WINDOWS DEFENDER BYPASS TRICKS OS INTO RUNNING MALICIOUS CODE

นักวิจัยจาก CyberArk ได้พัฒนาวิธีการที่สามารถทำให้มัลแวร์ข้ามผ่านการตรวจสอบจาก Windows Defender ได้ อย่างไรก็ตามทางด้าน Microsoft กลับออกมาตอบประเด็นดังกล่าวว่าปัญหานี้นั้นไม่ถือเป็นปัญหาด้านความปลอดภัย และจะไม่มีการแก้ไขใดๆ ในส่วนการทำงานของ Windows Defender
ในรายละเอียดนั้น การข้ามผ่านการตรวจจับนั้นเกี่ยวข้องกับการใช้งาน custom-built SMB server ในการหลอกให้ตัว Windows Defender ไปสแกนตัวไฟล์ปกติ ในขณะที่มัลแวร์ก็จะถูกรันในระบบ ทีมวิจัย CyberArk นำโดย Doron Naim และ Kobi Ben Naim เรียกการโจมตีนี้ว่า Illusion Gap โดยนอกจาก Windows Defender แล้ว Antivirus รายอื่นๆ ก็อาจได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน
Microsoft กล่าวในแถลงการณ์กับทาง CyberArk ว่าการที่ Attacker ต้องให้ user ช่วยกดรันตัวโค้ดอันตรายดังกล่าวจาก SMB share นั้นไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของความปลอดภัย แต่เป็นในส่วนของ feature request มากกว่า Ben Naim กล่าวว่านั่นเป็นการตอบโต้ที่แย่มาก เพราะหาก Window Defender ไม่สามารถสแกนไฟล์ได้ ก็ไม่ควรที่จะอนุญาติให้ execute ไฟล์ดังกล่าว และยังบอกอีกว่าหาก Windows Defender สามารระบุที่มาของคำสั่งที่เข้ามาก่อกวนการทำงานได้ ก็อาจช่วยในการป้องกันตัวมันเองและ Antivirus รายอื่นๆ ได้เช่นกัน

ที่มา : Threatpost

Cloudflare Now Provides Unmetered DDoS Mitigation Without Extra Costs

Cloudflare ได้ออกมาประกาศว่าจะไม่คิดค่าบริการเพิ่มสำหรับ surge protection และยังสัญญาว่าจะไม่ทิ้งลูกค้า ไม่ว่าจะจ่ายค่าบริการอยู่ในระดับใดก็ตาม หรือมีการโจมตีหนักมากแค่ไหน ซึ่งมาตรการนี้เรียกว่า Unmetered Mitigation (คือกันได้แบบไม่คิดมิเตอร์ ไม่มีชาร์จเพิ่ม)
ทาง Matthew Prince ซึ่งเป็น CEO ของ Cloudflare ได้ออกมาบอกว่าปัจจุบันพวกเขาสามารถป้องกันการโจมตีของ DDoS โดยไม่กระทบต่อลูกค้ารายอื่นๆ และสามารถรองรับ request ของ DDoS ได้ถึง 15 Tbps
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถูกเรียกในชื่อ surge protection โดยเริ่มต้นมาจากการถูกโจมตีด้วย DDoS ทำให้ทางบริษัทที่รับป้องกันมองว่าหากต้องการการป้องกันที่มากขึ้นก็จำเป็นต้องจ่ายมากขึ้น หรือหากมากเกินกว่าที่ตัวบริษัทจะทำได้ก็อาจจะต้องยกเลิกบริการที่ให้กับลูกค้ารายนั้น Cloudflare จึงอออกประกาศดังกล่าวมาเพื่อช่วยเหลือลูกค้า

ที่มา : BleepingComputer

Android Security Bulletin—October 2017

Android Security Bulletin มีรายละเอียดเกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่มีผลต่ออุปกรณ์ Android พันธมิตรคู่ค้าของ Android จะได้รับแจ้งถึงปัญหาทั้งหมดอย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนการเผยแพร่ โปรแกรมแก้ไขสำหรับปัญหาเหล่านี้

Framework
ช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดในส่วนนี้อาจทำให้แอพพลิเคชันที่เป็นอันตรายในสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจจับเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่เกินกว่าสิทธิ์การเข้าถึงได้ (CVE-2017-0806)

