แจ้งเตือนมัลแวร์เรียกค่าไถ่ CryptoMix (.EXTE) สายพันธุ์ใหม่

MalwareBytes ได้มีการแจ้งเตือนผู้ใช้งานเกี่ยวกับการค้นพบมัลแวร์เรียกค่าไถ่ CryptoMix สายพันธุ์ใหม่ซึ่งในคราวนี้จะเปลี่ยนนามสกุลของไฟล์ที่มีการเข้ารหัสเป็น .EXTE
มัลแวร์เรียกค่าไถ่ CryptoMix แม้ว่าจะเป็นมัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ไม่ค่อยมีฟังก์ชันหรือการทำงานพิเศษที่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่ แต่มันก็ยังคงมีการอัพเดตตัวเองและแพร่กระจายอยู่อย่างสม่ำ สำหรับในเวอร์ชันใหม่นี้นั้น ทาง MalwareBytes ตรวจพบความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในส่วนที่เป็นนามสกุลของไฟล์ที่มัลแวร์มีการเข้ารหัสจากเดิม .AZER เป็น .EXTE และเปลี่ยนชื่อของไฟล์ ransom note จากเดิมคือ HELP_YOUR_FILES.TXT เป็น _HELP_INSTRUCTION.TXT แต่การทำงานและขั้นตอนในการเข้ารหัสนั้นยังคงเหมือนเดิม คือมีการฝังกุญแจเข้ารหัสไว้จำนวน 10 รายการเพื่อให้สามารถเข้ารหัสไฟล์โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ออกคำสั่งและควบคุม
Recommendation CryptoMix ยังคงใช้วิธีการแพร่กระจายเหมือนกับมัลแวร์เรียกค่าไถ่ประเภทอื่นคือทั้งทางช่องทางอีเมลและ drive-by download แนะนำให้ทำการตรวจสอบการป้องกันเพื่อพร้อมรับมือกับภัยคุกคามในลักษณะนี้อย่างสม่ำเสมอ

ที่มา : securityweek

Spyware targets Iranian Android users by abusing messaging app Telegram’s Bot API

Spyware ที่สั่งการผ่าน Telegram’s Bot API โดยมีเป้าหมายที่ผู้ใช้ Android ในประเทศอิหร่าน
Spyware จะหลอกว่าตัวมันเองนั้นปลอดภัยโดยการสวมรอยเป็นแอปพลิเคชัน Cleaner Pro หรือ Profile Checker นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันอันตรายสำหรับ Facebook เช่นกัน โดยจะมีคำบรรยายว่าจะช่วยให้ผู้ใช้ทราบว่าใคร “unfriended” ผู้ใช้ไปบ้าง เมื่อผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันก็จะขอข้อมูล Telegram ของผู้ใช้เพื่อเรียกดูจำนวนผู้ที่เคยดูโปรไฟล์ของผู้ใช้ หลังจากนั้นแอปพลิเคชันจะหายไปแต่ความจริงแล้วแอบทำงานอย่างลับๆ

เมื่ออุปกรณ์ของเหยื่อติดต่อสื่อสารกับผู้บุกรุกผ่านทาง Telegram Bot API ที่สามารถส่งและรับคำสั่งได้แล้วสิ่งแรกที่แอปนี้ทำคือบันทึกภาพของเหยื่อโดยใช้กล้องด้านหน้าของอุปกรณ์ จะมีการขโมยข้อความรวมถึงหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ส่งและผู้รับ , รายชื่อผู้ติดต่อ , Google email address , รูปถ่าย , ข้อมูลเกี่ยวกับแอปพลิเคชันที่ติดตั้ง โดยข้อมูลจะถูกจัดเก็บไว้อย่างผิดกฎหมายในไฟล์ใหม่ที่แยกต่างหากสำหรับการอัปโหลดภายหลังไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตี และยังสามารถลบหรือร้องขอไฟล์ส่วนตัวของเหยื่อได้ไม่ใช่เฉพาะไฟล์ที่แอปฯของผู้ไม่หวังดีสร้างขึ้นมาใหม่
Spyware ได้อัปโหลดไฟล์ทั้งหมดผ่านทางสคริปต์ PHP และบันทึกไว้ในไดเร็กทอรี / rat / uploads บนเซิร์ฟเวอร์ โดยไฟล์เหล่านี้ทุกคนที่รู้ URL สามารถเข้าถึงได้ สาเหตุอาจเพราะผู้ไม่หวังดีวางมาตรการรักษาความปลอดภัยไม่เพียงพอ

