพนักงานบางส่วนที่แชร์ข้อมูลให้กับ Snowden ถูกสอบสวนและไล่ออกจากงานแล้ว

ที่มา : The verge

Jaya TV website hacked and defaced by Pakistani Hackers

แฮกเกอร์ของปากีสถานที่ชื่อว่า “Haxors Crew” ได้ทำการแฮกเว็บไซต์ Jaya TV โดยเปลี่ยนหน้าเว็บที่โดเมนหลักและโดเมนย่อยของ Jaya TV

Jaya TV เป็นช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่เป็นภาษาทมิฬ ที่ออกอากาศในเมืองเจนไน ประเทศอินเดีย ซึ่งมีโดเมนที่ได้รับผลกระทบดังต่อไปนี้ jayatv.

Zero Day Vulnerability in Microsoft Graphics Component

ไมโครซอฟท์ออกมาเตือนว่าค้นพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยสำคัญที่กระทบกับ

Windows Vista x86, x64
Windows Server 2008 x86, x64, Itanium, Server Core
Microsoft Office 2003
Microsoft Office 2010 x86, x64
Microsoft Office Compatibility Pack
Microsoft Lync 2010 x86, x64
Microsoft Lync 2010 Attendee
Microsoft Lync 2013 x86, x64
Microsoft Lync Basic 2013 x86, x64

ต้นเหตุของปัญหาคือบั๊กในระบบกราฟิกของไมโครซอฟท์ (ที่รู้จักกันในชื่อ graphics device interface หรือ GDI) ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถรันโค้ดผ่านช่องโหว่นี้ได้

เบื้องต้นไมโครซอฟท์ออกแพตช์ป้องกันปัญหาดังกล่าวผ่าน Enhanced Mitigation Experience Toolkit ชั่วคราวแล้ว (ไม่ได้แก้บั๊กแต่บล็อคไม่ให้ช่องโหว่ทำงาน) และจะออกแพตช์ถาวรตามมาในภายหลัง

บั๊กดังกล่าวไม่กระทบกับซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ทั้ง Windows 7, Windows 8, MS Office 2013 แต่ถ้าใครยังใช้ซอฟต์แวร์รุ่นเก่าข้างต้น แนะนำให้รีบอัพเดตด่วน

ที่มา : thehackernews

Google adds automatic blocking of malware downloads to latest Chrome build

กูเกิลได้ออกมาประกาศว่า Chrome Canary เวอร์ชั่นล่าสุด เตรียมใส่ฟีเจอร์บล็อกการดาวน์โหลดอัตโนมัติ ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นมัลแวร์ โดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดไฟล์นั้นให้เสร็จก่อน

ในอนาคต Chrome ทุกเวอร์ชั่นจะทำการบล็อคไฟล์ต้องสงสัยให้อัตโนมัติ พร้อมขึ้นข้อความแจ้งเตือนให้คุณรู้ที่ด้านล่างของหน้าจอ คุณสามารถมองข้ามข้อความนี้ได้ แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าคุณจะเลือกหยุดหรือพร้อมรับความเสี่ยงด้วยการดาวน์โหลดต่อไปได้

กูเกิลอธิบายถึงต้นเหตุในการใส่ฟีเจอร์นี้มาให้ นั่นเป็นเพราะอาชญากรรไซเบอร์มักจะใช้กลอุบายนี้ในการใส่มัลแวร์แฝงตัวมากับโปรแกรมต่างๆ ทั้งโปรแกรมแจกฟรี, ปลั๊กอิน, สกรีนเซฟเวอร์ปลอม, โปรแกรมเถื่อนที่ผ่านการแครกมาแล้วหรือแม้แต่ผ่านทางการอัพเดทความปลอดภัย ซึ่ง Chrome เองก็ตกเป็นเป้าหมายเพราะเป็นบราวเซอร์ยอดนิยมที่มีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กูเกิลเองก็ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอื่นๆ เช่น Safe Browsing service ที่ช่วยปกป้องผู้ใช้ Chrome, Firefox และ Safari จากเว็บที่มีมัลแวร์และการ phishing (กูเกิลมีการปักธงเว็บประเภทนี้ถึงวันละ 10,000 เว็บทีเดียว) ส่วนใน Chrome 29 ก็ยังมีการเพิ่มปุ่ม “reset browser settings” ในหน้า Advanced Settings เพื่อให้ผู้ใช้สามารถทำ factory-reset ให้กับ Chrome เรียกว่าถ้าหากคุณเผลอติดตั้งปลั๊กอินที่มีมัลแวร์เข้าไป กดปุ่มนี้มันจะทำการรีเซ็ทให้หายหมด