Media framework
ช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดในส่วนนี้อาจทำให้ผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถใช้ไฟล์ที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษในการรันโค้ดโดยพลการ (CVE-2017-0809 , CVE-2017-0810 , CVE-2017-0811)

System
ช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดในส่วนนี้อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดโดยพลการ (CVE-2017-14496)

Kernel components
ช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดในส่วนนี้อาจทำให้แอพพลิเคชันที่เป็นอันตรายในสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจจับเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่เกินกว่าสิทธิ์การเข้าถึงได้ (CVE-2017-7374 , CVE-2017-9075)

MediaTek components
ช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดในส่วนนี้อาจทำให้แอพพลิเคชันที่เป็นอันตรายในสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจจับเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่เกินกว่าสิทธิ์การเข้าถึงได้ (CVE-2017-0827)

Qualcomm components
ช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุดในส่วนนี้อาจทำให้ผู้โจมตีระยะไกลสามารถใช้ไฟล์ที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษในการรันโค้ดโดยพลการภายในบริบทของกระบวนการที่ได้รับการยกเว้น (CVE-2017-11053 , CVE-2017-11053)

ปัจจุบันยังไม่มีรายงานร้องทุกข์จากลูกค้าที่มาจากช่องโหว่เหล่านี้ แต่ก็ควรที่จะอัพเดตระบบ Android ให้เป็นรุ่นล่าสุดอยู่เสมอ

ที่มา: source.

wp_signups.activation_key stores activation keys in plain text (CVE-2017-14990)

WordPress 4.8.2 เก็บค่าของ wp_signups.activation_key(Key การเปิดใช้งาน Email เพื่อเข้าใช้งาน Blog) แบบ cleartext ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถแย่งชิงบัญชีผู้ใช้ที่ไม่ได้เปิด activation โดยใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงฐานข้อมูล(เช่นการเข้าถึงที่ได้รับผ่านช่องโหว่ SQL injection)

คำแนะนำการแก้ปัญหา

เนื้อหาภายใน https://core.

Broadening HSTS to secure more of the Web

ความปลอดภัยของ Web เป็นสิ่งที่ Google ให้ความสำคัญมาตลอด สามารถสังเกตได้จากการที่ Google ใช้การเข้ารหัส HTTPS กับ Web ของตนเองมาตั้งแต่ปี 2010 และสนับสนุนให้เว็บไซต์อื่นๆใช้ HTTPS โดยการเพิ่มอันดับใน Google Search ให้กับเว็บไซต์ที่ปลอดภัย รวมไปถึงการใช้ SSL certificate เพื่อใช้ในการรับรองความถูกต้องของข้อมูลที่รับ - ส่งผ่าน HTTPS และปัจจุบันนี้ Google ผลักดันเครื่องมือที่จะทำให้ความปลอดภัยสูงขึ้นอีกระดับในชื่อของ HTTPS Strict Transport Security (HSTS)

HSTS จะถูกติดตั้งใน Browser หลักๆที่เป็นที่นิยม (Chrome, Firefox, Safari, Internet Explorer / Edge และ Opera) HSTS เป็นมาตรฐานการบังคับให้ Browser เข้าเว็บผ่าน HTTPS เท่านั้น ตัวอย่างเช่น gmail.

Yahoo now says all 3B of its accounts were hacked

Yahoo! ได้ออกมารายงานถึงผลกระทบจากการถูกแฮกข้อมูลไปเมื่อครั้งก่อน จากข้อมูลที่แจ้งไว้ 1 พันล้านบัญชีเพิ่มขึ้นเป็น 3 พันล้านบัญชี โดยทาง Yahoo ได้ทำการแจ้งผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบทุกคนให้ทำการเปลี่ยน password และตั้งค่าคำถาม-ตอบ ความปลอดภัยให้กับบัญชีที่ใช้งานใหม่โดยเร็ว สำหรับข้อมูลที่ได้รับผลกระทบจากการรั่วไหลในครั้งนี้นั้น ทาง Yahoo! ระบุไม่ได้เป็นข้อมูล password ในลักษณะ clear text หรือข้อมูลการชำระเงินหรือบัญชีธนาคารของผู้ใช้งานแต่อย่างใด

Verizon Communications Inc.

