DHS aware of ongoing APT attacks on cloud service providers

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ได้แจ้งเตือนถึงการโจมตีรูปแบบ ATP (Advanced Persistent Threat) จากกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับรัฐบาลต่างประเทศ โดยเล็งเป้าหมายไปยังระบบ Cloud

DHS ยังกล่าวถึงภัยคุกคามในอดีตที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โจมตีในปัจจุบัน เช่น "TA17-117A" ที่มีการใช้งาน Malware ที่ชื่อว่า RedLeaves โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่ม APT10 ที่มาจากจีน รวมถึงอ้างอิงรายงานจาก 401TRG ว่าแฮกเกอร์จีนมีการเตรียมการโจมตีด้วย Supply Chain Attack ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และรายงานในช่วงเดือนกรกฏาคมที่กล่าวถึงช่องโหว่ ERP (Enterprise Resource Planning) ที่อยู่บนระบบ Cloud

คำแนะนำจาก US-CERT คือให้ลดโอกาสที่จะถูกโจมตีโดยการใช้งาน Credential ที่เข้มงวด ร่วมกับ Privileged-Access Management (PAM) สามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากลิ้งก์ที่มา

ที่มา : zdnet

Facebook: No evidence attackers accessed third-party apps

Facebook ไม่มีพบหลักฐานของผู้บุกรุกที่สามารถเข้าถึงแอพฯ อื่นๆ (third-party) ได้

จากกรณีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Facebook เปิดเผยว่าพบว่ามี access token มากกว่า 50 ล้านบัญชีรั่วไหล หลายคนกลัวว่า Token ที่ถูกขโมยไปจะถูกนำไปใช้ในการเข้าถึงบริการอื่น ๆ (third-party) ซึ่งรวมถึง Instagram และ Tinder ผ่านทาง Facebook login แต่ข่าวดีล่าสุดจาก Guy Rosen ซึ่งเป็น Facebook Security VP ระบุว่าไม่พบหลักฐานใดๆ ที่สามารถพิสูจน์ว่าบริการอื่นๆ จาก third-party ที่ใช้งานผ่านทาง Facebook login ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า Token ที่ถูกเพิกถอนจาก Facebook จะไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อบริการอื่น ๆ (third-party) ปัจจัยดังกล่าวนั้นขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ดังกล่าวว่าได้มีการใช้งาน Facebook official SDKs เพื่อทำการตรวจสอบผู้ใช้งานของตนหรือไม่ โดย SDKs ที่ปรับปรุงนี้ จะช่วยผู้พัฒนา (developer) สามารถตรวจสอบได้เองว่าผู้ใช้งานคนไหนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่า Facebook จะประกาศว่าไม่พบการเข้าถึงบริการของแอพฯอื่นๆ จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ แต่บริการบางอย่าง เช่น Uber ก็ยังคงทำตามขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อปกป้องผู้ใช้ของตน โดยการสั่งให้ session ทั้งหมดหลังเหตุการณ์นี้ที่ยังค้างอยู่ในระบบให้หมดอายุการใช้งานทันที และตรวจสอบเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยตนเอง

จากประเด็นการโจมตีในช่องโหว่นี้ส่งผลให้สหภาพยุโรป (EU) อาจปรับเงิน Facebook ได้ถึง 1.63 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.1 หมื่นล้านบาท) ตามกฎการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป (GDPR) ทั้งนี้ที่ผ่านมา EU ยังไม่เคยใช้ GDPR เป็นเครื่องมือลงโทษปรับผู้กระทำผิดมากนัก กรณีนี้จึงเป็นที่น่าจับตาว่า EU จะลงโทษ Facebook หรือไม่ และมากน้อยแค่ไหน

ที่มา : zdnet , thehackernews

Gigantic 100,000-strong botnet used to hijack traffic meant for Brazilian banks

นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Qihoo 360 จากประเทศจีนเปิดเผยการโจมตี Hijacked บนเราเตอร์ที่ใช้ในบ้านกว่า 100,000 เครื่องพร้อมทำการแก้ไขการตั้งค่า DNS เพื่อ redirects การร้องขอ DNS ของผู้ใช้งานไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย (phishing site) เพื่อขโมยข้อมูลสำคัญในการเข้าสู่ระบบของผู้ใช้ โดยตั้งชื่อแคมเปญดังกล่าวว่า GhostDNS