ที่มา : thenextweb

Google adds automatic blocking of malware downloads to latest Chrome build

กูเกิลได้ออกมาประกาศว่า Chrome Canary เวอร์ชั่นล่าสุด เตรียมใส่ฟีเจอร์บล็อกการดาวน์โหลดอัตโนมัติ ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นมัลแวร์ โดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดไฟล์นั้นให้เสร็จก่อน

ในอนาคต Chrome ทุกเวอร์ชั่นจะทำการบล็อคไฟล์ต้องสงสัยให้อัตโนมัติ พร้อมขึ้นข้อความแจ้งเตือนให้คุณรู้ที่ด้านล่างของหน้าจอ คุณสามารถมองข้ามข้อความนี้ได้ แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าคุณจะเลือกหยุดหรือพร้อมรับความเสี่ยงด้วยการดาวน์โหลดต่อไปได้

กูเกิลอธิบายถึงต้นเหตุในการใส่ฟีเจอร์นี้มาให้ นั่นเป็นเพราะอาชญากรรไซเบอร์มักจะใช้กลอุบายนี้ในการใส่มัลแวร์แฝงตัวมากับโปรแกรมต่างๆ ทั้งโปรแกรมแจกฟรี, ปลั๊กอิน, สกรีนเซฟเวอร์ปลอม, โปรแกรมเถื่อนที่ผ่านการแครกมาแล้วหรือแม้แต่ผ่านทางการอัพเดทความปลอดภัย ซึ่ง Chrome เองก็ตกเป็นเป้าหมายเพราะเป็นบราวเซอร์ยอดนิยมที่มีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กูเกิลเองก็ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอื่นๆ เช่น Safe Browsing service ที่ช่วยปกป้องผู้ใช้ Chrome, Firefox และ Safari จากเว็บที่มีมัลแวร์และการ phishing (กูเกิลมีการปักธงเว็บประเภทนี้ถึงวันละ 10,000 เว็บทีเดียว) ส่วนใน Chrome 29 ก็ยังมีการเพิ่มปุ่ม “reset browser settings” ในหน้า Advanced Settings เพื่อให้ผู้ใช้สามารถทำ factory-reset ให้กับ Chrome เรียกว่าถ้าหากคุณเผลอติดตั้งปลั๊กอินที่มีมัลแวร์เข้าไป กดปุ่มนี้มันจะทำการรีเซ็ทให้หายหมด

ที่มา : thenextweb

FBI offering $100,000 reward for information on Most Wanted Cyber Criminals

FBI ได้เพิ่ม 5 แฮกเกอร์ที่ต้องการมากที่สุดของโลกไซเบอร์ ซึ่งแฮกเกอร์ทั้ง 5 คนก่ออาชญากรรมการทุจริตทั้งภายในประเทศสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ ซึ่ง FBI ได้เสนอรางวัล $50,000-$100,000 สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุม

Farnhan Arshad และ Noor Aziz Uddin ชาวปากีสถานแฮกเข้าระบบโทรศัพท์ทางธุรกิจทั่วโลกระหว่างปี 2008 และ 2012 ก่อให้เกิดความสูญเสียมากกว่า 50 ล้านดอลล่า และองค์กรอื่น ๆ อีก