Linux Kernel Bug Reclassified as Security Issue After Two Years

เมื่อบั๊กกลายเป็นช่องโหว่ แพตช์ Linux Kernel ล่าสุดปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยอายุกว่า 2 ปี
Linux distros หลายตัวกำลังออกอัพเดตความปลอดภัยสำหรับเวอร์ชัน OS ที่ใช้ Kernel รุ่นเก่ากว่า Linux kernel 4.0 หลังจากเพิ่งพบข้อผิดพลาดของหน่วยความจำ ข้อผิดพลาดนี้ถูกค้นพบในช่วงเดือนเมษายน 2015 และได้

รับการแก้ไขใน Linux kernel 4.0 ข้อผิดพลาดนี้ถูกมองว่าเป็นปัญหาเล็กน้อยในตอนแรก ทำให้ถูกละเลยจากการแก้ไข และระบบ Server อาจยังคงมีช่องโหว่หากพวกเขายังคงใช้ Kernel 3.x ที่เก่ากว่ารุ่นปัจจุบันของ Linux LTS distro

ผู้บุกรุกสามารถใช้ประโยชน์จากข้อผิดพลาดผ่านไฟล์ ELF ที่เป็นอันตรายซึ่งสร้างเพื่อการโจมตีแบบ Position-Independent Execution (PIEs) เมื่อ Linux Kernel โหลดไบนารีที่เป็นอันตรายลงในหน่วยความจำ Kernel จะไม่สามารถจัดสรรหน่วยความจำได้เพียงพอ นำไปสู่การ Mapped เหนือพื้นที่หน่วยความจำที่สำรองไว้สำหรับการ Stack ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายของหน่วยความจำได้ และยกระดับสิทธิ์ให้กับผู้บุกรุก ข้อผิดพลาดนี้ได้รับตัวบ่งชี้ความปลอดภัย CVE-2017-1000253 และคะแนนความรุนแรง CVSSv3 7.8 ที่ 10 ซึ่งสูงมาก

Linux distros เช่น Red Hat, Debian และ CentOS ได้ออกการปรับปรุงเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องสำหรับการกระจาย LTS ที่เก่ากว่าซึ่งใช้เคอร์เนล 3.x อยู่ในขณะนี้ และนักวิจัยจาก Qualys ยังได้สัญญาว่าจะเผยแพร่เอกสารที่พิสูจน์แนวทางการโจมตีนี้ในภายหลัง

ที่มา: bleepingcompute

NETGEAR FIXES 50 VULNERABILITIES IN ROUTERS, SWITCHES, NAS DEVICES

Netgear ออก Patch 50 รายการสำหรับ Routers, Switches, NAS, และ Wireless Access Points แก้ไขช่องโหว่ Remote Code Execution ไปจนถึง Authentication Bypass โดย 20 รายการแก้ไขช่องโหว่ที่มีความเสี่ยงระดับ High และอีก 30 รายการแก้ไขช่องโหว่ที่ความเสี่ยงอยู่ระดับ Medium

ช่องโหว่ส่วนมากถูกค้นพบโดย Netgear เอง และทาง Netgear ยังได้ให้เครดิตกับผู้ค้นพบช่องโหว่อื่น ๆ อย่าง Network security ของ Beyond Security สำหรับช่องโหว่ command injection ใน ReadyNAS Surveillance Application ที่รันในเวอร์ชั่นก่อน 1.4.3-17 (x86) และ 1.1.4-7 (ARM). สามารถ Execute arbitrary commands บนระบบปฏิบัติการผ่านช่องโหว่ของแอพพลิเคชั่น ซึ่งส่วนมากช่องโหว่ที่พบเกิดจากไม่มีการตรวจสอบ input user และการรับรองสิทธิ์ในการเข้าถึง web interface และคาดว่า Products Netgear ใช้ Codebase และ โครงสร้าง Code เดียวกัน ส่งผลให้หลายๆ Product มีช่องโหว่, Martin Rakhmanov จาก Trustwave สำหรับช่องโหว่ที่มีความรุนแรงระดับสูง PSV-2017-1209 เป็นช่องโหว่ที่ทำให้สามารถควบคุม router ได้อย่างสมบูรณ์, Maxime Peterlin ของ ON-X Security สำหรับช่องโหว่ Remote Code Execution ใน WNR2000v5 routers,

สำหรับผู้ใช้Netgear สามารถตรวจสอบช่องโหว่ของผลิตภัณฑ์ และ Patch ได้ที่ http://www.

