พบตู้ ATM ในยุโรปตะวันออกถูกฝังมัลแวร์ แฮ็กเกอร์กดเงินได้โดยไม่ต้องมีบัตร

บริษัทความปลอดภัย Kaspersky รายงานการค้นพบมัลแวร์ชื่อ “Tyupkin” ที่ถูกฝังในตู้ ATM ในรัสเซียและยุโรปตะวันออกรวมแล้วกว่า 50 ตู้ และน่าจะระบาดมายังประเทศอื่นๆ ด้วย

New Mac OS X botnet discovered

Dr.Web บริษัทความปลอดภัยของรัสเซียรายงานว่า พบมัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ “Mac.BackDoor.iWorm” แพร่ระบาดในคอมพิวเตอร์ OS X มากกว่า 17,000 เครื่องแล้ว (นับเป็นจำนวนไอพี)

New spyware targets Hong Kong protesters’ phones

Lacoon Mobile Security บริษัทวิจัยด้านความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์พกพาจากอิสราเอล ระบุว่าตรวจพบมัลแวร์ตัวใหม่ที่มีชื่อว่า “Xsser” ซึ่งสามารถติดได้จากเครื่องที่ใช้ Android และ iOS และเชื่อว่าเป้าหมายของการโจมตีของมัลแวร์ตัวนี้ คือผู้ชุมนุมประท้วงที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ซึ่งกำลังดำเนินไปอยู่ในขณะนี้

Adobe Breach Impacted At Least 38 Million Users

จากกรณีที่ Adobe ถูกแฮก ข้อมูลของผู้ใช้บางส่วนและซอร์สโค้ดของโปรแกรมถูกขโมย เมื่อต้นเดือนตุลาคม ในตอนแรก Adobe ระบุว่าน่าจะกระทบกับผู้ใช้ประมาณ 2.9 ล้านบัญชี แต่ข้อมูลใหม่ล่าสุดหลังการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ทาง Adobe ได้ส่งอีเมลให้ผู้ใช้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่านจำนวนทั้งสิ้น 38 ล้านบัญชี

ล่าสุดมีรายงานว่าไฟล์บัญชีและรหัสผ่านของผู้ใช้ (ที่เข้ารหัสแบบ hash) ถูกปล่อยออกมาบนอินเทอร์เน็ตแล้ว ไฟล์นี้มีขนาด 3.8 GB และมีข้อมูลของผู้ใช้กว่า 150 ล้านบัญชี แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นไฟล์จริงหรือไม่ และเป็นบัญชีที่ถูกใช้งานมากน้อยแค่ไหน

ทาง Adobe ออกมาแถลงข่าวว่าได้ติดต่อกับผู้ใช้ทุกคนที่ได้รับผลกระทบให้ทำการรีเซ็ตรหัสผ่านทั้งหมดแล้ว และขอความร่วมมือให้ผู้ใช้รายอื่นเข้ามารีเซ็ตรหัสผ่านโดยด่วน

นอกจากปัญหาเรื่องข้อมูลของผู้ใช้แล้ว การแฮกดังกล่าวยังขโมยซอร์สโค้ดซอฟต์แวร์ของ Adobe ออกไปได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งซอฟต์แวร์ที่สามารถขโมยไปได้คือ Acrobat, Adobe Reader, ColdFusion และมีคนอ้างว่าได้ซอร์สโค้ดของ Photoshop ไปด้วย

ที่มา : krebsonsecurity

Vulnerability in Facebook app allows hackers to steal access tokens and hijack accounts

นักวิจัยด้านความปลอดภัยของอียิปต์ Mohamed Ramadan ค้นพบช่องโหว่ของเฟสบุ๊คแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอย โดยที่ช่องโหว่นี้เกิดจากการดาวน์โหลดไฟล์แอพพลิเคชั่นเฟสบุ๊ค ทางระบบปฏิบัติการแอนดรอยได้มีการเก็บ access token ไว้ที่ log messages
โดยสามารถใช้โปรแกรมเปิดดู log message ชื่อว่า “logcat” เมื่อแฮกเกอร์ได้ access token จะสามารถขโมยบัญชีเฟสบุ๊คของเหยื่อได้ ซึ่งเขาได้รายงานช่องโหว่นี้ให้กับผู้พัฒนาเฟสบุ๊คแล้ว และได้เงินค่ารายงานช่องโหว่เป็นจำนวนเงิน 6,000 ดอลลาร์

ที่มา :  thehackernews

Vulnerability in Facebook app allows hackers to steal access tokens and hijack accounts

นักวิจัยด้านความปลอดภัยของอียิปต์ Mohamed Ramadan ค้นพบช่องโหว่ของเฟสบุ๊คแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอย โดยที่ช่องโหว่นี้เกิดจากการดาวน์โหลดไฟล์แอพพลิเคชั่นเฟสบุ๊ค ทางระบบปฏิบัติการแอนดรอยได้มีการเก็บ access token ไว้ที่ log messages
โดยสามารถใช้โปรแกรมเปิดดู log message ชื่อว่า “logcat” เมื่อแฮกเกอร์ได้ access token จะสามารถขโมยบัญชีเฟสบุ๊คของเหยื่อได้ ซึ่งเขาได้รายงานช่องโหว่นี้ให้กับผู้พัฒนาเฟสบุ๊คแล้ว และได้เงินค่ารายงานช่องโหว่เป็นจำนวนเงิน 6,000 ดอลลาร์