Netlab นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Qihoo 360 เปิดเผยการทำงานของ GhostDNS ว่าจะทำการสแกนหา IP ของเราเตอร์ที่มีช่องโหว่ ใช้รหัสผ่านที่คาดเดาง่ายหรือไม่มีรหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบการตั้งค่าเราเตอร์ และทำการแก้ไขการตั้งค่า DNS ใหม่ เพื่อ redirects การร้องขอ DNS ของผู้ใช้งานทั้งหมดที่ส่งผ่านเราเตอร์ที่ถูกบุกรุกไปยัง DNS Server ที่เป็นอันตรายเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ ทำให้เมื่อผู้ใช้พยายามเข้าสู่เว็บไซต์ที่ถูกต้องจะถูกส่งไปยังเว็บไซต์ที่อันตรายแทน ซึ่งเว็บไซต์ที่ถูก redirect ส่วนใหญ่เป็นเว็บไซต์ของธนาคารในประเทศบราซิลและบริการเว็บโฮสติ้งต่างๆ เช่น Netflix, Citibank.

ATM wiretapping is on the rise, Secret Service warns

หน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ (Secret Service) ได้ออกคำเตือนไปยังธนาคาร เนื่องจากพบเหตุการณ์ "ATM wiretapping" โดยบล็อกเกอร์ krebs on security ได้นำเอกสารแจ้งเตือนเกี่ยวกับเทคนิคที่แฮกเกอร์ใช้ในการโจมตีเครื่อง ATM ดังกล่าวมาเผยแพร่
ATM wiretapping หรือ eavesdropping จะมีเทคนิคที่ซับซ้อนกว่าการโจมตีอื่นๆ แฮกเกอร์ต้องติดอุปกรณ์ skimmer ที่เครื่องอ่านบัตรเอทีเอ็ม เพื่อเก็บข้อมูลบัตร และติดกล้องเพื่อจับภาพการใส่รหัส PIN ซึ่งถือเป็นการติดตั้งที่มีความเสี่ยงและซับซ้อนในการหลีกเลี่ยงการตรวจจับ
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยกล่าวว่า เอกสารคำเตือนนั้นอธิบายวิธีที่เป็นไปได้ในการดำเนินการโจมตีเหล่านี้อาจถูกเผยแพร่กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งนอกจากจะทำให้ธนาคารระวังตัวขึ้นแล้ว อาจทำให้แฮกเกอร์ได้รับข้อมูลที่จำเป็นต่อการโจมตี ATM ทำให้อัตราการโจมตี ATM เพิ่มในอนาคตได้ด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำเตือนดังกล่าวได้จาก https://krebsonsecurity.

Adobe has released security updates to address multiple vulnerabilities in Adobe Acrobat and Reader

Adobe ได้ปล่อยอัพเดทเพื่อแก้ไขช่องโหว่ใน Adobe Acrobat and Reader บน Windows และ MacOS ซึ่งผู้โจมตีสามารถทำการเข้าถึงและควบคุมระบบที่มีช่องโหว่เพื่อรัน code ที่เป็นอันตรายได้ สามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ และเวอร์ชั่นที่ได้รับผลกระทบได้จากลิ้งค์ด้านล่าง และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบหรือผู้ใช้งานทำการอัปเดตแพทช์ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด
Link

ที่มา : US-CERT

Cobalt threat group serves up SpicyOmelette in fresh bank attacks

Secureworks Counter Threat Unit (CTU) พบว่าแฮกเกอร์กลุ่ม Cobalt หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า "Gold Kingswood" ที่มีเป้าหมายโจมตีสถาบันการเงินทั่วโลก กำลังดำเนินการแพร่กระจายมัลแวร์ "SpicyOmelette"