Behind the Masq: Yet more DNS, and DHCP, vulnerabilities

Google ประกาศการค้นพบช่องโหว่ร้ายแรงบน Dnsmaq รีบแพตช์โดยด่วน

Dnsmasq ซอฟต์แวร์แบบเซอร์วิสสำหรับการให้บริการ DNS, DHCP, Route Advertisements และ Network boot เป็นซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งบนอุปกรณ์ที่รันระบบปฏิบัติการ Linux, IoT, Home Router ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งบนอินเทอร์เน็ตแบบเปิดและภายในองค์กรรวมไปถึงเครือข่ายส่วนตัว

ช่องโหว่ที่ถูกพบมีจำนวน 7 รายการ ซึ่งประกอบด้วย ช่องโหว่ Remote Code Execution จำนวน 3 รายการ
1 รายการทำให้เกิด Information leak และอีก 3 รายการเป็นช่องโหว่ denial of service (DoS) ตัวอย่างช่องโหว่ที่มีความร้ายแรงสูง อาทิ
CVE-2017-14491 ช่องโหว่ DNS-based ซึ่งมีผลกระทบต่อการตั้งค่าเครือข่ายภายในที่เปิดโดยตรง ทำให้เกิด Overflow ได้ 2 byte
CVE-2017-14493 เป็นช่องโหว่ DHCP-based ที่ทำให้เกิด Buffer Overflow เมื่อใช้ร่วมกับ CVE-2017-14494 จะทำให้ข้อมูลรั่วไหล ผู้บุกรุกสามารถ Bypass ASLR และรันโค้ดจากระยะไกลได้
CVE-2017-14496 ส่งผลกระทบกับ Android ทำให้ระบบไม่สามารถทำงานได้

ช่องโหว่ทั้งหมดถูกแก้ไขใน Dnsmasq เวอร์ชันล่าสุด (2.78) เรียบร้อยแล้ว สำหรับ CVE-2017-14496 ได้ถูกแก้ไขในเวอร์ชั่น 2.76

ที่มา : Google Security Blog

Serious Linux kernel security bug fixed

ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยบน Linux kernel ที่ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์ของตัวเองได้ (Privilege Escalation) โดยช่องโหว่ดังกล่าวได้รับรหัสเป็น CVE-2017-1000253 ซึ่งมีคะแนน CVSSv3 เป็น 7.8 ระดับความรุนแรงสูง

ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการจัดการในส่วนของ Executable and Linkable Format (ELF) หาก ELF application ถูกสร้างเป็น Position Independent Execution (PIE) loader อาจช่วยให้ data segment สามารถ Map พื้นที่หน่วยความจำที่มีการจองไว้สำหรับ satack อาจทำให้หน่วยความจำเกิดความเสียหาย ซึ่งผู้ใช้ที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงอาจสามารถเข้าถึง Set User ID (SUID) หรือสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่มีเกิดจากข้อบกพร่องของ PIE binary ซึ่งอาจได้รับสิทธิ์สูงสุดในการใช้งาน

ช่องโหว่ดังกล่าวถูกค้นพบครั้งแรกบน Linux kernel 4.0 ในปี 2015 โดย Michael Davidson วิศวกรซอฟต์แวร์ของ Google และได้มีการออกแพทช์เพื่อแก้ไขช่องโหว่ในวันที่ 14 เมษายน 2015 แต่แพทช์ดังกล่าวไม่ได้ถูกรวมอยู่ใน Linux เวอร์ชัน Long-Term Support (LTS) จึงทำให้ระบบสำคัญๆ ขององค์กรอาจตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีได้

ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบกับ Cent OS 7 เวอร์ชันก่อน 1708 (ออกเมื่อ 13 กันยายน 2017), Red Hat Enterprise Linux 7 เวอร์ชันก่อน 7.4 (ออกเมื่อ 1 สิงหาคม 2017) และทั้ง CentOS 6 และ Red Hat Enterprise Linux 6 ทุกเวอร์ชัน อย่างไรก็ตาม ทั้ง CentOS, Red Hat รวมไปถึง Debian ได้ออกแพทช์อัปเดตเพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าวบนเวอร์ชัน LTS ที่ใช้ Kernal 3.x เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หากมีการใช้งาน Linux Kernel เวอร์ชั่นดังกล่าวแนะนำให้ทำการแก้ไขข้อบกพร่องโดยเร็วที่สุด

ที่มา : ZDNet