ที่มา :  thehackernews

Critical vulnerability in Twitter allows attacker to upload Unrestricted Files

Ebrahim Hegazy ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยที่ Q-CERT ได้พบช่องโหว่ร้ายแรงในทวิตเตอร์ที่ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์นามสกุลต่างๆ รวมทั้ง PHP ได้ เมื่อโปรแกรมไม่ตรวจสอบความถูกต้อง หรือไม่ตรวจสอบประเภทของไฟล์ก่อนที่จะอัปโหลดไฟล์ไปยังระบบ ข้อบกพร่องดังกล่าวทำให้ผู้โจมตีอัปโหลดและรันโค้ดในระบบเป้าหมาย ซึ่งอาจส่งผลให้สามารถแก้ไข HTML และ script code หรือยึดระบบได้

Ebrahim กล่าวว่า ในขณะที่อัปโหลดภาพ เซิร์ฟเวอร์ของทวิตเตอร์จะตรวจสอบไฟล์ที่อัปโหลด ซึ่งจะยอมรับการขยายภาพเฉพาะไฟล์บางนามสกุล เช่น PNG, JPG และไฟล์นามสกุลอื่นๆ จะไม่ได้รับการอัปโหลด แต่ในวิดีโอแสดงให้เห็นว่าช่องโหว่ได้อนุญาตให้หลีกเลี่ยงการตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยนี้ และหากโจมตีช่องโหว่นี้สำเร็จ จะสามารถอัปโหลดไฟล์ .htaccess และไฟล์ PHP ไปยังเซิร์ฟเวอร์ twimg.

reCAPTCHA ปรับอัลกอริทึมใหม่ อ่านง่ายขึ้นสำหรับคน อ่านยากกว่าเดิมสำหรับบ็อต

หลายคนคงคุ้นเคยกับ reCAPTCHA บริการตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวตนผ่านการอ่านตัวอักษร ล่าสุดทีม reCAPTCHA ออกมาให้ข้อมูลว่าเทคโนโลยีด้าน AI ทำให้บ็อตเก่งขึ้นเรื่อยๆ จน reCAPTCHA ต้องสร้างรหัสที่ยากขึ้น จนเป็นปัญหาว่ามนุษย์เองก็เริ่มอ่านไม่ออก ทางทีมจึงต้องวิจัยหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดีขึ้นกว่าเดิมทางออกของทีม reCAPTCHA คือการตรวจสอบตัวตนสองชั้น โดยชั้นแรกจะใช้เทคนิคด้านการประเมินความเสี่ยง (risk analysis) พิจารณาว่าผู้ใช้รายนั้นเป็นคนหรือเป็นบ็อต ถ้าคาดว่าผู้ใช้เป็นคน ก็จะส่งรหัสที่ไม่ยากมากนัก (ตัวอักษรหรือตัวเลขไม่บิดเบี้ยวจนอ่านไม่ออก) ให้ตอบ แต่ถ้าคาดว่าเป็นบ็อตก็จะได้โจทย์ที่ยากขึ้น ผลลัพธ์คือมนุษย์กรอกรหัสง่ายขึ้นและกรองบ็อตได้ดีขึ้นไปในคราวเดียวทาง ซึ่งทาง reCAPTCHA ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าแยกแยะคนกับบ็อตได้อย่างไร

ที่มา : blognone

reCAPTCHA ปรับอัลกอริทึมใหม่ อ่านง่ายขึ้นสำหรับคน อ่านยากกว่าเดิมสำหรับบ็อต

หลายคนคงคุ้นเคยกับ reCAPTCHA บริการตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวตนผ่านการอ่านตัวอักษร ล่าสุดทีม reCAPTCHA ออกมาให้ข้อมูลว่าเทคโนโลยีด้าน AI ทำให้บ็อตเก่งขึ้นเรื่อยๆ จน reCAPTCHA ต้องสร้างรหัสที่ยากขึ้น จนเป็นปัญหาว่ามนุษย์เองก็เริ่มอ่านไม่ออก ทางทีมจึงต้องวิจัยหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดีขึ้นกว่าเดิมทางออกของทีม reCAPTCHA คือการตรวจสอบตัวตนสองชั้น โดยชั้นแรกจะใช้เทคนิคด้านการประเมินความเสี่ยง (risk analysis) พิจารณาว่าผู้ใช้รายนั้นเป็นคนหรือเป็นบ็อต ถ้าคาดว่าผู้ใช้เป็นคน ก็จะส่งรหัสที่ไม่ยากมากนัก (ตัวอักษรหรือตัวเลขไม่บิดเบี้ยวจนอ่านไม่ออก) ให้ตอบ แต่ถ้าคาดว่าเป็นบ็อตก็จะได้โจทย์ที่ยากขึ้น ผลลัพธ์คือมนุษย์กรอกรหัสง่ายขึ้นและกรองบ็อตได้ดีขึ้นไปในคราวเดียวทาง ซึ่งทาง reCAPTCHA ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าแยกแยะคนกับบ็อตได้อย่างไร

ที่มา : blognone

Fake Whatsapp notification delivers malware

WhatsApp เป็นหนึ่งในบริการส่งข้อความโต้ตอบที่นิยมมากที่สุดและมีผู้ใช้ขนาดใหญ่ (กว่า 300 ล้านผู้ใช้งาน) ทำให้ Whatsapp เป็นวิธีที่ดีที่จะติดมัลแวร์จำนวนมากในคอมพิวเตอร์

ล่าสุดของแคมเปญสแปมเหล่านี้คือ การส่งอีเมลที่อ้างว่าผู้ใช้มี "การแจ้งเตือนข้อความเสียง / 1 เสียงใหม่" รออยู่ในกล่องจดหมายของพวกเขาที่แนบมากับอีเมล

Webroot กล่าวว่า เสียงที่แนบมากับอีเมลปลอม มีการดาวน์โหลดโทรจันที่พยายามจะดาวน์โหลดมัลแวร์เพิ่มขึ้นจาก C&C เซิร์ฟเวอร์

ที่มา :  net-security