ผู้ใช้งานสามารถหลีกเลี่ยง Spyware และการโจมตีรูปแบบอื่นได้ โดยปฎิบัติตามนี้
- ติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น
- สังเกตแอปพลิเคชันอื่นๆผู้พัฒนา และควรอ่านรีวิวแต่ไม่ควรไว้ใจแอปฯที่มีคำรีวิวที่ไม่น่าใว้ใจ เช่น “แอปที่ดีที่สุดตลอดกาล” , “Thank you!” , “รักแอปฯนี้ที่สุดเลย”
- ควรอ่านรายละเอียดสิทธิ์การเข้าถึงที่แอปพลิเคชันร้องขอ

ที่มา : avast

ช่องโหว่ ETERNALSYNERGY ถูกพัฒนาต่อเพื่อโจมตีเป้าหมายที่เป็น Windows รุ่นใหม่

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจากไทยคุณวรวิทย์ วังวรัญญู ได้ทำการพัฒนาเครื่องมือสำหรับโจมตีช่องโหว่ (exploit) ใหม่โดยมีต้นแบบจากเครื่องมือ ETERNALSYNERGY ที่ถูกเผยแพร่โดยกลุ่ม The Shadow Brokers โดยการพัฒนาเครื่องมือสำหรับโจมตีช่องโหว่ใหม่นี้ทำให้ความสามารถของ TERNALSYNERGY ได้ใช้ประโยชน์จาก ETERNALSYNERGY ซึ่งสามารถกำหนดเป้าหมายไปยังเวอร์ชันใหม่ๆของระบบปฏิบัติการ Windows ได้ เช่น Windows 10
ETERNALSYNERGY เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับโจมตีของ NSA ที่เปิดเผยโดยกลุ่มการแฮ็กเกอร์ Shadow Brokers ตามการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Microsoft เครื่องมือ ETERNALSYNERGY สามารถทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดบนเครื่อง Windows โดยผ่านทางช่องโหว่จากโปรโตคอล SMB version 1 ช่องโหว่นี้ถูกกำหนดเป็น CVE-2017-0143

การโจมตีนี้ทำงานได้กับ Windows 8 ตามที่ Microsoft กล่าว ซึ่งเทคนิคที่ใช้ ETERNALSYNERGY แบบเดิมไม่ได้ผลกับบนแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เนื่องจากมีการปรับปรุงความปลอดภัยของเคอร์เนลหลายจุด ปัจจุบันผู้บุกรุกสามารถใช้ประโยชน์จากทั้ง ETERNALSYNERGY และ ETERNALROMANCE เพื่อกำหนดเป้าหมายได้เกือบทุกเวอร์ชั่นของ Windows ตั้งแต่ XP ไปจนถึง Windows Server 2016 ยกเว้นเพียง Windows 10 นั่นคือประมาณ 75% ของพีซีทุกเครื่องที่ใช้ Windows ทั้งหมดที่มีในปัจจุบัน