SpicyOmelette เป็น javascript ที่มีความซับซ้อน มีความสามารถถูกใช้ในการ remote ทำให้แฮกเกอร์สามารถโจมตีระบบได้จากระยะไกล มัลแวร์ตัวนี้ถูกแพร่กระจายผ่านช่องทาง Phishing e-mail โดยมุ่งเป้าไปที่พนักงานในบริษัท ใน e-mail จะมีไฟล์ PDF แนบมาด้วย เมื่อเปิดไฟล์จะถูก redirect ไปยัง URL ที่ถูกชี้ไปยัง AWS ที่แฮกเกอร์เป็นคนควบคุม เมื่อเข้าหน้าเว็บที่ถูก redirect ไปนี้จะถูกทำการติดตั้ง SpicyOmelette ซึ่งหน้าเว็บดังกล่าวจะมีการ sign ด้วย trusted certificate เมื่อ SpicyOmelette ติดตั้งลงบนเครื่องของเป้าหมาย จะทำการรวบรวมข้อมูล IP, ชื่อระบบ และทำการติดตั้งไฟล์อันตรายอื่นเพิ่มเติม รวมทั้งสามารถสแกนหา antivirus ที่ติดตั้งอยู่ภายในเครื่องได้ มัลแวร์ยังสามารถเพิ่มสิทธิ์ตัวเอง (privilege escalation) ด้วยการขโมย credential อื่นๆ บนเครื่อง สามารถทำการเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการระบุว่าเป็นระบบที่มีความสำคัญหรือไม่ เช่น Payment Gateway หรือรูปแบบโครงสร้างของเครื่อง ATM

ก่อนหน้านี้เชื่อว่ากลุ่ม Cobalt มีส่วนเกี่ยวข้องในการขโมยเงินหลายล้านดอลลาร์จากสถาบันการเงินทั่วโลก แม้จะมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แต่ทาง CTU คาดว่ากลุ่มแฮกเกอร์ดังกล่าวจะไม่มีการหยุดกระทำการใดๆ และยังคงมีการพัฒนาการโจรกรรมต่อไปเรื่อยๆ และองค์กรการเงินยังคงอยู่ในความเสี่ยงต่อภัยคุกคามจากกลุ่มนี้อยู่

ที่มา : ZDNet

Facebook Hacked — 10 Important Updates You Need To Know About

ถ้าหากพบว่า Account facebook ของคุณถูก logout โดยที่ไม่ทราบสาเหตุในช่วงนี้ ไม่ต้องกังวลไป เป็นฝีมือของ facebook เอง ผู้ใช้งานมากกว่า 90 ล้านคนจะถูกบังคับให้ออกจากระบบ เพื่อป้องกันการรั่วไฟลของข้อมูลผู้ใช้งานที่มาจากช่องโหว่ล่าสุด

โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แฮกเกอร์ ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่บนเว็บไซต์ 3 ช่องโหว่ในการเข้าถึงข้อมูล facebook account ของผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านราย Guy Rosen ได้ทำการเผยแพร่ข้อมูลเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วย 10 ข้อมสำคัญ ดังต่อไปนี้
1. Facebook ตรวจพบการรั่วไหลของข้อมูลหลังจากพบการเข้าถึงที่เพิ่มขึ้นมากผิดปกติ
2. แฮกเกอร์ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทั้งหมด 3 ช่องโหว่ด้วยกัน ได้แก่ ในส่วนของการอัปโหลดไฟล์วีดีโอ happy birthday ในส่วนของ view as , การสร้าง token ที่ไม่ถูกต้องเมื่อทำการอัปโหลดวีดีโอผ่าน facebook แอพพลิเคชั่นบน mobile และการสร้าง token ที่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของบัญชีให้กับ viewer ที่ดูผ่าน view as
3. แฮกเกอร์ ได้ token ที่สามารถใช้เข้าดูข้อมูลของผู้ใช้งาน facebook ไปกว่า 50 ล้านราย
4. แฮกเกอร์ ไม่ได้รหัสผ่านของผู้ใช้งานที่ข้อมูลรั่วไหลแต่อย่างใด หากแต่สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้จาก access token ที่ได้ ผ่านทาง api ที่ app ต่างๆมีการใช้งานอยู่
5. แฮกเกอร์สามารถดาวโหลดข้อมูลของผู้ใช้งานได้ผ่าน API facebook
6. Application อื่นๆ ที่สามารถทำการ login ด้วย facebook มีความเสี่ยงที่จะถูกเข้าถึงได้ เช่นเดียวกับ facebook
7. Facebook ทำการ reset access token ของผู้ใช้งานจำนวนกว่า 90 ล้านบัญชี
8. ผู้ใช้งานควรตรวจสอบการเข้าใช้งาน facebook จากอุปกรณ์ต่างๆ ว่ามีการเข้าถึงบัญชีบนอุปกรณ์ต่างๆ จากตำแหน่งที่ผิดปกติหรือไม่
9. จากเหตุการณ์นี้ อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับแฮกเกอร์ชาวไต้หวัน Chang Chi-Yuang ที่เคยแจ้งว่าพบช่องโหว่ zero-day บน facebook ก่อนหน้านี้
10. Facebook กำลังถูกดำเนินคดี กับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่นี้