Andrey Nabilevich Taame ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในปฏิบัติการ " Ghost Click" ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการกระจายมัลแวร์ โดยการเปลี่ยนเส้นทางคอมพิวเตอร์ที่ติดมัลแวร์ไปยังเว็บไซต์ปลอม มีคอมพิวเตอร์ที่ติดมัลแวร์มากกว่า 4 ล้านเครื่องใน 100 ประเทศ ระหว่างปี 2007 และตุลาคม ปี 2011

Alexsey Belan ชายชาวรัสเซีย ถูกกล่าวหาว่าเจาะเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่สำคัญ 3 เครื่อง ของบริษัท US-based โดยขโมยฐานข้อมูลที่สำคัญและข้อมูลส่วนตัวของพนักงาน จากนั้นเขาก็ได้กำไรจากการขายข้อมูลของผู้ใช้และรหัสผ่านที่ขโมยมา

Carlos Perez-Melara ดำเนินการตรวจสอบเว็บไซต์ส่วนตัวของผู้อื่น (จับโกหกคนรัก) โดยการส่งสปายแวร์ปลอมตัวเป็นบัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์

ที่มา : thehackernews

Adobe Breach Impacted At Least 38 Million Users

จากกรณีที่ Adobe ถูกแฮก ข้อมูลของผู้ใช้บางส่วนและซอร์สโค้ดของโปรแกรมถูกขโมย เมื่อต้นเดือนตุลาคม ในตอนแรก Adobe ระบุว่าน่าจะกระทบกับผู้ใช้ประมาณ 2.9 ล้านบัญชี แต่ข้อมูลใหม่ล่าสุดหลังการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ทาง Adobe ได้ส่งอีเมลให้ผู้ใช้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่านจำนวนทั้งสิ้น 38 ล้านบัญชี

ล่าสุดมีรายงานว่าไฟล์บัญชีและรหัสผ่านของผู้ใช้ (ที่เข้ารหัสแบบ hash) ถูกปล่อยออกมาบนอินเทอร์เน็ตแล้ว ไฟล์นี้มีขนาด 3.8 GB และมีข้อมูลของผู้ใช้กว่า 150 ล้านบัญชี แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นไฟล์จริงหรือไม่ และเป็นบัญชีที่ถูกใช้งานมากน้อยแค่ไหน

ทาง Adobe ออกมาแถลงข่าวว่าได้ติดต่อกับผู้ใช้ทุกคนที่ได้รับผลกระทบให้ทำการรีเซ็ตรหัสผ่านทั้งหมดแล้ว และขอความร่วมมือให้ผู้ใช้รายอื่นเข้ามารีเซ็ตรหัสผ่านโดยด่วน

นอกจากปัญหาเรื่องข้อมูลของผู้ใช้แล้ว การแฮกดังกล่าวยังขโมยซอร์สโค้ดซอฟต์แวร์ของ Adobe ออกไปได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งซอฟต์แวร์ที่สามารถขโมยไปได้คือ Acrobat, Adobe Reader, ColdFusion และมีคนอ้างว่าได้ซอร์สโค้ดของ Photoshop ไปด้วย

ที่มา : krebsonsecurity

Vulnerability in Facebook app allows hackers to steal access tokens and hijack accounts

นักวิจัยด้านความปลอดภัยของอียิปต์ Mohamed Ramadan ค้นพบช่องโหว่ของเฟสบุ๊คแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอย โดยที่ช่องโหว่นี้เกิดจากการดาวน์โหลดไฟล์แอพพลิเคชั่นเฟสบุ๊ค ทางระบบปฏิบัติการแอนดรอยได้มีการเก็บ access token ไว้ที่ log messages
โดยสามารถใช้โปรแกรมเปิดดู log message ชื่อว่า “logcat” เมื่อแฮกเกอร์ได้ access token จะสามารถขโมยบัญชีเฟสบุ๊คของเหยื่อได้ ซึ่งเขาได้รายงานช่องโหว่นี้ให้กับผู้พัฒนาเฟสบุ๊คแล้ว และได้เงินค่ารายงานช่องโหว่เป็นจำนวนเงิน 6,000 ดอลลาร์

ที่มา :  thehackernews