ที่มา : bleepingcomputer

How Microsoft Cleverly Cracks Down On “Fancy Bear” Hacking Group

การ hack กลุ่มแฮคเกอร์กลับนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทาง Microsoft ผู้ซึ่งพยายามที่จะปกป้องลูกค้าจากเหล่าแฮคเกอร์ อาชญากรไซเบอร์ หรือกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐนั้นเลือกที่จะทำ ซึ่งทาง Microsoft เองเลือกที่จะใช้ตัวกฎหมายเป็นเครื่องมือในการจัดการกับแฮคเกอร์กลุ่มใหญ่ที่มีชื่อว่า Fancy Bear โดยทางองค์กรได้ทำการขโมยข้อมูลเซิร์ฟเวอร์จากความช่วยเหลือของตัวกฎหมาย Microsoft ให้ทีมกฎหมายฟ้อง Fancy Bear ในศาสสรัฐบาลกลางนอก Washington DC
Fancy Bear คือกลุ่ม hacker ที่รู้จักกันในอีกหลายๆ ชื่อ เช่น APT28, Sofacy, Sednit, และ Pawn Storm เริ่มมีการเคลื่อนไหวตั้งแต่ปี 2007 และเคยถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการพยายามแฮคข้อมูลของคณะกรรมการพรรคเดโมแครต หรือ Democratic National Committee (DNC) เป็นที่เชื่อกันว่ากลุ่มแฮคเกอร์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหน่วยสืบราชการลับของรัสเซียแม้ว่าทาง Microsoft ยังไม่พบการเชื่อมต่อใดๆ ระหว่างสองฝ่ายนี้ Fancy Bear เลือกจะที่ใช้ Domain Name ที่มีความคล้ายกับ domain ที่ทาง Microsoft ให้บริการอยู่ จึงทำให้ Microsoft สามารถใช้จุดนี้ทำให้กลุ่ม Fancy Bear ถูกนำตัวมาขึ้นศาล
ความตั้งใจของ Microsoft ไม่ใช่การนำตัวแฮคเกอร์เหล่านี้มาขึ้นศาล แต่ว่าต้องการที่จะเป็นเจ้าของ domain ของ Fancy Bear ซึ่งทำหน้าที่เป็น command-and-control เซิร์ฟเวอร์ ถึงแม้ว่า Microsoft จะไม่ได้สิทธิ์ครอบครองอย่างเต็มตัว แต่เมื่อปีที่ผ่านมาศาลตัดสินให้ Domain Name registrars ที่ชื่อ "compelling them to alter" ซึ่งเป็น DNS ของอย่างน้อย 70 domains ของ Fancy Bear ให้วิ่งไปที่เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกควบคุมโดย Microsoft ซึ่งต่อมา Microsoft ใช้คดีความนี้เป็นเครื่องมือในการช่วยสร้าง Sinkhole Domains ซึ่งทำให้หน่วยอาชญากรรมดิจิตอลขององค์กรสามารถใช้เฝ้าสังเกตุการณ์พฤติกรรมได้

ที่มา : thehackernews

Apple Users, Beware! A Nearly-Undetectable Malware Targeting Mac Computers

ก่อนหน้านี้ มัลแวร์ FruitFly ถูกตรวจพบโดยนักวิจัย Thomas Reed ของ Malwarebytes โดย FruitFly สามารถรีโมตเข้าควบคุมเครื่องได้ เช่น webcams หน้าจอ เมาส์ คีย์บอร์ดและติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายบนเครื่อง ซึ่ง Apple ได้รีบออกแพตช์เพื่อแก้ไขปัญหาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ปัจจุบัน Patrick Wardle อดีตนักวิจัยด้านความปลอดภัยของ NSA และ Synack พบคอมพิวเตอร์ 400 เครื่องที่ติดมัลแวร์ FruitFly (FruitFly 2) สายพันธุ์ใหม่ และจำนวนเครื่องที่ติดมัลแวร์อาจจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ FruitFly2 สามารถรันคำสั่ง shell, ย้ายและคลิกเคอร์เซอร์, จับภาพเว็บแคม, ปิดการทำงาน Process บนเครื่อง รวมถึงสามารถแจ้งเตือนแฮ็กเกอร์เมื่อเหยื่อเข้าใช้งาน Mac ของตนอีกครั้ง ตอนนี้ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับช่องทางการติดมัลแวร์ FruitFly 2 ที่แน่ชัด แต่ Fruitfly ส่วนใหญ่จะเข้าถึงเครื่อง Mac ผ่านทางเว็บไซต์อันตรายโดยการส่งมัลแวร์ผ่านทางอีเมลฟิชชิ่ง