เหตุการณ์ในครั้งนี้ทาง facebook ได้ทำการ reset การ login ให้กับผู้ใช้งานหลายสิบล้านบัญชี และให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบ ให้ยกเลิกการเชื่อมต่อไปยัง application ที่สามารถทำการ login จาก facebook ได้ ในขณะนี้ช่องโหว่ที่พบได้รับการแก้ไขแล้ว และ facebook กำลังร่วมมือกับ FBI ตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด

ที่มา : The Hacker News

Malware Masked as Job Offers attacks the freelancers

เว็บ Fiverr และ Freelancer ที่เป็นเว็บเสนองานให้กับผู้รับทำงานฟรีแลนซ์ทั่วโลกถูกผู้โจมตีใช้แพร่ malware โดยเว็บสองเว็บดังกล่าวถูกใส่ malware ไปในข้อเสนอการทำงาน เมื่อเหยื่อเปิดไฟล์แนบที่ปลอมเป็นรายละเอียดงาน malware จะทำงานและแอบติดตั้ง Keylogger โดยเหยื่อไม่รู้ตัว AgentTesla และ Remote Access Trojans (RATs) เป็นตัวอย่างของ Keylogger ที่เป็นไปได้ว่าจะถูกติดตั้งให้กับเหยื่อโดยอ้างอิงจากรายงานของทีม MalwareHunterTeam โดยสามารถโจมตีได้หลายรูปแบบ เช่น โจมตีคอมพิวเตอร์ของเหยื่อเมื่อเหยื่อเปิดไฟล์ดังกล่าว หรือ ถ้าผู้โจมตีต้องการยึดครองโทรศัพท์ของเหยื่อ ไฟล์แนบปลอมจะแจ้งเหยื่อว่าไฟล์นั้นเปิดได้แค่ผ่านทางโทรศัพท์ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อแล้วเปิดไฟล์ดังกล่าวในโทรศัพท์แทน

เพื่อป้องกันการโจมตีลักษณะนี้ ผู้ใช้งานควรอัพเดทแอนติไวรัสและ OS patch เสมอและถ้าหากเจอไฟล์ที่ไม่ไว้วางใจอาจนำไปแสกนใน Virustotal เพื่อตรวจสอบก่อน