ที่มา : thehackernews

สวีเดนพลาดทำข้อมูลสำคัญรั่วไหล เหตุเกิดจากความสะเพร่า

ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขนส่งหลายล้านรายในสวีเดนรวมทั้งความลับทางทหารของประเทศได้รับการเปิดเผย ข้อมูลที่หลุดออกไปมีหลากหลาย เช่น ข้อมูลของประชาชน ทหาร ตำรวจ หน่วยงานรัฐ แม้กระทั่งข้อมูลของสิ่งก่อสร้างภายในประเทศ ดังนั้นเหตุการณ์นี้ถือได้ว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงทางข้อมูลที่เลวร้ายที่สุดอย่างหนึ่งของรัฐบาลเลยทีเดียว
สาเหตุของการรั่วไหลของข้อมูลครั้งนี้เริ่มมาจากหน่วยงาน Swedish Transport Agency ได้ให้ IBM ช่วยจัดการฐานข้อมูลและเครือข่าย จากนั้นได้ทำการอัปโหลดข้อมูลขึ้นไปยังระบบ Cloud แต่กลายเป็นว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกส่งไปยังทุกคนที่ได้สมัครสมาชิกกับทาง The transport agency แล้วข้อมูลนี้ยังอยู่ในรูปแบบที่อ่านได้(Clear Text)ไม่ได้เข้ารหัสใดๆไว้เลย นอกจากนี้พนักงาน IBM นอกสวีเดนสามารถเข้าถึงระบบของหน่วยงานขนส่งของสวีเดนได้โดยไม่ต้องดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัย และผู้บริหารของไอบีเอ็มในสาธารณรัฐเช็กได้รับสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลและบันทึกทั้งหมดได้ด้วย
ผู้ที่มีส่วนต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์นี้คืออธิบดี Maria Ågren ที่ได้สะเพร่าลัดขั้นตอนการส่งข้อมูลให้ IBM และไม่ตรวจสอบความปลอดภัยให้แน่ชัด ส่วนที่กังวลคือนาย Jonas Bjelfvenstam ผู้อำนวยการคนใหม่ของหน่วยงานกล่าวว่าฐานข้อมูลที่รั่วไหลอาจไม่ปลอดภัยจนกว่าจะถึงฤดูใบไม้ร่วง แต่การตรวจสอบขอบเขตการรั่วไหลยังคงดำเนินต่อไป

ที่มา : thehackernews

Windows 10 กำลังพัฒนา Feature รีเซ็ตรหัสผ่านหน้า Lock Screen

Microsoft กำลังใช้ทุกความสามารถที่มี เพื่อการอัพเดทครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยการพัฒนาระบบป้องกัน ระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อต่อกรกับ แฮกเกอร์และการโจมตีทางไซเบอร์ในอนาคต โดยในตอนนี้ทาง Microsoft กำลังมีแผนที่จะเพิ่มฟีเจอร์ที่หลายๆ คนต้องการ คือ ระบบกู้ pin และ password สำหรับ Window 10 ให้สามารถทำได้โดยตรงจากหน้า Lock Screen ระบบดังกล่าวจะมีปุ่มชื่อว่า " Reset password" หรือ "I forgot my PIN " อยู่บริเวณด้านข้างของช่อง sign-in เมื่อกดปุ่มดังกล่าว Cortana หรือ AI ของ Microsoft จะคอยเป็นตัวช่วยเรื่องการรีเซ็ตพาสเวิร์ด จะมีช่องทางอยู่ 3 ช่องทางให้เลือกสำหรับส่งข้อมูลในการกู้รหัสผ่าน คือ อีเมล์สำรอง , เบอร์โทรศัพท์, หรือ ตัวตรวจสอบสิทธิ์ของ Microsoft หลังจากนั้นรหัสตรวจสอบจะถูกส่งไปยังช่องทางที่ได้เลือกไว้ เมื่อทำการกรอกรหัสตรวจสอบ และยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วก็จะสามารถรีเซ็ตพาสเวิร์ดในหน้า Login เพื่อเข้าใช้งานต่อไปได้ทันที
ปัจจุบัน Microsoft กำลังทดสอบ feature ใหม่ใน Windows 10 Insiders build 16237 ซึ่งจะช่วยให้การกู้คืนบัญชีผู้ใช้ทำได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ฟังก์ชันนี้ได้ ถ้าหากมีการ activate Windows Hello authentication system หรือ มี PIN เพื่อรักษาความปลอดภัยของบัญชี Windows 10 Fall Creator Update ถูกคาดการณ์ว่าจะถูกปล่อยออกมาในช่วงระหว่าง พฤศจิกายน และตุลาคม 2017 ซึ่งทางองค์กรมีแผนงานคร่าวๆ คือ เอาการใช้งาน File Sharing Protocol SMBv1 ออก เพิ่ม Controlled Folder Access เป็นส่วนหนึ่งของ Windows Defender เป็นต้น

ที่มา : thehackernews

SQL Injection แบบใหม่ที่ใช้ Smartphone เป็นเครื่องมือโจมตี

นักวิจัยได้พบว่ามีการโจมตี SQL Injection แบบใหม่โดยใช้อุปกรณ์ Smartphone วิธีการนี้ถูกเรียกว่า “Katyusha Scanner” โดยได้รวมเครื่องมือทดสอบการเจาะข้อมูลแบบ Open-Source ชื่อว่า Anarchi Scanner เอาไว้ ส่งผลให้ผู้ไม่หวังดีสามารถสแกนและอัปโหลดรายการเว็บไซต์ที่ต้องการแล้วเปิดการโจมตีหลายๆเป้าหมายพร้อมๆกัน โดยควบคุมการทำงานผ่าน Telegram messenger ปัจจุบันมีรายงานว่ามีผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้และประสบความสำเร็จในการเข้าถึง Web Server 8 เครื่องภายครึ่งวัน
เมื่อเดือน(June 2017)ที่แล้วมาทีมงานของ Vulnerability and Exposure (VERT) ของ Tripwire ได้ทำการศึกษาซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้พัฒนาสามารถที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้โดยการสแกนหาช่องโหว่ของ Web Application อย่างสม่ำเสมอ และควรได้รับการประเมินความเสี่ยงจากผู้เชี่ยวชาญ และหลีกเลี่ยงการสร้าง Web Application ด้วยเครื่องมือสำเร็จรูป

ที่มา : darkreading

ข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยของ iCloud ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ได้แม้จะมีการเข้ารหัสแบบ End-to-End

นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้เปิดเผยรายละเอียดของข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย iOS ซึ่งกำลังเรียกว่าเป็นหนึ่งในช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่เลวร้ายที่สุดของปี ข้อบกพร่องนี้ใช้ช่องโหว่ใน iCloud Keychain ของ Apple และวิธีการซิงโครไนซ์ข้อมูลที่สำคัญระหว่างอุปกรณ์ iCloud Keychain ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลเช่น รหัสผ่านและข้อมูลบัตรเครดิตบนอุปกรณ์ iOS ทั้งหมดของตนได้ อย่างไรก็ตามหากเปิดเผยข้อมูลนี้อาจกลายเป็น goldmine สำหรับผู้โจมตี ซึ่งข้อผิดพลาดในการเข้ารหัสลับของ iCloud Keychain อาจแสดงรหัสผ่านและหมายเลขบัตรเครดิต

iCloud Keychain ถือเป็นหนึ่งในคุณลักษณะการแชร์รหัสผ่านที่ปลอดภัยที่สุดโดยใช้การเข้ารหัสลับแบบ end-to-end โดยใช้คีย์เฉพาะของอุปกรณ์ Alex Radocea ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Longterm Security ค้นพบวิธีที่จะหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบลายเซ็น โดยโปรโตคอลที่ป้องกันการแอบอ้างจากบุคคลอื่นโดยการทำให้แน่ใจว่าอุปกรณ์สื่อสารกันอย่างปลอดภัย

Keychain ใช้ได้สำหรับ iPhone 5 ขึ้นไป รุ่น iPad 4 ขึ้นไป iPod touch รุ่นที่ 6 ขึ้นไป ผลกระทบคือผู้โจมตีที่สามารถสกัดกั้นการเชื่อมต่อ TLS ทำให้สามารถอ่านข้อมูลต่างๆที่ได้รับการป้องกันโดย iCloud Keychain ได้ ในบางกรณี iCloud Keychain ไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของ OTR ได้ ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขแล้วโดย Apple ในช่วงต้นปีด้วยการเปิดตัว iOS 10.3

ที่มา : wccftech

พบ Backdoor “Stantinko” แพร่กระจายกว่าครึ่งล้านเครื่องทั่วโลก

พบ Backdoor ตัวใหม่ “Stantinko” ถูกติดตั้งอยู่ในเครื่องทั่วโลกเป็นจำนวนกว่าครึ่งล้านเครื่อง ซึ่งตัวมันจะทำการ Inject Malware ที่ไม่พึงประสงค์ผ่านส่วนเสริมของ Browser ในระหว่างที่กำลังใช้งานอินเตอร์เน็ตอยู่ และทำการสร้าง backdoor ไว้ในเครื่องของเหยื่อ หน้าตาของ Stantinko ที่เห็นภายนอกจะดูเป็นมิตรจึงทำให้ดูไม่น่าสงสัย วิธีการหลบหลีกไม่ให้ถูกตรวจเจอของ Stantinko คือจะซ่อน malicious code ไว้ใน Windows Registry.