ที่มา : E Hacking News

Adwind Trojan circumvents antivirus software to infect your PC

นักวิจัย Cisco Talos และ ReversingLabs รายงานเกี่ยวกับ Adwind ซึ่งเป็นมัลแวร์ประเภท Remote Access Trojan (RAT) ที่เคยการโจมตีไปยังโรงงานต่างๆทั่วโลก ได้กลับมาพร้อมกับการทำงานที่หลบเลี่ยงซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสทำให้สามารถเจาะเข้าไปยังระบบได้สำเร็จ Adwind สามารถรวบรวมข้อมูล PC, keystrokes, ข้อมูล credentials, ข้อมูลเสียงภาพหรือวีดีโอ และยังสามารถที่จะขโมยคีย์ที่ใช้ในการเข้าถึง cryptocurrency wallets ที่ติดไวรัสได้
Adwind จะติดตั้งจาก payload ใน phishing อีเมลที่สร้างขึ้นประกอบด้วยไฟล์ JAR ที่เป็นอันตรายซึ่งเมื่อรันแล้วจะเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ command-and-control (C2) ของ Adwind เพื่อดาวน์โหลด payloads อื่นๆ และถ่ายโอนข้อมูลที่ขโมยมาได้ มีการเชื่อมโยง Adwind เข้ากับการโจมตี 400,000 ครั้งในธุรกิจในด้านการเงิน การผลิต การขนส่งสินค้าและอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ประเทศที่มีการตรวจพบเจอได้แก่ Turkey, the US, India, Vietnam, และ Hong Kong
เมื่อเดือนสิงหาที่ผ่านมา มีการค้นพบการแพร่กระจาย Adwind 3.0 ครั้งใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่เครื่อง Windows, Linux, Mac โดยเฉพาะเครื่องของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในตรุกีและเยอรมัน สิ่งที่น่าสนใจสำหรับการแพร่กรจายครั้งใหม่นี้คือการรวมการโจมตีเข้ากับการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบไดนามิก (DDE) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทำให้เกิดความเสียหายกับ Microsoft Excel และหลีกเลี่ยงซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสที่ตรวจจับมัลแวร์ผ่าน signature การแพร่กระจายครั้งนี้จะส่งข้อความ phishing อีเมลที่เป็นอันตรายซึ่งมีไฟล์. CSV หรือ. XLS ซึ่งทั้งสองไฟล์นี้ถูกเปิดโดย Excel เป็นค่าเริ่มต้น
Cisco Talos กล่าวว่าเทคนิคใหม่นี้ได้ถูกเพื่อ obfuscation โดยจุดเริ่มต้นของไฟล์อันตรายนี้ไม่มีส่วนของ Header ของไฟล์ให้ตรวจสอบซึ่งอาจทำให้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสสับสนได้ เพราะซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสคาดว่าจะเจออักขระ ASCII ที่บอกว่าไฟล์นี้เป็นไฟล์ CSV เมื่อไม่พบอักขระดังกล่าว โปรแกรมจะมองว่าไฟล์มีความเสียหายแต่ยังสามารถเปิดใช้งานบน Excel ได้
อย่างไรก็ตามเทคนิคนี้สามารถถูกตรวจจับได้ด้วย อุปกรณ์ sandbox และซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสที่ตรวจจับมัลแวร์ผ่าน behavior

ที่มา: zdnet

 

Unwiped Drives and Servers from NCIX Retailer for Sale on Craigslist

ผู้ให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัย Travis Doering จาก Privacy Fly ได้มีการเปิดเผยเรื่องราวการค้นพบการรั่วไหลของข้อมูลโดยไม่ได้ตั้งใจครั้งใหญ่ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัทด้านเทคโนโลยี NCIX หลังจากที่เขาได้ตรวจพบการพยายามขายเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ไอทีของบริษัท NCIX และเข้าร่วมการตรวจสอบ

เซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ของบริษัท NCIX ได้ถูกนำมาขายเพื่อชดใช้หนี้หลังจากที่ทางบริษัทฯ ถูกระบุว่าล้มละลายและมีหนี้เป็นจำนวนมากต้องชดใช้ อย่างไรก็ตามอุปกรณ์โดยส่วนมากทั้งคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของพนักงาน เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลและติดตั้งฐานข้อมูลที่ถูกนำมาขายทอดนั้นกลับไม่ได้ผ่านการดำเนินการทำลายข้อมูลอย่างเหมาะสม และบางอุปกรณ์ก็ไม่มีการทำลายข้อมูลเลย

Travis ได้มีการซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวมาตรวจสอบและพบข้อมูลซึ่งรวมไปถึงบัญชีผู้ใช้งานและรหัสผ่านเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงบันทึกการใช้งาน ข้อมูลการค้าในฐานข้อมูล ในขณะนี้ Travis ได้ดำเนินการติดต่อกับผู้ขายเพื่อขอซื้อรวมไปถึงช่วยตรวจสอบต่อ และอาจมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรั่วไหลในเร็ววันนี้

ที่มา: bleepingcomputer